Preview : Firmware 3.0 (ตอนที่ 2)

Preview : Firmware 3.0 (ตอนที่ 2)

สำหรับในตอนนี้เราจะมาแจกแจงในส่วนของอินเตอร์เน็ตและส่วนที่เกี่ยวข้องรวมถึงคีย์บอร์ดภาษาไทยในเฟิร์มแวร์ 3.0 หลายคนที่ติดตามข่าวคงได้เห็นกันบ้างแล้วว่าหน้าตาคีย์บอร์ดภาษาไทยเป็นยังไง ซึ่งเราจะมาติดตามกันไปว่าหน้าตาแปลก ๆ แบบนี้ เมื่อได้ลองใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร และฟีเจอร์ไฮไลต์ในเฟิร์มแวร์ 3.0 อีกอย่างก็คือ Copy, Paste และ Cut ที่แอปเปิ้ลคิดวิธีใช้งานออกมาได้ดีจริง ๆ


 

 

 

เร่ิมกันที่ Safari ที่หน้าตายังคงในรูปแบบเดิม ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาใน Safari ของเฟิร์มแวร์ 3.0 ที่ทำให้สะดวกในการใช้งานมากขึ้นคงเป็นการที่เรากดรูปค้างไว้ซึ่งปกติในเฟิร์มแวร์ 2.0 จะมีเมนูโผล่มาให้กดแค่ Save Image กับ Open Link แต่พอมาเป็นเฟิร์มแวร์ 3.0 จะมีทั้งหมด 4 เมนูด้วยกันคือ

  • Open – การเปิดหน้าเว็บจากลิงค์นั้นในหน้าเดียวกัน
  • Open in New Page – การเปิดหน้าเว็บด้วยการเปิดหน้าเว็บใหม่
  • Save Image – เซฟรูป
  • Copy – ก็อปปี้ลิงค์ URL ของรูปหรือข้อความนั้น ๆ

โดยฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาก็ถือว่าช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการท่องเว็บให้ดีมากขึ้นกว่าเดิมอีกพอควร เพราะเราสามารถที่จะก็อปปี้ลิงค์ต่าง ๆ ได้สะดวกมากย่ิงขึ้น สำหรับความเร็วของ Safari บนเฟิร์มแวร์ 3.0 เท่าที่ลองทดสอบคล้าย ๆ ว่าแสดงผลหน้าเว็บได้เร็วกว่า Safari บนเฟิร์มแวร์ 2.0 นิดหน่อย ส่วนเร็วกว่ากันแบบเห็นชัดหรือทิ้งกันมากน้อยแค่ไหนเรื่องนี้เห็นไม่ชัดเท่าไหร่

 

 

 

ถัดมาเป็นเรื่องของอีเมลที่มีการเปลี่ยนแปลงและดีขึ้นกว่าเดิม หลัก ๆ ทีเห็นได้ชัดก็คือการเพิ่งช่องค้นหาอีเมลเข้ามา ซึ่งเป็นส่ิงที่แอปเปิ้ลควรจะใส่มาให้ตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งจะมีให้เห็นในเฟิร์มแวร์ 3.0 โดยระดับการค้นหาคำต่าง ๆ อีเมลสามารถค้นได้ในระดับชื่อผู้รับและผู้ส่งอีเมล, ชื่อเรื่องอีเมล (Subject) ส่วนการค้นหาในระดับเนื้อความของจดหมายเท่าที่ได้ทดสอบยังไม่สามารถค้นหาได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คาดว่าการค้นหาในระดับเนื้อความแอปเปิ้ลน่าจะทำการปรับปรุงให้ค้นหาได้เมื่อเฟิร์มแวร์ 3.0 ออกมาอย่างเป็นทางการ

 

 

 

ฟีเจอร์ใหม่อีกหนึ่งอย่างสำหรับโปรแกรม Mail ที่ดูเป็นเหมือนส่ิงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แอปเปิ้ลใส่เข้ามาด้วยก็คือการเขย่าเครื่องเพื่อ Undo Typing หรือ Redo Typing ขณะที่พิมพ์ข้อความเป็นถือว่าเป็นส่ิงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แอปเปิ้ลใส่เข้ามาให้เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น สำหรับในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Mail อย่างเรื่อง Push ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แน่นอนว่าการใช้งานร่วมกับบริการ Mobile Me ของแอปเปิ้ลจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดประเภทส่งปุ๊บมาปั๊บ ส่วนการใช้งานร่วมกับอีเมลอื่น ๆ อย่าง Gmail หรือผู้ให้บริการรายอื่น ๆ การ Push จะทำได้เร็วที่สุดคือทุก ๆ 15 นาที

