Preview : Firmware 3.0 (ตอนที่ 3)

Preview : Firmware 3.0 (ตอนที่ 3)

เดินทางมาสู่ตอนสุดท้ายของไตรภาคสำหรับการพรีวิวเฟิร์มแวร์ 3.0 ที่มีรายละเอียดของแต่ละส่วนค่อนข้างเยอะมากจริง ๆ โดยในคราวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับส่ิงต่าง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่จากสองบทความแรก โดยเรื่องที่กำลังจะว่ากันต่อไปนี้ก็ยังถือว่าน่าสนใจไม่แพ้ฟีเจอร์เดิ้น ๆ ในสองบทความแรก และไม่ใช่ว่าเป็นของเหลือจากก่อนหน้าแต่อย่างใด

 

 

 

 

 

 

 

ซ้าย : เฟิร์มแวร์ 2.0 / ขวา : เฟิร์มแวร์ 3.0

 

มาดูที่ Camera และ Photo กันก่อน สำหรับ Camera เห็นกันตั้งแต่ตอนที่กดที่เมนู Camera จนถึงอยู่ในโหมดเตรียมพร้อมเพื่อถ่ายรูปมีอาการหน่วงน้อยลง อีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิมนิดหน่อยก็คือไอคอนที่สื่อถึงรูปภาพด้านล่างซ้ายมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเล็กน้อยจากไอคอนกราฟฟิกกลายเป็นใช้รูปภาพที่ถ่ายไปล่าสุดมาเป็นไอคอนแทน นอกนั้นในส่วนของ Camera ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง


 


 

ถัดมาแน่นอนว่าคือ Photo ที่แอปเปิ้ลได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิมพอดูเร่ิมกันตั้งแต่การลบรูปภาพที่ในเฟิร์มแวร์ 2.0 จะลบได้แค่ทีละรูปเท่านั้น พอมาในเฟิร์มแวร์ 3.0 สามารถเลือกลบทีละหลายรูปพร้อมกันได้แล้ว ส่วนที่ยังต้องลุ้นว่าจะมีในเวอร์ชั่นจริงของ 3.0 หรือไม่ก็คือการเปิดให้ส่งรูปผ่านทาง Bluetooth ที่ในเวอร์ชั่นเบต้าตอนนี้ยังไม่มีเมนูที่เกี่ยวข้องโผล่มาให้เห็นแต่อย่างใด

 

 

 

ต่อมาเป็นเรื่องการส่งรูปไปกับอีเมลหรือ MMS ที่สามารถแนบรูปภาพไปทีละหลายรูปในหนึ่งครั้งได้แล้วเช่นกัน โดยการแนบรูปภาพไปกับอีเมลจะสามารถแนบไปได้สูงสุด 5 รูป ส่วน MMS จะสามารถแนบได้สูงสุด 9 รูปด้วยกัน ในส่วนนี้ก็เรียกว่าแฮปปี้กันถ้วนหน้าเพราะอย่างน้อย ๆ ก็ประหยัดเวลาในการส่งรูปหลาย ๆ รูปไปได้เยอะทีเดียว ไม่อย่างนั้นต้องส่งไปทีละรูปแค่ส่ง 5 รูปก็เบื่อแย่แล้วเพราะต้องส่งอีเมลถึง 5 ครั้งด้วยกัน พอมาเป็นเฟิร์มแวร์ 3.0 ส่งแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

 

 

 

 

ตั้งค่าผลลัพธ์การค้นหาว่าให้ค้นหรือไม่ค้นอะไรบ้าง

 

 

Spotlight หรือจะเรียกว่าฟีเจอร์ค้นหาทุกส่ิงทุกอย่างในเครื่องของเราก็ได้ โดยการเปิดใช้ Spotlight ก็เพียงแค่เลื่อนหน้าจอไปทางซ้ายสุด ซึ่งปกติพออยู่หน้าจอโฮมพอเราจะเลื่อนทางซ้ายก็จะไปไหนต่อไม่ได้ แต่ในเฟิร์มแวร์ 3.0 พอเลื่อนหน้าจอไปทางซ้ายสุดจะเข้าสู่โหมด Spotlight เพื่อทำการค้นหาส่ิงต่าง ๆ ที่ต้องการได้ทันที โดยระดับการค้นหาส่ิงที่ต้องการสามารถตั้งค่าได้จาก Settings > General > Home > Search Result


 

 

 

สำหรับผลลัพธ์ในการค้นหาถือว่าทำได้ดีมากทีเดียวสามารถค้นหาได้ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ โดยระดับความลึกในการค้นหาสามารถค้นหาได้ผลลัพท์ดังนี้

 

