รีวิว : Nike+iPod

รีวิว : Nike+iPod

อุปกรณ์เสริมที่มีการประกาศตัวก่อนวางจำหน่ายจริงถึง 2 เดือน,อุปกรณ์เสริมที่่เป็นการร่วมมือกับบริษัทกีฬาอย่างเป็นทางการ,อุปกรณ์เสริมสำหรับคนรักการวิ่งและ ฯลฯ นั้นคือคำจำกัดความของ Nike+iPod ที่เป็นการร่วมมืือกันระหว่างแอปเปิ้ลและไนกี้ทำอุปกรณ์เสริมออกมาในแบบชนิดที่คาดไม่ถึงกันทั้งวงการ (มัวแต่เก็ง iPhone กันอยู่) แล้ววันนี้ Nike+iPod ก็ได้บินจากอเมริกามาถึงเมืองไทยแล้ว


ทำความรู้จักกับ Nike + iPod

สำหรับ Nike+iPod สามารถใช้งานร่วมกับ iPod nano ได้เพียงรุ่นเดียวเท่านั้นโดยอุปกรณ์ที่มาในกล่องแบ่งเป็น 2 อย่างด้วยกันนั้นคือตัวเซนเซอร์ส่งสัญญาณที่นำไปติดไว้กับรองเท้าเพื่อหน้าที่ส่งข้อมูลการวิ่งของเรามายัง iPod nano รูปร่างหน้าตาของตัวเซนเซอร์มีขนาดประมาณเหรียญสิบบาทบ้านเรา ตัวเครื่องเป็นสีขาวล้อมด้วยแถบคาดสีแดง ด้านหลังเครื่องมีปุ่ม Sleep สำหรับการปิดใช้งานชั่วคราว และสำหรับตัวรับสัญญาณที่ต้องนำมาต่อกับ iPod nano ก็มีขนาดเล็กพอสมควรรูปร่างหน้าตาไม่มีอะไรพิเศษมากนัก

การทำงานของ Nike + iPod

หลาย ๆ ท่านที่พอจะได้รับทราบข้อมูลกันมาบ้างแล้วคงสงสัยว่าเจ้าตัวนี้ส่งสัญญาณยังไงจะเป็นการส่งด้วย bluetooth หรือเปล่า จริง ๆ แล้ว Nike + iPod ส่งสํญญาณโดยอาศัยคลื่นวิทยุที่ความถึ่ 2.4 GHz การทำงานของ Nike + iPod ใช้วิธีจับสัญญาณการสั่นสะเทือนซึ่งเป็นวิธีที่พบเห็นได้ทั่วไป อายุการใช้งานของชุด Nike+ Kit นั้นทางไนกี้บอกว่าสามารถใช้งานได้ราว 1,000 ชั่วโมง ซึ่งเท่ากับว่าถ้าเราว่ิงวันละ 1 ชั่วโมงก็ใช้งานได้ถึง 3 ปีทีเดียว


แล้วในประเทศไทยจะหาซื้อรองเท้่า Nike+ ได้หรือไม่ ?

จากการสอบถามไปยัง ไนกี้ (ประเทศไทย) นั้นทางไนกี้ยังไม่มีนโยบายนำเข้ารองเท้า Nike + มาในช่วงปีนี้ (2549) ซึ่งเท่่าที่สอบถามอาจจะทำการเปิดตัวช่วงไตรมาสแรกของปี 2550 (อะไรจะนานขนาดนั้น) ส่วน ณ ปัจจุบันนี้รองเท้าไนกี้ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยก็มีรองรับอุปกรณ์ Nike + iPod แล้ว 1 รุ่นนั้นคือ Air Max 180+

มาถึงวันนี้ (มี.ค. 2550) ทางไนกี้ (ประเทศไทย) ก็ได้นำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วและจะเร่ิมจำหน่ายสินค้า Nike+ ทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2550 เป็นต้นไป สำหรับวิธีสังเกตรองเท้าไนกี้ที่สามารถใช้งานร่วมกับตัวเซนเซอร์ได้นั้นให้สังเกตเครืื่องหมายบวก(+) ตรงแผ่นรองพื้นรองเท้าด้านใน ซึ่งจะปรากฏให้เห็นคู่กับโลโก้ไนกี้และต่อท้ายด้วยเครื่องหมายบวก โดยในส่วนของรองเท้ามีด้วยกัน 6 รุ่นได้แก่ Air Zoom Vomero+2, Air Max 180+ II, Air Max Moto+ IV, Air Structure Triax+10, Air Turbulance+ และรุ่นไฮไลท์ Air Zoom Moire+ ซึ่งในอนาคตทางไนกี้เองก็จะปรับรองเท้าวิ่งให้สามารถใช้งานร่วมกับตัวเซนเซอร์ได้ทุกรุ่น

