รีวิว : Maccally mTune N

รีวิว : Maccally mTune N

ชื่อชั้นของ Maccally ดูไม่เป็นรองใครในเรื่องการทำอุปกรณ์เสริมต่างให้กับ iPod ทั้งในเรื่องคุณภาพการผลิตและการใช้งาน สำหรับคราวนี้มาพบกับหูฟังเดิ้นๆที่สามารถนำ iPod nano สวมเข้าไปด้านข้างเพื่อทำเป็นหูฟังไร้สายได้อีกด้วยต้องขอเกริ่นถึงหูฟังในซีรีย์นี้กันก่อน โดยหูฟังซีรีย์นี้เริ่มต้นออกมาให้ได้ยลโฉมกันตั้งแต่ช่วงที่ iPod shuffle ออกมาโดยในขณะนั้นเป็นที่ฮือฮาพอสมควรกับการนำ iPod shuffle มาสวมเข้ากับตัวหูฟัง หลังจากนั้นเป็นต้นมาชื่อเสียงของ Maccally ก็เร่ิมเป็นที่รู้จักในแวดวงหูฟังมากขึ้น และมาถึงตอนนี้ก็หันมาหา iPod nano ที่มีขนาดเล็กพอที่จะนำมาขนาบข้างไปกับหูฟังได้

สำหรับสเป็คคร่าวๆมีดังนี้

  • Power requirements: No battery required
  • Speaker: 40mm Mylar cone
  • Impedance: 32 Ohm +/- 4 Ohm (1Khz)
  • Frequency Response: 20Hz ~ 23KHz
  • Sensitivity: 105dB
  • Rated input power: 30mW
  • Max input power: 250mW
  • Net Weight: 6.1oz
  • Dimensions: (W) 2.2″ x (L) 1.3″ x (H) 3″

สำหรับ Maccally nano เป็นหูฟังแบบเฮดโฟนครอบทั้งหัวขนาดใหญ่พอควร ซึ่งวัสดุหลักๆทำมาจากพลาสติกโดยตรงช่วงหูฟังทั้งสองข้างบุฟองน้ำหุ้มหนังเทียมเว้นช่องสำหรับครอบหูไว้ขนาดราว ๆ 5 x 6 เซนติเมตร (กว้าง x ยาว) มีตัวปรับระดับความยาวของหูฟังแต่ละข้างได้ 10 ระดับ โดยมีระยะห่างแต่ละระดับประมาณ 1 เซนติเมตร ก้านครอบหูฟังด้านบนเป็นยางหุ้มเหล็กไว้และยังเป็นท่อสำหรับเดินสายไฟสำหรับหูฟังทั้งสองข้างอีกด้วย และสำหรับจุดพิเศษของเฮดโฟนอันนี้ก็คืือบริเวณหูฟังด้านซ้ายจะมีช่องสำหรับสวม iPod nano ลงกับแจ็กหูฟังแบบ 3.5 มม. ซึ่งเว้นช่องไว้สำหรับ Click wheel และในส่วนของหน้าจอจะอยู่เหนือขอบของ Click wheel เล็กน้อย บริเวณด้านมุมล่างซ้ายจะมีช่องสำหรับเสียบแจ็กหูฟังแบบ 3.5 มม. ไว้สำหรับการใช้งานร่่วมกับ iPod รุ่นอื่นหรือเครื่องเล่นอื่น ๆ ผ่านทางสายเคเบิลแบบแจ็กหูฟังแบบ 3.5 มม 2 ทาง (มีมาให้ในชุด) โดยรวมในการออกแบบทั้งเรื่องความปราณีตและฟังก์ชั่นการใช้งานทำได้ดีมาก อย่างตรงช่องต่อ 3.5 มม.ที่แยกมาต่างหากอีกอันก็ซ่อนไว้ด้านในไม่ได้โผล่มาให้เห็นแบบรำคาญตา ส่วนที่ดูเป็นข้อตำหนิก็คือวัสดุที่เกือบทั้งหมดเป็นพลาสติกทำให้แลดูบอบบางไปบ้างในการใช้งาน

อาจมีหลายคนสงสัยว่าทำไมไม่ทำช่องต่อระหว่าง iPod nano และเฮดโฟนเป็นแบบ Dock connector ไปเลย ซึ่งถ้าทำแบบนั้นคงจะต้องมีแผงวงจรควบคุบเพิ่มมาด้วยเป็นแน่ ยังอาจทำให้ราคาสูงขึ้นมากกว่านี้และดูเหมือนจะเกิดความจำเป็นในการใช้งานนั้นเอง โดยการทำเป็นช่องเสียบแบบ 3.5 มม. ก็สะดวกในการใช้งานดี

