รีวิว : Gear4 – Unity Remote

รีวิว : Gear4 – Unity Remote

อุปกรณ์ที่จะทำให้ iPhone/iPad ของคุณกลายเป็นรีโมตควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นทีวี, เครื่องเล่นดีวีดี หรือ มีเดียเพลเยอร์ต่าง ๆ

 

สำหรับ Unity Remote หน้าตาตัวรับส่งสัญญาณเป็นทรงกระบอกขนาดไม่ใหญ่อะไรนัก โดยตัวเครื่องจะมีปุ่มกดสำหรับเชื่อมต่อกับ iPhone, iPad ผ่านทาง Bluetooth และมีช่อง Micro USB ไว้สำหรับเสียบกับคอมพิวเตอร์เพื่ออัพเดทเฟิร์มแวร์ ด้านแหล่งพลังงานจะใช้แบตเตอรี่ AA 3 ก้อนใส่เข้าไปใต้เครื่อง โดยรวมสำหรับตัวเครื่องรับส่งสัญญาณไม่มีอะไรมาก เพราะหัวใจจริง ๆ อยู่ที่ซอฟท์แวร์บน iPhone, iPad เสียมากกว่า การเซ็ทอัพระหว่างแอพฯ Unity Remote (ดาวน์โหลดฟรีจาก App Store)กับ iPhone หรือ iPad ของเราก็จะเหมือน ๆ เวลาที่เราจับคู่ (Pair) กับหูฟังบูลทูธทั่วไปไม่ได้มีอะไรยุ่งยาก สำหรับตัวรับส่งสัญญาณตำแหน่งการวางไม่จำเป็นต้องวางใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้าของเราก็ได้ เพียงแต่ให้อยู่ในระยะไม่เกิน 5 เมตร หรือถ้าเป็นห้องนั่งเล่นก็วางไว้บนโต๊ะหน้าทีวีก็ได้ เพียงแต่ถ้าคุณมีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่างที่ระยะห่างกันมากก็ควรจะวางตัวรับส่งสัญญาณให้ไกลออกมาสักหน่อย

 

 

ส่วนที่จะมางงหรือต้องมาเรียนรู้กันสักนิดก็คงเป็นตอนที่เราจะตั้งค่าต่าง ๆ ในส่วนของรีโมตบนแอพฯ Unity Remote เสียมากกว่า แต่กระนั้นก็ไม่ได้ยากจนเกินการเรียนรู้

ด้านการใช้งานผมลองกับอุปกรณ์ 4 อย่างหรือเรียกว่าแทนที่รีโมท 4 อันนั้นเอง (วิดีโอสาธิตการใช้งานอยู่ท้ายรีวิว)

 

LCD TV : Samsung 32A650

 


การใช้งานคู่กับทีวีรุ่นดังกล่าวสามารถใช้งานได้ครบถ้วนทั้งหมดตั้งแต่เปิดปิดเครื่องไปจนถึงการใช้ปุ่มกดบนหน้าจอ iPhone เพื่อใช้คำสั่งต่าง ๆ กับทีวี ข้อดีคือเราสามารถตั้งค่าปุ่มที่เราใช้บ่อยให้อยู่รวมกันได้ ไม่จำเป็นต้องเรียงตามค่าเริ่มต้นที่แอพฯให้มาก็ได้ ข้อจำกัดของการกดปุ่มต่าง ๆ บนแอพคือกดเร็วปุ่มเร็วๆรัวๆเหมือนบนรีโมทจริงๆไม่ได้ เพราะเมื่อเราพยายามจะกดปุ่มเร็วๆแล้วตัวแอพฯจะขึ้นเตือนว่าค่อย ๆ กดปุ่ม

สำหรับบางปุ่มบนแอพฯ แม้เราจะตั้งค่าได้ แต่บางครั้งก็อาจจะไม่สามารถใช้งานร่วมกับทีวีของเราได้ เพราะคำสั่งบนแอพฯทำมาเผื่อสำหรับทีวีของยี่ห้อนั้นทุกรุ่น เช่นปุ่มช็อทคัท PIP (Picture in Picture) บนแอพฯ พอกดไปแล้วก็ไม่เกิดอะไรขึ้น แม้ตัวทีวีจะมีฟีเจอร์นี้อยู่ก็ตาม แต่ถ้ากดเข้าเมนูตามปกติเหมือนวิธีที่เรากดบนรีโมทจริงๆ ก็สามารถกดใช้ PIP ได้ปกติ

 

Media player 1 : WD TV Live

 

สำหรับการใช้งานร่วมกับ WD TV Live มีข้อน่าแปลกใจอยู่อย่างหนึ่งคือไม่สามารถกดปุ่ม Power บนแอพฯเพื่อเปิดเครื่อง WD TV Live ได้ (แต่กดปิดเครื่องได้) นอกจากข้อประหลาดใจที่ว่าแล้วการควบคุมต่าง ๆ ด้วยแอพฯ Unity Remote ถือว่าทำได้เหมือนๆ กับรีโมทจริง ๆ ของ WD TV Live ซึ่งถ้าเทียบแล้วผมชอบหน้าจอควบคุมบนตัวแอพฯมากกว่าบนรีโมทจริง ๆ อีก

