iPhone 4 เครื่องนอกหรือเครื่องศูนย์ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายพอ ๆ กัน

iPhone 4 เครื่องนอกหรือเครื่องศูนย์ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายพอ ๆ กัน

หลาย ๆ คนที่สั่งซื้อ iPhone 4 จากทางสิงคโปร์หรือฮ่องกงที่เร็ว ๆ นี้น่าจะกำลังได้เครื่องกันแล้วนั้น อาจจะเกรงว่าซื้อเครื่องถูกกว่าในไทยก็จริง แต่ค่าใช้จ่ายระยะยาวจะแพงกว่านั้น เอาเข้าจริงแล้วแทบไม่ต่างกับคนที่รอซื้อ iPhone 4 ในไทยเลย

สำหรับกรณีที่เรากำลังจะกล่าวถึงนี้จะอิงกับราคา iPhone 4 16GB ที่หน้าเว็บ store.apple.com/hk ที่ราคาเครื่องอยู่ที่ HK$4,988 (ประมาณ 20,950 บาท) (HK$1 = 4.2 บาท) ไม่นับราคาเครื่องหิ้วที่โดนบวกราคาใน MBK  ส่วนในไทยตอนนี้ยังไงก็ต้องอิงกับราคาเดิมของ iPhone 3GS 16GB ไปพลาง ๆ ก่อนซึ่งราคาเครื่องที่ซื้อพร้อมแพ็กเกจอยู่ที่ 22,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วราคาอยู่ที่ 24,503 บาท)

ด้านแพ็กเกจทั้งด้านการโทรและการใช้งานในส่วนดาต้าถ้าใช้เครื่องนอกก็สามารถใช้แพ็กเกจที่ได้พอ ๆ กันกับแพ็กเกจของ iPhone ทั้งสองค่ายไม่ว่าจะดีแทคหรือทรูมูฟ ลองมาดูไปพร้อม ๆ กัน โดยเริ่มจากดีแทคก่อน

ราคาแพ็กเกจสำหรับเครื่องนอกที่ได้ทั้งค่าโทรและดาต้าไม่จำกัดคล้าย ๆ กันดูแล้วน่าจะเป็น

  • แพ็กเกจ One 200บาท+110SMS 79บาท+15MMS 39บาท+ EDGE Unlimited 650บาท = 968 บาท 12เดือน = 11,616 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 12,430บาท)
  • iPhone M 580 บาท (โทร 250นาที+300SMS+50MMS+ EDGE Unlimited) 12 เดือน = 6960 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7,447 บาท)

ราคาเครื่องนอกบวกกับราคาแพ็กเกจ One และอื่น ๆ  20,950+12,430 = 33,380 บาท

ราคาเครื่องศูนย์ที่ซื้อพร้อมแพ็กเกจ iPhone by dtac 24,503+7,447 = 31,950 บาท

จากราคาข้างต้นใช้เครื่องศูนย์พร้อมแพ็กเกจ iPhone by dtac (M) ราคาถูกกว่า 1,430 บาท

ข้อแตกต่างของการใช้เครื่องนอกกับเครื่องพร้อมแพ็กเกจของดีแทคภาพรวมแตกต่างกันหลัก ๆ ก็คงเป็นเรื่องจำนวนนาทีการโทรที่แพ็กเกจ One มีให้ 200 นาที ซึ่งจะน้อยกว่า iPhone M อยู่ 50 นาที นอกนั้นในส่วนของ SMS หรือ MMS จำนวนครั้งมากน้อยก็แทบจะไม่มีผลในการตัดสินใจเลือกใช้งานเลย สำหรับทางด้านการใช้งานดาต้าโชคดีที่ดีแทคลดราคาแพ็กเกจ EDGE Unlimited สำหรับลูกค้าธรรมดาเหลือ 650 บาทก็เลยทำให้เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วสูงกว่าไม่มากนัก

ถัดมาถึงทรูมูฟที่เป็นผู้จำหน่าย iPhone ในไทยอย่างเป็นทางการอีกราย ที่ตอนนี้ออกแพ็กเกจ iPack มาดูดลูกค้าเครื่องหิ้วชนิดที่เรียกว่าถ้าไม่สนว่าต้องรอย้ายค่ายเบอร์เดิม แพ็กเกจของทรูมูฟสำหรับคนซื้อเครื่องจากต่างประเทศดูน่าสนใจที่สุดแล้วในตอนนี้ ลองมาเปรียบเทียบกันว่าแพ็กเกจระหว่างเครื่องนอกกับแพ็กเกจ iPhone ของทรูมูฟเองจะต่างกันเท่าไหร่

  • iPack 699 บาท (โทร 300นาที+300SMS+120MMS+EDGE Unlimited+ 3G 5GB) 12 เดือน = 8,388 (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 8,975 บาท)
  • iPhone 599 บาท (โทร 300นาที+300SMS+50MMS+ Wi-Fi/EDGE/3G Unlimited) 12 เดือน = 7,188 (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7,691 บาท)

ราคาเครื่องนอกบวกับราคาแพ็กเกจ iPack 20,950+8,975 = 29,925 บาท

ราคาเครื่องศูนย์ที่ซื้อพร้อมแพ็กเกจ iPhone by truemove 24,503+7,691 บาท = 32,194 บาท

จากราคาข้างต้นใช้เครื่องศูนย์พร้อมแพ็กเกจ iPhone by truemove (Basic) ราคาแพงกว่า 2,269 บาท

