รีวิว : iPad 2

รีวิว : iPad 2

1 ปีผ่านไปเร็วเหลือเกิน iPad รุ่นแรกยังไม่ทันคลายความนิยม  iPad 2 ก็เปิดตัวเปิดขายกันที่เป็นที่เรียบร้อยแล้วในอเมริกา และเราก็นำมารีวิวให้ทุกท่านได้อ่านได้ดูกันแล้วครับ

 

ซ้าย : iPad 1 / ขวา : iPad 2

บน : iPad 1 / ล่าง : iPad 2

 

สำหรับ iPad 2 มาในรูปร่างหน้าตาที่ดูอ้อนแอ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เรียกว่าถ้าเป็นผู้หญิงก็หุ่นบางลงนิดนึงประมาณว่าแอบไปฟิตหุ่นมาไม่ให้แฟนรู้ โดยตัวเครื่องของ iPad 2 เมื่อนำมาเทียบกับ iPad รุ่นแรกแบบไม่ต้องเอาเลขเปอร์เซ็นต์มาคำนวณให้ปวดหัวก็เห็นได้ว่าบางลงกว่าเดิมพอควร ด้านน้ำหนักที่ลดลงจับทั้งสองรุ่นเทียบกันไมได้รู้สึกว่าการที่น้ำหนักเบาขึ้นนิดหน่อยๆ มีผลมากมายอะไร

 

หน้าตาตัวเครื่องของ iPad 2 ถ้าดูหน้าตรงแบบรูปถ่ายติดบัตรนักเรียนจะพบว่ามีจุดสังเกตอยู่เล็กน้อยคือกล้องที่ติดมาด้วยทางด้านบนเหนือกรอบกระจก ด้านหลังมีกล้องถ่ายรูปติดมาที่มุมบนซ้าย ตัวเครื่องโดยรวมแบนขึ้นไม่โค้งเหมือนรุ่นที่แล้ว โดยการออกแบบตัวเครื่องใช้วิธีคล้าย ๆ กับ iPod touch 4G ที่ตัวเครื่องหลบในเข้าไปเล็กน้อยทำให้ดูว่าบางลงไม่ทำตัดตรง ๆ เหมือนปกติ ด้านสีตัวเครื่องของ iPad 2 มีมาให้เลือก 2 สีคือสีดำและสีขาว โดยตัวเรื่องที่ผมได้รับมารีวิวเป็นรุ่น Wi-Fi 64GB สีขาว ซึ่งดูแปลกตาไปจากเดิมที่เราเห็นแต่สีดำอย่างเดียวพอสมควร

สรุป iPad 2 ถือว่าเปลี่ยนแปลงทางรูปร่างไม่เยอะเท่าไหร่เมื่อเทียบจากรุ่นที่แล้ว โดยสิ่งที่เพิ่มเข้ามาอย่างกล้องถ่ายรูปก็เหมือนไปไฟต์บังคับว่าต้องมีเพราะคู่แข่งรอบด้านเขาก็มีกันหมดแล้วเสียมากกว่า

 

การจับถือ

ด้านการจับถือตัวเครื่อง iPad 2 ที่บางลงทำให้การจับถือรู้สึกแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ iPad รุ่นแรก ซึ่งจริง ๆ ก็คล้ายกับเมื่อปีที่แล้วที่เราเองก็เพิ่งได้จับ iPad เป็นครั้งแรก โดยครั้งนี้ผมรู้สึกได้ว่าการจับ iPad 2 เวลาเดินเหินต้องจับให้แน่นมากขึ้นจากตัวเครื่องที่บางลงเพราะกลัวเครื่องหลุดจากมือ

 

สีตัวเครื่อง

สำหรับสีตัวเครื่อง iPad 2 มีสีดำและสีขาว โดยเครื่องที่นำมาทดสอบเป็นเครื่องสีขาวเท่าที่ได้ลองใช้อยู่พักใหญ่ พบว่าเครื่องสีขาวดูสวยก็จริง แต่กวนสายตาเวลาใช้งานแบบจริง ๆ จัง ๆ อยู่บ้างเหมือนกัน ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นความชอบส่วนบุคคลว่าชอบแบบไหนรับได้หรือไม่ได้มากกว่า แต่ก็เป็นหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อด้วยเหมือนกัน

