พรีวิว : iPhone 4S

พรีวิว : iPhone 4S

ได้มีโอกาสทดสอบ iPhone 4S อยู่ 5-6 ชั่วโมงเลยอยากนำสิ่งที่ผมเห็นและได้ทดลองกับ iPhone 4S มาเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไร

ทั่วไป

ล่าง : iPhone 4 / บน : iPhone 4S

สำหรับหน้าตาตัวเครื่อง iPhone 4S ก็อย่างที่เห็นจากเว็บแอปเปิ้ลคือแทบไม่ได้ต่างจาก iPhone 4 ที่เราเห็นกันอยู่ในประเทศ โดยจุดสังเกตที่จะทำให้ว่าเป็น 4 หรือ 4S ก็คือด้านข้างที่ขอบดำ ๆ กั้นกรอบเสาสัญญาณรอบเครื่องมีการเปลี่ยนตำแหน่ง ซึ่งตรงนี้คงเป็นจุดเดียวที่จะทำให้ทราบได้ว่าเป็น iPhone 4S หรือ iPhone 4 เมื่อสังเกตจากภายนอก

 

ซ้าย : iPhone 4S / กลาง : iPhone 4 / ขวา : iPhone 4

หน้าจอของ iPhone 4S เมื่อเทียบกับ iPhone 4 ความสว่างพอ ๆ กัน ส่วนเรื่องติดอมเหลืองเห็นเว็บต่างประเทศยังพูดถึงอยู่บ้าง แต่เครื่องที่ผมได้ลองเมื่อเทียบกับ iPhone 4 อีก 2 พบว่าสีหน้าจอ iPhone 4S ค่อนข้างจะขาวกว่า iPhone 4

 

ปุ่ม Enable 3G หายไป

 

ซ้าย : iPhone 4S / ขวา : iPhone 4

สำหรับเรื่องนี้ในเว็บต่างประเทศมีรายงานอยู่บ้างว่าปุ่มเปิด-ปิด 3G (Enable 3G) ใน Settings > General > Network ได้หายไปจาก iPhone 4S ซึ่งพอได้มาลองจับเครื่องจริง ๆ ก็พบแบบเดียวกันคือไม่มีปุ่มเปิด-ปิด 3G แล้วเหลือแค่ปุ่มเปิด-ปิด Cellular Data เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้าปิดก็เท่ากับเราปิดทั้ง 3G และ EDGE ไปพร้อม ๆ กันต่างจาก iPhone 4 และก่อนหน้านี้ที่จะแยกปุ่มกันระหว่าง Enable 3G และ Cellular Data

 

ปุ่ม Enable 3G  ใน iPhone 4S หายไปแล้ว

 

โดยเรื่องนี้ในเว็บ engadget ได้รายงานว่ามีผู้ใช้งาน iPhone 4 บางคนพบว่าปุ่ม Enable 3G ได้หายไปจากเครื่องตัวเองด้วย ตอนนี้ก็เลยพุ่งเป้าไปที่ค่ายโทรศัพท์มือถือว่าอาจจะสามารถทำให้ปุ่มดังกล่าวหายไปหรือมีอยู่ก็ได้ (engadget.com)

 

ความเร็วในการใช้งานทั่วไป

 

ใช้แอพฯ iMovie export ไฟล์ออกมาพบว่าใช้เวลาพอ ๆ กันทั้งคู่ (ซ้าย : iPhone 4S / ขวา : iPhone 4)

สำหรับเรื่องนี้เท่าที่ได้ลองใช้ส่วนตัวผมว่าไม่ค่อยรู้สึกว่าเร็วขึ้นชนิดว่าแตกต่างกันมาก คือรู้สึกว่าเครื่องทำงานได้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเร็วขึ้นกว่าเดิม 2 เท่าแบบที่แอปเปิ้ลโม้ไว้ ซึ่งเรื่องนี้ผมลองถ่ายวิดีโอจากทั้ง iPhone 4S และ iPhone 4 พร้อม ๆ กันและใช้แอพฯ iMovie ในการ export ไฟล์ออกมาเป็นแบบเดียวกัน ทั้งสองเครื่องใช้ระยะเวลาพอ ๆ กันแม้ซีพียู A5 บน iPhone 4S ถ้าวัดกันที่ตัวเลขสเป็คจะแรงกว่า A4 ใน iPhone 4 อยู่พอควร แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ว่าจะทำงานได้เร็วขึ้น การเรียกเปิดแอพฯต่าง ๆ อันนี้รู้สึกได้ว่าตอบสนองเร็วขึ้นแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นจุดเด่นของ iPhone 4S

