สาธิตการทำงาน Remote Wipe

สาธิตการทำงาน Remote Wipe

หนึ่งในฟีเจอร์เด่นของเฟิร์มแวร์ 3.0 ที่หลายคนพูดถึงแต่ไม่รู้ว่าทำงานยังไงนั่นคือการลบข้อมูลออกจาก iPhone กลางอากาศเวลาเครื่องหายเพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลต่าง ๆ ในเครื่องไม่ให้หลุดรั่วออกไปได้ ซึ่งแอปเปิ้ลได้เตรียมฟีเจอร์นี้มาให้ในชื่อของ Remote Wipe

สำหรับใครที่ต้องการใช้ฟีเจอร์การลบข้อมูลกลางอากาศหรือ Remote Wipe ในขั้นแรกสุดก็คือต้องใช้บริการ MobileMe ของแอปเปิ้ลเสียก่อน ซึ่ง MobileMe จะมีค่าบริการปีละ 3,190 บาท โดยบริการ MobileMe เราจะได้รับสิทธิ์การใช้อีเมล @me.com, พื้นที่เก็บข้อมูลขนาด 20GB ไว้สำหรับการอัพโหลดไฟล์หรือไว้เก็บอัลบั้มรูปภาพ เป็นต้น

remote-wipe-01

สำหรับขั้นตอนที่เราได้ทำการทดสอบการลบข้อมูลกลางอากาศก็ไม่มีอะไรมา เพียงแค่ทำการตั้งค่าอีเมล @me.com ใน iPhone ให้เสร็จเรียบร้อย จากนั้นที่หัวข้อ Find My iPhone ให้ทำการเลื่อนเป็น ON ให้เรียบร้อย จากในหัวข้อ Fecth New Data เราก็ต้องเปิด Push เพื่อให้ข้อมูลอีเมลของเราสามารถเข้ามาถึง iPhone ได้แบบทันทีเมื่อมีผู้ส่งเข้ามา

remote-wipe-02

เมื่อตั้งค่าต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็เข้ามาที่หน้าจอของเว็บ me.com ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีคำสั่งต่าง ๆ เกี่ยวกับการค้นหา iPhone ของเรา ซึ่งเท่าที่ได้ทดลองอยู่ระยะหนึ่งก็พบว่าไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ เพราะบางครั้งก็ไม่สามารถอัพเดทข้อมูลล่าสุดได้ว่า iPhone ของเราอยู่ที่ไหนในโลกเรียกว่าถ้าโดนขโมยเครื่องไปก็คงหวังพึ่งการค้นหาจากส่วนนี้ได้สักประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการส่งข้อความเตือนพร้อมมีเสียงเตือนใช้การได้ดีทีเดียว ที่ดีได้แบบนี้ก็ต้องยกความดีให้เรื่องการ Push ข้อความของอีเมลที่เรียกว่ากดปุ๊บมาปั๊บ ซึ่งข้อความที่เราส่งไปจากตรงนี้สามารถตั้งค่าให้ส่งเสียงพร้อม ๆ กันได้ด้วย อย่างน้อยก็เผื่อในกรณีเครื่องหายไปแล้วคนที่เก็บเครื่องเราไว้ได้จะได้ทราบว่ามีการส่งข้อความเข้ามา ซึ่งเสียงดังกล่าวจะไม่ใช่เสียงที่เราตั้งค่าไว้เวลาที่มีอีเมลหรือข้อความเข้ามา แต่จะเป็นเสียงประมาณขอความช่วยเหลือ ซึ่งจะดังยาวถึง 2 นาทีด้วยกัน สามารถส่งข้อความได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงภาษาอื่น ๆ ที่ iPhone สามารถแสดงผลได้ โดยข้อความจะสามารถพิมพ์ได้ยาว 160 ตัวอักษร

มาถึงส่วนที่เกริ่นกันไว้ตั้งแต่ต้นคือการลบข้อมูลกลางอากาศ (Remote Wipe) ที่เป็นจุดที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเปิดบริการ MobileMe เพราะอย่างน้อย ๆ ถ้าเครื่องเราหายก็ยังสามารถลบข้อมูลต่าง ๆ ออกจากเครื่องได้ทั้งรายชื่อ-เบอร์โทรศัพท์, รูปภาพ, อีเมล, ข้อความ โดยทุกอย่างจะกลับมาเป็นค่าเร่ิมต้น (Factory Settings) แต่การลบข้อมูลกลางอากาศขั้นตอนในการสั่งไม่ยากและไม่นาน ซึ่งพอกดสั่งลบปุ๊บอย่างแรกเลยคือหน้าจอใน me.com จะไม่สามารถค้นหา iPhone ได้อีก และเมื่อ iPhone ได้รับคำสั่งนี้จะกินเวลากระบวนการนี้ราว ๆ 1-2 ชั่วโมง โดยหน้าจอจะขึ้นแต่รูปโลโก้แอปเปิ้ล และถึงแม้ปิดเครื่องแล้วเปิดมาใหม่ก็ยังเจอรูปโลโก้แอปเปิ้ลอีกอยู่ดี ยอมรับว่าผมอยู่รอไม่ไหวเลยชิงกดให้ iPhone เข้า DFU แล้วจัดการ Restore เสียก่อน

