iPod touch เต็มเหนี่ยว , nano กลายเป็นหน้าจอทัช, shuffle ย้อนยุค

iPod touch เต็มเหนี่ยว , nano กลายเป็นหน้าจอทัช, shuffle ย้อนยุค

แอปเปิ้ลปล่อยทีเด็ดมาสำหรับ iPod โฉมปี 2010 ทุกรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีทีเด็ดแตกต่างกันไป แต่เชื่อว่า iPod touch 4G ที่ออกมาครั้งนี้อาจจะทำให้หลายคนลังเลกับ iPhone 4 เลยก็ได้

มาเร่ิมกันที่น้องเล็ก iPod shuffle รุ่นใหม่ถือว่าเป็นรุ่นที่ 4 แล้วคราวนี้กลับมามีปุ่มควบคุมด้านหน้า ซึ่งทำให้รุ่นนี้แลดูเหมือนรุ่นที่ 2 ที่หั่นขอบให้เล็กลง สำหรับระบบควบคุมเครื่องเป็นการนำข้อดีของการมีปุ่มกดมาผนวกเข้ากับ Voice Over เพื่อช่วยให้การสั่งงานดูสมบรูณ์เยอะขึ้นกว่าเดิม ส่วนสีสันของรุ่นนี้มา 5 สีด้วยกันได้แก่เงิน, ฟ้า, เขียว, ส้ม, ชมพู

  • iPod shuffle 2GB ราคา 2,000 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม : apple.com/ipodshuffle

iPod nano 6G หรือชื่อเต็ม ๆ คือ iPod nano with Multi-Touch Interface มาคราวนี้เหลือแต่หน้าจอโล้น ๆ โดนแอปเปิ้ลตัด Clickwheel ออกไปแล้วใส่ระบบจอสัมผัสขนาด 1.5” พร้อมมัลติทัชมาให้แทน ตัวเครื่องเป็นไปตามข่าวที่มีมาให้เห็นก่อนหน้านี้ว่าจะมีขนาดเล็กนิดเดียวมาพร้อมกับสีสันให้เลือก  7 สีด้วยกันคือสีเงิน, ดำ, ฟ้า, เขียว, ส้ม, ชมพู และแดง ด้านหลังเครื่องจะมีคลิปหนีบในตัว ซึ่งพอดูรูปร่างและขนาดโดยรวมถือว่ามีขนาดใกล้ ๆ กับ iPod shuffle สุด ๆ

ว่ากันที่เรื่องหน้าจอแบบมัลติทัช ซึ่งก็ได้รับอานิสงค์มากจาก iPhone นั้นเอง โดยในแสดงผลจะสามารถโชว์ไอคอนได้ 4 เมนูด้วยกัน ถ้าต้องการย้ายเหรือสลับตำแหน่งเมนูแบบตามใจฉันก็สามารถทำได้เหมือน ๆ กับบน iPhone

ด้านฟีเจอร์ของ iPod nano รุ่นจอมัลติทัช แน่ ๆ ก็ต้องฟังเพลงได้, วิทยุมี, Nike+iPod ยังได้อยู่ (ต้องต่อกับตัวรับสัญญาณเช่นเดิม) ส่วนฟีเจอร์ที่หายไปจากรุ่นก่อนก็คือไม่สามารถดูวิดีโอได้แล้ว (ก็จอจิ๋วแค่นั้นจะเอาไปดูอะไรได้) และเมื่อดูวิดีโอไม่ได้ก็ทำให้กล้องถ่ายวิดีโอโดนตัดออกไปตามระเบียบ กลายเป็นว่า iPod nano รุ่นที่แล้วเป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียวในตอนนี้ที่ใส่กล้องบันทึกวิดีโอเข้ามา

  • iPod nano 8GB ราคา 5,400 บาท
  • iPod nano 16GB ราคา 6,600 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม : apple.com/ipodnano

สำหรับพี่ใหญ่ของงานที่ใคร ๆ ก็กลัวว่าแอปเปิ้ลจะกั๊กเหมือนเคย ๆ ก็ต้องยิ้มแก้มปริ เพราะ iPod touch 4G แอปเปิ้ลจัดมาเต็มพิกัดทั้งกล้องหน้า กล้องหลัง รองรับ FaceTime จอ Retina Display เรียกว่าขาดแค่ฟังก์ชั่นโทรศัพท์ก็จะกลายร่างเป็น iPhone 4 ได้ทันที