สำหรับกรณีของทรูไป ๆ มา ๆ คนที่กำลังรอเครื่องศูนย์ดูเหมือนจะจ่ายเงินแพงกว่าคนที่ได้เครื่องราคาเดิม ๆ จากฮ่องกงเสียอีก แต่จุดต่างที่ราคาแพงกว่า 2,269 บาทก็คงเป็นเรื่องการ Wi-Fi ที่ในแพ็กเกจ iPack ไม่มีให้ซึ่งอาจจะเป็นจุดตัดสินใจสำหรับการซื้อ iPhone 4 ที่ต้องใช้ FaceTime ผ่าน Wi-Fi เพียงอย่างเดียว (ไม่นับเครื่องเจลเบรค) ทำให้การมี Wi-Fi แบบใช้ได้บ้างไม่ได้บ้างช้าบ้างเร็วบ้างก็ยังดีกว่าไม่มีเลย และในส่วนของการใช้งาน 3G จะแตกต่างตรงที่แพ็กเกจ iPack จำกัดที่การใช้งานไว้ที่ 5GB ซึ่งถ้าดูจากการใช้แบบทั่ว ๆ ไปดาต้า 5GB เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั้งเดือนอยู่แล้ว

จากกรณีข้างต้นคงเป็นไปไม่ได้สำหรับทุกคน เพราะคงไม่มีใครที่จะหาทางฝากซื้อ iPhone 4 ได้ในราคาเดิม ๆ ตั้งแต่ต้นทางจากฮ่องกงหรือสิงคโปร์กันทุกคน แต่ถ้ากลับกันบังเอิญว่าเรามีช่องทางหาซื้อหรือฝากซื้อได้ในราคาปกติ ก็ดูเหมือนว่าราคาค่าใช้จ่ายตลอด 12 เดือนไม่ต่างกับคนที่กำลังรอซื้อ iPhone 4 อยู่เลยด้วยซ้ำ (กรณีที่ยังอิงกับราคาเดิมของ iPhone 3GS 16GB)

ส่วนจุดที่แตกต่างหลัก ๆ ที่ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบของการซื้อเครื่องในไทยเท่าที่พอจะนึกได้ในตอนนี้ก็มี 2 จุดหลัก ๆ ที่ทำให้หลายคนยังรอซื้อเครื่องในไทยก็คงหนีไม่พ้นการรับประกันตัวเครื่องที่เป็นระบบซื้อจากประเทศไหนเคลมประเทศนั้น ทำให้การซื้อเครื่องในไทยจากตัวแทนจำหน่ายก็ยังมีภาษีดีกว่าอยู่นิดหน่อย แต่ถ้าใครเคยใช้หรือใช้ iPhone ไม่ว่าจะรุ่นไหนอยู่ในตอนนี้ก็ทราบกันดีว่าถ้าเครื่องใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาอะไรก็จะสามารถใช้งานได้เรื่อย ๆ ไม่ได้แวะเข้าศูนย์ไปเคลมเครื่องแน่ ๆ แต่สำหรับบางคนที่เจอกลัวว่าจะเจอเครื่องที่มีการชำรุดเนื่องจากการผลิตการซื้อเครื่องในไทยที่มีการรับประกันก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งถ้านับเฉพาะ iPhone 4 ที่มีเรื่องคาราคาซังกันมาเนิ่นนานเกี่ยวกับตัวกรอบเครื่องที่ดูเหมือนจะมีปัญหาว่าจับเครื่องแล้วสัญญาณวูบ ๆ นั้น ถ้าในกรณีเลวร้ายสุดแอปเปิ้ลต้องเรียกเครื่องกลับคืนทั้งหมดและเปลี่ยนเครื่องให้ใหม่ (โอกาสน้อยมากๆ) เฉพาะกรณีนี้ยังไงการซื้อเครื่องในไทยก็ได้เปรียบกว่าชนิดนอนมา อีกจุดก็คงเป็นตอนซื้อเครื่องที่ยังไง ๆ การซื้อเครื่องจากต่างประเทศก็ต้องซื้อเป็นเงินสด ซึ่งจะต่างกับในไทยที่น่าจะยังมีโปรฯผ่อน 0% 10 เดือนมาให้ค่อย ๆ ทยอยจ่ายได้ จุดนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลาย ๆ คนที่ไม่มีเงินก่้อนหรือไม่ต้องการจ่ายเงินก้อน เพราะไง ๆ สุดท้ายก็จ่ายค่าเครื่องเท่าเดิมจะรีบเอาเงินทั้งก้อนไปให้ก่อนทำไม

ถ้าหาซื้อเครื่องจากเมืองนอกเช่นฮ่องกงหรือสิงคโปร์ ได้ในราคาปกติ รับความเสี่ยงเรื่องการรับประกันได้ แพ็กเกจดีน้อยกว่าเครื่องในไทยนิดเดียว แบบนี้จะรอเครื่องในไทยไปทำไม ?



You May Also Like:

Apple CarPlay ในไทยใช้งาน Maps ได้แล้ว

สำหรับเจ้าของรถที่วิทยุรองรับการใช้งาน Apple CarPlay ก็จะทราบกันดีว่าไม่สามารถใช้งานในส่วนของแผนที่ได้ แต่ตอนนี้แอปเปิ้ลเปิดให้ใช้งานได้แล้ว ..

พาชมสถานที่ตั้ง Apple Store สาขาแรกในประเทศไทย (อัพเดท)

อย่างที่เราเคยคอนเฟิร์มไปแล้วตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมาว่า Apple Store จะมาเปิดสาขาแรกในกรุงเทพ วันนี้เราพาไปดูที่ตั้งร้านกันว่าอยู่ตรงไหน ..

Share

Tweet

Email