เรื่องเล่าจากฮ่องกง

เรื่องเล่าจากฮ่องกง

ตั้งใจไปฮ่องกงช่วงที่ Apple Store เปิดตัวพอดีเลยมีเรื่องมาเล่าว่าการไปต่อแถวรอ Apple Store เป็นอย่างไร รวมถึงการเตรียมตัวไปต่อแถวแบบข้ามวันข้ามคืน (ขี้เกียจอ่านข้ามไปดูวิดีโอก็ได้นะครับ)

สำหรับการไปประเทศฮ่องกงของผมเริ่มจากข่าวว่า Apple Store เตรียมเปิดสาขาแรกในฮ่องกงตั้งแต่เม.ย. ซึ่งพอถึงเดือนส.ค. ก็มีข่าวออกมาอีกครั้งว่าจะเปิดทำการในวันที่ 24 ก.ย. ซึ่งก็ตั้งเป้าไว้แล้ว แต่ขณะนั้นบอกตรง ๆ ว่าก็ยังหวั่น ๆ อยู่บ้าง เพราะไม่มีข้อมูลไหนทำให้เชื่อได้ว่าแอปเปิ้ลเปิดร้านวันที่ 24 ก.ย. ซึ่งก็ชะล่าใจจนเรียกว่าอีกไม่เกิน 10 วันก่อนถึงวันที่ 24 ก.ย.เพิ่งจองตั๋วเครื่องบิน โดยทำใจไว้ถ้าไม่เปิดก็ไม่เป็นไรถือว่าไปเที่ยวก็แล้วกัน จนเมื่อวันที่ 19 ก.ย.แอปเปิ้ลก็ได้ประกาศหน้าเว็บว่า Apple Store สาขาแรกในฮ่องกงเปิดตัวในวันที่ 24 ก.ย. เท่านั้นก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง

 

พอไปถึงฮ่องกงคืนวันที่ 22 ก.ย. สิ่งแรกที่ทำก่อนเข้าที่พักคือไปดูหน้าร้าน Apple Store ว่าอยู่ตรงไหน ซึ่งตัวร้านอยู่ที่ตึก IFC Mall ที่ด้านล่างตึกเป็นสถานีรถไฟพอดิบพอดีก็เลยจัดไป จากนั้นในวันศุกร์ที่ 23 ก.ย. หลังจากตื่นก็ดิ่งไปดูสถานการณ์ที่ IFC Mall อีกครั้งในช่วงเที่ยง ๆ วันนี้พบว่ามีคนเริ่มมาต่อแถวกันแล้ว สอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลบริเวณนั้นอยู่ได้ความว่าคนแรกมาตั้งแต่เวลาประมาณหกไม่ก็เจ็ดโมงเช้า ซึ่งช่วงเที่ยงที่ผมไปถึงมีคนต่อแถวอยู่แล้วยังไม่ถึง 50 คน ถึงตอนนั้นก็ยังคิด ๆ อยู่ว่าคืนนี้จะมาต่อแถวดีหรือจะนอนเตียงนุ่ม ๆ แล้วค่อยตื่นมาแต่ไก่โห่แล้วค่อยมา

 

ต่อแถวก็ต่อ

ช่วง 21.00 น. คนยังไม่เยอะนัก

ช่วง 22.30 น. คนเริ่มเยอะ

 

ช่วงค่ำ ๆ วันที่ 23 ก.ย. หลังจากเที่ยวเสร็จเรียบร้อยก็กลับมาแวะที่ IFC Mall อีกครั้งในช่่วงเวลาประมาณ 21.00 น. พบว่าแถวเริ่มยาวเกือบ ๆ 100 คนแล้ว เห็นแบบนี้ก็เลยคึกคักตัดสินใจว่ามาต่อแถวรอด้วยก็แล้วกัน ซึ่งก็รีบกลับห้องพักหอบข้าวของเท่าที่คิดว่าจำเป็นออกมา เสื้อ, คอมพิวเตอร์, อแดปเตอร์ชาร์ทไอโฟน, แบตเตอรี่สำรองของไอโฟน จากนั้นก็กลับมาที่ IFC Mall แล้วก็แวะซื้อน้ำอีกหนึ่งขวดใหญ่สำหรับ 2 คน แล้วก็ไปเริ่มอยู่ในแถวเวลาประมาณเกือบ 22.00 น.