  • Contact : ค้นหาชื่อ-นามสกุลของบุคคล, ชื่อบริษัทได้ / ไม่สามารถใส่ตัวเลขเพื่อหาหมายเลขโทรศัพท์ได้, ไม่สามารถค้นหาที่อยู่ได้ (ถ้ามี)
  • Mail : ค้นหาชื่อผู้ส่ง-ผู้รับ, หัวเรื่อง (Subject) ได้ / ไม่สามารถค้นหาเนื้อความในจดหมายได้
  • Note : ค้นหาเนื้อความได้ทั้งหมด
  • Application : ค้นหาชื่อโปรแกรมได้
  • Calendar : ค้นหาชื่อ Title และ Location / ไม่สามารถค้นหาในส่วนของโน๊ตย่อด้านในได้
  • Music : ค้นหาชื่อเพลง, ชื่ออัลบั้มและศิลปินได้ / ไม่สามารถค้นหาเนื้อเพลงได้
  • Video : ค้นหาชื่อเพลง, ชื่ออัลบั้มและศิลปินได้

 

สำหรับเรื่องการค้นหาจริง ๆ ก็ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ซึ่งถ้าจะให้สมบูรณ์ที่สุดแอปเปิ้ลน่าจะทำให้ค้นหาเนื้อความในจดหมายได้ด้วย ทั้ง ๆ ที่การค้นหาสามารถหาเนื้อความทั้งหมดของ Note ได้ แต่ดันหาเนื้อความในอีเมลไม่ได้ ซึ่งมีหลาย ๆ ครั้งที่ตัวผมเองจำเนื้อความในจดหมายได้แต่จำชื่อหัวเรื่องไม่ได้ ถ้ามีการเพิ่มในส่วนนี้เข้าไปคงดีไม่น้อย

 

 

 

 

เมนูใหม่ซิง ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในเฟิร์มแวร์ 3.0 ก็คือ Voice Memo ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการบันทึกเสียง เท่าที่ได้ทดลองใช้งานแน่นอนว่าสะดวกดีทีเดียว คราวนี้เวลาไปสัมภาษณ์ใครก็ถือ iPhone ไปจ่อปากได้ทันที (ฮา) สำหรับระยะการรับเสียงเท่าที่ได้ทดลองทำได้ค่อนข้างใกล้มากคือไม่เกินระยะ 90 เซนติเมตรสำหรับระดับเสียงพูดปกติ ขั้นตอนการบันทึกเสียงก็ไม่วุ่นวายอะไรเพราะเมื่อเปิดเข้าไปเราก็แทบจะเข้าใจกับปุ่มต่าง ๆ ได้เกือบทันที โดยปุ่มล่างด้านซ้ายมือสีแดง ๆ แน่นอนว่าเป็นปุ่มบันทึกเสียง ส่วนปุ่มด้านขวาในสถานะปกติจะเป็นปุ่มเพื่อเข้าไปดูลิสต์คลิปเสียงที่บันทึกไว้แล้วทั้งหมดและเมื่อกดปุ่มบันทึกเสียงปุ่มสีแดงสัญลักษณ์ปุ่มก็จะกลายเป็นปุ่ม Pause ด้านขวาจะกลายเป็นปุ่ม Stop ไปในทันที เมื่อต้องหยุดก็เพียงแค่กดปุ่ม Stop และกดซ้ำอีกทีเพื่อเข้าไปฟังเสียงที่บันทึกดังกล่าว


 

สำหรับจุดสังเกตที่มีทั้งด้านบวกและลบสำหรับ Voice Memos ก็คือ

 

ไม่สามารถใช้บันทึกเสียงระหว่างคุยโทรศัพท์ได้

 

  • ขณะบันทึกเสียงแล้วหน้าจอดับลงการบันทึกเสียงก็ยังคงทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะเปิดหน้าจอและกดปุ่ม Stop ซึ่งข้อนี้ก็เป็นเรื่องดีอย่างน้อยก็่ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ไปได้บ้าง
  • ขณะบันทึกเสียงถ้ามีโทรศัพท์เข้ามาตัวโปรแกรมจะทำการหยุดบันทึกอัตโนมัติและจะทำการเซฟไฟล์เสียงนั้นไว้ทันที
  • ไม่สามารถใช้บันทึกเสียงขณะสนทนาโทรศัพท์ได้

 

 

 

 

มีจุดดีอีกจุดสำหรับ Voice Memos ที่แอปเปิ้ลใส่เข้ามาให้ก็คือมีส่วนของการตัดต่อเสียงอย่างง่ายมาให้ด้วย ซึ่งการตัดต่อเสียงจะเป็นแค่การลากน้ิวเพื่อเลือกช่วงเสียงที่ต้องการเท่านั้น ไม่สามารถที่จะทำการตัดต่อเสียงเป็นสองช่วงแล้วนำมาต่อกันได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะทำการตัดต่อเสียงควรคิดให้รอบคอบก่อนลงมือลากนิ้ว และที่สำคัญเมื่อตัดต่อเสียงไปเสร็จเรียบร้อยจะไม่สามารถย้อนกลับ (Undo) ได้ ทดลองทั้งเขย่าเครื่องก็แล้ว ลากน้ิวก็แล้วก็ไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปก่อนที่จะทำการตัดต่อได้

