ประกัน iPhone สำหรับประเทศไทย

วันที่ 24 กันยายน 2553 จะเป็นวันที่กำหนดวางจำหน่าย iPhone 4 อย่างเป็นทางการในประเทศไทยโดยผู้ให้บริการรายใหญ่ทั้ง 3 รายอันได้แก่ AIS, dtac, และ TRUE จะซื้อกับค่ายไหนก็คงเป็นเรื่องที่ผู้ใช้ต้องตัดสินใจเอาเองจากเงื่อนไขโปรโมชั่นที่กำลังจะประกาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ แต่หลังจากใช้ๆ งานไปแล้วเครื่องมีปัญหา แล้วจะทำอย่างไร? บทความนี้น่าจะช่วยให้ผู้ใช้งาน iPhone เครื่องศูนย์มีความสบายใจขึ้นหลังจากที่เครื่องมีปัญหาแล้วต้องส่งเข้าศูนย์บริการ

ซื้อกับใคร เคลมกับที่นั่น

เนื่องจากการให้บริการ iPhone ในประเทศไทยได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจากผู้ให้บริการเครือข่ายแต่ละค่าย และในสถานการณ์ที่ผ่านมาแต่ละค่ายจะดูแลเฉพาะเครื่องที่ค่ายนั้นจำหน่ายไป ดังนั้นก็คงต้องยึดคำที่ว่าซื้อกับใครก็เอาไปเคลมที่นั่น

สำหรับ dtac และ TRUE เราก็ทราบศูนย์บริการแล้วว่าต้องไปที่ใด แต่สำหรับ AIS ก็คงต้องรอการเปิดตัวก่อนจึงจะมีข้อมูลในส่วนนี้

รับประกันอย่างไร

อาการขัดข้องของอุปกรณ์ที่ไม่ได้เกิดจากความเปียกชื้น (ตัวตรวจวัดเปลี่ยนสีจากขาวเป็นแดง), อุบัติเหตุ, การใช้งานผิดประเภท รวมถึงการช็อต อยู่ใต้เงื่อนไขการรับประกันของ Apple มาตรฐานการบริการของ Apple คือเปลี่ยนสินค้าใหม่ ไม่มีการแกะซ่อม แต่เนื่องจากอาจจะมีคิวรอการรับบริการมาก อาจจะไม่สามารถเปลี่ยนเครื่องให้แก่ลูกค้าได้ในทันที ซึ่งถ้าเป็นมาตรฐานของต่างประเทศ ลูกค้าจำเป็นต้องทิ้งเครื่องไว้ที่ศูนย์บริการจนกว่าจะดำเนินการเปลี่ยนเครื่องเสร็จและไม่มีเครื่องอะไหล่ให้ใช้งาน

แต่สำหรับประเทศไทยด้วยมาตรฐานการบริการที่เคยปฏิบัติกันมา ลูกค้าสามารถนำเครื่องกลับไปใช้งานได้ระหว่างรอเครื่องใหม่

สำหรับเครื่องที่ Jailbreak ควรจะจัดการเครื่องให้อยู่ในสภาพที่เหมือนไม่ผ่านการ Jailbreak มาเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิเสธการให้บริการ แม้ว่าจะมีข้อยกเว้นให้สามารถ Jailbreak เครื่องได้ แต่ก็ถือเป็นสิทธิ์ของ Apple ที่จะปฏิเสธการให้บริการแก่เครื่องที่ผ่านการ Jailbreak มา

สำหรับอุปกรณ์เสริม (หูฟัง, สายเชื่อมกับ USB, ตัวแปรงไฟกับ USB) ต้องนำเครื่องโทรศัพท์ไปเข้าบริการด้วย เพราะจะอ้างอิง Serial Number จากเครื่องโทรศัพท์นั้น ทางศูนย์บริการไม่สามารถทราบได้ว่าอุปกรณ์เสริมที่นำมาเคลมเป็นอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับในกล่องหรือไม่ ตราบใดที่เป็นของที่มีลักษณะเหมือนกัน

เครื่องที่ได้รับเปลี่ยนมาจะมีระยะประกันเพิ่มอีก 90 วันสำหรับเงื่อนไขการเสียอาการเดิม ซึ่งอาจจะขยายระยะการรับประกันเดิม หากหมดระยะประกันแบบจำกัด (1 ปี) ก่อนช่วงระยะเวลา 90 วันนั้น อ้างอิงจาก iPhone Limited Warranty ดังนี้