remote-wipe-03

เปิดเข้า me.com จากซาฟารีใน iPhone ไม่ได้

สำหรับข้อด้อยหรือจะเรียกว่าจุดอ่อนเลยก็ว่าได้คือเราไม่สามารถเข้าหน้าเว็บ me.com จาก iPhone ได้ทำให้พาลนึกไปว่าถ้าเดินไปกับเพื่อน 2 คน (ใช้ iPhone ทั้งคู่) แล้วคนหนึ่งทำ iPhone หายแล้วต้องการตามหา iPhone จากฟีเจอร์ที่ว่านี้พอเข้า me.com ด้วยซาฟารีบน iPhone ก็จะเจอหน้าเว็บแนะนำบริการ MobileMe แค่นั้น ซึ่งส่วนตัวแล้ถือว่าสอบตกอย่างแรงเพราะถ้าเกิดกรณีเครื่องหายจริง ๆ เราก็คงไม่ทราบว่าจะหายเมื่อไหร่ และเราจะหาคอมพิวเตอร์บริเวณนั้นได้ง่าย ๆ เพื่อใช้เข้าหน้าเว็บ me.com หรือไม่ ซึ่งในจุดนี้เป็นจุดที่ชี้เป็นชี้ตายว่า iPhone ที่กำลังจะอันตธานหายไปเราจะตามหาเจอได้เร็วแค่ไหน ซึ่งถ้าเราจะต้องมาตามหาเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานและค่อยมาตามหา iPhone ของเราป่านนั้นคุณขโมยคงเผ่นแน่บไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ดีไม่ดีปิดเครื่อง Restore เสร็จเรียบร้อยแล้วก็เป็นได้ ซึ่งการปิดเครื่องก็จะทำให้เราไม่สามารถทำการค้นหาหรือลบข้อมูลกลางอากาศได้อีกด้วย สำหรับเรื่องนี้ไม่รู้ว่าแอปเปิ้ลจะมีการแก้ไขหรือไม่ แต่เท่าที่ดู ๆ คาดว่าคงไม่มีการแก้ไขแน่ ๆ

ข้อควรทราบของการใช้ Find My iPhone และ Remote Wipe

  • จำเป็นที่ iPhone ของเราต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง (Wi-Fi, EDGE, 3G)
  • อย่าลืมตั้งค่า Push และส่วนที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อย
  • การเปิดใช้งาน Push Mail จะทำให้ EDGE หรือ 3G ทำงานตลอดเวลาเมื่ออยู่นอกสถานที่ ๆ ไม่มี Wi-Fi ซึ่งควรระวังถ้าคุณไม่ได้เปิดใช้งาน Unlimited Data เพราะค่าใช้จ่ายอาจพุ่งสูงโดยไม่รู้ตัว
  • การเปิดใช้งาน Push Mail จะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ เพราะตัวเครื่องจะทำงานอย่างเงียบ ๆ ตลอดเวลาเพื่อทำการเช็คอีเมล
  • เครื่อง iPhone ที่หายไปจะต้องเปิดเครื่องไว้ตลอดเวลาถึงจะใช้ Find My iPhone และ Remote Wipe ได้



kangg

You May Also Like:

iPhone รุ่นใหม่ในปี 2018 มีแววว่าจะมีหลายสี เครื่องสีน้ำเงินกับส้มก็จะมาด้วย

มีข่าวลือน่าสนใจออกมาว่า iPhone ที่จะออกใหม่ในปีนี้นอกจากจะมีรุ่นหน้าจอ 6.1 และ 6.5 นิ้วเพิ่มเข้ามาก็ยังจะมีหลากสีกว่าเดิมด้วย  ..

URboyTJ ใช้ Memoji ใน iOS 12 ประกอบวิดีโอเพลง ‘ไม่ตอบ’

‘ไม่ตอบ’ เพลงใหม่ล่าสุดของ URboyTJ มีการใช้ Memoji ฟีเจอร์ใหม่ใน iOS 12 ประกอบมิวสิควิดีโอ (Lyric Video) ด้วย ..

Share

Tweet

Email