รีวิว : หูฟัง Sennheiser HD 218/228

รีวิว : หูฟัง Sennheiser HD 218/228

เบื่อหูฟังแบบทะลวงหูกันบ้างหรือยัง ถ้าเบื่อแล้วหรือกำลังมองหาหูฟังแนวอื่นเราขอนำเสนอ หูฟังแบบครอบหัว Sennheiser HD 218 และ Sennheiser HD 228 สองรุ่นสองสไตล์

senn-hd218-228_01

HD 218

senn-hd218-228_02

HD 228

สำหรับหูฟังซีรีย์ HD 2 จะเป็นหูฟังแบบครอบหัวรุ่นเล็กของ Sennheiser คือราคาอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก สำหรับการนำ HD 218 และ HD 228 มาลงคู่กันในคราวเดียวก็เพราะว่าหน้าตาของทั้งคู่จะคล้าย ๆ กัน แต่จะต่างกันที่บุคลิกเสียงที่ไม่เหมือนกัน


senn-hd218-228_03

ซ้าย : HD 218 / ขวา : HD 228

รูปร่างหน้าตาของทั้งคู่เรียกว่าเหมือนกันแบบชนิดที่ว่าดูผ่าน ๆ แทบแยกไม่ออก เพราะด้วยลักษณะต่าง ๆ ภายนอกมีความใกล้เคียงกัน โดยในส่วนของกรอบตัวหูฟังถ้าเป็นรุ่น HD 218 สีจะเป็นสีดำด้านพร้อมมีตัวหนังสือ HD 218 อยู่ด้านบนของกรอบหูฟัง ส่วนรุ่น HD 228 ตัวกรอบหูฟังจะเป็นสีดำเงาด้านบนไม่มีเขียนอะไรไว้


senn-hd218-228_04

senn-hd218-228_05

สำหรับตัวโครงก้านหูฟังทั้งหมดเป็นพลาสติกค่อนข้างหนาพอสมควร โดยผมลองจับก้านแยกออกจากกันก็ได้กว้างแบบชนิดที่เรียกว่าหัวใหญ่แค่ไหนก็ใส่ได้สบาย ๆ โดยในช่วงของหูฟังจะเป็นก้านแบบยืดหดได้เพื่อปรับขนาดให้พอดีกับหูของเรา ด้านบนช่วงโค้งที่แนบกับหัวจะมีฟองน้ำบุไว้ให้กันเจ็บเวลาที่ต้องใส่หูฟังนาน ๆ สำหรับด้านในของหูฟังจะบุฟองน้ำค่อนข้างหนาใส่แล้วค่อนข้างสบายมาก โดยเมื่อใส่หูฟังเข้าไปแล้วเราจะได้ยินเสียงจากรอบข้างเบาลงอย่างสักเกตได้ ซึ่งหูฟังแบบนี้จะเรียกว่าเป็นหูฟังแบบปิดคือจะไม่ค่อยได้ยินเสียงรอบข้างเวลาใช้งาน


senn-hd218-228_06

โดยรวมสำหรับวัสดุภายนอกถือว่าดี ถ้าเทียบว่าทำไม่ก้านหูฟังช่วงที่ยืดหดได้ไม่เป็นก้านโลหะเหมือนรุ่น PX100 หรือ PX200 ก็อาจจะเป็นเพราะถ้าใช้ก้านโลหะก็จะได้ก้านที่บาง ๆ ที่อาจจะไม่สอดรับกับตัวหูฟังขนาดใหญ่กว่าตระกูล PX หรือถ้าใช้ก้านโลหะขนาดที่หนาก็ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น แถมดูแล้วราคาน่าจะพุ่งขึ้นอีก้ดวย สำหรับด้านการออกแบบโดยรวมออกแนวมาดขรึมดำเข้มจะมีลูกเล่นก็ตรงช่วงที่ครอบหูที่เป็นโลโก้ Sennheiser สีเงินเงาวับ