ผลิตภัณฑ์หรือชิ้นส่วนที่เปลี่ยนแทนที่ ซึ่งรวมทั้งชิ้นส่วนที่ผู้ใช้สามารถติดตั้งด้วยตนเองได้ที่ได้ติดตั้งตามคําแนะนําที่ให้โดยแอปเปิล ให้มีการรับประกันตามส่วนของการรับประกันที่เหลืออยู่ของผลิตภัณฑ์อันเดิม หรือ 90 (เก้าสิบ) วันนับแต่วันที่เปลี่ยนแทนที่ แล้วแต่ว่าช่วงเวลาใดจะให้ความคุ้มครองแก่ท่าน ยาวนานกว่า.

ตัวอย่างเช่น เครื่องหมดประกันในเดือนสิงหาคม 2553 แต่มีการนำเข้าไปรับบริการในช่วงปลายเดืิอนกรกฎาคม 2553 อันจะมีผลทำให้เครื่องได้รับประกันเพิ่มไปจนถึงเดือนตุลาคม 2553

การประเมินความเสียหาย

หมายเหตุ: การอ้างอิงเอกสารภาษาอังกฤษ อ้างอิงเฉพาะขั้นตอนที่ปฏิบัติในการรับประกันของศูนย์บริการในประเทศไทยเท่านั้น

มาตรฐานความเสียหายที่ศูนย์บริการประเมินมี 3 ระดับ (ตามเอกสารที่ศูนย์บริการใช้อ้างอิง) คือ ในประกัน, เสียหายน้อย, และเสียหายมาก สำหรับความเสียหายระดับในประกันจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ แต่หากถูกประเมินความเสียหายในระดับเสียหายน้อย,​ เสียหายมาก จำเป็นต้องจ่ายค่าบริการในการเปลี่ยนสินค้าด้วย โดยจะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน โดยหลักเกณฑ์ประเมินเป็นไปตามที่ Apple กำหนด (ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ)

หากเครื่องเสียหายจากการตกน้ำ, ความชื้น ในระดับที่ทำให้ตัวตรวจวัดเปลี่ยนสีจากขาวเป็นแดง จะถือว่าเครื่องเข้าเกณฑ์เสียหายน้อย ซึ่งต้องชำระค่าบริการหากต้องการเปลี่ยนสินค้า (อ้างอิงจาก Service FAQ)

For example, an iPhone that has failed due to damage or liquid damage is eligible for Out-of-Warranty service.

เครื่องที่ถูกประเมินความเสียหายมาก (มีการแกะเครื่อง, เปลี่ยนชิ้นส่วนภายใน, เสียหายรุนแรง) อาจจะถูกปฏิเสธการให้บริการได้

However, certain damage is ineligible for OOW service, including catastrophic damage, such as the device separating into multiple pieces, and inoperability caused by unauthorized modifications.

ค่าบริการสามารถดูจากตารางที่แสดงใน Service FAQ แต่สำหรับประเทศไทยมีการคิดอัตราดังกล่าวไว้ตายตัวแล้ว ซึ่งอาจจะลดลงในอนาคต แต่ในปัจจุบัน (วันที่เขียน) ตกอยู่ที่ราวๆ 8 พันบาท

สำหรับกรณีการเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับเครื่องที่หมดประกันแล้ว มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าค่าใช้จ่ายของ ความเสียหายน้อย (อ้างอิงจาก iPhone Out-of-warranty Battery Replacement Program) แต่จะมีปัญหาว่าเครื่องที่นำเข้าบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ต้องไม่มีความเสียหายอื่นที่จะประเมินเป็นความเสียหายทั้ง 2 ระดับที่ได้กล่าวมาได้ มิเช่นนั้นจะถือว่าต้องชำระค่าใช้จ่ายในอัตราเดียวกับความเสียหายทั้ง 2 ระดับนั้น

