จ๊อบส์ปลื้ม Tablet มาก…

จ๊อบส์ปลื้ม Tablet มาก…

อย่าเพิ่งเบื่อข่าวเมาท์ Apple Tablet ที่ช่วงนี้มีมาให้ได้อ่านกันเรื่อย ๆ ซึ่งล่าสุดมีกระแสข่าวที่หลุดมาจากวงในว่าสตีฟ จ๊อบส์ปลื้มเจ้า Apple Tablet นี้มากๆ

ทาง New York Time ได้เขียน Blog ถึงเรื่อง Apple Tablet ไว้โดยอ้างว่าเป็นคำพูดมาจากผู้บริหารระดับสูงของแอปเปิ้ลพูดมาเองว่าแอปเปิ้ลใช้เวลาหลายปีในการประดิษฐ์ Apple Tablet นี้ขึ้นมาแต่ในช่วงแรกที่ทำขึ้นมาก็ยังไม่ดีเพียงพอที่จะนำออกใช้จริง แต่ตอนนี้ต่างกันออกไปหลังจากที่ iPhone ได้ออกมาสู่สายตาชาวโลก ซึ่ง Apple Tablet ก็ได้มีการหยิบยืมบางส่วนจาก iPhone มาใช้ในการพัฒนาและตอนนี้พร้อมแล้วที่จะนำ Apple Tablet มาอวดสู่สายตาชาวโลกให้ได้ฮือฮากันอีกครั้ง และที่สำคัญคือสตีฟ จ๊อบส์สุดปลื้มกับเจ้า Apple Tablet นี้

ที่มา : macrumors.com

สำหรับข้อมูลในตอนนี้ถ้าลองรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ที่ค่อย ๆ มีออกมาเราก็จะได้เครื่องหน้าตาประมาณนี้

  • หน้าจอ 10″
  • ระบบปฏิบัติการเอนไปทาง iPhone OS แต่ไฮเอ็นกว่าใน iPhone
  • เข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ทั้ง Wi-Fi และ 3G (อันหลังเริ่มเงียบๆไป)
  • ราคาบ้างก็ว่า 20,000 – 25,000 บาท บ้างก็ว่าราคาอาจจะทะลุไปถึง 35,000 บาท

จากข้างต้นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ทำให้เราเห็นภาพบ้างแล้วว่าตัวเครื่องน่าจะมีหน้าตาในจินตนาการยังไง ว่ากันที่เรื่องหน้าจอถ้าดูจากเทนด์การออกแบบชิ้นส่วนหน้าจอที่แอปเปิ้ลทำกับเครื่องตระกูล MacBook อยู่ในตอนนี้ก็จะเห็นมีการเผื่อเหลือเผื่อขาดระหว่างหน้าจอจริง ๆ กับขอบจอไว้เล็กน้อย ๆ หลับตานึกภาพว่าเอาเฉพาะส่วนจอของ MacBook หรือ MacBook Pro 13″ ก็ดูไม่เลวนัก

อีกเรื่องที่ยังไม่มีใครพูดถึงเลยก็คือน้ำหนักตัวเครื่องที่ไม่ควรจะทำออกมาเกินกว่า 700 กรัม เพราะไม่อย่างนั้นแล้วการถือนาน ๆ หรือหิ้วพกพาไว้ในมือตลอดเวลาอาจจะทำให้รู้สึกว่าเกะกะและรำคาญก็เป็นได้ ถ้าเทียบจากสเป็คของ Amazon Kindle DX ที่มีน้ำหนัก 540 กรัมแล้ว ถ้า Apple Tablet ทำอะไรได้มากกว่าที่ Kindle ทำได้น้ำหนักราว ๆ 500 – 700 กรัมถือว่ารับได้ ถ้าทะลุขึ้นไปแตะ 1,000 กรัมหรือ 1 กิโลกรัมตัวเลขนี้อาจจะทำให้หลายคนคิดมากเหมือนกัน

การควบคุณหน้าจอแบบใหม่ที่เป็นอีกจุดที่ใคร ๆ ก็นึกไม่ออกว่าแอปเปิ้ลจะมีวิธีคิดแบบไหนเพิ่มเติมเข้ามาอีก ที่แน่ ๆ เลยแบบนอนมาหนีไม่พ้น Multitouch แบบใน iPhone แต่ใครที่อ่านถึงบรรทัดนี้ลองหากระดาษ A4 มาจับถือไว้ในมือในแนวนอนก็เห็นว่าเราเหลือนิ้วที่ใช้ได้สะดวกที่สุดคือนิ้วโป้งทั้งสองข้างที่สามารถขยับในลักษณะกวาดมือไปมาได้นิดหน่อย เป็นไปได้มั้ยที่แอปเปิ้ลจะคิดถึงจุดนี้ด้วยในการควบคุมหน้าจอเวลาที่ต้องถือสองมือพร้อมกัน ?