 

คนหน้าแปลก

พอเข้าไปอยู่ในแถวด้วยภาษาไทยที่เราพูดกลายเป็นเรื่องแปลกสำหรับคนรอบข้างที่เป็นชาวฮ่องกงที่ใช้ภาษาจีนว่าเราเป็นใครมาได้ยังไงฟังไม่รู้เรื่องหรอกว่าเขาพูดอะไร แต่ดูจากท่าทางก็พอทราบ บรรยากาศตอนแรกผมว่าก็เหมือนเราไปเข้าค่ายอะไรสักอย่างแล้วเจอคนเข้าข่ายคนอื่นแรก ๆ ก็เกร็ง ๆ แต่เวลาผ่านไปก็เริ่มคุยกัน โดยประโยคแรกที่ว่า “Where are you from?” พอบอกว่ามาจากประเทศไทยส่วนใหญ่ก็อึ้ง ๆ ไปเล็กน้อยแล้วต่อด้วยคำถามว่าตั้งใจมาเที่ยวหรือตั้งใจมาเพื่องานเปิด Apple Store ซึ่งคำตอบที่ให้ไปก็คืออย่างหลัง โชคดีที่คนฮ่องกงส่วนใหญ่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อยู่แล้วโดยพื้นฐานทำให้ได้คุยกับหลาย ๆ คนและได้ได้แลกเปลี่ยนความเป็น Apple Fans ระหว่างไทยกับฮ่องกง ซึ่งคุยกันไปคุยกันมาพอบอกว่าในไทยมีเว็บไซท์เกี่ยวกับแอปเปิ้ลเกือบสิบเว็บก็ตกใจเล็กน้อย ซึ่งเขาก็บอกว่าในฮ่องกงมีอยู่ราว 2-3 เว็บไซท์เท่านั้น (ผมเข้าใจว่า 2-3 เว็บที่ว่าเป็นเว็บภาษาจีน)

 

ยิ่งดึกยิ่งคึก

 

ย่ิงดึกคนยิ่งทยอยกันมาไม่ขาดสาย นับ ๆ ดูตอนสักตีหนึ่งมีคนมารอในแถวน่าจะเกือบ ๆ 300 คน คะเนจากสายตาตัวเองส่วนใหญ่คนที่มาต่อแถวข้ามวันอายุไม่เกิน 40 ปี กลุ่มใหญ่ก็จะเป็นช่วงไม่เกิน 30 ปี และเช่นกันยิ่งดึยิ่งง่วงเป็นธรรมดาหลายคนตอนเกลื่อนกัน ซึ่งบางคนเท่าที่เห็นเตรียมตัวมาดีขนาดที่นำถุงนอนมาด้วย บางคนกางร่มช่วงพลางแสงไฟภายในห้างนอนสบายกันไป

 

หิวด้วยปวดฉี่ด้วยทำยังไงดี

จากที่หลายคนเห็นข่าวดราม่าต่อแถวของดีแทคว่ามีบางคนอาจจะไม่เห็นด้วยที่คนต่อแถวออกไปซื้อข้าวซื้อน้ำหรือออกไปห้องน้ำ อาจจะสงสัยว่าแล้วต่อแถวรอเปิด Apple Store เราสามารถออกจากแถวได้หรือไม่ คำตอบคือได้ครับ โดยบริเวณที่รอต่อแถวอยู่ภายในห้างและมีพนักงานดูแลอยู่ในบริเวณดังกล่าวราว 30 คน ซึ่งการที่เราจะออกไปนอกแถวพนักงานดูแลจะบอกว่าออกไปจากแถวได้ไม่เกิน 20 นาทีต่อครั้ง ซึ่งก็เพียงพอต่อการเดินไปห้องน้ำหรือไม่ซื้อขนมหรือน้ำมากิน ทั้งนี้เรื่องของกินต้องบอกว่าทาง Starbucks ก็แน่มาขึ้นป้ายเล็กๆหน้าร้านตั้งแต่วันศุกร์เลยว่า “ยินดีกับเพื่อนบ้านใหม่ที่มาเปิดร้าน คืนนี้เราอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง” ซึ่งพอตกดึกพนักงาน Starbucks ก็มีเมนูมาให้เลือกกันถึงในแถวเลยทีเดียว ซึ่งตัวผมก็กระเหรี่ยงไทยพลัดถิ่นไม่รู้ทิศทางก็จัด Starbucks ไปซะ ส่วนกลุ่มคนฮ่องกงที่คุยด้วยเห็นลุกออกไปแล้วกลับมาพร้อมถุงของ Mcdonald นาทีนั้นอิจฉามาเพราะอิ่มกว่าแถมราคาถูกกว่า Starbucks เป็นไหน ๆ เลยลองถามทางที่ไปซื้อพบว่าต้องออกไปนอกตึก ลองเดินตามที่บอกก็ไปไม่เจออีก สรุปว่าคืนนั้นเสียเงินให้ Starbucks ไปหลายร้อยบาทอยู่เหมือนกัน เพราะแต่ละรอบที่พนักงาน Starbucks เหมือนรู้จังหวะว่าได้เวลาหิวแล้วเลยครับ