 

สองอย่างที่ผ่านไปทั้ง Safari และส่วนของ Mail อาจจะเห็นไม่ชัดว่าส่ิงที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้การใช้งานได้สะดวกขึ้น เพราะเป็นสำหรับบางคนอาจเป็นแค่เพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เพิ่มเข้ามา แต่สำหรับบางคนเรื่องพวกนี้ถือว่าเป็นส่ิงอำนวยความสะดวกในการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิมพอดูเหมือนกัน

 

 

 

อย่างที่สามที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตก็คือ YouTube โดยในเฟิร์มแวร์ 3.0 นี้เราสามารถที่จะ Sign In จาก iPhone ได้ทันที ซึ่งการ Sign In เข้าในระบบทำให้เราสามารถที่จะเขียนคอมเม้นท์ต่าง ๆ ได้จาก iPhone ทันที นอกเหนือจากนั้นเรายังสามารถเข้ามาดูคลิปวิดีโอของเรา (My Videos) หรือจะมาดูรายการที่เราตามสมัครสมาชิกไว้ (Subscriptions) ได้ด้วยเช่นกัน สำหรับข้อสังเกตในหน้าจอ More ของ YouTube จะเห็นว่ามีการเว้นบรรทัดเหลือเอาไว้อีก 2 บรรทัด เชื่อว่าตรงนี้แอปเปิ้ลคงเก็บไว้สำหรับใส่เมนูเพิ่มเติมอะไรสักอย่าง ดีไม่ดีอาจจะเป็นเมนู Upload Video File และ Record from Camera ก็เป็นได้ใครจะรู้

 

เมื่อพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการใช้งานอินเตอร์เน็ตแล้วจะไม่พูดถึงระบบ 3G ก็กระไรอยู่ แน่นอนว่าความคล่องตัวของระบบ 3G มากกว่า EDGE อยู่แล้ว โดยความคล่องตัวที่ว่านั่นก็คือเราสามารถใช้อินเตอร์เน็ตบนระบบ 3G พร้อม ๆ กับคุยโทรศัพท์ไปด้วยกันได้ ส่วนความเร็วเท่าที่ได้รับถือว่าอยู่ในขั้นดีมากทีเดียวโดยช่วงความเร็วอินเตอร์เน็ตของระบบ 3G truemove จะอยู่ในช่วงความเร็ว 1-2 Mb เรียกว่าเร็วปรู๊ดปร๊าดเพียงพอที่จะใช้งานอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ สำหรับพื้นที่ครอบคลุมของระบบ 3G ในกรุงเทพฯ ในปัจจุบันนี้จะอยู่ในแถว ๆ แหล่งธุรกิจเช่นสีลม, สุขุมวิท (เส้นรถไฟฟ้า BTS ), พระราม 1(สยาม, สยาม พารากอน), ราชดำริ (เซ็นทรัลเวิร์ล), พระรามเก้า (ช่วงห้างไอที มอลล์), ถ.วิภาวดี (ช่วงแยกเกษตร) สำหรับย่านอื่นไม่มีเวลาเดินทางไปทดสอบจริง ๆ ว่าตอนนี้ truemove ได้ขยายพื้นที่ครอบคลุมไปถึงไหนบ้างแล้ว

 

สำหรับเฟิร์มแวร์ 3.0 ที่พึ่งพาโลกอินเตอร์มากขึ้นกว่าเดิมแนะนำว่าให้ใช้เครื่องกับผู้ให้บริการโดยตรงจะดีกว่าเพราะนอกจากเรื่องเครื่องโทรศัพท์แล้ว เรายังสามารถเปิดใช้งานโปรโมชั่นระบบ 3G, EDGE, Wi-Fi แบบเล่นได้ไม่จำกัดในราคาที่ไม่แพงอีกด้วย แถมได้ค่าโทรและ SMS มาไว้ใช้งานในราคาที่ไม่แพงอะไรมากนักอีกด้วย

 

 

 

ซ้าย : ฟอนต์ Lucida Grande ใน 2.0 / ขวา ฟอนต์ Thonburi ใน 3.0

 