ระยะเวลาในการใช้งานถ้ามี 3G ฟันธงได้เลยว่าใช้งานไม่ทันข้ามวันแบตเตอรี่หมดเกลี้ยงแน่ ๆ ส่วนตัวแล้วไม่เชื่อว่าแอปเปิ้ลจะเปิดให้ใส่ซิมการ์ดเพื่อเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านเครือข่าย 3G ได้จริง ๆ เพราะเรื่องนี้ใครที่ใช้ iPhone 3G/iPhone 3GS รวมถึงโทรศัพท์รุ่นอื่น ๆ ที่ใช้เครือข่าย 3G ได้คงรู้กันดีว่าโดนสูบแบตเตอรี่กันเร็วแค่ไหน แม้ผู้มาก่อนอย่าง Amazon Kindle จะมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านทางเครือข่ายของค่ายมือถือก็ตามแต่ด้วยตัวสเป็คที่หน้าจอขาวดำและไม่ได้มีอะไรทางด้านมัลติมีเดีย ซึ่งก็ทำให้การใช้งานแบตเตอรี่ได้นานกว่าเมื่อเทียบกับ Apple Tablet ที่ร้อยทั้งร้อยเราก็ต้องนึกว่าเป็นจอสีและสนับสนุนทางด้านมัลติมีเดียแบบเต็มเหนี่ยวแน่นอน เรื่องนี้คงต้องรอดูตอนตัวเป็น ๆ ออกมาว่าแอปเปิ้ลจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร

เรื่องสุดท้ายคือราคาในที่นี้เรามาพูดกันเป็นค่าเงินบาทดีกว่าว่าเรารับราคากันได้ที่เท่าไหร่ ถ้าเอา iPhone 3GS ในตอนนี้เป็นเกณฑ์ราคาก็คงป้วนเปี้ยนแถว ๆ 23,000 บาทขึ้นไปถึงสัก 28,000 บาท ถามว่าแพงมั้ยกับเครื่องที่ยังต้องจินตนาการในตอนนี้กันอยู่ คำตอบคือแพงครับ หรือถ้าเกินกว่านั้นคือทะลุ 30,000 บาทเชื่อว่าโอกาสที่จะได้รับความนิยมน้อยมากเพราะเครื่องแนว ๆ นี้เรียกว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็นเท่ากับการที่ซื้อ iPhone ที่สามาถใช้คุยโทรศัพท์ติดต่องาานได้, เช็คอีเมลได้, เข้าเน็ตได้ ซึ่งถ้าดูแนวโน้มการตั้งราคาผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลในตอนนี้จะเห็นได้ว่ามีการตั้งราคาต่ำลงเรื่อย ๆ ทีละนิด ๆ เพื่อให้เข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าราคาต่ำกว่า 20,000 บาท ($599) เรียกว่ามีสิทธิ์ตีตลาดได้กระจุยกระจายแล้วค่อยไปเก็บกินเงินจากบรรดาอุปกรณ์เสิรมน่าจะเหมาะกว่า

ยังไม่มีใครรู้ว่า Apple Tablet จะออกมาหน้าตาเป็นยังไง ผมก็แค่ลองคาดการณ์จากข้อมูลที่ผ่าน ๆ มารวมกับข้อสงสัยที่นึก ๆ อยู่ก็เลยนำมาบอกเล่าให้ได้อ่านกัน ใครมีความคิดเห็นอย่างไรมาแลกเปลี่ยนการพูดคุยกันครับ :)



You May Also Like:

แอปเปิ้ลเลิกจัดเทศกาลดนตรี Apple Music Festival หลังจัดงานมา 10 ปี

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ฉะนั้นไม่แปลกใจที่จะมีวันที่แอปเปิ้ลยุติบทบาทการจัดเทศกาลดนตรี iTunes Music Festival โดยแอปเป้ิลให้ข้อมูลออกมาแล้วว่าไม่จัดงานดังกล่าว ..

Apple ทุ่มกว่า 3 หมื่นล้าน ส่วน Netflix ทุ่มกว่า 2 แสนล้าน เพื่อทำหนัง/ซีรีส์ในปีหน้า

มีข่าวออกมาในระยะเวลาไล่เลี่ยกันทั้ง Apple และ Netflix เรื่องการทุ่มเงินทำหนัง/ซีรีส์ในระบบสตรีมมิ่งของตัวเอง Apple บอกทุ่มเงินกว่า 3 หมื่นล้าน Netflix บอกพร้อมทุ่มเงินกว่า 2 แสนล้านบาท ...คนละชั้นจริง ๆ ..

แอปเปิ้ลแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2017 รายได้ $45,400 ล้านดอลลาร์ กำไร $8,700 ล้านดอลลาร์ ยอดขาย iPad เพิ่มขึ้น 28%

แอปเปิ้ลแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2017 รายได้ $45,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไร $8,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ iPhone ยอดขายซบ สวนทาง iPad ยอดขายพุ่ง ..

Share

Tweet

Email