 

ด้านประสิทธิภาพ

 


ผมคงไม่ลงรายละเอียดปลีกย่อยเหมือนเมื่อครั้งรีวิว iPad เมื่อปีที่แล้ว โดยครั้งนี้จะเน้นไปทางเปรียบเทียบกับรุ่นที่แล้วเสียมากกว่า โดยการใช้งานทั่วไปของ iPad 2 แม้จะใช้ซีพียู Apple A5 Dual Core ความเร็ว 1GHz ที่แรงกว่าเร็วกว่าเดิม และมีแรมเยอะกว่าเดิม แต่การทำงานทั่วไปไม่ได้รู้สึกว่าเร็วต่างจากรุ่นเดิมชัดอะไรนักถ้าคุณไม่ใช่คนช่างสังเกต แต่กระนั้นก็ดีการทำงานทั่วไปแม้จะไม่ได้เห็นผลชัดเจนแต่ก็รู้สึกได้ว่าเครื่องทำงานลื่นขึ้น เช่นเวลาเปลี่ยนแอพฯไปมาจาการกดปุ่ม Home 2 ครั้งเพื่อสลับแอพฯที่ต้องการใช้งาน ซีพียูที่แรงขึ้นแรมที่เยอะขึ้นเห็นผลเวลาที่เปิดใช้โปรแกรมใหญ่ ๆ อย่าง GarageBand ที่เห็นผลพอควรเรื่องการเปิดเข้าแอพฯที่เร็วขึ้นนิดหน่อย และพอใช้งานไปสักพักถ้าเทียบกับการใช้ GarageBand บน iPad รุ่นแรก จุดนี้จะเห็นชัดว่าการใช้ GarageBand บน iPad 2 นิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านี้ตอนใช้ GarageBand บน iPad รุ่นแรกจะพบปัญหาตัวแอพฯเด้งออกมาหน้า Home เองบ่อยครั้งมาก ส่วนบน iPad 2 ในช่วงที่ได้ทดสอบเครื่องยังไม่เจอปัญหานี้

ส่วนที่ไม่ชอบสำหรับการใช้งานทั่วไปไม่ใช่เรื่องของซอฟท์แวร์ แต่เป็นตัวเครื่องที่ออกแบบมาหลบในทำให้ช่องเสียบสาย Dock Connector จะอยู่ลึกเข้าไปด้านในด้วยเล็กน้อย ทำให้เวลาเสียบสายจะต้องตั้งใจจิ้มสายมากกว่า iPad รุ่นเดิมหรือ iPhone 4 สำหรับปุ่มปรับเสียงก็เช่นกันที่อยู่หลบไปด้านหลังเครื่องเล็กน้อยทำให้เวลาต้องการกดปุ่มจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างเพราะนิ้วเราต้องเอียงไปตามปุ่มด้วย

 

เกี่ยวกับกล้องถ่ายรูป

 


เป็นเรื่องน่ายินดีที่แอปเปิ้ลใส่กล้องถ่ายรูปมาให้ iPad 2 ด้วยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยกล้องด้านหน้ามีความละเอียด 3 แสนพิกเซล และกล้องด้านหลังมีความละเอียด 1 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอ 720p (1280×720 พิกเซล) ณ พ.ศ.นี้แล้ว โลกใกล้แตกแล้วถือว่าแอปเปิ้ลให้มาจุ๋มจิ๋มเสียเหลือเกิน

 

ท่าทางการจับถือเครื่องขณะถ่ายรูปแนวนอน

ท่าทางการจับถือเครื่องขณะถ่ายรูปแนวตั้ง

ท่าทางการจับถือ iPad 2 เวลายกขึ้นมาเพื่อถ่ายรูปเชื่อว่าใครเห็นก็จะรู้สึกแปลก ๆ ทั้งนั้น เพราะเหมือนเรายกกล้องดิจิตอลขนาดใหญ่ (มาก) ที่มีจอด้านหลังกล้อง 10 นิ้วขึ้นมาถ่ายรูป และจอที่แสดงผลก็ไม่ใช่เราที่เห็นคนเดียว เพราะจอใหญ่ขนาดนั้นคนที่อยู๋ด้านหลังเราก็อาจจะเห็นด้วยว่าเรากำลังถ่ายรูปอะไรอยู่ เรียกว่าความเป็นส่วนตัวในการถ่ายรูปหามีไม่ แต่ความรู้สึกที่ได้ยกกล้องที่มีหน้าจอ 10 นิ้วขึ้นมาก็ซะใจดี เพราะเห็นชัดเต็มตา