สำหรับการแสดงผลตัวอักษรภาษาไทยมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่ในเฟิร์มแวร์ 2.0 ที่เคยใช้ฟอนต์ Lucida Grande เปลี่ยนมาเป็นฟอนต์ Thonburi ยอมรับว่ามีการแสดงผลได้ดีและสวยงามขึ้น เท่าที่เห็นการแสดงผลภาษาไทยในเฟิร์มแวร์ 3.0 จะมีปัญหาว่าขนาดของตัวหนังเทียบไซส์ต่อไซส์แล้วฟอนต์ Thonburi จะมีขนาดเล็กกว่าฟอนต์ Lucida Grande ทำให้มีปัญหาบ้างเวลาที่ต้องอ่านข้อความจาก SMS หรือบางโปรแกรมเช่นโปรแกรมประเภท Social Network อย่าง TwitterFon, Tweetie ที่ตัวอักษรจะเล็กลงไปบ้างในขณะที่เราตั้งค่าให้แสดงผลที่ขนาดเท่ากัน

 

 

 

ซ้าย : แป้นคีย์บอร์ดปกติ / ขวา : แป้นคีย์บอร์ดเมื่อกดปุ่ม Shift

 

 

แป้นคีย์บอร์ดเมื่อกดเรียกวรรณยุกต์ขึ้นมา

 

มาถึงคิวของคีย์บอร์ดภาษาไทยที่แอปเปิ้ลใส่มาให้เลยในเฟิร์มแวร์ 3.0 ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีย่ิงสำหรับผู้ใช้ iPhone ชาวไทยอย่างเรา ๆ โดยเมื่อแรกเห็นต้องบอกว่ามึนมากเพราะรูปแบบการวางปุ่มไม่คุ้นเคยเลยสักนิดคือเพี้ยนไปจากรูปแบบปุ่มคีย์บอร์ดปกติเยอะมากพอดู เพราะด้วยรูปแบบของคีย์บอร์ดของ iPhone จะมีแค่ 3 แถวเท่านั้นและไม่มีการให้ซ้อนตัวอักษรในปุ่มเดียวกัน แต่คีย์บอร์ดภาษาไทยแบบปกติมี 4 แถวและมีการซ้อนตัวอักษรในปุ่มเดียวกัน ทำให้การใช้งานมีปัญหาในเรื่องการกดมากพอดูในช่วงแรก เพราะตัวหนังสืออยู่กระจัดกระจายอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง โดยพยายามจะจับทางว่าการวางปุ่มแบบนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร สุดท้ายก็ไม่พบคำตอบว่าทำไมถึงวางปุ่มแบบนี้

 

การใช้งานคีย์บอร์ดภาษาไทยแน่นอนว่าต้องมาเรียนรู้กันใหม่พักใหญ่ ซึ่งจะว่าไปก็เหมือนกับสมัยก่อนที่เราต้องจำรูปแบบปุ่มภาษาไทยบนโทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกดธรรมดาที่ต้องมีการเรียนรู้และจำว่าปุ่มหมายเลขไหนมีตัวอักษรอะไรอยู่บ้าง ซึ่งในเฟิร์มแวร์ 3.0 ก็ประมาณเดียวกันคือถ้าเราใช้ไปสักพักและจำตำแหน่งตัวอักษรต่าง ๆ ได้ว่าอยู่ตำแหน่งไหนแน่นอนว่าเราจะพิมพ์ได้เร็วขึ้น เรื่องนี้คงต้องใช้เวลาเรียนรู้กันพักใหญ่ถึงจะจำตำแหน่งได้อย่างขึ้นใจ

 

ตำแหน่งของตัวอักษรต่าง ๆ เท่าที่จับทางได้ประมาณว่าตัวอักษรไหนที่คาดว่าจะใช้บ่อย ๆ จะอยู่ในหน้าแรก ซึ่งพอกดลูกศรด้านซ้ายของคีย์บอร์ดจะพบกับตัวอักษรที่เหลือ ดูผ่าน ๆ เรื่องตำแหน่งอาจจะคิดว่าหน้าแรกคือแถวคีย์บอร์ดแถวล่างและพอกดลูกศรจะเป็นอักษรแถวบนในรูปแบบของคีย์บอร์ดปกติ แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่เพราะตัวอักษรบางตัวที่ปกติอยู่ในแถวล่างเช่น “ฝ” เราก็ต้องกดลูกศรก่อนถึงจะเห็น หรืออย่างไม้ยมกก็จะเห็นเวลาที่เรากดปุ่มลูกศรก่อนทั้งที่ในคีย์บอร์ดปกติจะอยู่ในแถวล่าง

