เรื่องเล่าจากฮ่องกง

เรื่องเล่าจากฮ่องกง

ตั้งใจไปฮ่องกงช่วงที่ Apple Store เปิดตัวพอดีเลยมีเรื่องมาเล่าว่าการไปต่อแถวรอ Apple Store เป็นอย่างไร รวมถึงการเตรียมตัวไปต่อแถวแบบข้ามวันข้ามคืน (ขี้เกียจอ่านข้ามไปดูวิดีโอก็ได้นะครับ)

สำหรับการไปประเทศฮ่องกงของผมเริ่มจากข่าวว่า Apple Store เตรียมเปิดสาขาแรกในฮ่องกงตั้งแต่เม.ย. ซึ่งพอถึงเดือนส.ค. ก็มีข่าวออกมาอีกครั้งว่าจะเปิดทำการในวันที่ 24 ก.ย. ซึ่งก็ตั้งเป้าไว้แล้ว แต่ขณะนั้นบอกตรง ๆ ว่าก็ยังหวั่น ๆ อยู่บ้าง เพราะไม่มีข้อมูลไหนทำให้เชื่อได้ว่าแอปเปิ้ลเปิดร้านวันที่ 24 ก.ย. ซึ่งก็ชะล่าใจจนเรียกว่าอีกไม่เกิน 10 วันก่อนถึงวันที่ 24 ก.ย.เพิ่งจองตั๋วเครื่องบิน โดยทำใจไว้ถ้าไม่เปิดก็ไม่เป็นไรถือว่าไปเที่ยวก็แล้วกัน จนเมื่อวันที่ 19 ก.ย.แอปเปิ้ลก็ได้ประกาศหน้าเว็บว่า Apple Store สาขาแรกในฮ่องกงเปิดตัวในวันที่ 24 ก.ย. เท่านั้นก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง

 

พอไปถึงฮ่องกงคืนวันที่ 22 ก.ย. สิ่งแรกที่ทำก่อนเข้าที่พักคือไปดูหน้าร้าน Apple Store ว่าอยู่ตรงไหน ซึ่งตัวร้านอยู่ที่ตึก IFC Mall ที่ด้านล่างตึกเป็นสถานีรถไฟพอดิบพอดีก็เลยจัดไป จากนั้นในวันศุกร์ที่ 23 ก.ย. หลังจากตื่นก็ดิ่งไปดูสถานการณ์ที่ IFC Mall อีกครั้งในช่วงเที่ยง ๆ วันนี้พบว่ามีคนเริ่มมาต่อแถวกันแล้ว สอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลบริเวณนั้นอยู่ได้ความว่าคนแรกมาตั้งแต่เวลาประมาณหกไม่ก็เจ็ดโมงเช้า ซึ่งช่วงเที่ยงที่ผมไปถึงมีคนต่อแถวอยู่แล้วยังไม่ถึง 50 คน ถึงตอนนั้นก็ยังคิด ๆ อยู่ว่าคืนนี้จะมาต่อแถวดีหรือจะนอนเตียงนุ่ม ๆ แล้วค่อยตื่นมาแต่ไก่โห่แล้วค่อยมา

 

ต่อแถวก็ต่อ

ช่วง 21.00 น. คนยังไม่เยอะนัก

ช่วง 22.30 น. คนเริ่มเยอะ

 

ช่วงค่ำ ๆ วันที่ 23 ก.ย. หลังจากเที่ยวเสร็จเรียบร้อยก็กลับมาแวะที่ IFC Mall อีกครั้งในช่่วงเวลาประมาณ 21.00 น. พบว่าแถวเริ่มยาวเกือบ ๆ 100 คนแล้ว เห็นแบบนี้ก็เลยคึกคักตัดสินใจว่ามาต่อแถวรอด้วยก็แล้วกัน ซึ่งก็รีบกลับห้องพักหอบข้าวของเท่าที่คิดว่าจำเป็นออกมา เสื้อ, คอมพิวเตอร์, อแดปเตอร์ชาร์ทไอโฟน, แบตเตอรี่สำรองของไอโฟน จากนั้นก็กลับมาที่ IFC Mall แล้วก็แวะซื้อน้ำอีกหนึ่งขวดใหญ่สำหรับ 2 คน แล้วก็ไปเริ่มอยู่ในแถวเวลาประมาณเกือบ 22.00 น.