ข้อเสียของกล้องใน iPad 2 นอกจากเรื่องความละเอียดที่น้อยแสนน้อยแล้ว ก็ยังมีเรื่องที่ไม่มีออโต้โฟกัส โดยการใช้นิ้วแตะ ๆ ที่หน้าจอแล้วขึ้นเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ไม่ใช่การแตะเพื่อโฟกัส แต่เป็นการแตะเพื่อปรับแสงในภาพใหม่ (Tap to White Balance) ซึ่งก็ไม่ได้ดีมากมายอะไรนัก โดยจะคล้าย ๆ กับระบบกล้องที่อยู่ใน iPod touch 4G

โดยคุณภาพของภาพนิ่งที่ได้จากกล้องของ iPad 2 เข้าขั้นห่วยใช้ได้เลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะถ่ายภาพตอนไหนเช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำมืดแค่ไหน คุณภาพของรูปที่ได้ก็ไม่ดีเลย โดยทุกรูปจะมีเกรนเม็ด ๆ ที่แสดงถึงความหยาบของรูปขึ้นมาให้เห็น ยิ่งถ้าถ่ายรูปในที่ร่มจะยิ่งเห็นชัดว่าภาพจะขึ้นเกรนเม็ด ๆ เยอะมาก (ดาวน์โหลดรูปที่ถ่ายจาก iPad 2)

ด้านการถ่ายวิดีโอที่ iPad 2 สามารถบันทึกวิดีโอได้แบบ 720p HD แม้จะถ่ายได้แบบ HD แต่คุณภาพของวิดีโอที่บันทึกได้ก็แค่พอขำ ๆ เท่านั้น โดยการเก็บรายละเอียดต่าง ๆ เช่นเวลาถ่ายไปเจอต้นไม้หรือพุ่มไม้ทำได้แย่พอควร ถ้าจะให้วิดีโอออกมาดีต้องถ่ายกลางแจ้งและมีแสงแดดเยอะๆ ถึงจะออกมาพอดูได้ สำหรับเสียงที่บันทึกได้จากในวิดีโออันนี้ต้องบอกว่าทำได้ดีเพราะไมค์ที่ติดมากับเครื่องเก็บเสียงเข้ามาได้รอบด้านมาก โดยระยะหวังผลของการเก็บเสียงสนทนาอยู่ในระยะไม่เกิน 3 เมตรโดยประมาณ (จากใน YouTube อาจจะเห็นไม่ชัดนักว่าคุณภาพของวิดีโอดีหรือแย่แค่ไหน)

 

PhotoBooth บน iPad 2

สำหรับแอพฯ PhotoBooth ที่แอปเปิ้ลใส่มาให้เป็นพิเศษเฉพาะใน iPad 2 ซึ่งถ้าเป็นคนที่ใช้ Mac อยู่แล้วคงจะคุ้นกันดี เพราะ PhotoBooth มีมาตั้งแต่สมัย Mac OS X 10.4 หรือตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว โดยลูกเล่น PhotoBooth พอมาอยู่ใน iPad 2 ก็รู้สึกสนุกกว่าเดิม เพราะเราสามารถพก PhotoBooth ไปไหนมาไหนได้สะดวกจะยกมาถ่ายรูปเล่นกับเพื่อน ๆ ตอนไหนก็ได้ ไม่จำกัดเหมือนที่อยู่บนเครื่อง Mac

สำหรับเอฟเฟ็กต์ต่าง ๆ ที่อยู่ใน PhotoBooth มีอยู่ประมาณหนึ่ง ซึ่งถ้าคุณผู้อ่านเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ น่าจะชอบเพราะ PhotoBooth ช่วยทำให้การถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ สนุกมากขึ้น

 

FaceTime (ดูวิดีโอรีวิวด้านล่างประกอบ)

