รีวิว : Contour iSee Video

รีวิว : Contour iSee Video

สำหรับเคสใส่ไอพอดนั้นมีมากมายหลายแบบหลักๆแล้วแบ่งได้เป็น 2 แบบคือซิลิโคนเคส (Silicon case) ที่มีให้เลือกกันหลายแบบหลายเกรด และเคสแบบแข็งหรือที่เรียกว่าฮาร์ดเคส (Hard case) ที่มีหลากหลายยี่ห้อให้ได้เลือกเช่นกัน ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยชอบฮาร์ดเคสเพราะเมื่อใส่ไปแล้วดูเทอะทะ หนาขึ้น แต่คราวนี้รับรองได้ว่าถ้าคุณได้เห็นเจ้า iSee Video แล้ว คุณอาจเปลี่ยนใจจากเคสนุ่มๆมาเป็นแบบแข็งๆก็เป็นได้

รูปทรงและการออกแบบ

ตัวเคสแยกมา 2 ชิ้น และตัวหนีบ 1 อัน

ความหนาของตัวเคส

ปุ่มยางกันลื่น

เว้นช่องการใช้งานด้านบนไว้ 2 ช่อง

ด้านท้ายเปิดโล่งตรงส่วน Dock connector

iSee Video ผลิตจากพลาสติกใสเนื้อแข็ง โดยตัวเคสแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือด้านหน้าและด้านหลังที่ดูเรียบไม่มีลูกเล่น ข้อแตกต่างของเคสแบบนี้ในแต่ละยี่ห้อจะสังเกตุได้จากเนื้อพลาสติกที่มีความใสไม่เป็นรอยขนแมวในเนื้อพลาสติก ซึ่งมักพบกับเคสราคาถูก นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นในส่วนของความปราณีตในการผลิตที่เห็นได้ชัดว่าทำออกมาได้ดี ความหนาของพลาสติกแต่ล่ะด้านประมาณ 2 มิลลิเมตร โดยเคสด้านหน้าจะเว้นช่องสำหรับ click wheel เพียงอย่างเดียว ด้านบนเว้นช่อง 2 ส่วนให้สำหรับปุ่ม Hold และช่องเสียบหูฟังแบบเหลือพื้นที่พอสมควร ด้านล่างเหลือเว้นช่องไว้สำหรับ dock connector ใหญ่พอควรซึ่งตรงจุดนี้เป็นข้อดีแตกต่างจากบางยี้ห้อที่ทำตรงส่วนนี้แบบปิดทึบไม่สามารถเสียบสายซิงค์ได้ ด้านหลังเป็นแบบปิดทึบโดยมุมทั้ง 4 เว้นช่องไว้สำหรับแปะปุ่มยางกันลื่น (มีมาให้ในชุด) ด้านข้างเป็นตัวล็อกแบบประกบฝาเข้าหากัน 4 ตัว ตรงกลางเว้นช่องไว้สำหรับใช้งานร่วมกับ Belt clip (มีมาให้ในชุด) รวม ๆ แล้วเคสแบบนี้ไม่มีอะไรหวือหวาในการออกแบบ เน้นไปทางด้านความพิถีพิถันน์ของเนื้องานมากกว่าซึ่งทาง Contour ก็ทำได้เป็นอย่างดี


