มาทำความเข้าใจกับ multitasking ใน iOS

มาทำความเข้าใจกับ multitasking ใน iOS

ก่อนอื่นต้องบอกว่าสำหรับผู้ใช้งาน iOS 4 ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็น iPod touch, iPhone หรือกับอนาคตอันใกล้นี้ของ iPad คงทราบกันดีสำหรับฟังชั่นการใช้งานแบบ multitasking ที่ต้องเรียกว่าเป็นจุดเสริมที่สร้างความคล่องตัวในการใช้งานให้มากขึ้น แต่ก็มีข้อกังขาให้อดสงสัยกับคำว่า multitasking แบบแอปเปิ้ลไม่ได้ว่าทำงานแบบใด, ใช้พลังงานมากขึ้นจริงรึเปล่า หรือทำให้เครื่องช้าลงมากน้อยแค่ไหน อย่างน้อยก็น่าจะแตกต่างจาก multitasking ที่เคยรับรู้มาตลอดแน่นอน

multitasking มีความหมายในอุดมคติถึงความสามารถในการทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ โดยความหมายโดยนัยทางคอมพิวเตอร์นั้นหมายถึง ความสามารถในการทำงานเบื้องหลังการทำงานอื่น (background processing) ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการทำงานที่ดึงสมรรถภาพของเครื่องส่วนที่เหลือออกมาใช้งานขณะที่ผู้ใช้งานก็ทำงานอื่นต่อไป สมมุติเหตุการณ์การทำงานแบบ multitasking แบบง่ายๆ เช่นการเปิดหน้าเว็บแล้วมาพิมพ์งานเพื่อรอให้หน้าเว็บเปิดเรียบร้อย ก่อนจะหยุดการพิมพ์งานแล้วกลับไปอ่านหน้าเว็บนั้นๆ

แต่สำหรับระบบ multitasking ของ iOS นั้นจะค่อนข้างแตกต่างจากวิธีการคิดเดิมๆ เนื่องจากแอปเปิ้ลทราบดีกับทรัพยากรอันจำกัดของอุปกรณ์พกพาที่ใช้ iOS จึงเปิดช่องทางให้นักพัฒนาสามารถทำงานเบื้องหลังได้เพียงไม่กี่หนทางได้แก่

  • ความสามารถในการสลับแอพฯและคงสถานะเดิมของแอพฯนั้นๆ ไว้เหมือนก่อนหน้า
  • ความสามารถในการฟังเสียงเพลง เช่น การฟังเพลงจากในเครื่องหรือการฟังวิทยุทางอินเตอร์เน็ท (Internet Radio)
  • ความสามารถในการคุยโทรศัพท์ผ่าน VoIP เช่น การใช้งาน skype
  • ความสามารถในการเปิดการใช้งาน GPS เช่น การใช้งานนำทางในรถยนต์ (ยกเว้น Maps)
  • ความสามารถในการรับส่งการเตือนต่างๆ ภายในเครื่อง
  • ความสามารถในการจบการทำงานต่างๆ ที่ทำงานในลักษณะแบ็คกราวน์ เช่น การอัพโหลดไฟล์ที่ค้างอยู่

ซึ่งควา



You May Also Like:

ปีหน้า iPhone อาจมีกล้องหลังแบบ 3 เลนส์

มีข่าวลือกันแบบข้ามปีมากันตั้งแต่ตอนนี้เลยทีเดียว เมื่อเว็บในไต้หวันลงข่าวว่าไม่แน่ปีหน้าแอปเปิ้ลอาจจะออก iPhone ที่มีกล้องหลังแบบ 3 เลนส์ด้วยก็ได้ ..

ในอนาคต iPhone อาจมีความให้สั่งงานด้วยท่าทางแบบไม่ต้องโดนตัวเครื่อง

เป็นข้อมูลที่น่าสนใจทีเดียวเมื่อทาง Bloomberg ได้ออกมาให้ข้อมูลว่าแอปเปิ้ลกำลังทดสอบ iPhone ที่เราสามารถทำมือเป็นท่าทางต่าง ๆ ในอากาศแล้วสั่งงานตัวเครื่องได้ คาดว่าจะออกมาให้เห็นภายใน 3 ปี ..

แอปเปิ้ลออกมายอมรับแอบลดประสิทธิภาพการทำงาน iPhone เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมถึงจุดหนึ่ง

สัปดาห์ก่อนมีข้อมูลยืนยันได้ว่า iPhone ที่แบตเตอรี่เริ่มเสื่อมจะมีผลคะแนนเมื่อวัดด้วยแอพต่าง ๆ ออกมาไม่เท่ากับเครื่องอื่นที่แบตเตอรี่ยังดีอยู่ ซึ่งก็มีการตรวจสอบกันว่าข้อมูลนี้เป็นจริง และสุดท้ายแอปเปิ้ลออกมายอมรับว่ามีการทำจริงเพื่อไม่ให้เครื่องดับขณะใช้งานกรณีที่แบตเตอรี่เสื่อมถึงจุดหนึ่ง ..

Share

Tweet

Email