เริ่มต้นการใช้งาน

เมนูที่เพิ่มเข้ามาใหม่

การตั้งค่าต่าง ๆ

ค้นหาและคาลิเบรทตัวรับสัญญาณ

เริ่มแรกก็นำตัวเซนเซอร์มาสวมเข้ากับรองเท้าไนกี้ Air Zoom Moire+ และนำตัวรับสัญญาณต่อเข้ากับ iPod nano ก็จะมีเมนู Nike + iPod ปรากฏขึ้นที่หน้าจอทันที (iPod nano ต้องเป็นเวอร์ชั่น 1.2 ขึ้นไป ) ซึ่งก่อนที่เริ่มต้นการใช้งานต้องทำการคาลิเบรทเพื่อให้ Nike + iPod มีความเที่ยงตรงเหมาะกับจังหวะก้าวเดินและวิ่งของเราเสียก่อน หลังจากนั้นก็ตั้งค่าอีกเล็กน้อยอย่างน้ำหนักตัว,เพลงที่ช่วยกระตุ้นในการวิ่ง (PowerSong) ,ระยะทางจะให้บอกเป็นกิโลเมตรหรือไมล์,เสียงผู้ช่วยว่าจะให้เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

ปรับตั้งค่าการวิ่ง

หน้าจอขณะใช้งาน

ประวัติการว่ิง

หลังจากตั้งค่าต่าง ๆ ได้หมดแล้วก็เข้าสู่เมนูหลักซึ่งสามารถตั้งค่าการวิ่งตามสะดวกได้ทั้งนำระยะทางมาเป็นเกณฑ์ในการวิ่ง(Distance),การเผาผลาญแคลอรี่(Calories),การใช้เวลาเป็นตัวกำหนด(Time) หรือจะวิ่งไปเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องตั้งค่าเหล่านี้ก็ได้ ซึ่งเมื่อเริ่มต้นวิ่งจริง ๆ บนหน้าจอจะแสดงผลต่าง ๆ ทั้งระยะทางที่ว่ิง,ค่าเฉลี่ยการว่ิง/กิโลเมตรและเวลาที่ใช้ในการว่ิงซึ่งจะแสดงผลเป็นตัวเลขสีแดงขนาดใหญ่ ซึ่งตัวเลขสีแดงขนาดใหญ่จะเปลี่ยนเป็นค่าต่าง ๆ ตามแต่ที่เราตั้งเงื่อนไขในการว่ิงทั้งการเผาผลาญแคลอรี่และตามระยะทาง ซึ่งขณะว่ิงอยู่นั้นถ้าเราต้องการรู้ข้อมูลในการว่ิงปัจจุบันสามารถกดปุ่มตรงกลางแล้วจะมีเสีียงผู้ช่วยบอกข้อมูลทั้งหมดให้เราได้ยิน หรือถ้าวิ่งถึงช่วงพีคสุดๆก็สามารถกดปุ่มตรงกลางค้างไว้สักครู่เพื่อให้เปลี่ยนเป็นเพลงที่ช่วยกระตุ้นในการวิ่ง (PowerSong) ได้เลยทันที และเมื่อวิ่งได้ตามระยะทางที่ต้องการแล้วเราก็สามารถดูประวัติการว่ิงของเราได้ทั้งหมดจากเมนู History ซึ่งก็จะบอกข้อมูลทั้งหมดของการว่ิงแต่ละครั้งและตรงนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการนำข้อมูลของเราโชว์ต่อสายตาอีกหลายคู่ผ่านทางอินเตอร์เน็ทอีกด้วย

หลังจากว่ิงเสร็จแล้วก็นำ iPod nano ต่อเข้ากับโปรแกรม iTunes ในเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อทำการโอนข้อมูลการวิ่งของเรา ซึ่งสังเกตได้ว่าในเมนูการตั้งค่าของ iPod จะมีเมนู Nike + iPod เพ่ิมขึ้นมาและใช้จัดการข้อมูลในการว่ิงของเราและเพื่อให้ข้อมูลต่าง ๆ สมบรูณ์มากย่ิงขึ้นทางไนกี้ได้เตรียมเว็บไซท์ nikeplus.com เพื่อรองรับนักว่ิงทั้งหลายให้นำข้อมูลการว่ิงขึ้นไปบนเว็บไซท์ได้ทั้นทีอีกด้วย