 

ถ้าไม่นับเรื่องการจัดวางตำแหน่งตัวอักษรก็ถือว่าปุ่มต่าง ๆ อยู่ในรูปแบบมาตรฐานของคีย์บอร์ดบน iPhone ที่ตัวอักษรบนแต่ละแป้นมีขนาดใหญ่มองเห็นง่ายและกดง่าย รวม ๆ แล้วสำหรับคีย์บอร์ดไทยที่มีมาให้เรียกว่าเป็นส่วนเติมเต็มในการใช้งานเกี่ยวกับภาษาไทย อย่างน้อย ๆ หลายคนคงไม่ต้องแฮกค์เครื่องเพื่อลงคีย์บอร์ดไทยแล้ว ซึ่งก็จะทำให้การใช้งานเครื่องได้เสถียรขึ้น (ไม่เชื่อลองใช้งานเครื่องแบบไม่ต้องแหกคุกดูแล้วจะรู้ว่าเครื่องแบบเดิม ๆ น่ิงแค่ไหน)

 

 

 

เมื่อเปลี่ยนเมนูภายในเครื่องเป็นภาษาไทย

 

 

อีกหนึ่งอย่างที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทยนอกจากเรื่องคีย์บอร์ดก็คือเมนูต่าง ๆ ทั้งหมดเป็นภาษาไทย เรื่องนี้คงต้องชมแอปเปิ้ลกันสักนิดที่ทำเมนูภาษาไทยออกมาได้แบบไม่งงเท่าไหร่

 

มาถึงคิวของ “ตัด คัดลอก วาง” หรือจะเรียกให้ง่ายก็ Cut, Copy, Paste ที่แอปเปิ้ลทำมาให้เสียทีหลังจากที่ไอโฟนออกมาแล้ว 2 ปี โดย Cut, Copy, Paste ที่แอปเปิ้ลทำมาในเฟิร์มแวร์ 3.0 ถ้าเป็นภาษาวัยรุ่นก็ต้องบอกว่าเทพมากในเรื่องวิธีคิดวิธีใช้งานที่ง่ายมากจริง ๆ โดยที่พฤติกรรมการใช้งานแทบไม่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่สักเท่าไหร่ ซึ่งแอปเปิ้ลมีวิธีคิดและทำออกมาได้แจ๋วจริง ๆ แบบว่าที่เคยใช้ ๆ กันอย่าง Clippy จาก Cydia ที่ว่าง่ายแล้ว เจอวิธีคิดแบบหัวก้าวหน้าของแอปเปิ้ลก็ย่ิงใช้ง่ายขึ้นไปอีก

 

 

สำหรับการคัดลอกข้อความหรือ Copy (ต่อไปจะเรียกว่าก็อปปี้) สามารถก็อปปี้ได้ทั้งจากข้อความที่เราพิมพ์เองและข้อความต่าง ๆ ในหน้าเว็บไซท์หรือจากอีเมล วิธีสังเกตง่าย ๆ ว่าข้อความไหนสามารถก็อปปี้ได้ก็คือเมื่อวางน้ิวลงไปสักครู่ถ้ามีแว่นขยายขึ้นมาให้เห็นเราก็จะสามารถก็อปปี้ข้อความตรงนั้นได้ด้วย โดยการก็อปปี้ข้อความต่าง ๆ ก็ง่ายจริง ๆ เพียงแค่นำนิ้วเราไปแตะค้างไว้ตรงข้อความที่ต้องการรอจนแว่นขยายโผล่ขึ้นแล้วก็ปล่อยน้ิวเราจะเข้าเห็นเมนูเกี่ยวกับการก็อปปี้คือ Select และ Select All

 

 