 

คนหน้าแปลก

พอเข้าไปอยู่ในแถวด้วยภาษาไทยที่เราพูดกลายเป็นเรื่องแปลกสำหรับคนรอบข้างที่เป็นชาวฮ่องกงที่ใช้ภาษาจีนว่าเราเป็นใครมาได้ยังไงฟังไม่รู้เรื่องหรอกว่าเขาพูดอะไร แต่ดูจากท่าทางก็พอทราบ บรรยากาศตอนแรกผมว่าก็เหมือนเราไปเข้าค่ายอะไรสักอย่างแล้วเจอคนเข้าข่ายคนอื่นแรก ๆ ก็เกร็ง ๆ แต่เวลาผ่านไปก็เริ่มคุยกัน โดยประโยคแรกที่ว่า “Where are you from?” พอบอกว่ามาจากประเทศไทยส่วนใหญ่ก็อึ้ง ๆ ไปเล็กน้อยแล้วต่อด้วยคำถามว่าตั้งใจมาเที่ยวหรือตั้งใจมาเพื่องานเปิด Apple Store ซึ่งคำตอบที่ให้ไปก็คืออย่างหลัง โชคดีที่คนฮ่องกงส่วนใหญ่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อยู่แล้วโดยพื้นฐานทำให้ได้คุยกับหลาย ๆ คนและได้ได้แลกเปลี่ยนความเป็น Apple Fans ระหว่างไทยกับฮ่องกง ซึ่งคุยกันไปคุยกันมาพอบอกว่าในไทยมีเว็บไซท์เกี่ยวกับแอปเปิ้ลเกือบสิบเว็บก็ตกใจเล็กน้อย ซึ่งเขาก็บอกว่าในฮ่องกงมีอยู่ราว 2-3 เว็บไซท์เท่านั้น (ผมเข้าใจว่า 2-3 เว็บที่ว่าเป็นเว็บภาษาจีน)

 

ยิ่งดึกยิ่งคึก

 

ย่ิงดึกคนยิ่งทยอยกันมาไม่ขาดสาย นับ ๆ ดูตอนสักตีหนึ่งมีคนมารอในแถวน่าจะเกือบ ๆ 300 คน คะเนจากสายตาตัวเองส่วนใหญ่คนที่มาต่อแถวข้ามวันอายุไม่เกิน 40 ปี กลุ่มใหญ่ก็จะเป็นช่วงไม่เกิน 30 ปี และเช่นกันยิ่งดึยิ่งง่วงเป็นธรรมดาหลายคนตอนเกลื่อนกัน ซึ่งบางคนเท่าที่เห็นเตรียมตัวมาดีขนาดที่นำถุงนอนมาด้วย บางคนกางร่มช่วงพลางแสงไฟภายในห้างนอนสบายกันไป

 

หิวด้วยปวดฉี่ด้วยทำยังไงดี

จากที่หลายคนเห็นข่าวดราม่าต่อแถวของดีแทคว่ามีบางคนอาจจะไม่เห็นด้วยที่คนต่อแถวออกไปซื้อข้าวซื้อน้ำหรือออกไปห้องน้ำ อาจจะสงสัยว่าแล้วต่อแถวรอเปิด Apple Store เราสามารถออกจากแถวได้หรือไม่ คำตอบคือได้ครับ โดยบริเวณที่รอต่อแถวอยู่ภายในห้างและมีพนักงานดูแลอยู่ในบริเวณดังกล่าวราว 30 คน ซึ่งการที่เราจะออกไปนอกแถวพนักงานดูแลจะบอกว่าออกไปจากแถวได้ไม่เกิน 20 นาทีต่อครั้ง ซึ่งก็เพียงพอต่อการเดินไปห้องน้ำหรือไม่ซื้อขนมหรือน้ำมากิน ทั้งนี้เรื่องของกินต้องบอกว่าทาง Starbucks ก็แน่มาขึ้นป้ายเล็กๆหน้าร้านตั้งแต่วันศุกร์เลยว่า “ยินดีกับเพื่อนบ้านใหม่ที่มาเปิดร้าน คืนนี้เราอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง” ซึ่งพอตกดึกพนักงาน Starbucks ก็มีเมนูมาให้เลือกกันถึงในแถวเลยทีเดียว ซึ่งตัวผมก็กระเหรี่ยงไทยพลัดถิ่นไม่รู้ทิศทางก็จัด Starbucks ไปซะ ส่วนกลุ่มคนฮ่องกงที่คุยด้วยเห็นลุกออกไปแล้วกลับมาพร้อมถุงของ Mcdonald นาทีนั้นอิจฉามาเพราะอิ่มกว่าแถมราคาถูกกว่า Starbucks เป็นไหน ๆ เลยลองถามทางที่ไปซื้อพบว่าต้องออกไปนอกตึก ลองเดินตามที่บอกก็ไปไม่เจออีก สรุปว่าคืนนั้นเสียเงินให้ Starbucks ไปหลายร้อยบาทอยู่เหมือนกัน เพราะแต่ละรอบที่พนักงาน Starbucks เหมือนรู้จังหวะว่าได้เวลาหิวแล้วเลยครับ

