รีวิว : เครื่องบินบังคับ Parrot – AR.Drone

รีวิว : เครื่องบินบังคับ Parrot – AR.Drone

ของเล่นที่เกิดมาคู่กับ iPhone, iPad โดยเฉพาะ ชนิดที่เรียกว่าขาดกันไม่ได้สำหรับเครื่องบินบังคับ Parrot – AR.Drone แค่เขียนถึงเฉย ๆ ก็คงไม่เห็นภาพอะไรนัก ฉะนั้นเราทำเป็นวิดีโอสาธิตการเล่นแบบคร่าว ๆ มาไว้ให้ชมด้วย

สำหรับ Parrot – AR.Drone หลายคนอาจจะคุ้น ๆ เพราะเปิดตัวไปตั้งแต่ต้นปีในงาน CES 2010 ซึ่งเอาเข้าจริงเพิ่งเริ่มขายในต่างประเทศเมื่อไม่นานมานี้เอง โดยในไทยตอนนี้ก็มีเข้ามาจำหน่ายแล้วเช่นกัน

หน้าตาของเครื่องบินบังคับ Parrot – AR.Drone ว่าไปก็ไม่เชิงจะเป็นเครื่องบินซะทีเดียว เพราะตัวเครื่องมาพร้อมกับใบพัด 4 ใบในแนวนอนเหมือนเป็นเฮลิคอปเตอร์ส่วนหนึ่ง ตัวเครื่องบินมีกล้อง 2 ตัวติดอยู่ทางด้านหน้าหนึ่งตัวและด้านล่างของเครื่องอีกหนึ่งตัว บอดี้เกือบทั้งลำทำจากโฟมเพื่อให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ก็ไม่ต้องพะวงว่าเป็นโฟมแล้วจะบอบบาง เพราะโฟมที่ใช้ทำตัวเครื่องรวมถึงส่วนอื่น ๆ เป็นโฟมแบบอัดแน่นทำให้ไม่ได้หักง่าย ๆ อย่างน้อย ๆ เวลาฝึกบินชนนู้นนี่หลายครั้งก็ไม่มีโฟมส่วนไหนหักหรือเสียหายยกเว้นว่าตั้งใจจะหักโฟมแบบนี้ไม่เหลือซากแน่นอน สำหรับกรอบตัวเครื่องมี 2 แบบคือแบบมีกรอบโฟมล้อมใบพัดเหมาะสำหรับมือใหม่หรือเอาไว้บินแบบ Indoor อีกแบบจะเป็นโครงเปลือยแบบที่ไม่มีโฟมมาล้อมใบพัดเหมาะสำหรับผู้ที่ชำนาญในการบินแล้ว

ใบพัดทั้ง 4 มุมทำจากพลาสติกโดยข้างใต้ใบพัดนอกจากจะเป็นมอเตอร์ของใบพัดแล้วยังถูกออกแบบให้เป็นขาตั้งเครื่องเวลาเรานำเครื่องบินขึ้นบินและลงจอด สำหรับตรงกลางตัวเครื่องเมื่อถอดกรอบออกมาแล้วจะเป็นที่ใส่แบตเตอรี่ โดยแบตเตอรี่มีขนาดความจุ 1,100 มิลลิแอมป์ สำหรับกล่องนอกจากจะเอาไว้ขนย้ายเครื่องไปไหนต่อไหนแล้วยังเปรียบเสมือนเป็นฐานไว้ให้เครื่องบินขึ้นบินหรือจะเอาไว้ฝึกลงจอดเครื่องได้อย่างดี

ลองเล่นจริง

สำหรับการเล่นเริ่มจากที่เราต้องไปดาวน์โหลดแอพฯ AR.Drone Free Flight จากใน App Store มาก่อนเลยเพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะควบคุมเครื่องบินไม่ได้ จากนั้นถ้าคุณใช้ iPhone เป็นตัวควบคุมก็ให้เปิดใช้ Air Plane ซะก่อนไม่อย่างนั้นเวลามีโทรศัพท์เข้ามาเครื่องบินเราอาจร่วงประหนึ่งโดนศัตรูยิงได้