การใช้งานโดยทั่วไป

เมื่อนำ iPod nano สวมลงไปแล้วนั้น ในตอนแรกก็กลัวว่าตัวเครื่องจะสามารถดึงออกได้ง่าย แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่คิดซึ่งทดลองออกแรงดึง(ไม่ใช่กระชาก)พอประมาณก็อยู่ในขั้นที่รับได้ ตัวเครื่องยังอยู่ที่เดิมอย่างแน่นหนาไม่หลุดออกมาตามแรงดึงแต่อย่างใด ส่วนการเชื่อมต่อกับไอพอดรุ่นอื่นก็ไม่มีอะไรมาก เพียงนำสายเคเบิลมาต่อทั้งเฮดโฟนและที่ตัวเครื่องก็สามารถใช้งานได้ทันที ตัวปรับระดับความยาวของหูฟังแต่ละข้างสามารถเลื่อนขึ้นลงได้สะดวกไม่มีอาการต้องออกแรงดึงดันแต่อย่างใด ช่องหูฟังเมื่อสวมเข้าไปแล้วนุ่มสบายซึ่งมาจากการบุฟองน้ำไว้นั้นเอง เมื่อครอบลงไปกับใบหูแล้วไม่ทำให้หูรู้สึกอึดอัดหรือใบหูด้านบนพับลงมาสำหรับจุดที่ประทับใจในการใช้งานทั่วไปๆก็คืือ ตัวเหล็กด้านบนที่ถูกหุ้มด้วยยางนั้นเมื่อครอบหัวไปแล้วไม่รู้สึกเจ็บหรือรำคาญอะไรนัก และตัวเฮดโฟนก็ยังสามารถพับเก็บเข้าไปได้อีกด้วยทำให้ไม่เกะกะเวลาพกพาสักเท่าไหร่ (อย่าลืมถอดนาโนออกมาก่อนล่ะ)

เสียง

สำหรับด้านเสียงทำได้สมราคาค่าตัว โดยตัวฟองน้ำที่บุมารอบๆหูฟังยังเป็นตัวช่วยกันเสียงจากภายนอกอีกเช่นกัน เริ่มกันที่เสียงต่ำทำได้ดีสมกับเป็นหูฟังแบบครอบ แต่ขาดความลึกอยู่สักหน่อย อย่างเพลงที่มีเสียงเบสลึกจะรู้สึกได้เลยว่าไม่สะใจอย่างที่คิด ซึ่งตรงจุดนี้สำหรับคนที่ชอบเสียงเบสเป็นชีวิตจิตใจอาจจะต้องปรับ EQ ในเครื่องช่วยก็จะทำให้ได้เสียงถึงลูกถึงคนมากขึ้น สำหรับเสียงกลางและแหลมให้รายละเอียดเสียงที่ชัดเจน รายละเอียดเสียงเครื่องดนตรีเล็กๆน้อยๆ ก็ยังสามารถได้ยินอย่างถนัดหูแต่ไม่ถึงกับใสกิ๊งเหมือนหูฟังระดับไฮเอ็น โดยรวมแล้วทำได้ในระดับน่าพอใจ

สรุปแล้วสำหรับ mTune N อาจจะไม่คุ้นเคยสำหรับคนไทยที่ออกจะเขินกับหูฟังขนาดใหญ่แต่ก็แลกมาด้วยการใช้งานร่วมกับ iPod nano และเสียงที่ไม่อายใครในระดับราคาเดียวกัน

จุดสังเกต

  • มีช่องเสียบกับ iPod nano
  • สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องเล่นอื่นผ่านทางช่องแจ็ค 3.5 มม.ที่มีมาให้
  • เสียงต่ำทำได้ไม่ลึกมากนัก

ราคา : 2,000 บาท

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : Uficon



You May Also Like:

รีวิว : หูฟัง iFrogz – Impulse Wireless

ได้หูฟัง iFrogz - Impulse Wireless มาลองใช้งานพักใหญ่ พบว่าเป็นหูฟังไร้สายที่ราคาไม่แพงที่ให้เสียงได้โอเคเลยแหละ ..

[Hands-On] หูฟัง B&O Play E8

เพิ่งเปิดตัวไปเมื่ออาทิตย์ก่อนในงาน IFA 2017 สำหรับหูฟัง B&O Play E8 ตอนนี้เราได้มาให้ทุกคนชมกันแล้วครับ ..

รีวิว : หูฟัง JBL – T110 / T210 / T290

เป็นหูฟังใช้งานร่วมกับโทรศัพท์มือถือที่ราคาเริ่มต้นถูกที่สุดในนามของแบรนด์ JBL ก็ว่าได้กับหูฟัง JBL - T Series ที่ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 500 บาท แต่คุ้มค่าเกินราคา ..

Share

Tweet

Email