 

คนมีของ

เรื่องนี้พูดไปก็ขำดี เพราะเป็นเรื่องของคนที่มีหรือสะสมเสื้อยืดแอปเปิ้ลด้วยกันจะเล็งกันว่าคนนู้นที่เราเห็นใส่เสื้อยืดแอปเปิ้ลลายอะไรออกมาปีไหน โดยเสื้อยืดแอปเปิ้ลยืดแอปเปิ้ลแบ่งเป็น 2 กลุ่มด้วยกันคือกลุ่มที่เป็นเสื้อยืดสำหรับพนักงานแอปเปิ้ล เสื้อกลุ่มนี้จะเปลี่ยนตามผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลไปเรื่อย ๆ ปีนึงอาจจะออกมา 2-3 คอลเล็คชั่น เสื้อกลุ่มนี้คนที่สะสมแน่นอนว่าจะได้เป็นเสื้อมือสองมาจากตามแหล่งต่าง ๆ อีกกลุ่มจะเป็นเสื้อที่ระลึกสำหรับคนทั่วไปเช่นเสื้อยืดที่ระลึกเปิดร้าน Apple Store ในสาขาต่าง ๆ ทั่วโลก เสื้อจากงาน WWDC ในแต่ละปี ซึ่งคนที่ใส่เสื้อเหล่านี้มาเหมือนจะมีเรดาห์มองหากันเองว่าใครใส่เสื้ออะไรกันมาบ้าง

เท่าที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อยืดพนักงานแอปเปิ้ลที่ผมเองก็มี ส่วนที่ขลัง ๆ หน่อยก็เป็นเสื้อ WWDC 2011 แบบว่าคนใส่เสื้อตัวนี้เพิ่งไปมาหมาด ๆ แน่ เสื้ออีกตัวที่เห็นแล้วก็อยากไปขอซื้อตอนนั้นเลยคือเสื้อยืดที่ระลึกเปิดร้าน Apple Store ที่ Shibuya ในประเทศญี่ปุ่น นอกจากเรื่องเสื้อแล้วไม่เห็นพวกของสะสมอื่นเท่าไหร่ในคืนนั้น

 

iPad, MacBook Air เกลื่อน

ผมเองไม่แปลกใจที่เห็น iPad เยอะขนาดนั้น ประมาณว่ามองไปหย่อมไหนก็ต้องมี iPad อยู่ด้วยตลอดเวลา (iPhone ไม่ต้องพูดถึง เพราะไงๆเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เห็นหยิบกันมาก็ iPhone) แต่กับ MacBook Air อันนี้น่าแปลกใจมาก ๆ เพราะไม่นึกว่าในบริเวณนั้นจะเห็นเยอะขนาดนั้น ถ้าเทียบอัตราส่วนผมว่าผมเห็น MacBook Air มากกว่า MacBook Pro แบบ 3:1 โดยเฉพาะ MacBook Air 11” ที่จะเห็นเยอะกว่ารุ่น 13” พกกันออกมาขนาดนี้เรื่องปลั๊กไฟไม่ใช่ปัญหาเพราะตั้งแต่ยังไม่เที่ยงคืนทีมงานแอปเปิ้ลก็ลากปลั๊กรางมาให้เป็นจุด ๆ เท่าที่นับดูน่าจะมีอยู่ 3 อัน ซึ่งแต่ละปลั๊กยิ่งดึกก็ยิ่งรุมกันไปต่อแถวจองเพื่อชาร์ตไฟให้เครื่อง Mac บ้าง iPhone บ้าง โดยเรื่องนี้ถ้าใครได้ไปต่อแถวแนว ๆ นี้ก็ควรจะเตรียมแบตเตอรี่สำรองของตัวเองไปด้วยอย่าชะล่าใจหวังน้ำบ่อหน้า เพราะก็ไม่แน่ว่าจะมีแบบนี้ทุกงานรึเปล่า