เมื่อจัดการทุกอย่างตามข้างต้นครบแล้วก็ใส่แบตเตอรี่ที่เครื่องบิน ส่วนใน iPhone, iPad ก็เปิดเข้าไปใน Setting -> Wi-Fi เพื่อจัดการเชื่อมต่อ iPhone, iPad กับเครื่องบิน โดยตัวเครื่องบินจะทำตัวเป็น Access Point ปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ออกมา เมื่อจัดการเรื่อง Wi-Fi เรียบร้อย เปิดเข้ามาที่แอพฯควบคุมเครื่องก็แทบจะพร้อมบินได้ทันที

การนำเครื่องบินขึ้นบินทำได้ไม่ยากอะไร เพราะในคู่มือ, ในเว็บ ardrone.parrot.com มีขั้นตอนให้เราอ่านและดูไว้ฝึกบินหมดแล้ว สำหรับการควบคุมให้เครื่องบิน ๆ ได้อย่างใจนึกเรื่องนี้ก็คงต้องฝีกกันสักนิด แต่เท่าที่ได้ลองผมว่าครึ่งฝึกบินอยู่ในห้องหรือในบ้านหลายครั้งหน่อยแล้วก็ค่อยม

าฝึกบินแบบ Outdoor ในพื้นที่โล่งสักครั้งก็น่าจะพอบินได้แล้ว การควบคุมประหนึ่งเราเล่นเกมอย่างไงอย่างงั้น เพราะการนำเครื่องบินเดินหน้า, ถอยหลังนอกจากจะต้องแตะปุ่มควบคุมด้านซ้ายบนหน้าจอแล้วยังจะต้องโยก iPhone, iPad ไปมาอีกด้วย เช่นถ้าจะให้เครื่องบิน ๆ ไปข้างหน้าก็โยก iPhone, iPod ไปด้านหน้าเล็กน้อย จะให้เครื่องบินถอยหลังก็โยก iPhone, iPad เข้ามาหาตัว ส่วนการทำให้เครื่องบินหันซ้ายขวาหรือให้ทำให้เครื่องลอยขึ้นสูงหรือต่ำลงใช้ปุ่มควบคุมทางด้านขวาบนหน้าจอ

สำหรับกล้องที่ติดมากับตัวเครื่องบินที่มีทั้งด้านหน้าเครื่องและด้านล่างของเครื่องจะสามารถถ่ายทอดภาพที่เครื่องบินเห็นมายังหน้าจอ iPhone, iPad ของเรา โดยคุณภาพของภาพถือว่าทำได้ประมาณหนึ่งไม่ได้ชัดแบบคมกริบอะไร การสลับกล้องไปมาสามารถกดเปลี่ยนได้จากหน้าจอ

ด้านแบตเตอรี่ชาร์ตไฟเต็มหนึ่งครั้งสามารถบินได้ราว ๆ 15 นาทีถือว่าไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็ต้องเห็นใจกันเล็กน้อย เพราะตัวเครื่องบินใช้พลังงานเยอะเหลือเกิน แต่ทำให้ใบพัดหมุนได้แรงจนตัวเครื่องลอยจากพื้นดินได้ก็ใช้พลังไปมากแล้ว ซึ่งถ้าเราอยากบินได้นาน ๆ ก็คงต้องซื้อแบตเตอรี่ก้อนที่ 2 หรือ 3 เองต่างหากมาตุนไว้เอง

