แอปเปิ้ลตอบคำถามเรื่อง Location Data

แอปเปิ้ลตอบคำถามเรื่อง Location Data

โดยก่อนหน้านี้มีคนตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่อง Location Data ว่าแอปเปิ้ลกำลังสอดแนมเราอยู่ทุกฝีก้าวจริงรึเปล่า ถึงตอนนี้แอปเปิ้ลออกมาตอบคำถามเรื่องการเก็บข้อมูลใน iPhone อย่างเป็นทางการแล้ว เราได้แปลคำตอบทั้ง 10 ข้อ เป็นยังไงลองอ่านกันดูนะครับ

  1. Why is Apple tracking the location of my iPhone?
    ทำไมแอปเปิ้ลต้องเก็บข้อมูลตำแหน่งการใช้ไอโฟน 

    Apple is not tracking the location of your iPhone. Apple has never done so and has no plans to ever do so.
    แอปเปิ้ลไม่ได้เก็บข้อข้อมูลตำแหน่งการใช้งาน และก็ไม่เคยคิดจะวางแผนว่าจะทำเช่นนั้น

  2. Then why is everyone so concerned about this?
    แล้วทำไมทุกคนต้องกังวลกับเรื่องนี้ด้วย 

    Providing mobile users with fast and accurate location information while preserving their security and privacy has raised some very complex technical issues which are hard to communicate in a soundbite. Users are confused, partly because the creators of this new technology (including Apple) have not provided enough education about these issues to date.

    ผู้ใช้บริการโทรศัพท์ทุกคนต้องการได้ข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำในขณะเดียวกันก็ต้องการความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในการใช้งานด้วย ถึงแม้ว่าต้องอาศัยความซับซ้อนทางเทคนิกมากแค่ไหนก็ตาม แต่ผู้ใช้งานเองก็ยังคงสับสนในการใช้งานโดยอาจจะเกิดจากการศึกษาข้อมูลไม่เพียงพอ

  3. Why is my iPhone logging my location?
    ทำไมไอโฟนต้องเก็บข้อมูลตำแหน่งไว้ด้วย 

    The iPhone is not logging your location. Rather, it’s maintaining a database of Wi-Fi hotspots and cell towers around your current location, some of which may be located more than one hundred miles away from your iPhone, to help your iPhone rapidly and accurately calculate its location when requested. Calculating a phone’s location using just GPS satellite data can take up to several minutes. iPhone can reduce this time to just a few seconds by using Wi-Fi hotspot and cell tower data to quickly find GPS satellites, and even triangulate its location using just Wi-Fi hotspot and cell tower data when GPS is not available (such as indoors or in basements). These calculations are performed live on the iPhone using a crowd-sourced database of Wi-Fi hotspot and cell tower data that is generated by tens of millions of iPhones sending the geo-tagged locations of nearby Wi-Fi hotspots and cell towers in an anonymous and encrypted form to Apple.

    ไอโฟนไม่ได้เก็บข้อมูลตำแหน่งการใช้งาน แต่ก็ยังมีเก็บฐานของมูลของจุดให้บริการ Wi-Fi และข้อมูลของเสาผู้ให้บริการเครือข่ายรอบบริเวณที่ใช้งาน ซึ่งบางครั้งการระบุตำแหน่งอาจจะห่างมากกว่า 100 ไมล์จากจุดที่ต้องการทราบพิกัด โดยการคำนวณสถานที่ในมือถือนั้นได้มาจากระบบ GPS ที่ดึงข้อมูลจากดาวเทียมในระยะเวลาชั่วนาที ซึ่งไอโฟนสามารถย่นระยะเวลานั้นให้เหลือเพียงไม่กี่วินาทีโดยการอาศัยจุดให้บริการ Wi-fi และข้อมูลจากเสาผู้ให้บริการเครือข่าย เพื่อให้ GPS กำจัดกรอบการค้นหาและสามารถค้นหาได้รวดเร็วขึ้น หรือแม้กระทั่งการประมาณตำแหน่งจากจุดสามจุดเมื่อ GPS ไม่สามารถใช้งานได้ โดยการคำนวณเหล่านี้สามารถใช้งานได้จริงบนไอโฟนด้วยการอาศัยฐานข้อมูลทั่วไปที่แผงอยู่ในจุดให้บริการ Wi-Fi และข้อมูลจากเสาผู้ให้บริการเครือข่ายซึ่งอาศัยจากไอโฟนเป็นสิบล้านเครื่องที่ใช้งานอยู่ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกเข้ารหัสจาดแอปเปิ้ล

  4. Is this crowd-sourced database stored on the iPhone?
    แล้วฐานข้อมูลทั่วไปนั่นเก็บอยู่บนเครื่องไอโฟนหรือไม่ 

    The entire crowd-sourced database is too big to store on an iPhone, so we download an appropriate subset (cache) onto each iPhone. This cache is protected but not encrypted, and is backed up in iTunes whenever you back up your iPhone. The backup is encrypted or not, depending on the user settings in iTunes. The location data that researchers are seeing on the iPhone is not the past or present location of the iPhone, but rather the locations of Wi-Fi hotspots and cell towers surrounding the iPhone’s location, which can be more than one hundred miles away from the iPhone. We plan to cease backing up this cache in a software update coming soon (see Software Update section below)