 

 

Media player 2 : Apple TV 2

โชคดีที่ Gear 4 ใส่เมนูรีโมทของ Apple TV 2 มาด้วยเลยทำให้เราได้ทดลองใช้งาน เพราะรีโมทของ Apple TV 2 เองมีแค่ไม่กี่ปุ่มทำให้อยากรู้ว่าเมื่อเป็นแอพฯควบคุมจะทำออกมาหน้าตาแบบใด

สำหรับหน้าตาแอพฯรีโมทสำหรับ Apple TV 2 จะดูแปลก ๆ ไปสักนิด เพราะด้วยความที่ปุ่มบนรีโมทน้อย พอมาเป็นแอพฯทุกปุ่มจะแยกกันอยู่ไม่รวมกันทำให้ดูปุ่มคำสั่งเยอะ ๆ ไปนิด แต่ถ้าเทียบกับปุ่มคำสั่งพวกรีโมททีวีถือว่าอันนี้อยู่ในขั้นน้อยแล้ว

การใช้งานร่วมกับ Apple TV 2 อันนี้ก็ทำซะเหมือนเกินไป เพราะตัวรีโมทจริง ๆ ของ Apple TV 2 ไม่มีปุ่ม Power เพื่อเปิดปิดเครื่อง ซึ่งการเปิดเครื่องโดยปกติเราจะกดปุ่มใด ๆ บนรีโมทเพื่อเปิดเครื่องขึ้นมา ซึ่งบนแอพฯ ก็เช่นกันคือกดปุ่ม Power จะไม่สามารถเปิดเครื่องได้ ต้องกดที่ปุ่มคำสั่งอื่น ๆ ถึงจะเปิดเครื่องได้

ความสะดวกในการใช้แอพฯ Unity Remote เทียบกับรีโมทจริง ถืวว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกัน แต่ถ้าเทียบกันระหว่างแอพฯ Unity Remote กับแอพฯ Remote ของแอปเปิ้ลเอง ถือว่าแอพฯ Unity Remote ยังห่างอยู่หนึ่งก้าว เพราะด้วยวิธีคิดแทนที่รีโมทจริงๆทำให้บนแอพฯ Unity Remote ไม่มีการเรียกใช้งานในส่วนของคีย์บอร์ดเวลาที่ต้องการพิมพ์ตัวอักษรหรือคำที่ต้องการค้นหา ต่างจากแอพฯ Remote ของแอปเปิ้ลที่จะมีในส่วนนี้มาด้วย ซึ่งถ้าไม่นำมาเปรียบเทียบกับแอพฯของแอปเปิ้ลเองก็ถือว่า Unity Remote ทำได้พอตัว

 

Mini Component : Sony CMT-LX30IR

สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสุดท้ายที่ได้ลองใช้งานร่วมกับ Unity Remote คือเจ้าเครื่องเสียง Sony CMT-LX30IR ที่มี Dock ไว้สำหรับวาง iPhone/Pod มาด้วยนั้น ปรากฏว่าไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ เพราะไม่ว่าจะเลือกให้ตัวแอพฯตั้งค่ารองรับอุปกรณ์อะไรก็ตาม ๆ ที่มีในรายชื่อของโซนี่ก็ไม่สามารถใช้งานได้ เต็มที่คือทำได้แค่กดเปิด/ปิดเครื่องกับเพื่อหรือลดระดับเสียงเท่านั้น ซึ่งในกรณีนี้อาจจะเป็นเพราะตัวแอพฯไม่รู้จักอุปกรณ์ชิ้นดังกล่าวก็เป็นได้ เพราะพวก LCD TV, LED TV น่าจะใช้งานร่วมกันได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

สำหรับการใช้งานแอพฯ Unity Remote ไปมาระหว่างอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละเครื่องเราจะต้องกดปุ่มสลับอุปกรณ์ (Devices) เอง เพื่อควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราต้องการคล้าย ๆ เวลาเราหยิบรีโมทอีกอันมาใช้งาน  ลูกเล่นอื่น ๆ ของ Unity Remote ยังมีอีกเยอะที่ผมไม่ได้ลองเช่นตั้ง Preset ไว้สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน ซึ่งพอกดปุ่มเพื่อเปิดสามารถกดปุ่มเดียวสั่งได้ทุกเครื่องพร้อม ๆ กันไม่ต้องสลับไปมา เป็นต้น