จากที่ได้ลองเล่นทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ก็สนุกไปคนละแบบเพราะแบบ Indoor จะเหมือนฝึกการควบคุมเครื่องให้บินในที่แคบ ส่วนแบบ Outdoor สนุกตรงที่บินได้อิสระจะพาเครื่องบินวนซ้ายหรือเวียนขวาก็มีพื้นที่เหลือเฟือในการบิน นอกจากนั้นเรายังสามารถจำลองการบินให้อ้อมต้นไม้หรือสิ่งกีดขวางได้ด้วย และถ้าอยากได้ความสนุกเพิ่มขึ้นต้องมีเครื่องบิน 2 ลำและใช้แอพฯ AR.Pursuit ไว้เล่นกันกับเพื่อน ซึ่งจะจำลองให้เราสามารถยิงมิสไซส์โจมตีเครื่องบินของเพื่อนได้ ซึ่งระบบเกมจะอาศัย AR (Augmented Reality) เข้ามาจำลองภาพบนหน้าจอ iPhone, iPad ของเรา ซึ่งอันนี้ผมไม่มีโอกาสได้ลองเพราะได้เครื่องบินมาเล่นลำเดียว (วิดีโอโฆษณา AR.Pursuit อยู่ล่างสุด)

สำหรับอารมณ์ของการใช้ iPhone (รวมถึง iPod touch) และ iPad ในการควบคุมจะให้คนละอารมณ์กันเพราะ iPhone จะอันเล็กอยู่ในอุ้งมือกดปุ่มง่าย ส่วน iPad ได้อารมณ์มองเห็นภาพจากเครื่องบินใหญ่เต็มตา แต่จะรู้สึกเทอะทะไปหน่อยเวลาถือ

สรุปสำหรับเครื่องบินบังคับ Parrot – AR.Drone ที่ต้องใช้ iPhone, iPad ในการควบคุมถือว่าเป็นของเล่นยุคใหม่ที่เกิดมาเพื่อกันและกันโดยเฉพาะชนิดที่เรียกว่าไม่ใช่ iPhone ทำแทนไม่ได้กันเลยทีเดียว เชื่อว่าคนที่จะซื้อเครื่องบินบังคับแบบนี้จริง ๆ ราคาคงไม่ถึงกับเป็นปัญหาใหญ่นัก

ราคา :

  • Parrot – AR.Drone 12,990 บาท
  • Battery 1,790  บาท

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : KOAN CO.,Ltd. (02-656-1291)

หาซื้อสินค้าที่ได้ที่

  • iStudio by Copperwired (Central World และ Gaysorn Plaza)
  • dot Life @ Paradise Park

zp8497586rq


You May Also Like:

รีวิว : กริปจับโทรศัพท์มือถือ Shoulderpod – S1

ใครที่ชอบใช้ iPhone หรือโทรศัพท์มือถือถ่ายวิดีโอ น่าจะเจอปัญหาคือ ๆ กันคือหาตัวจับโทรศัพท์มือถือดี ๆ แน่น ๆ ที่สามารถต่อเข้ากับขาตั้งกล้องไม่ได้ วันนี้มีทางออกแล้วขอรับ Shoulderpod S1 จับอยู่ จับแน่น ดีงาม โอย..ไม่ต้องเขียนรีวิวแล้วเนอะ แค่นี้พอ...ฮ่าๆ ..

นิตยสารอาหาร Bon Appeti ฉบับเดือน มี.ค. ใช้ iPhone ถ่ายภาพในเล่ม

เราเคยผ่านตากับการใช้ iPhone ถ่ายรูปลงนิตยสารมากันเยอะแล้ว ซึ่งครั้งนี้เป็นการใช้ iPhone ถ่ายรูปในนิตยสาร Bon Appeti ฉบับเดือน มี.ค.  ..

วิธีการเพิ่มฟอนต์เข้าไปใน iOS เพื่อใช้ฟอนต์ร่วมกับแอพอื่น ๆ

สำหรับการเพิ่มฟอนต์เข้าไปใน iOS แบบง่าย ๆ ใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ต้องมาเจลเบรค ไม่ต้องมาวุ่นวายทำบนเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะเกือบทั้งหมดทำได้บนอุปกรณ์ iOS ..

Share

Tweet

Email