ทดสอบการใช้งาน

เร่ิมกันที่ HD 218 เมื่อแรกฟังค่อนข้างชอบมากเพราะเสียงที่ได้ยินจะโปร่งฟังแล้วไม่อึดอัด เอาว่าฟังเพลงป๊อบทั่วไปรองรับได้สบาย ๆ เสียงเบสไม่หนักมากนักคือมีให้ได้ยินแต่จะไม่ได้ออกมาลูก คือออกแนวเสียงจะกระจาย ๆ มากกว่า ส่วนเสียงกลางและเสียงสูงเท่าที่ได้ลองฟังชอบที่ได้ยินเสียงร้องชัดเจน  ตำแหน่งเครื่องดนตรีจากการฟังสดพอจะสัมผัสได้ว่าเสียงไหนมาจากมุมไหนใกล้ไกลแค่ไหน แต่ก็คงไม่ถึงขนาดขั้นหูฟังไฮเอ็นด์ที่แทบจะแยกลมหายใจกันได้

ส่วน HD 228 ฟังครั้งแรกหลังจากทดลองเจ้า HD 218 มาพักใหญ่ ตอนแรกรู้สึกว่าเสียงจาก HD 228 จะกระด้างไม่โปร่งเหมือน HD 218 ก็เลยพักไว้ชั่วคราว แล้วมาลองใหม่ก็พบว่าเสียงจะแตกต่างจาก HD 218 แรกเลยที่รู้สึกได้คือเสียงเบสเสียงต่ำจะแน่นกว่าและเสียงออกมาเป็นลำพุ่งออกมามากกว่า HD 218 ส่วนเสียงกลางเสียงแหลมทำได้ดี โดยถ้าเทียบกับ HD 218 จะให้ความรู้สึกว่าฟังแล้วได้เนื้อได้หนังมากกว่าอีกหน่อย เพราะด้วยบุคลิกของหูฟังที่เน้นเสียงหนักแน่น เลยคิดว่าคอเพลงร็อคหรือเทคโนน่าจะชอบ HD 228 มากกว่า


senn-hd218-228_08


โดยรวมสำหรับทั้ง HD 218 และ HD 228 แม้หน้าตาจะคล้ายกัน แต่บุคลิกเสียงของทั้งคู่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดชอบแบบโปร่ง HD 218 ตอบโจทย์ หรือชอบหนักขึ้นมาอีกหน่อยก็เลือก HD 228 ส่วนตัวผมชอบแนวโปร่งของ HD 218 แต่แอบอยากได้ความแน่นของเสียงเบสจาก HD 228 (เลือกยากจริง)

ข้อควรระวังสำหรับการสวมใส่หูฟังแบบปิดคือไม่ควรเพิ่มระดับเสียงดังมากจนทำให้เราไม่ได้ยินเสียงจากรอบข้าง เพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้ขณะเดินถนน

จุดสังเกต :

  • ตัวโครงเป็นพลาสติกน้ำหนักเบากว่าที่คิด
  • เสียงจาก HD 218 จะโปร่งกว่าเบสไม่หนักเท่าไหร่
  • เสียงจาก HD 228 เสียงเบสแน่นกว่า HD 218

ราคา :

  • Sennheiser HD 218 – 1,990 บาท
  • Sennheiser HD 228 – 2,990 บาท

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : บริษัท อีพีเอส ไอที พลัส จำกัด

สนใจหาซื้อได้ที่ iStudio ทุกสาขา



You May Also Like:

รีวิว : หูฟัง iFrogz – Impulse Wireless

ได้หูฟัง iFrogz - Impulse Wireless มาลองใช้งานพักใหญ่ พบว่าเป็นหูฟังไร้สายที่ราคาไม่แพงที่ให้เสียงได้โอเคเลยแหละ ..

[Hands-On] หูฟัง B&O Play E8

เพิ่งเปิดตัวไปเมื่ออาทิตย์ก่อนในงาน IFA 2017 สำหรับหูฟัง B&O Play E8 ตอนนี้เราได้มาให้ทุกคนชมกันแล้วครับ ..

รีวิว : หูฟัง JBL – T110 / T210 / T290

เป็นหูฟังใช้งานร่วมกับโทรศัพท์มือถือที่ราคาเริ่มต้นถูกที่สุดในนามของแบรนด์ JBL ก็ว่าได้กับหูฟัง JBL - T Series ที่ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 500 บาท แต่คุ้มค่าเกินราคา ..

Share

Tweet

Email