 

คนมีของ

เรื่องนี้พูดไปก็ขำดี เพราะเป็นเรื่องของคนที่มีหรือสะสมเสื้อยืดแอปเปิ้ลด้วยกันจะเล็งกันว่าคนนู้นที่เราเห็นใส่เสื้อยืดแอปเปิ้ลลายอะไรออกมาปีไหน โดยเสื้อยืดแอปเปิ้ลยืดแอปเปิ้ลแบ่งเป็น 2 กลุ่มด้วยกันคือกลุ่มที่เป็นเสื้อยืดสำหรับพนักงานแอปเปิ้ล เสื้อกลุ่มนี้จะเปลี่ยนตามผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลไปเรื่อย ๆ ปีนึงอาจจะออกมา 2-3 คอลเล็คชั่น เสื้อกลุ่มนี้คนที่สะสมแน่นอนว่าจะได้เป็นเสื้อมือสองมาจากตามแหล่งต่าง ๆ อีกกลุ่มจะเป็นเสื้อที่ระลึกสำหรับคนทั่วไปเช่นเสื้อยืดที่ระลึกเปิดร้าน Apple Store ในสาขาต่าง ๆ ทั่วโลก เสื้อจากงาน WWDC ในแต่ละปี ซึ่งคนที่ใส่เสื้อเหล่านี้มาเหมือนจะมีเรดาห์มองหากันเองว่าใครใส่เสื้ออะไรกันมาบ้าง

เท่าที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อยืดพนักงานแอปเปิ้ลที่ผมเองก็มี ส่วนที่ขลัง ๆ หน่อยก็เป็นเสื้อ WWDC 2011 แบบว่าคนใส่เสื้อตัวนี้เพิ่งไปมาหมาด ๆ แน่ เสื้ออีกตัวที่เห็นแล้วก็อยากไปขอซื้อตอนนั้นเลยคือเสื้อยืดที่ระลึกเปิดร้าน Apple Store ที่ Shibuya ในประเทศญี่ปุ่น นอกจากเรื่องเสื้อแล้วไม่เห็นพวกของสะสมอื่นเท่าไหร่ในคืนนั้น

 

iPad, MacBook Air เกลื่อน

ผมเองไม่แปลกใจที่เห็น iPad เยอะขนาดนั้น ประมาณว่ามองไปหย่อมไหนก็ต้องมี iPad อยู่ด้วยตลอดเวลา (iPhone ไม่ต้องพูดถึง เพราะไงๆเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เห็นหยิบกันมาก็ iPhone) แต่กับ MacBook Air อันนี้น่าแปลกใจมาก ๆ เพราะไม่นึกว่าในบริเวณนั้นจะเห็นเยอะขนาดนั้น ถ้าเทียบอัตราส่วนผมว่าผมเห็น MacBook Air มากกว่า MacBook Pro แบบ 3:1 โดยเฉพาะ MacBook Air 11” ที่จะเห็นเยอะกว่ารุ่น 13” พกกันออกมาขนาดนี้เรื่องปลั๊กไฟไม่ใช่ปัญหาเพราะตั้งแต่ยังไม่เที่ยงคืนทีมงานแอปเปิ้ลก็ลากปลั๊กรางมาให้เป็นจุด ๆ เท่าที่นับดูน่าจะมีอยู่ 3 อัน ซึ่งแต่ละปลั๊กยิ่งดึกก็ยิ่งรุมกันไปต่อแถวจองเพื่อชาร์ตไฟให้เครื่อง Mac บ้าง iPhone บ้าง โดยเรื่องนี้ถ้าใครได้ไปต่อแถวแนว ๆ นี้ก็ควรจะเตรียมแบตเตอรี่สำรองของตัวเองไปด้วยอย่าชะล่าใจหวังน้ำบ่อหน้า เพราะก็ไม่แน่ว่าจะมีแบบนี้ทุกงานรึเปล่า