 

สัญญาณโทรศัพท์ยังมีวูบอยู่

แม้แอปเปิ้ลจะพยายามออกมาแก้ต่างเรื่องกรอบเสาอากาศรอบเครื่องและได้ทำการปรับปรุงมาตั้งแต่ iPhone 4 (CDMA) ซึ่งพอเป็น iPhone 4S ที่ใช้รูปแบบกรอบเสาสัญญาณแบบ iPhone 4 (CDMA) ผมก็ยังลองจับ iPhone 4S  แบบรอบเครื่องพบว่าสัญญาณมีหล่นไป 2 ขีด (จากเต็ม 5 ขีด) ซึ่งถ้าเทียบกับ iPhone 4 ในตอนแรก ๆ ที่เพิ่งออกมาถือว่า iPhone 4S ดีขึ้นกว่าเดิมเพราะสัญญาณไม่ได้ลดลงจนเหลือขีดเดียว ซึ่งพอปล่อยมือออกมาสัญญาณโทรศัพท์ก็เพิ่มมาหนึ่งขีด

 

 

กล้องถ่ายรูป

จุดเด่นจริง ๆ ของตัวเครื่องแบบจับต้องได้ทันทีคือกล้องถ่ายรูปของ iPhone 4S ที่สีสันของภาพออกมาได้ค่อนข้างใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากกว่า iPhone 4 คือสีไม่จัดและดูนวลตากว่า เรื่องการถ่ายรูปในที่ ๆ มีแสงน้อยมุมเดียวกันกล้อง iPhone 4S สามารถเก็บรายละเอียดและแสงได้ดีกว่าเดิม

 

3G 

สำหรับ iPhone 4S ตามสเป็คสามารถรองรับ 3G ได้ที่ 14.4/5.6 Mbps (ดาวน์โหลด/อัพโหลด) เท่าที่ทดสอบกับแแอพฯ speedtest ด้วย truemove H ซึ่งในแพ็กเกจของ iPhone บอกว่าปล่อย 3G ที่ความเร็วสูงสุดที่ 21Mbps ซึ่งพอวัดจริงค่าเฉลี่ยในส่วนของดาวน์โหลดได้อยู่ราว ๆ 4-6Mbps ส่วนอัพโหลดได้อยู่ที่ 2-2.5 Mbps ความเร็วสูงสุดในส่วนของดาวน์โหลดในช่วงเวลาที่ได้ลองเครื่องได้ที่ 8.2 Mbps ไม่มากไปกว่านั้น

(ปัจจัยแวดล้อมในการทดสอบความเร็ว 3G มีมากมายจนผมเองก็ไม่สามารถควบคุมตัวแปรได้)

 

 

 

Siri (สิริ)

 

ก่อนอื่นเลยสิริยังไม่รู้จักประเทศไทย ไม่ว่าคำถามจะเป็นแบบไหนเกี่ยวกับประเทศไทยสิริยังไม่สามารถค้นหามาให้ได้ทั้งเรื่องสถานที่, ชื่อจังหวัด, และอื่น ๆ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะตอนนี้สิริเปิดให้ใช้แค่ 3 ภาษาเท่านั้น (อังกฤษ, เยอรมัน และฝรั่งเศส)

เรื่องความเก่งของสิริอันนี้ขอยอมรับว่าทึ่งมาก เพราะเมื่อได้ลองจริง ๆ พบว่า 1 คำถามแบบทีเล่นทีจริง สิริสามารถตอบได้มากกว่า 3 แบบ เช่น I love you, I miss you คำถามแนวนี้สิริสามารถหาคำตอบมาได้หลายแบบและแต่ละคำตอบเชื่อว่าคนที่ได้ใช้ต้องอมย้ิมกันบ้างกับความช่างสรรหาคำตอบมาตอบเรา

 

การออกเสียงภาษาอังกฤษแบบไทย ๆ พบว่าสิริเข้าใจได้ แต่ถ้าเป็นประโยคที่ต้องมีการออกเสียงคำแบบครึ่งเสียงหรือต้องเน้นพยางค์ใดพยางค์หนึ่งเช่น I hate you. (ไอ เฮท ยู) ถ้าลากเสียงยาวผิดนิดเดียวสิริจะฟังเป็นคำอื่นทันที ซึ่งเรื่องการฟังคำพูดของเราผิดสิริสามารถเข้าใจเพี้ยนไปถึงคำสบถอย่าง F_ck ได้เลยเหมือนกัน นอกจากนี้เราไม่สามารถสั่งให้สิริเปิดแอพฯต่าง ๆ ได้เช่น Open Safari หรือ Open แอพอื่น ๆ แบบนี้สิริไม่เข้าใจ