โดยรวมของการใช้ Unity Remote ขอบตรงที่ไม่ต้องนำรีโมทจริงมากองตรงโต๊ะหรือข้างตัวเวลานอนให้มากอัน เพราะจากรีโมทหลายอันก็เหลือแค่ iPhone หรือ iPad เพียงเครื่องเดียว ที่ชอบมากอีกอย่างคือการใช้รีโมทตอนนอน เพราะรีโมทหลายยี่ห้อไม่ได้มีไฟเรืองแสงที่รีโมททำให้มองไม่เห็นปุ่ม แต่การใช้รีโมทบนหน้าจอ iPhone เราสามารถมองเห็นปุ่มต่าง ๆ ที่เราจะกดได้ตลอดเวลา สำหรับจุดด้อยคือไม่สามารถกดปุ่มเร็ว ๆ รัว ๆ ได้เหมือนบนรีโมทจริง ๆ และเรายังต้องจ้องที่หน้าจอเพื่อกดปุ่มต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้จะต่างจาการใช้รีโมทจริง ๆ ที่เราคุ้ยเคยประมาณว่าแค่คลำๆบนรีโมทเราก็จะจำตำแหน่งบางปุ่มที่เราใช้บ่อย ๆ ได้แล้ว ซึ่งตรงนี้ตัวแอพฯไม่สามารถแทนได้จริง ๆ ด้านพลังงานเท่าที่ได้ทดลองใช้อยู่พักใหญ่ถือว่าตัวรับส่งสัญญาณไม่ได้กินแบตเตอรี่มากมายอะไรนัก ซึ่งการตรวจสอบระดับแบตเตอรี่เราสามารถกดดูได้จากตัวแอพฯได้ด้วยว่าแบตเตอรี่เหลืออยู่เท่าไหร่ และถ้าเราไม่ได้ใช้งานตัวเครื่องก็จะทำการปิดตัวเองอัตโนมัติทำให้ไม่เปลืองแบตเตอรี่

สรุป Gear4 – Unity Remote คงไม่ได้มาแทนที่รีโมทจริง ๆ ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เรียกว่าเป็นการอำนวยความสะดวกสำหรับคนที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่บ้านเยอะ ๆ จะดีกว่า เชื่อว่าหลายคนบางครั้งก็ลืมไปว่าวางรีโมทไว้ที่ไหนหาไม่เจอจะกดเปลี่ยนอะไรก็ไม่ได้ ตรงจุดนี้ Gear4 – Unity Remote สามารถตอบโจทย์ได้ เทียบราคาของ Gear4 – Unity Remote กับพวกรีโมทแบบ Universal ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ถือว่า Gear4 – Unity Remote ถูกกว่าพอสมควร

 

จุดสังเกต

  • ทำให้ iPhone/iPad กลายเป็นรีโมทควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านได้
  • กดไม่มันมือเท่ารีโมทจริงๆ

 

ราคา : 4,500 บาท

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : บริษัท อาร์ทีบีเทคโนโลยี จำกัด

 

 

 



You May Also Like:

แอปเปิ้ลออกมายอมรับแอบลดประสิทธิภาพการทำงาน iPhone เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมถึงจุดหนึ่ง

สัปดาห์ก่อนมีข้อมูลยืนยันได้ว่า iPhone ที่แบตเตอรี่เริ่มเสื่อมจะมีผลคะแนนเมื่อวัดด้วยแอพต่าง ๆ ออกมาไม่เท่ากับเครื่องอื่นที่แบตเตอรี่ยังดีอยู่ ซึ่งก็มีการตรวจสอบกันว่าข้อมูลนี้เป็นจริง และสุดท้ายแอปเปิ้ลออกมายอมรับว่ามีการทำจริงเพื่อไม่ให้เครื่องดับขณะใช้งานกรณีที่แบตเตอรี่เสื่อมถึงจุดหนึ่ง ..

เครื่องเกม Nintendo Switch ขายดีทำให้ชิปหน่วยความจำขาดตลาด ส่งผลกระทบถึง iPhone ด้วย

จากที่นินเทนโดออกเครื่องเกม Nintendo Switch มาเมื่อเดือน มี.ค. และขายดีเทน้ำเทท่าทำให้ชิ้นส่วนหน่วยความจำ (NAND Flash Memory) มีความต้องการมากขึ้น ส่งผลต่อผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่าง ๆ มีชิ้นส่วนดังกล่าวไม่เพียงต่อต่อความต้องการ ส่งผลให้ผลิตเครื่องได้ไม่ตามเป้าที่วางไว้ ..

แอปเปิ้ลอัพเดทสเป็ค iPad รุ่นหน้าจอ 9.7 นิ้วใช้ชิป A9 (เลิกใช้ชื่อ iPad Air) ราคาเริ่มที่ 12,500 บาท

iPhone 7 มีอัพเดทเรื่องสีแดง ด้าน iPad ก็มีอัพเดทสเป็คด้วยเช่นกัน โดยรุ่นหน้าจอ 9.7 นิ้วเลิกเรียกชื่อรุ่น iPad Air หันมาเรียกว่าเป็น iPad เฉย ๆ สเป็คเครื่องอัพเดทใช้ชิป A9 ..

Share

Tweet

Email