ส่วนเรื่องอินเตอร์เน็ตด้วยความที่เป็น Apple Store ทางร้านเลยปล่อย Wi-Fi มาให้ลูกค้าได้เล่นฟรีอยู่แล้วเป็นปกติ

 

ดูทางการทำงานของแอปเปิ้ล

พอใกล้ ๆ เช้าสักตีห้าก็เริ่มีทีมงานเข้ามารอบ ๆ ร้านแล้ว โดยทีมแรกที่เข้ามาคือทีมถ่ายทำวิดีโอมาเซ็ทอัพกันเสียงดังพอควร ตอนนี้หลายคนก็เริ่มตื่นมามองกันแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น และคำถามแรกที่หลายคนถามหลังตื่นมาคือกี่โมงแล้ว

ทีมงานวิดีโอผมเองก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าจัดเต็มหรือไม่ แต่ที่เห็นคือพร้อมมากแบบพลาดไม่ได้เพราะงานแบบนี้มีแค่ครั้งเดียวกับสาขาที่เปิดใหม่ นอกจากตัวกล้องวิดีโอที่ผมเห็นแล้ว ก็มีการจัดเซ็ทกล้อง 5DMkII เพื่อเป็นกล้องวิดีโอ แล้วก็มีทีมงานถือไมค์คอยเก็บเสียงรอบ ๆ

 

นอกจากทีมถ่ายทำวิดีโอก็จะมีทีมภาพนิ่งที่คอยมาเก็บภาพคนที่ต่อแถวอยู่ ส่วนใหญ่ก็จะแอบถ่ายตอนหลับครับ เรียกว่ายิ่งหลับได้อารมณ์ยิ่งโดนถ่ายหลายช็อตเลยทีเดียว โดยเรื่องการถ่ายรูปนิ่งผมเองก็เพิ่งเคยเจอครับว่าทีมงานจะแบ่งเป็นช่างภาพและทีมงานที่เดินตามอีก 4-5 คน โดยคนที่เดินตามจะมีเอกสารสัญญาเรื่องการนำรูปที่ถูกถ่ายไปใช้ในสื่อของแอปเปิ้ลมาให้คนที่ถูกถ่ายรูปได้อ่านและเซ็นจากนั้นก็จะมีการถ่ายรูปเราพร้อมกับตัวสัญญานี้อีกครั้ง

 

จากนั้นพอในช่วงเจ็ดโมงเช้าก็เริ่มมีกลุ่มพนักงานแอปเปิ้ลที่ใส่เสื้อยืดสีน้ำเงินทยอยเข้ามาบริเวณร้านแล้ว ถึงตอนนี้คนในแถวก็ตื่นกันแล้วเป็นส่วนใหญ่และลุกขึ้นมองไปรอบ ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น พอใกล้ 08.00 น.ก็มีทีมงานมาประกาศว่าให้ทุกคนเตรียมตัวลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวเข้าร้านตอน 09.00 น.ด้านทีมรักษาความปลอดภัยที่อยู่กันมาตั้งแต่เมื่อคืนพอเช้ามาเหมือนจะมีคนมาเพิ่มขึ้นอีกหลายคนเหมือนกัน เรียกว่าคอยดูแลไม่ให้เกิดปัญหาได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของนักข่าวแอปเปิ้ลกันทางเข้าตรงหน้าร้านไว้ใส่ส่วนหนึ่งเพื่อให้นักข่าวใช้เป็นจุดถ่ายรูปและวิดีโอ ซึ่งนักข่าวก็ทยอยมาตั้งแต่เจ็ดโมงได้ ซึ่งการจะเข้าถึงบริเวณหน้าร้านได้ต้องมีสติกเกอร์ของแอปเปิ้ลแปะที่เสื้อไว้ด้วยว่าเป็นสื่อ เท่าที่เห็นในจุดนี้ต้องบอกว่าแอปเปิ้ลเข้มงวดมากไม่ว่าจะสื่อใหญ่จากไหนถ้าไม่มีสติกเกอร์ดังกล่าวไม่สามารถเข้าไปได้ หรือถ้าเจ้าไหนมาสายแล้วทีมงานแอปเปิ้ลไม่อยู่ในบริเวณนั้นก็ต้องรอจนกว่าทีมงานแอปเปิ้ลจะกลับมาคุยและแจกสติกเกอร์สื่อให้