    ฐานข้อมูลที่จะสามารถนำมาใช้งานได้นั้นมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะอยู่บนเครื่องไอโฟนได้ โดยเราจะโหลดเก็บมาไว้เพียงบางส่วนในไอโฟนทุกเครื่อง ซึ่งข้อมูลที่โหลดเก็บมาไว้นั้นจะถูกป้องกันไว้แต่ไม่ได้เข้ารหัส และถูกเก็บสำรองไว้ใน iTunes เมื่อทำการ backup ไอโฟน ซึ่งข้อมูลที่เก็บสำรองไว้นั้นจะถูกเข้ารหัสหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของผู้ใช้งานใน iTunes และข้อมูลสถานที่ที่นักวิจัยพบนั้นไม่ได้เป็นข้อมูลสถานที่ที่ไอโฟนเคยไป หรือข้อมูลปัจจุบันของสถานที่ที่ใช้ไอโฟน แต่เป็นข้อมูลจากจุดให้บริการ Wi-Fi และเสาผู้ให้บริการเครือข่ายโดยรอบไอโฟนเท่านั้น ซึ่งเป็นไปได้อีกเช่นกันว่าจะมีระยะทางห่างจากไอโฟนมากกว่า 100 ไมล์ โดยทางแอปเปิ้ลจะหยุดเก็บข้อมูลสำรองเหล่านี้ในการอัพเดต iTunes ที่จะมาถึง

  5. Can Apple locate me based on my geo-tagged Wi-Fi hotspot and cell tower data?
    แอปเปิ้ลสามารถระบุตำแหน่งจากจุดให้บริการ Wi-Fi และเสาผู้ให้บริการเครือข่ายได้หรือไม่ 

    No. This data is sent to Apple in an anonymous and encrypted form. Apple cannot identify the source of this data.

    แอปเปิ้ลไม่สามารถทำได้เพราะข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งกลับมายังแอปเปิ้ลโดยไม่ได้ระบุผู้ใช้งาน ดังนั้นแอปเปิ้ลจึงไม่สามารถค้นหาต้นตอของข้อมูลเหล่านี้ได

  6. People have identified up to a year’s worth of location data being stored on the iPhone. Why does my iPhone need so much data in order to assist it in finding my location today?
    กว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาข้อมูลสถานที่ได้ถูกเก็บไว้ในไอโฟน แล้วตอนนี้ทำไมไอโฟนยังจำเป็นต้องใช้ข้อมูลอีกมากมายในการระบุตำแหน่งอีก 

    This data is not the iPhone’s location data—it is a subset (cache) of the crowd-sourced Wi-Fi hotspot and cell tower database which is downloaded from Apple into the iPhone to assist the iPhone in rapidly and accurately calculating location. The reason the iPhone stores so much data is a bug we uncovered and plan to fix shortly (see Software Update section below). We don’t think the iPhone needs to store more than seven days of this data.

    ข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ไม่ใช่ข้อมูลของสถานที่ที่ไอโฟนใช้งาน แต่เป็นเพียงข้อมูลชั่วคราวที่ได้จากฐานข้อมูลทั่วไปของ Wi-Fi และเสาผู้ให้บริการเครือข่ายซึ่งผ่านจากแอปเปิ้ลมาใช้ในไอโฟนเพื่อให้สามารถตอบสนองการคำนวณตำแหน่งได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเหตุผลก็คือไอโฟนที่เก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้มากเป็นจุดบกพร่องและมีแผนจะแก้ไขในเร็ววันนี้ ซึ่งทางแอปเปิ้ลไม่คิดว่าไอโฟนจำเป็นจะต้องเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้เกิน 7 วัน

  7. When I turn off Location Services, why does my iPhone sometimes continue updating its Wi-Fi and cell tower data from Apple’s crowd-sourced database?
    แล้วเมื่อปิดการใช้งานบริการระบุตำแหน่ง ทำไมไอโฟนยังสามารถดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลทั่วไปสามารถผ่านจุดให้บริการ Wi-Fi- และเสาผู้ให้บริการเครือข่ายได้อีก 

    It shouldn’t. This is a bug, which we plan to fix shortly (see Software Update section below).
    ไม่ควรจะทำได้ และจุดนี้เป็นความบกพร่อง ซึ่งทางแอปเปิ้ลวางแผนจะมีการแก้ไขเร็วนี้

  8. What other location data is Apple collecting from the iPhone besides crowd-sourced Wi-Fi hotspot and cell tower data?
    แล้วมีข้อมูลอื่นนอกจากตำแหน่งที่ใช้งานอีกไหมที่แอปเปิ้ลเก็บไว้จากจุดให้บริการ Wi-Fi และเสาผู้ให้บริการเครือข่าย 

    Apple is now collecting anonymous traffic data to build a crowd-sourced traffic database with the goal of providing iPhone users an improved traffic service in the next couple of years.