สถิติการวิ่ง

ภายในเว็บไซท์จะเก็บข้อมูลการวิ่งของเราพร้อมกราฟแสดงการว่ิงแต่ละครั้ง นอกจากนั้นเรายังสามารถตั้งเงื่อนไขในการว่ิงแต่ละแบบได้เช่น วิ่ง 50 กิโลเมตรภายใน 4 อาทิตย์, เบิร์น 3000 แคลอรี่ใน 8 อาทิตย์, ภายใน 30 วันว่ิงในได้ระยะทางมากที่สุดเป็นต้น ส่ิงหนึ่งที่เป็นการกระตุ้นให้เรามีความอยากออกกำลังกายเรื่อย ๆ ก็คือในโหมด Challenge ที่กล่าวถึงไปข้างต้นนั้น สามารถช่วยให้เรามีกำลังใจในการว่ิงมากขึ้น นอกจากนั้นเรายังสามารถดูสถิติของคนอืื่นที่มีสถิติการว่ิงอยู่ในกลุ่มนำ 10 อันดับแรกของโลกเพื่อกระตุ้นตัวเราเองได้อีกทางหนึ่ง

ท้าทายคนทั่วโลก

ความสนุกที่นอกเหนือจากการตัั้งเป้าหมายของตนเองแล้วนั้น เรายังสามารถท้าแข่งกับชาวบ้านชาวช่่องที่ใช้งาน Nike+ เหมือนกันได้ทั่วโลก (Challenges) ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักกันหรือไม่นั้นไม่จำเป็นขอเพียงรวบรวมความกล้าแล้วส่งสารท้าแข่งไปให้เท่านี้ก็เป็นความตื่นเต้นที่คุณจะต้องเผชิญแล้ว ที่ถ้าคุณอยากร่วมแข่งขันในรูปแบบต่าง ๆ สามารถเข้าไปดูได้ในส่วนของ Nike+ Forum ซึ่งจะเป็นเว็บบอร์รวมตัวของชาว Nike+ ทั่วโลก หรืออยากแข่งกับเพื่อนชาวไทยด้วยกันเองก็ลองเข้าไปชักชวนกันในเว็บบอร์ดของสยามพอดนี่ล่ะ รับรองมีเพื่อนว่ิงแข็งด้วยแน่นอน

บทสรุปของ Nike+iPod ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับการออกำลังกาย เรียกว่าคุณไม่ได้แข่งกับตัวเองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีเพื่อน ๆ จากทั่วโลกมาแชร์สถิติเพื่อรอให้คุณทำลายมันลงไปอีกด้วย ในอนาคตอาจเป็นไปได้ว่าทาง Nike และ iPod อาจจะทอุปกรณ์เสริมสำหรับกีฬาชนิดอื่น ๆ ตามมาก็เป็นได้

(บทความนี้เขียนครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2549 และข้อมูลมีการแก้ไขล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2550)

ราคา :

Nike+iPod Sport Kit ราคา 1,450 บาท

รองเท้า Nike Air Zoom Moire+ ราคา 4,200 บาท

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : ไนกี้ (ประเทศไทย) และ Uficon



You May Also Like:

Nike ส่อแววเลิกทำ Nike+ FuelBand และฮาร์ดแวร์ในกลุ่ม Nike+

เป็นข่าวไม่ค่อยสู้ดีนักเมื่อมีข้อมูลออกมาว่า Nike จะเลิกทำฮาร์ดแวร์ของแผนก Digital Sport Hardware ซึ่งจะส่งผลกระทบกับ Nike+ FuelBand และ Nike+ SportWatch GPS โดยตรง ..

แอพ Nike+ Running อัพเดทเพิ่มฟีเจอร์ Challenges

แอพ Nike+Running อยู่ดี ๆ ไนกี้ก็เลิกทำฟีเจอร์ Challenges ไปซะดื้อ ๆ หายไปนานจนนึกว่าไนกี้จะไม่ทำฟีเจอร์นี้ออกมาซะแล้ว แต่อัพเดทล่าสุดไนกี้ได้นำฟีเจอร์ Challenges กลับมาใส่ในแอพฯแล้วเรียบร้อย ..

แอปเปิ้ลอาจออกนาฬิกาที่ใช้ iOS ปลายปีนี้

ทางสำนักข่าว Bloomberg และเว็บ The Verge ได้รายงานไปในทิศทางเดียวกันเกี่ยวนาฬิกาของแอปเปิ้ลว่าน่าจะออกช่วงปลายปีนี้ ..

Share

Tweet

Email