ส่วนเรื่องอินเตอร์เน็ตด้วยความที่เป็น Apple Store ทางร้านเลยปล่อย Wi-Fi มาให้ลูกค้าได้เล่นฟรีอยู่แล้วเป็นปกติ

 

ดูทางการทำงานของแอปเปิ้ล

พอใกล้ ๆ เช้าสักตีห้าก็เริ่มีทีมงานเข้ามารอบ ๆ ร้านแล้ว โดยทีมแรกที่เข้ามาคือทีมถ่ายทำวิดีโอมาเซ็ทอัพกันเสียงดังพอควร ตอนนี้หลายคนก็เริ่มตื่นมามองกันแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น และคำถามแรกที่หลายคนถามหลังตื่นมาคือกี่โมงแล้ว

ทีมงานวิดีโอผมเองก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าจัดเต็มหรือไม่ แต่ที่เห็นคือพร้อมมากแบบพลาดไม่ได้เพราะงานแบบนี้มีแค่ครั้งเดียวกับสาขาที่เปิดใหม่ นอกจากตัวกล้องวิดีโอที่ผมเห็นแล้ว ก็มีการจัดเซ็ทกล้อง 5DMkII เพื่อเป็นกล้องวิดีโอ แล้วก็มีทีมงานถือไมค์คอยเก็บเสียงรอบ ๆ

 

นอกจากทีมถ่ายทำวิดีโอก็จะมีทีมภาพนิ่งที่คอยมาเก็บภาพคนที่ต่อแถวอยู่ ส่วนใหญ่ก็จะแอบถ่ายตอนหลับครับ เรียกว่ายิ่งหลับได้อารมณ์ยิ่งโดนถ่ายหลายช็อตเลยทีเดียว โดยเรื่องการถ่ายรูปนิ่งผมเองก็เพิ่งเคยเจอครับว่าทีมงานจะแบ่งเป็นช่างภาพและทีมงานที่เดินตามอีก 4-5 คน โดยคนที่เดินตามจะมีเอกสารสัญญาเรื่องการนำรูปที่ถูกถ่ายไปใช้ในสื่อของแอปเปิ้ลมาให้คนที่ถูกถ่ายรูปได้อ่านและเซ็นจากนั้นก็จะมีการถ่ายรูปเราพร้อมกับตัวสัญญานี้อีกครั้ง

 

จากนั้นพอในช่วงเจ็ดโมงเช้าก็เริ่มมีกลุ่มพนักงานแอปเปิ้ลที่ใส่เสื้อยืดสีน้ำเงินทยอยเข้ามาบริเวณร้านแล้ว ถึงตอนนี้คนในแถวก็ตื่นกันแล้วเป็นส่วนใหญ่และลุกขึ้นมองไปรอบ ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น พอใกล้ 08.00 น.ก็มีทีมงานมาประกาศว่าให้ทุกคนเตรียมตัวลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวเข้าร้านตอน 09.00 น.ด้านทีมรักษาความปลอดภัยที่อยู่กันมาตั้งแต่เมื่อคืนพอเช้ามาเหมือนจะมีคนมาเพิ่มขึ้นอีกหลายคนเหมือนกัน เรียกว่าคอยดูแลไม่ให้เกิดปัญหาได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของนักข่าวแอปเปิ้ลกันทางเข้าตรงหน้าร้านไว้ใส่ส่วนหนึ่งเพื่อให้นักข่าวใช้เป็นจุดถ่ายรูปและวิดีโอ ซึ่งนักข่าวก็ทยอยมาตั้งแต่เจ็ดโมงได้ ซึ่งการจะเข้าถึงบริเวณหน้าร้านได้ต้องมีสติกเกอร์ของแอปเปิ้ลแปะที่เสื้อไว้ด้วยว่าเป็นสื่อ เท่าที่เห็นในจุดนี้ต้องบอกว่าแอปเปิ้ลเข้มงวดมากไม่ว่าจะสื่อใหญ่จากไหนถ้าไม่มีสติกเกอร์ดังกล่าวไม่สามารถเข้าไปได้ หรือถ้าเจ้าไหนมาสายแล้วทีมงานแอปเปิ้ลไม่อยู่ในบริเวณนั้นก็ต้องรอจนกว่าทีมงานแอปเปิ้ลจะกลับมาคุยและแจกสติกเกอร์สื่อให้