การใช้งาน


พร้อมใช้งาน

เว้นช่องตรง Click wheel

คลิปหนีบสามารถถอดออกได้

เมื่อต้องการใช้งานก็แค่นำไอพอดใส่ลงไปในส่วนของฝาด้านหลังจากนั้นนำฝาด้านหน้ามาประกบลงไป
ให้ตัวล็อกทั้งสองด้านเข้าหากันสนิท เมื่อใส่เข้าไปแล้วให้สังเกตดูว่าตัวเครื่องไอพอดไม่ควรขยับได้ และกรอบทุกด้านประกบกันสนิท สำหรับเรื่องความหนาที่เพิ่มขึ้นมาต้องบอกว่าเป็นความหนาที่ถือว่าบางมากเมื่อเทียบกับเคสแบบเดียวกันกับหลายๆยี่ห้อ ตรงช่องที่เว้นไว้ให้สำหรับ click wheel จะเว้นไว้พอดี ตรงขอบรอบด้านเป็นแบบมนทำให้เวลาใช้งานไม่โดนพลาสติกบาดนิ้ว นอกเหนือจากช่องที่เว้นไว้ให้สำหรับปุ่ม Hold ก็สามารถใช้นิ้วมือได้อย่างถนัด ซึ่งตรงนี้สำหรับบางคนนิ้วมือค่อนข้างใหญ่อาจจะดูว่าเว้นช่องลึกเกินไปทำให้เมื่อทาบนิ้วไปแล้วใช้งานไม่ถนัด และสำหรับช่องหูฟังเว้นช่องไว้ให้สำหรับหูฟังได้ทั้งแบบตั้งตรงและแบบตัวแอล ( L )โดยที่ขอบของฝาด้านหลังจะต่ำกว่าฝาด้านหน้าเล็กน้อยทำให้ใส่หูฟังได้ทุกแบบ ด้านหลังเมื่อนำปุ่มกันลื่นแปะเข้าไปแล้วก้ไม่ได้รู้สึกเกะกะแต่อย่างไรยังช่วยให้เวลาว่างบนพื้นผิวต่าง ๆ ได้อย่างมั่นคงอีกด้วย และจุดที่ชอบใจอีกอย่างนั้นคือตัว Belt clip สามารถถอดแยกจากกันได้อย่างอิสระ ทำให้เวลาไม่ต้องการใช้งานในส่วนนี้ก็ไม่มีอะไรมาเกะกะที่ตัวเคส สำหรับข้อเสียที่เรียกว่าเป็นข้อด้อยธรรมชาติของพลาสติกคือให้หลีกเหลีี่ยงพวกของแข็งอย่างเช่น กุญแจ เพราะถ้ากุญแจเกิดมาโดนตัวเคสอาจทำให้เป็นรอยได้ง่าย นอกนัั้นถือว่าสอบผ่าน

ความรู้สึกจากการใช้งาน iSee ไม่ได้รู้สึกว่าทำให้ไอพอดหนาขึ้นแต่อย่างใด กลับให้ความรู้สึกว่าไอพอดได้รับการปกป้องอย่างดี ส่วนที่อยากให้เพิ่มเติมเข้ามาเห็นจะเป็นขอบยางกันลื่นด้านข้างตัวเคสอีกสัดนิด คือถ้าเราใช้งานขณะมือมีเหงื่อหรืือมือเปียกน้ำอยูต้องระวังว่าไอพอดของเราจะลงไปจูบกับพื้นด้วยเช่นกัน เอาเป็นว่า iSee ตัวนี้คุณภาพคุ้มกับราคาค่าตัวที่แพงกว่ายี่ห้อทั่วไปครับ

ราคา 1,200 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม : contourcase.com



You May Also Like:

Tim Cook ให้สัมภาษณ์เหตุที่ไม่ทำ iPod (ClickWheel) ต่อ เพราะอะไหล่เริ่มหายากไม่คุ้มกับต้นทุน

Tim Cook ซีอีโอแอปเปิ้ลให้ข้อมูลเองเลยว่าเหตุที่เลิกทำ iPod (ClickWheel) เพราะชิ้นส่วนในเครื่องเริ่มหายาก ..

รีวิว : หูฟัง Beats – Solo2

แม้จะมีข่าวเรื่องแอปเปิ้ลซื้อ Beats ไปแล้ว แต่หูฟัง Beats ก็ยังออกรุ่นใหม่อยู่เช่นเดิม โดยครั้งนี้เราได้รับ Beats Solo2 ที่ว่ากันว่าได้รับการปรับปรุงเรื่องเสียงให้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม ..

ทำไมต้อง Designed by Apple in California

หลายๆ คนอาจจะคงเคยนึกสงสัย ว่าทำไมผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลต้องมีสลักคำว่า Designed by Apple in California นั่นสิ??? ..

Share

Tweet

Email