 

เคาท์ดาวน์เป็นธรรมเนียม

 

ช่วงก่อนเปิดร้านสัก 15 นาทีคะเนด้วยสายตาได้ว่าคนน่าจะมาอยู่หน้าร้านกันแล้วราว 500 คน ซึ่งพอใกล้เวลา 09.00 น. ก็เริ่มนับถอยหลังกันแล้วก็เฮกันเป็นปกติจากนั้นขบวนก็ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าร้าน โดยที่บริเวณหน้าร้านจะมีพนักงานเรียงแถวต้อนรับอยู่ ซึ่งพอเข้าไปในร้านพนักงานก็เฮ ๆ แล้วก็นำกล่องของขวัญมาให้ด้านในก็เป็นที่รู้กันว่าคือเสื้อยืดที่ระลึกเปิดร้าน

 

โชว์กล่อง iPhone, iPad ทั้งผนังที่ชั้น 2

พนักงานบริเวณ Genius Bar

สำหรับ Apple Store สาขาแรกในฮ่องกงต้องบอกว่าใหญ่มากเพราะตัวร้านอยู่ชั้น 2 ของตึก IFC Mall ที่แนวตึกคล่อมถนน 6 เลนไว้ พนักงานอยากที่บอกไปข้างต้นผมว่าสัก 200 คนได้ครับ ด้านในตัวร้านเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างไม่ค่อยมีอะไรมากเป็นส่วนที่แอปเปิ้ลวางโชว์สินค้าของตัวเอง ส่วนชั้นบนเป็นส่วนที่ขายของตนเองด้วย ขายอุปกรณ์เสริมด้วย และยังมี Genius Bar อยู่ด้วย ซึ่งตรงบริเวณ Genius Bar มีพนักงานอยู่ตรานี้ประมาณ 20 คน โดยการเข้าใช้บริการ Genius Bar จะต้องลงชื่อจองเวลาผ่านหน้าเว็บก่อนหรือถ้าไม่ได้จองมาก่อนก็สามารถลงชื่อจองกับพนักงานที่ถือ iPad ไปมาตรงบริเวณนั้นได้ โดยตัว iPad จะมีแอพฯสำหรับลงชื่อเพื่อจองเวลาใช้บริการ Genius Bar

 

เครื่องพิมพ์ใบเสร็จที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ

ด้านการขายก่อนหน้านี้ใครต่อใครที่ไปอเมริกาก็บอกว่าพนักงานแอปเปิ้ลใน Apple Store ที่อเมริกามี iPod touch คนละเครื่องไว้คิดเงินให้ลูกค้าซึ่งจะมีเคสพิเศษที่สามารถรูดบัตรเครดิตได้เลย พอไปที่ฮ่องกงผมเองก็สังเกตุเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่บ้างพบว่าพนักงานในส่วนขายของมี iPod touch ที่ใส่เคสพิเศษจริง แต่ต่างที่ของที่ฮ่องกงรูดการ์ดไม่ได้จากบน iPod touch ได้แต่ยิงบาร์โค้ดแล้วก็นำบัตรเครดิตไปเสียบเข้ากับเครื่องอื่นเพื่อคิดเงินอีกที โดยเครื่องพิมพ์ใบเสร็จจะซ่อนอยู่ใต้โต๊ะในโซนขายของทุกโต๊ะครับ ระบบการซื้อของจาก Apple Store ในอเมริกาปัจจุบันเกือบทั้งหมดไม่ให้ใบเสร็จที่เป็นกระดาษแล้วโดยใบเสร็จจะส่งไปยังอีเมลชองเราเดี๋ยวนั้นเลยหลังจากที่จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย (ถ้าไม่เคยซื้อของเลยพนักงานจะให้กรอกข้อมูลลงในระบบผ่าน iPod touch) ซึ่งถ้าใครที่เคยใช้บัตรเครดิตใบเดียวกันนี้ซื้อของจาก Apple Store สาขาอื่นมาก่อนพอมาถึงที่นี่ระบบก็จะส่งอีเมลใบเสร็จมาให้เราด้วย พร้อมกับพิมพ์ใบเสร็จที่เป็นกระดาษมาให้ด้วย