 

เคาท์ดาวน์เป็นธรรมเนียม

 

ช่วงก่อนเปิดร้านสัก 15 นาทีคะเนด้วยสายตาได้ว่าคนน่าจะมาอยู่หน้าร้านกันแล้วราว 500 คน ซึ่งพอใกล้เวลา 09.00 น. ก็เริ่มนับถอยหลังกันแล้วก็เฮกันเป็นปกติจากนั้นขบวนก็ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าร้าน โดยที่บริเวณหน้าร้านจะมีพนักงานเรียงแถวต้อนรับอยู่ ซึ่งพอเข้าไปในร้านพนักงานก็เฮ ๆ แล้วก็นำกล่องของขวัญมาให้ด้านในก็เป็นที่รู้กันว่าคือเสื้อยืดที่ระลึกเปิดร้าน

 

โชว์กล่อง iPhone, iPad ทั้งผนังที่ชั้น 2

พนักงานบริเวณ Genius Bar

สำหรับ Apple Store สาขาแรกในฮ่องกงต้องบอกว่าใหญ่มากเพราะตัวร้านอยู่ชั้น 2 ของตึก IFC Mall ที่แนวตึกคล่อมถนน 6 เลนไว้ พนักงานอยากที่บอกไปข้างต้นผมว่าสัก 200 คนได้ครับ ด้านในตัวร้านเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างไม่ค่อยมีอะไรมากเป็นส่วนที่แอปเปิ้ลวางโชว์สินค้าของตัวเอง ส่วนชั้นบนเป็นส่วนที่ขายของตนเองด้วย ขายอุปกรณ์เสริมด้วย และยังมี Genius Bar อยู่ด้วย ซึ่งตรงบริเวณ Genius Bar มีพนักงานอยู่ตรานี้ประมาณ 20 คน โดยการเข้าใช้บริการ Genius Bar จะต้องลงชื่อจองเวลาผ่านหน้าเว็บก่อนหรือถ้าไม่ได้จองมาก่อนก็สามารถลงชื่อจองกับพนักงานที่ถือ iPad ไปมาตรงบริเวณนั้นได้ โดยตัว iPad จะมีแอพฯสำหรับลงชื่อเพื่อจองเวลาใช้บริการ Genius Bar

 

เครื่องพิมพ์ใบเสร็จที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ

ด้านการขายก่อนหน้านี้ใครต่อใครที่ไปอเมริกาก็บอกว่าพนักงานแอปเปิ้ลใน Apple Store ที่อเมริกามี iPod touch คนละเครื่องไว้คิดเงินให้ลูกค้าซึ่งจะมีเคสพิเศษที่สามารถรูดบัตรเครดิตได้เลย พอไปที่ฮ่องกงผมเองก็สังเกตุเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่บ้างพบว่าพนักงานในส่วนขายของมี iPod touch ที่ใส่เคสพิเศษจริง แต่ต่างที่ของที่ฮ่องกงรูดการ์ดไม่ได้จากบน iPod touch ได้แต่ยิงบาร์โค้ดแล้วก็นำบัตรเครดิตไปเสียบเข้ากับเครื่องอื่นเพื่อคิดเงินอีกที โดยเครื่องพิมพ์ใบเสร็จจะซ่อนอยู่ใต้โต๊ะในโซนขายของทุกโต๊ะครับ ระบบการซื้อของจาก Apple Store ในอเมริกาปัจจุบันเกือบทั้งหมดไม่ให้ใบเสร็จที่เป็นกระดาษแล้วโดยใบเสร็จจะส่งไปยังอีเมลชองเราเดี๋ยวนั้นเลยหลังจากที่จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย (ถ้าไม่เคยซื้อของเลยพนักงานจะให้กรอกข้อมูลลงในระบบผ่าน iPod touch) ซึ่งถ้าใครที่เคยใช้บัตรเครดิตใบเดียวกันนี้ซื้อของจาก Apple Store สาขาอื่นมาก่อนพอมาถึงที่นี่ระบบก็จะส่งอีเมลใบเสร็จมาให้เราด้วย พร้อมกับพิมพ์ใบเสร็จที่เป็นกระดาษมาให้ด้วย