 

อีกจุดที่ควรจะต้องระวังไว้สักนิดสำหรับ Voice Memo คือการบันทึกเสียงระยะเวลานาน ๆ เท่าที่ทดลองในเฟิร์มแวร์เบต้าจะมีปัญหาตอนที่เรนเดอร์ไฟล์เสียงที่ไม่สามารถเรนเดอร์ได้สมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้ไฟล์เสียงนั้นเสียไปในทันที

 

 

 

ส่วนการนำไฟล์เสียงออกมาทำได้ 2 ทางคือส่งออกมาเป็นอีเมลหรือ MMS ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังไม่แน่นอนว่าแอปเปิ้ลจะมีการปรับเปลี่ยนให้สามารถนำไฟล์เสียงออกมาทางอื่นอย่างสาย USB ได้หรือไม่ สำหรับไฟล์เสียงที่ได้จะเป็นรูปแบบไฟล์ .m4a แบบโมโน ซึ่งในเฟิร์มแวร์ที่ทดสอบเราพยายามจะส่งไฟล์เสียงความประมาณ 5 นาทีออกมาทางอีเมลแต่ไม่สำเร็จ

 

 

 

 

เปรียบเทียบเมนูภาษาอังกฤษและไทยในส่วนของการแชร์อินเตอร์เน็ต (Internet Tethering)


 

จัดการจับคู่ (Pair) iPhone กับเครื่องคอมพิวเตอร์


 

 

เลือกการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ง่าย ๆ

 

 

สำหรับการใช้ iPhone เป็นโมเด็มเพื่อเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สามารถเข้าอินเตอร์เน็ตได้ (Internet Tethering) การตั้งค่าที่เกี่ยวข้องบนเครื่องคอมพิวเตอร์ค่อนข้างง่ายเมื่อเทียบกับโทรศัพท์มือถือยี่ห้ออื่น โดยในทีนี้ได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ Macintosh ซึ่งเมื่อเราตั้งค่าให้เครื่องคอมพิวเตอร์รู้จักกับ iPhone จากนั้นไปในส่วนของ Internet Tethering แล้วเปิดให้ใช้งานในส่วนนี้ จากนั้นแค่มาเลือกที่ไอคอน Bluetooth เมนูบาร์ด้านบนแล้วเลือกไปที่ชื่อ iPhone ที่เราตั้งไว้จากนั้นก็แค่เลือก Connect to Network แค่นี้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราก็เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทได้ทันที


 

 

โดยขณะใช้งาน Internet Tethering ที่หน้าจอของ iPhone จะเห็นเป็นเมนูบาร์ด้านสีฟ้าเรืองแสงอยู่เหนือไอคอนต่าง ๆ และแม้หน้าจอดับไปแต่การเชื่อมต่อก็ยังอยู่เหมือนเดิม

 

สำหรับความเร็วของอินเตอร์เน็ตก็ขึ้นอยู่กับว่า iPhone 3G ของเราในขณะนั้นเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย 3G หรือ EDGE ซึ่งความเร็วก็จะผกผันไปตาม 2 ชื่อนี้ แน่นอนว่าถ้าเราเชื่อมต่อด้วย 3G อยู่การใช้อินเตอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์ก็จะเร็วไปด้วย ส่วนถ้าต่อด้วย EDGE อยู่ก็ใจเย็น ๆ กันนิดนึงก็แล้วกัน ส่วนการเชื่อมต่อด้วยสาย USB ทดลองแล้วแต่ไม่สำเร็จ ซึ่งตรงนี้คงต้องรอเวอร์ชั่นเต็มออกมาก่อนแล้วค่อยว่าดูกันทีว่าถึงตอนนั้นการเชื่อมต่อด้วยสาย USB จะสมบูรณ์มากแค่ไหน


 

 

 