 

อื่น ๆ นอกเหนือจากนี้สำหรับ Apple Store สาขาแรกในฮ่องกงวันแรกที่เปิดร้านต้องบอกว่าคนไปรอเพื่อเข้าร้านเยอะมาก ๆ เสียจนแถวที่รอยาวออกไปด้านนอกตึกร่วม 1 กิโลเมตรเลยทีเดียว ซึ่งตอนที่ออกมาจากร้านคือ 10.00 น. คนรอเข้าร้านเยอะมากครับ

 

เก็บตก

เรื่องอื่นที่ไม่มีใครสังเกตแต่ผมก็ดันสังเกตคือป้ายแบนเนอร์ iPhone 4 หน้าร้านมีรูปที่โชว์อีเมล ซึ่งชื่อคนในอีเมล 2 ชื่อดันเป็นชื่อที่ล้อกับชื่อจริง ๆ ของพนักงานแอปเปิ้ลระดับสูงในฮ่องกงและสิงคโปร์ แต่ชื่อในอีเมลบนแบนเนอร์จะไม่เขียนให้ถูกต้องคือ Tony Li กับ Leo Chan(ชื่อที่ถูกต้องไม่ขอเอ่ยถึงนะครับ)  ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่ชื่อในโฆษณาเหมือนกันพอดีหรือแอปเปิ้ลตั้งใจนำชื่อพนักงานมาดัดแปลงกันแน่ ส่วนในเนื้อความอีเมลของชื่อ Tony Li พูดถึงความสำเร็จของงานที่ส่งลูกค้าไป ส่วนของ Leo Chan ในอีเมลพูดเรื่องการเลื่อนประชุม

ถือว่าเป็นประสบการณ์ไปต่อแถวข้ามวันข้ามคืนเปิด Apple Store ครั้งแรกของผม

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเตรียมตัวไปต่อแถวรอข้ามวันข้ามคืน

  • ถ้าไปต้องต่อแถวในห้างควรหาเสื้อแจ็กเก็ตเตรียมไว้กันหนาวด้วย
  • น้ำดื่มควรซื้อไปให้พร้อมสัก 1 ขวดใหญ่/คน
  • ขนมพกติดไปด้วยเท่าที่อยากกิน (ตอนเช้าอย่าลืมช่วยกันเก็บขยะด้วย)
  • ควรไปดูสถานที่จริงก่อนไปต่อแถวก่อนสักครั้ง
  • ถ้ามีสารพัดแก็ดเจ็ทอย่าลืมเตรียมเรื่องแบตเตอรี่สำรองไปด้วย
  • เรื่องออกจากแถวและเข้าห้องน้ำควรถามทีมงานที่ดูแลให้ดีว่าให้เวลาต่อครั้งในการออกไปกี่นาที

 

 

 

 

 



kangg

You May Also Like:

iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR เปิดจอง 19 ต.ค. นี้ ราคารุ่นท็อป 57,900 บาท

เมื่อคืนแอปเปิ้ลก็ได้เปิดเผยข้อมูลการจองเครื่อง iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR เป็นที่เรียบร้อยว่าจะเปิดให้จองวันที่ 19 ต.ค. นี้  ..

ครั้งแรกของเมืองไทย กับ Beats by Dr. Dre ซาวน์บูธ

ครั้งแรกของเมืองไทย กับ Beats by Dr. Dre ซาวน์บูธ เพื่อให้ผู้ที่หลงไหลในเสียงดนตรีได้มาสัมผัสประสบการณ์แห่งเสียงดนตรีแบบเต็มอารมณ์ กับหูฟัง Beats Studio 3 พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อหูฟัง รับฟรี เสื้อ Beats Limited Edition และ รับส่วนลดทันที 5% (สำหรับรุ่นที่ร่วมรายการ) ..

iPhone XR น่าจะได้ขายในไทยวันที่ 26 ต.ค. นี้ด้วย

จากที่พอจะทราบ ๆ กันว่า iPhone XS จะเปิดขายในไทยวันที่ 26 ต.ค. นี้ล่าสุดที่เราได้รับข้อมูลมาคาดว่า iPhone XR ก็จะเริ่มขายในวันเดียวกันด้วย เรียกว่า iPhone XR ไทยได้ขายพร้อม ๆ กับประเทศกลุ่มแรกเลยทีเดียว ..

Share

Tweet

Email