    แอปเปิ้ลได้เก็บข้อมูลมากมายเพื่อสร้างฐานข้อมูลทั่วไปโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พัฒนาการบริการผู้ใช้งานไอโฟนให้เร้วขึ้นซึ่งน่าจะได้เห็นในอีกสองปีข้างหน้า

  9. Does Apple currently provide any data collected from iPhones to third parties?
    แล้วแอปเปิ้ลได้ให้บริการข้อมูลที่เก็บไว้เหล่านี้กับผู้อื่นหรือไม่ 

    We provide anonymous crash logs from users that have opted in to third-party developers to help them debug their apps. Our iAds advertising system can use location as a factor in targeting ads. Location is not shared with any third party or ad unless the user explicitly approves giving the current location to the current ad (for example, to request the ad locate the Target store nearest them).

    แอปเปิ้ลได้รับข้อมูลอาการผิดปกติมากจากผู้ใช้งานที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และได้ส่งข้อมูลต่อให้กับผู้พัฒนาเพื่อช่วยในการค้นหาจุดบกพร่องของแอพฯจากผู้พัฒนา ในระบบโฆษณาของ iAds ก็สามารถใช้ตำแหน่งการใช้งานมาเป็นปัจจัยในการระบุโฆษณาให้เหมาะสม แต่ตำแหน่งการใช้งานนี้ไม่ได้แบ่งข้อมูลให้กับผู้อื่นหรือผู้มาติดต่อโฆษณาจนกว่าจะได้รับอนุญาติจากผู้ใช้งานว่าสามารถให้ข้อมูลตำแหน่งการใช้งานในปัจจุบันส่งต่อให้กับผู้มาติดต่อโฆษณา (ตัวอย่างเช่น การขออนุญาติเพื่อให้โฆษณาสามารถระบุร้านค้าเป้าหมายใกล้เคียงได้)

  10. Does Apple believe that personal information security and privacy are important?
    แล้วแอปเปิ้ลยังคงเชื่อหรือไม่ว่า ข้อมูลส่วนตัวนั้นต้องมีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเป็นสำคัญ 

    Yes, we strongly do. For example, iPhone was the first to ask users to give their permission for each and every app that wanted to use location. Apple will continue to be one of the leaders in strengthening personal information security and privacy.

    แอปเปิ้ลเชื่อเช่นนั้นแน่นอน ตัวอย่างเช่น ไอโฟนต้องถามผู้ใช้งานก่อนเสมอว่าจะให้สิทธิในการเรียกใช้การระบุตำแหน่งสำหรับทุกๆแอพฯ แอปเปิ้ลยังคงเป็นผู้นำในการในการใช้เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวกับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างแน่นอน

Software Update
Sometime in the next few weeks Apple will release a free iOS software update that:

 

  • reduces the size of the crowd-sourced Wi-Fi hotspot and cell tower database cached on the iPhone,
  • ceases backing up this cache, and
  • deletes this cache entirely when Location Services is turned off.

 

In the next major iOS software release the cache will also be encrypted on the iPhone.

ที่มา : apple.com (ขอบคุณ @meneeeee ที่ช่วยแปลเนื้อความข้างต้นเป็นภาษาไทยด้วยครับ :)

 



You May Also Like:

แอปเปิ้ลเลิกจัดเทศกาลดนตรี Apple Music Festival หลังจัดงานมา 10 ปี

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ฉะนั้นไม่แปลกใจที่จะมีวันที่แอปเปิ้ลยุติบทบาทการจัดเทศกาลดนตรี iTunes Music Festival โดยแอปเป้ิลให้ข้อมูลออกมาแล้วว่าไม่จัดงานดังกล่าว ..

Apple ทุ่มกว่า 3 หมื่นล้าน ส่วน Netflix ทุ่มกว่า 2 แสนล้าน เพื่อทำหนัง/ซีรีส์ในปีหน้า

มีข่าวออกมาในระยะเวลาไล่เลี่ยกันทั้ง Apple และ Netflix เรื่องการทุ่มเงินทำหนัง/ซีรีส์ในระบบสตรีมมิ่งของตัวเอง Apple บอกทุ่มเงินกว่า 3 หมื่นล้าน Netflix บอกพร้อมทุ่มเงินกว่า 2 แสนล้านบาท ...คนละชั้นจริง ๆ ..

แอปเปิ้ลแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2017 รายได้ $45,400 ล้านดอลลาร์ กำไร $8,700 ล้านดอลลาร์ ยอดขาย iPad เพิ่มขึ้น 28%

แอปเปิ้ลแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2017 รายได้ $45,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไร $8,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ iPhone ยอดขายซบ สวนทาง iPad ยอดขายพุ่ง ..

Share

Tweet

Email