สำหรับสัดส่วนภายนอกของ iPod touch 4G บางลงกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย ด้านหลังเครื่องยังคงเอกลักษณ์เดิมคือเป็นสีเงินมันวาวเช่นเดิมและมีกล้องติดมาด้วยที่มุมบนซ้าย โดยกล้องดังกล่าวจะทำให้ที่เป็นทั้งกล้องถ่ายวิดีโอและภาพนิ่งไปในตัว โดยวิดีโอสามารถบันทึกได้ที่ระดับ HD (720P) ส่วนการถ่ายรูปนิ่งจะได้ที่ความละเอียด 960×720 พิกเซลหรือประมาณ 7แสนพิกเซลเท่านั้น ตามสเป็คไม่ได้เขียนว่ามีระบบออโต้โฟกัสมาด้วยแต่อย่างใด  กลับมาที่ด้านหน้าด้านบนจะมีกล้องติดมาด้วย แต่ความละเอียดจะอยู่ที่ระดับ VGA 640×480 พิกเซล

หน้าจอของ iPod touch 4G คงไม่ต้องเดากันให้ยากว่าเป็นจอแบบเดียวกับ iPhone 4 นั้นคือ Retina Display ที่มีความคมชัดมาก ๆ ใส่เข้ามาด้วย ซึ่งความละเอียดของหน้าจอจะอยู่ที่   สำหรับเรื่องนี้ต้องบอกว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เพราะต้องได้เห็นเองแล้วจะรู้ว่า iPod touch เครื่องเดิมที่ว่าจอชัด ๆ ก็จะดูเบลอ ๆ ไม่ชัดไปในทันที

ด้านความแรงแอปเปิ้ลจับซีพียู A4 มาไว้ใน iPod touch 4G ด้วยเช่นกัน อย่างน้อย ๆ ความแรงของ A4 ตัวนี้ก็ต้องว่ากันที่ 1GHz แต่ถ้าตามดูจากประวัติที่ผ่านมาจะเห็นว่าแม้จะเป็นซีพียูเดียวกันกับ iPhone แต่ซีพียูใน iPod touch จะมีสัญญาณนาฬิกามากกว่าอยู่นิดหน่อย ส่วนความจริงจะแรงกว่าหรือไม่แรงกว่าอีกไม่นานคงได้รู้กัน

FaceTime ใน iPod touch แค่เห็นในทีแรกว่าตาไม่ได้ฟาดที่แอปเปิ้ลนำ FaceTime เข้ามาอยู่ใน iPod touch ด้วย ก็เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนต้องเสียเงินซื้อ iPod touch 4G เพราะฟีเจอร์นี้กันมากพอดู การใช้ FaceTime ใน iPod touch จะคือ ๆ กับบน iPhone 4 เพียงแต่ตอนที่เราต้องการโทรหาเพื่อนหรือคุณแฟนก็ใช้ได้ทั้ง Apple ID หรืออีเมลแทนเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งการใช้ FaceTime สามารถใช้คุยไดักับทั้ง iPod touch 4G ด้วยกันหรือจะคุยกับคนที่ใช้ iPhone 4 ก็ได้ผ่านทาง Wi-Fi แอปเปิ้ลทำออกมารูปการนี้ก็แทบจะเรียกได้ว่าแอปเปิ้ลพยายามทำตัวเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ไม่ต้องมีโครงข่ายมือถือจริง ๆ ก็ว่าได้

  • iPod touch 8GB ราคา 7,900 บาท
  • iPod touch 32GB ราคา 10,400 บาท
  • iPod touch 64GB ราคา 13,900 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม : apple.com/ipodtouch



You May Also Like:

แอปเปิ้ลเลิกจัดเทศกาลดนตรี Apple Music Festival หลังจัดงานมา 10 ปี

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ฉะนั้นไม่แปลกใจที่จะมีวันที่แอปเปิ้ลยุติบทบาทการจัดเทศกาลดนตรี iTunes Music Festival โดยแอปเป้ิลให้ข้อมูลออกมาแล้วว่าไม่จัดงานดังกล่าว ..

Apple ทุ่มกว่า 3 หมื่นล้าน ส่วน Netflix ทุ่มกว่า 2 แสนล้าน เพื่อทำหนัง/ซีรีส์ในปีหน้า

มีข่าวออกมาในระยะเวลาไล่เลี่ยกันทั้ง Apple และ Netflix เรื่องการทุ่มเงินทำหนัง/ซีรีส์ในระบบสตรีมมิ่งของตัวเอง Apple บอกทุ่มเงินกว่า 3 หมื่นล้าน Netflix บอกพร้อมทุ่มเงินกว่า 2 แสนล้านบาท ...คนละชั้นจริง ๆ ..

แอปเปิ้ลแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2017 รายได้ $45,400 ล้านดอลลาร์ กำไร $8,700 ล้านดอลลาร์ ยอดขาย iPad เพิ่มขึ้น 28%

แอปเปิ้ลแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2017 รายได้ $45,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไร $8,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ iPhone ยอดขายซบ สวนทาง iPad ยอดขายพุ่ง ..

Share

Tweet

Email