 

 

ข้อที่เกี่ยวเนื่องกับสิริอย่างการ Input ข้อความหรือตัวหนังสือแทนที่จะต้องพิมพ์เราสามารถกดปุ่มรูปไมค์ใกล้ ๆ ปุ่มคีย์บอร์ดเพื่อพูดข้อความที่เราต้องการใส่เข้าไปได้ เท่าที่ลองพบว่าสามารถพูดได้ในหลายส่วนอย่างตรง APN Setting ก็สามารถใช้งานได้ หรือตรงที่ทำได้แน่ ๆ ก็คือ Messages ที่สามารถพูดแทนการกดปุ่มได้ เท่าที่ลองถ้าเป็นคำง่าย ๆ และประโยคไม่ยากสามารถทำงานได้ดีแม้จะเป็นสำเนียงอังกฤษไทยแท้ก็ตาม และเช่นเดิมถ้าเป็นคำที่ออกเสียงยากต้องออกเสียงกระเดียดแบบฝรั่งกันด้วย

 

ชอบอะไรใน iPhone 4S ?

ชอบอย่างแรกคือเรื่องกล้องถ่ายรูป ถัดมาคงเป็นสิริที่แต่ละครั้งที่สิริพูดดูไม่เป็นหุ่นยนต์มากนัก เพราะสิริบางครั้งจะมีการเน้นเสียงด้วย ซึ่งทำให้รู้สึกสนุกในการใช้งาน แต่ทั้งนี้ผู้ใช้งานก็ต้องสามารถพูดภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ๆ ที่สิริเข้าใจได้ดีประมาณหนึ่งถึงจะใช้งานได้คล่อง ๆ สุดท้ายคงเป็นเรื่อง 3G ที่รองรับความเร็วได้เพิ่มขึ้น โดยส่วนตัวหวังว่าเมื่อได้ใช้งานจริงความเร็วของ 3G ที่ทำได้จะดีกว่านี้บ้าง คืออยากเห็นตัวเลขขึ้นไปแตะที่ 10Mbps+ บ้างอะไรบ้างให้ชื่นใจสักนิด

ประมาณนี้ครับสำหรับการพรีวิว iPhone 4S ไว้มีโอกาสได้ใช้เต็ม ๆ เมื่อไหร่จะกลับมารีวิวอีกครั้งครับ

 

ขอบคุณร้าน  blink7.net ที่เอื้อเฟื้อ iPhone 4S มาให้ได้ลองใช้งานด้วยครับ (ข้อมูลเพิ่มเติม : facebook.com/BLINK7.Net)

 

 



You May Also Like:

แอปเปิ้ลทำหนังสั้น The Rock x Siri (อัพเดท)

มีเรื่องเซอร์ไพรส์กันเล็กน้อยเมื่อ Dwayne Johnson หรือ The Rock ที่เรารู้จักกันดีออกมาทวีตว่าเขากำลังจะมีภาพยนตร์ที่ถ่ายทำร่วมกับแอปเปิ้ลในชื่อ The Rock x Siri ..

[WWDC] Siri เตรียมมาอยู่ใน OS X 10.12 ด้วย

จากที่เราคุ้นกันดีว่า Siri มีอยู่ใน iOS ตอนนี้เรากำลังจะได้เห็น Siri ใน OS X กันแล้ว คาดว่าใน WWDC 2016 นี้แอปเปิ้ลเตรียมโชว์ Siri ใน OS X 10.12  ..

ผู้คิดค้น Siri เตรียมเปิดตัวผู้ช่วยเสมือน Viv ที่ฉลาดกว่า Siri

Siri ที่เราใช้งานอยู่ใน iOS 5 แอปเปิ้ลได้ซื้อ Siri มาจากบริษัท Siri Inc. เมื่อปี 2010 ซึ่งตอนนี้ผู้คิดค้น Siri ได้พัฒนาผู้ช่วยเสมือนรุ่นใหม่ขึ้นมาในชื่อ Viv โดยระบุว่ามีความฉลาดและความสามารถเหนือ Siri เตรียมเปิดตัวสัปดาห์หน้า ..

Share

Tweet

Email