สำหรับ FaceTime บน iPad 2 แม้จะเคยใช้ FaceTime อยู่บ้าง แต่ประสบการณ์ที่ได้ใช้ FaceTime บน iPad ก็แปลกไปอีกแบบ เพราะด้วยความจอใหญ่จะมองเห็นถนัดตา แถมยกเดินเหินไปตรงไหนก็ได้ โดยการใช้ FaceTime บน iPad 2 เราต้องล็อคอินด้วยอีเมลที่เป็น Apple ID เสียก่อนเหมือนบน iPod touch 4G หรือบนเครื่อง Mac โดยการที่คนอื่นจะโทรหาเราได้ก็ต้องทราบก่อนว่าเราใช้อีเมลอะไรในการใช้ FaceTime

คุณภาพของการใช้ FaceTime บน iPad 2 ไม่ได้ดีอะไรนัก เพราะด้วยความที่คุณภาพกล้องห่วยอยู่แล้วทำให้การใช้ FaceTime มีปัญหาเรื่องหน้ามืดหรือแสงเวอร์อยู่บ้างในกรณีที่เรานั่งหรือนอนอยู่แล้วมีไฟอยู่ด้านหลัง

โดยรวมสำหรับทุกสิ่งที่เกี่ยวกับกล้องถ่ายรูปของ iPad 2 ถือว่าทำได้น่าผิดหวังไม่หน่อยเมื่อคิดว่า พ.ศ. นี้แล้วแอปเปิ้ลน่าจะใส่กล้องมาให้ดีกว่านี้

 

สรุป

iPad 2 กล่าวโดยรวมถือว่าทำได้ดีตามสมควร แต่ไม่ได้ปลื้มมากมายนัก เพราะแม้จะพัฒนาสเป็คเครื่องขึ้นมาจากเดิมแต่ก็เหมือนยังไม่สุด กรณีนี้คล้าย ๆ กับตอน iPhone 3G แล้วเปลี่ยนมาเป็น iPhone 3GS ที่รูปร่างภายนอกเหมือนเดิม แต่ไส้ในเปลี่ยนไปทำนองนั้น ประมาณว่าคนที่มี iPad รุ่นแรกอยู่ถ้าไม่รักกันจริงคงไม่ตามซื้อ ส่วนคนที่กำลังจะซื้อ iPad เป็นเครื่องแรกก็ขอให้มองไปที่ iPad 2 ไปเลยดีกว่า เพราะยังไงรุ่นใหม่ก็ย่อมดีกว่ารุ่นเก่าแน่นอน

 

จุดสังเกต

  • ประสิทธิภาพโดยรวมดีขึ้น
  • มีกล้องมาให้ แต่คุณภาพของรูปห่วย
  • แบตเตอรี่ยังอึดเหมือนเดิม

 

ราคา : (ยังไม่มีจำหน่ายเป็นทางการในประเทศไทย)

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : ร้าน Blink 7 ชั้น 4 MBK โทร 087-777-7877 (www.Blink7.net)

 



kangg

You May Also Like:

แอปเปิ้ลออก iOS 8.1.1 ช่วยปรับปรุงให้ iPad 2 และ iPhone 4s ทำงานได้ดีขึ้น

iOS 8.1.1 ออกมาแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ เล็กน้อย พร้อมปรับปรุงให้ iPad 2 และ iPhone 4s ทำงานได้ดีขึ้น ..

แอปเปิ้ลเปิดให้ดาวน์โหลด iOS 8 แล้ว

iOS 8 เปิดให้ดาวน์โหลดกันแล้ว ใครสนใจสามารถกดอัพเดทจากอุปกรณ์ iOS กันได้เลย ..

ประธานาธิบดีโอบามาออกคำสั่งยับยั้งคำสั่งแบน iPhone 4 และ iPad บางรุ่นในอดีต

จากเดิมที่ซัมซุงของให้ ITC ออกคำสั่งห้ามแอปเปิ้ลนำเข้า iPhone 4 และ iPad รุ่นเก่าที่ละเมิดสิทธิบัตรซัมซุงนั้น ล่าสุดทางประธานธิบดีโอบามาได้มีคำสั่งยับยั้งคำสั่งดังกล่าวของ ITC ชั่วคราว  ..

Share

Tweet

Email