ซึ่งถ้าเรากดเลือกที่ Select เราจะเห็นแถบไฮไลท์สีฟ้าที่มีกั้นหน้ากั้นหลังที่เป็นของเขตของช่วงคำหรือประโยคที่ต้องการก็อปปี้ข้อความ โดยการเลือกช่วงคำหรือประโยคเราสามารถนำน้ิวข้อเราไปแตะที่กั้นหน้าเพื่อเลื่อนขอบเขตของของข้อความขึ้นมาข้างหน้าหรือแตะที่กั้นหลังเพื่อเลื่อนขอบเขตข้อความไปด้านหลัง จากนั้นเมื่อเลือกช่วงข้อความที่ต้องการก็อปปี้ได้แล้วพอปล่อยน้ิวก็จะมีเมนู Copy โผล่ขึ้นมา จากนั้นก็ทำการกดที่ปุ่ม Copy ได้ทันทีจากนั้นเราจะนำข้อความที่ก็อปปี้มาไปวางไว้ที่ไหนก็ได้ จะวางข้อความที่ก็อปปี้มาข้ามโปรแกรมกันก็ได้ โดยเมื่อต้องการวางข้อความ (Paste) ให้นำน้ิวไปวางที่พื้นที่ ๆ ต้องการวางข้อความจนมีแว่นขยายปรากฏขึ้นมาแล้วปล่อยน้ิวเราจะเห็นเมนู Paste โผล่ขึ้นมาแล้วเราก็จ้ิมไปที่เมนูนั้นแค่นี้ข้อความที่เราก็อปปี้มาเมื่อสักครู่ก็จะถูกวางในที่ ๆ เราต้องการแล้วง่ายจริง ๆ สำหรับการเลือกใช้ Select All จะเป็นการก็อปปี้ข้อความทั้งหมดในหน้านั้น ส่วนเรื่องการนำมาวางก็เหมือนกับที่อธิบายไปด้านบนแล้ว

 

สำหรับการตัด (Cut) ช่วงของตัวอักษรหรือข้อความวิธีการคล้าย ๆ กับการเลือกก็อปปี้ช่วงข้อความที่ต้องการ (Select) ซึ่งเมื่อเลือกช่วงข้อความที่ต้องการได้และปล่อยน้ิวเราจะเห็นเมนูเรียงตัวกันเป็น Cut, Copy และ Paste โผล่ขึ้นมา โดยการใช้งาน Cut จะสามารถทำได้ต่อเมื่อเป็นตัวอักษรหรือข้อความที่เราพิมพ์ขึ้นเองเท่านั้น

 

บอกได้คำเดียวสำหรับ Cut, Copy, Paste ว่า “เยี่ยม” เท่าที่ได้ลองใช้งานในส่วนนี้ยังไม่เจอว่ามีอาการงอแงประเภทแฮงค์แล้วโปรแกรมปิดตัวเองไปดื้อ ๆ แต่อย่างใด เรียกว่าเฟิร์มแวร์ 3.0 แอปเปิ้ลทำการบ้านมาดีจริง ๆ

 

เหลืออีกหนึ่งตอนซึ่งเราจะมาพูดถึงฟีเจอร์ที่เหลือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น Internet Tethering, Voice Memos, Spotlight คอยติดตามอ่านกันนะครับ

 



You May Also Like:

ปีหน้า iPhone อาจมีกล้องหลังแบบ 3 เลนส์

มีข่าวลือกันแบบข้ามปีมากันตั้งแต่ตอนนี้เลยทีเดียว เมื่อเว็บในไต้หวันลงข่าวว่าไม่แน่ปีหน้าแอปเปิ้ลอาจจะออก iPhone ที่มีกล้องหลังแบบ 3 เลนส์ด้วยก็ได้ ..

ในอนาคต iPhone อาจมีความให้สั่งงานด้วยท่าทางแบบไม่ต้องโดนตัวเครื่อง

เป็นข้อมูลที่น่าสนใจทีเดียวเมื่อทาง Bloomberg ได้ออกมาให้ข้อมูลว่าแอปเปิ้ลกำลังทดสอบ iPhone ที่เราสามารถทำมือเป็นท่าทางต่าง ๆ ในอากาศแล้วสั่งงานตัวเครื่องได้ คาดว่าจะออกมาให้เห็นภายใน 3 ปี ..

แอปเปิ้ลออกมายอมรับแอบลดประสิทธิภาพการทำงาน iPhone เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมถึงจุดหนึ่ง

สัปดาห์ก่อนมีข้อมูลยืนยันได้ว่า iPhone ที่แบตเตอรี่เริ่มเสื่อมจะมีผลคะแนนเมื่อวัดด้วยแอพต่าง ๆ ออกมาไม่เท่ากับเครื่องอื่นที่แบตเตอรี่ยังดีอยู่ ซึ่งก็มีการตรวจสอบกันว่าข้อมูลนี้เป็นจริง และสุดท้ายแอปเปิ้ลออกมายอมรับว่ามีการทำจริงเพื่อไม่ให้เครื่องดับขณะใช้งานกรณีที่แบตเตอรี่เสื่อมถึงจุดหนึ่ง ..

Share

Tweet

Email