ข้อสังเกตของ Internet Tethering ผ่านทาง Bluetooth ก็คือแม้ iPhone 3G จะเปิดใช้งาน Wi-Fi อยู่ แต่พอเราใช้งาน Internet Tethering การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในส่วนเฉพาะของ Internet Tethering จะเป็นการเชื่อมต่อกับ 3G หรือ EDGE ไม่ใช่การเชื่อมต่อจาก Wi-Fi แต่บน iPhone จะเป็นการเล่นอินเตอร์เน็ตจาก Wi-Fi เหมือนเดิมไม่ได้สวิทช์มาเป็น 3G หรือ EDGE ตามที่เราใช้ Internet Tethering แต่อย่างใด โดยเรื่องนี้เราได้ทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ตของ iPhone 3G ขณะใช้ Internet Tethering และเปิด Wi-Fi ไว้ด้วย และทดสอบอีกครั้งแบบไม่ใช้ Internet Tethering และปิด Wi-Fi เพื่อให้ iPhone ใช้งาน EDGE ความเร็วที่ทดสอบแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

 

สำหรับข้อมูลอื่น ๆ ที่ไม่ได้เอ่ยถึงส่วนใหญ่แล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรจากเฟิร์มแวร์ 2.0 และสำหรับเฟิร์มแวร์ 3.0 เวอร์ชั่นเต็มที่กำลังจะออกมาในช่วงเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ เชื่อว่าทุกคนที่ใช้ทั้ง iPhone และ iPod touch ตั้งหน้าตั้งตารอคอย ซึ่งในส่วนของ iPod touch คงไม่กระทบกับพฤติกรรมการใช้งานสักเท่าไหร่ด้วยข้อจำกัดเรื่องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านทาง Wi-Fi เพียงอย่างเดียว ซึ่งฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่มีให้เฉพาะ iPhone 3G และรุ่นใหม่กว่าทำให้การใช้งานเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตอาจจะเพิ่มมากขึ้นได้แบบไม่รู้ตัว ย่ิงถ้าได้ลองใช้งาน 3G ด้วยแล้วจะพบว่าการใช้งานอินเตอร์เน็ตนอกสถานที่ตามท้องถนนก็มีความเร็วไม่แพ้การใช้งานผ่าน Wi-Fi ซึ่งเรื่องระบบ 3G ค่ายมือถือก็คงขยายเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เรา ๆ ท่าน ๆ สามารถเข้าถึงความเร็วระดับ 3G ได้ทั่วถึง

 

ข้อมูลทั้งหมดของเฟิร์มแวร์ 3.0 ทั้ง 3 ตอนหวังว่าผู้ที่มาถึงบรรทัดนี้จะได้รับทราบข้อมูลและทำความเข้าใจก่อนที่เราจะเจอเวอร์ชั่นเต็มในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งในส่วนที่เพิ่มเข้ามาในเฟิร์มแวร์ 3.0 ที่เราได้เขียนถึงไปถือว่าเยอะมากพอควร แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะอีกหลายส่วนที่ยังคงต้องรอหลังเฟิร์มแวร์ 3.0 ออกมาเป็นทางการเสียก่อนถึงจะทราบว่ามีการใช้งานยังไง เช่น การซื้อไอเทมต่าง ๆ จากในแอพพลิเคชั่น, การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมเฉพาะทาง, การใช้ iPhone 3G เป็น GPS Navigator เต็มรูปแบบ ซึ่งทั้งหมดนี้ iPhone 3G รองรับการใช้งานต่าง ๆ ได้ทั้งหมด แน่นอนว่ารุ่นใหม่ที่กำลังจะมาถึงก็รองรับการใช้งานที่ว่าได้ทั้งหมดเช่นกัน

 

 



You May Also Like:

เครื่องเกม Nintendo Switch ขายดีทำให้ชิปหน่วยความจำขาดตลาด ส่งผลกระทบถึง iPhone ด้วย

จากที่นินเทนโดออกเครื่องเกม Nintendo Switch มาเมื่อเดือน มี.ค. และขายดีเทน้ำเทท่าทำให้ชิ้นส่วนหน่วยความจำ (NAND Flash Memory) มีความต้องการมากขึ้น ส่งผลต่อผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่าง ๆ มีชิ้นส่วนดังกล่าวไม่เพียงต่อต่อความต้องการ ส่งผลให้ผลิตเครื่องได้ไม่ตามเป้าที่วางไว้ ..

โซนี่เปิดตัวเซนเซอร์กล้องมือถือรุ่นใหม่ ถ่ายวิดีโอซุปเปอร์สโลว์โมชั่น 1000fps ได้ด้วย

ผู้ผลิตเซนเซอร์สำหรับกล้องถ่ายรูปรายใหญ่อย่งโซนี่ได้เปิดเผยข้อมูลเซนเซอร์กล้องสำหรับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่สามารถถ่ายวิดีโอซุปเปอร์สโลว์โมชั่น 1000fps ที่ความละเอียด 1080p ได้ด้วย ..

Super Mario Run เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว

ดาวน์โหลดกันได้เลยสำหรับเกมที่รอกันทั่วโลก Super Mario Run ตอนนี้เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว ..

Share

Tweet

Email