 

อื่น ๆ นอกเหนือจากนี้สำหรับ Apple Store สาขาแรกในฮ่องกงวันแรกที่เปิดร้านต้องบอกว่าคนไปรอเพื่อเข้าร้านเยอะมาก ๆ เสียจนแถวที่รอยาวออกไปด้านนอกตึกร่วม 1 กิโลเมตรเลยทีเดียว ซึ่งตอนที่ออกมาจากร้านคือ 10.00 น. คนรอเข้าร้านเยอะมากครับ

 

เก็บตก

เรื่องอื่นที่ไม่มีใครสังเกตแต่ผมก็ดันสังเกตคือป้ายแบนเนอร์ iPhone 4 หน้าร้านมีรูปที่โชว์อีเมล ซึ่งชื่อคนในอีเมล 2 ชื่อดันเป็นชื่อที่ล้อกับชื่อจริง ๆ ของพนักงานแอปเปิ้ลระดับสูงในฮ่องกงและสิงคโปร์ แต่ชื่อในอีเมลบนแบนเนอร์จะไม่เขียนให้ถูกต้องคือ Tony Li กับ Leo Chan(ชื่อที่ถูกต้องไม่ขอเอ่ยถึงนะครับ)  ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่ชื่อในโฆษณาเหมือนกันพอดีหรือแอปเปิ้ลตั้งใจนำชื่อพนักงานมาดัดแปลงกันแน่ ส่วนในเนื้อความอีเมลของชื่อ Tony Li พูดถึงความสำเร็จของงานที่ส่งลูกค้าไป ส่วนของ Leo Chan ในอีเมลพูดเรื่องการเลื่อนประชุม

ถือว่าเป็นประสบการณ์ไปต่อแถวข้ามวันข้ามคืนเปิด Apple Store ครั้งแรกของผม

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเตรียมตัวไปต่อแถวรอข้ามวันข้ามคืน

  • ถ้าไปต้องต่อแถวในห้างควรหาเสื้อแจ็กเก็ตเตรียมไว้กันหนาวด้วย
  • น้ำดื่มควรซื้อไปให้พร้อมสัก 1 ขวดใหญ่/คน
  • ขนมพกติดไปด้วยเท่าที่อยากกิน (ตอนเช้าอย่าลืมช่วยกันเก็บขยะด้วย)
  • ควรไปดูสถานที่จริงก่อนไปต่อแถวก่อนสักครั้ง
  • ถ้ามีสารพัดแก็ดเจ็ทอย่าลืมเตรียมเรื่องแบตเตอรี่สำรองไปด้วย
  • เรื่องออกจากแถวและเข้าห้องน้ำควรถามทีมงานที่ดูแลให้ดีว่าให้เวลาต่อครั้งในการออกไปกี่นาที

 

 

 

 

 



kangg

You May Also Like:

ลูกบอล Sphero mini

Sphero mini ไม่ใช่แค่ลูกบอลที่เราแค่ใช้แอพควบคุมเล่นไปมา แต่ยังมีโหมดการเล่นอื่น ๆ ที่น่าสนใจรวมถึงจุดเริ่มต้นของการเขียนโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ที่ Sphero มีมาให้ลองกันด้วย ..

[ประชาสัมพันธ์] LAZADA ช้อปทะลุจักรวาล ลดจัดหนักกับ JBL และ HARMAN KARDON

ลดจัดหนักฉลองสิ้นปี!! ลำโพง - หูฟัง JBL , Harman Kardon ลดสูงสุด 70% และพร้อมรับโค้ดส่วนลดสุดพิเศษอีก 15% (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) เริ่มตั้งแต่วันที่ 12- 14 ธ.ค. 60 ที่ LAZADA ที่เดียว ..

Jony Ive กลับมาคุมทีมออกแบบผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลเต็มตัวอีกครั้ง

Jony Ive ถือเป็นหัวใจสำคัญด้านงานออกแบบของแอปเปิ้ลที่ก่อนหน้านี้ถูกย้ายมาดูแลงานออกแบบ Apple Park แต่ล่าสุดมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เขากลับมาคุมทีมดีไซน์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของแอปเปิ้ลอีกครั้ง  ..

Share

Tweet

Email