ข้อปฏิบัติในการเข้ารับบริการ

เตรียมบัตรประชาชน, หนังสือมอบอำนาจ (หากไม่ได้นำเครื่องไปเข้ารับบริการด้วยตัวเอง) ทางพนักงานจะทำการตรวจสภาพเครื่องเบื้องต้นแล้วดำเนินการส่งเรื่องให้กับ Apple เพื่ออนุมัติการเคลมสินค้า หากเข้าข่ายสามารถเคลมสินค้าได้ ก็จะออกเอกสารเพื่อใช้รับเครื่องไว้และให้นำเอกสารนี้มารับเครื่องใหม่ภายในระยะเวลาที่พนักงานจะติดต่อกลับในภายหลัง

ระหว่างนี้กรุณารักษาสภาพความเสียหายของเครื่องให้คงสภาพเดิมให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง เนื่องจากขั้นตอนการปฏิบัตินี้ถือว่าไม่ถูกต้องตามมาตรฐานของ Apple หากเครื่องมีสภาพความเสียหายมากไปกว่าเดิม อาจจะต้องชำระค่าใช้จ่ายในภายหลังด้วย

การสำเนาข้อมูลในเครื่องถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้ใช้ ซึ่งสามารถใช้ iTunes จัดการได้ เพียงต่อเชื่อม iPhone กับคอมพิวเตอร์แล้วกด Sync ใน iTunes หากต้องการตรวจสอบให้แน่ใจ ให้คลิ้กขวาที่ชื่อของ iPhone แล้วเลือก Backup ก็จะเป็นการทำสำเนาข้อมูลอีกวิธีเพื่อความแน่ใจว่าได้ทำสำเนาข้อมูลไว้จริงๆ เพื่อที่จะใช้ Restore ลงเครื่องใหม่ที่เปลี่ยนมา

การนำเครื่องส่ง ควรจะทำการล้างข้อมูลในเครื่องให้หมด วิธีการที่ง่ายที่สุดคือทำการ Restore ด้วย iTunes แล้วไม่ต้องทำการ Activate เครื่อง โดยเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ Restore ให้ทำการตัดการเชื่อมต่อตัว iPhone จากคอมพิวเตอร์ทันที (ช่วงที่ iTunes ขึ้นหน้าต่างแจ้งว่าทำการ Restore สำเร็จ แล้วจะปิดหน้าต่างตอบรับนี้ภายใน 15 วินาที) หรืออาจจะใช้ Settings → General → Reset → Erase All Content and Settings ซึ่งอาจจะใช้เวลานานกว่าจะลบข้อมูลออกหมดทั้งเครื่อง รวมถึงอาจจะใช้ Remote Wipe ผ่านทางเมนู Find My iPhone ของ MobileMe เพื่อล้างข้อมูลในเครื่องได้

มี AppleCare ไหม?

โดยปกติผลิตภัณฑ์ Mac, หน้าจอ, Apple TV, iPad, iPhone, iPod จะสามารถขยายระยะประกันเพิ่มเติมจาก Apple’s Limited Warranty (1 ปี) โดยการซื้อ AppleCare ซึ่งสามารถเพิ่มระยะการรับประกันโดยผลิตภัณฑ์กลุ่ม Mac, หน้าจอ สามารถเพิ่มระยะการประกันเป็น 3 ปี ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ สามารถเพิ่มระยะการรับประกันเป็น 2 ปี

สำหรับประเทศไทยนั้น ไม่มีการจำหน่าย AppleCare สำหรับ iPhone เนื่องจากการให้บริการทางเทคนิคเป็นของผู้ให้บริการแต่ละราย คงต้องรอจนกว่าทาง Apple จะเข้ามาให้บริการทางเทคนิคแทน จึงจะมีการจำหน่าย AppleCare สำหรับ iPhone ในประเทศไทย ไม่สามารถซื้อ AppleCare จากประเทศอื่นแล้วนำมาลงทะเบียนใช้กับ iPhone ที่จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้

ทั้งหมดนี้น่าจะทำให้ผู้ใช้ที่ซื้อเครื่องศูนย์ มีความสบายใจในการใช้งานและเงื่อนไขการรับประกันเครื่องที่แลกมากับราคาที่แพงกว่าเครื่องหิ้ว แต่การตัดสินใจทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ที่จะซื้อเครื่องหิ้วราคาถูกติดล็อค หรือเครื่องที่ราคาแพงกว่าอีกหน่อยเป็นเครื่องปลดล็อค หรือจะซื้อเครื่องศูนย์ที่เป็นเครื่องปลดล็อคและมีการรับประกันในราคาที่แพงกว่าอีกนิด

About