แอปเปิ้ลเปิดตัวกระดานชนวน ‘iPad’

แอปเปิ้ลเปิดตัวกระดานชนวน ‘iPad’

หายสงสัยกันเป็นที่เรียบร้อยว่าแอปเปิ้ลจะใช้ชื่อ Tablet ว่าอะไร ตอนนี้ชื่ออย่างเป็นทางคือ “iPad” ที่เหมือนเป็นร่างจำแลงของ iPhone และ iPod touch ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

สำหรับงานนี้ใช้เวลาไปราว ๆ 2.30 ชั่วโมงเร่ิมงานกันตรงเวลาเป๊ะ ๆ ตีหนึ่งตามเวลาบ้านเรา โดยสตีฟ จ๊อบส์เป็นผู้ขึ้นเวทีมาเป็นคนแรก ซึ่งก็เริ่มคุยเกี่ยวกับสินค้าที่อยู่ระหว่าง iPhone และเครื่อง MacBook โดยมีคอนเซ็ปท์ว่าเล่นเน็ตก็ดี, เช็คอีเมลได้, ดูรูปก็สวย, ชมภาพยนตร์ก็จอใหญ่, เล่นเกมพอไหว และสุดท้ายคืออ่านหนังสือได้ด้วย โดยจ๊อบส์มีแอบจิกถึง NetBook เล็กน้อยว่ายังไม่ดีพอซึ่งเราต้องการอะไรที่ดีกว่านั้น สุดท้ายก็เฉลยว่าสิ่งนั้นคือ iPad

หน้าตารุ่น Wi-Fi

หน้าตารุ่น Wi-Fi/3G

iPad หน้าตาโดยทั่วไปก็ประมาณ iPod touch ขยายร่างให้หน้าจอใหญ่เป็น 9.7 นิ้วความละเอียด 1024 x 768 พิกเซล ตัวเครื่องบางเพียง 0.5 นิ้ว หนัก 680 กรัม (Amazon Kindle หนัก 540 กรัม) ระบบปฏิบัติการใช้ iPhone OS 3.2

ด้านการเชื่อมต่อเรียกว่าล้ำกว่า iPhone ไปอีกก้าวด้วยการรองรับ Wi-Fi ได้ครบหมดทุกแบบคือ a,b,g และ n มี Bluetooth ในตัว รองรับการใช้งานผ่าน 3G โดยแอปเปิ้ลจะออกมา 2 รุ่นคือรุ่นที่ใช้ Wi-Fi ได้อย่างเดียวกับรุ่นที่รองรับการใช้งานทั้ง Wi-Fi และ 3G ซึ่งในรุ่นที่รองรับ 3G จากสเป็คที่แอปเปิ้ลบอกไว้จะสามารถใช้งานในส่วนของดาต้าได้อย่างเดียวไม่สามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้ ความพิเศษของรุ่นที่รองรับ 3G คือจะสามารถใช้งาน GPS ได้ด้วย ด้านความจุมีทั้งเลือก 3 ขนาดคือ 16, 32 และ 64 GB

ขุมพลังในคราวนี้แอปเปิ้ลหันมาทำซีพียูเองโดย iPad ใช้ซีพียู Apple A4 1GHz โดยแอปเปิ้ลเคลมว่ามีประสิทธิภาพสูงแต่เขมือบแบตน้อย ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เช่นแรมเท่าไหร่แอปเปิ้ลปิดเงียบ

ด้านมัลติมีเดียคราวนี้แอปเปิ้ลเรียกว่าจับ iTunes ยัดเข้ามาทั้งดุ้นเรื่องฟังเพลงหายห่วงแต่ใครอยากจะฟังเพลงจากเครื่องใหญ่เบิ้มขนาดนี้ เรื่องดูหนังรองรับได้ถึง 720p (หลับตานึกภาพดูหนังก่อนนอนก็ไม่เลวนะ)

ถึงตรงนี้หลายคนนึกเลยว่าไม่เห็นจะมีอะไรต่างกับ iPhone หรือ iPod touch ที่ใช้อยู่สักเท่าไหร่เลยนิ ซึ่งความแตกต่างในเรื่องนี้แอปเปิ้ลนำชุดโปรแกรม iWork for iPad มาโชว์ ทำให้เห็นว่านอกจากจะใช้งานด้านมัลติมีเดียได้แล้วยังใช้ทำงานได้ด้วย โดยชุดโปรแกรม iWork โดยปกติจะมี 3 โปรแกรมคือ Pages (พิมพ์เอกสาร), Keynote (พรีเซ็นเตชั่น), Numbers (คำนวน) ซึ่งเวอร์ชั่นบนเครื่อง Mac จะขายรวมกันเลย แต่สำหรับเวอร์ชั่น iPad จะขายแยกโปรแกรมละ $10

และเมื่อมีโปรแกรม iWork เข้ามาแบบนี้นอกจากจะพิมพ์เอกสารต่าง ๆ ด้วยคีย์บอร์ดบนหน้าจอได้แล้วแอปเปิ้ลยังปล่อยอุปกรณ์เสริม Keyboard Dock สำหรับต่อกับ iPad โดยเฉพาะมาอีกด้วย ราคา $69 ส่วนถ้าอยากได้แค่ Dock ธรรมดาก็ลดราคาลงมาอีกหน่อยเหลือ $39 ส่วนใครที่ใช้ Apple Wireless Keyboard ก็สบายหน่อยเพราะสามารถนำมาต่อกับ iPad ผ่านทาง Bluetooth ได้เลย

ฟีเจอร์มาใหม่อย่าง iBooks ที่หน้าตาเป็นเหมือนชั้นหนังสือ โดยเมื่อพลิกชั้นหนังสือก็จะเข้าไปสู่ Book Store สามารถซื้อหนังสือได้ทันทีสำหรับราคาหนังสือเท่าที่เห็นต่ำสุดเร่ิมที่ $5 สำหรับฟีเจอร์นี้เหมือนแอปเปิ้ลแค่ออกมาบอกว่าฉันก็มีแล้วนะ แต่ยังบอกรายละเอียดไม่หมด โดยเฉพาะเรื่องการสมัครสมาชิกนิตยสารแบบรายปีว่าจะมีหรือไม่ เป็นไปได้ว่าคงต้องรอให้ iPad เปิดขายก่อนรายละเอียดเรื่องเกี่ยวกับหนังสือน่าจะถูกเปิดเผยออกมาทั้งหมด

ด้านแบตเตอรี่แอปเปิ้ลยังคงใช้แบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนไม่ได้เหมือน ๆ กับ iPhone ด้านความอึดในการใช้งานแอปเปิ้ลอ้างว่า iPad สามารถใช้งานได้นานติดต่อกันสูงสุดถึง 10 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับว่าใช้งานหนักมากน้อยแค่ไหน ความจุแบตเตอรี่จากสเป็คที่บอกว่ได้สูงสุด 10 ชั่วโมงความจุแบตเตอรี่ก็น่าจะมากกว่า iPhone 1.5-2 เท่า

สุดท้ายหนีไม่พ้นราคาที่ออกมาพลิกโผที่คาดกันว่าจะมีราคา $1,000 โดยแอปเปิ้ลตั้งราคา iPad รุ่นต่ำสุดไว้ที่ $499 (ประมาณ 16,500) ส่วนรุ่นสูงสุดราคา $829 (ประมาณ 27,300 บาท) โดยราคาทั้งหมดมีดังนี้

  • ราคารุ่น W-Fi อย่างเดียว 16GB-$499 /32GB-$599/ 64GB-$699 เร่ิมขายเดือนมี.ค.
  • ราคารุ่น Wi-Fi/3G 16GB-$629/ 32GB-$729/ 64GB-$829 เร่ิมขายเดือนเม.ย.

รายละเอียดเพิ่มเติม : apple.com/ipad



kangg

You May Also Like:

แอปเปิ้ลออกมายอมรับแอบลดประสิทธิภาพการทำงาน iPhone เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมถึงจุดหนึ่ง

สัปดาห์ก่อนมีข้อมูลยืนยันได้ว่า iPhone ที่แบตเตอรี่เริ่มเสื่อมจะมีผลคะแนนเมื่อวัดด้วยแอพต่าง ๆ ออกมาไม่เท่ากับเครื่องอื่นที่แบตเตอรี่ยังดีอยู่ ซึ่งก็มีการตรวจสอบกันว่าข้อมูลนี้เป็นจริง และสุดท้ายแอปเปิ้ลออกมายอมรับว่ามีการทำจริงเพื่อไม่ให้เครื่องดับขณะใช้งานกรณีที่แบตเตอรี่เสื่อมถึงจุดหนึ่ง ..

Jony Ive กลับมาคุมทีมออกแบบผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลเต็มตัวอีกครั้ง

Jony Ive ถือเป็นหัวใจสำคัญด้านงานออกแบบของแอปเปิ้ลที่ก่อนหน้านี้ถูกย้ายมาดูแลงานออกแบบ Apple Park แต่ล่าสุดมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เขากลับมาคุมทีมดีไซน์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของแอปเปิ้ลอีกครั้ง  ..

Share

Tweet

Email