รีวิว : iPhone 4S

iPhone 4S มาในรูปร่างเดิมของ iPhone 4 ด้านนอกเรียกว่าแทบไม่เปลี่ยนอะไร แต่ฮาร์ดแวร์ข้้างในมีการปรับเปลี่ยนเยอะพอควร

iPhone 4S เป็น iPhone รุ่นที่ 5 นับตั้งแต่แอปเปิ้ลออกรุ่นแรกมาเมื่อปี 2007 ครั้งนี้แอปเปิ้ลยังไม่มีอะไรก้าวกระโดดในรูปเรื่องร่างหน้าตาภายนอก ส่วนข้างในในส่วนของซีพียูไม่ต้องเดาก็พอทราบกันอยู่แล้วว่าใช้ซีพียู A5 เหมือนที่อยู่ใน iPad 2 ส่วนอื่น ๆ ที่เป็นส่วนที่ดีขึ้นลองไล่อ่านกันดูนะครับว่าดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน

รูปร่างเดิม

เครื่องสีดำ (บน) : iPhone 4S / เครื่องสีขาว (ล่าง) : iPhone 4

สำหรับ iPhone 4S รูปร่างหน้าตาอย่างที่เห็น ๆ กันอยู่ว่าหน้าตาโคลนนิ่งมาจาก iPhone 4 ภายนอกมีจุดต่างให้สังเกตแค่เพียงเล็กน้อยตรงด้านซ้ายของเครื่องที่ต่ำแหน่งปุ่มปุ่มเปิด/ปิดเสียงจะเยื้องลงมาด้านล่างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ iPhone 4 และด้านบนของปุ่มเปิด/ปิดเสียงจะมีเส้นสีดำที่เป็นฉนวนแบ่งกรอบรับสัญญาณ นอกนั้นไม่ว่าจะดูมุมไหนก็แยกไม่ออกว่าเป็น iPhone 4S หรือ iPhone 4 ตัวเครื่องมีให้เลือกสองสีคือสีขาวและสีดำ

พวกอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มาด้วยในกล่องยังคงเดิมคือหูฟังที่มีรีโมทและไมค์, สาย USB สำหรับเสียบชาร์จไฟ และอแดปเตอร์ ซึ่งเจ้าอแดปเตอร์มีเปลี่ยนนิดหน่อย โดยอแดปเตอร์ที่มาในกล่อง iPhone 4S จากเดิมที่จะสกรีนว่า iPod USB Power Adapter เปลี่ยนเป็น 5W USB Power Adapter เพื่อให้เป็นไปทางเดียวกันกับอแดปเตอร์ของ iPad (10W USB Power Adapter) แม้จะเปลี่ยนชื่อใหม่แต่สเป็คในการจ่ายไฟก็ยังเหมือนเดิมไมไ่ด้มีอะไรเปลี่ยนแปลง

(สำหรับอแดปเตอร์ที่มากับ iPhone 4S บางกล่องยังสกรีนแบบเดิมคือ iPod USB Power Adapter  ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนะครับ ไม่ต้องกังวลเพราะการจ่ายไฟก็เหมือน ๆ กัน)

สเป็คเครื่อง

ซ้าย : iPhone 4 / ขวา : iPhone 4S

สำหรับสเป็คฮาร์ดแวร์ของ iPhone 4S จะว่าเปลี่ยนเยอะก็ไม่เชิงจะน้อยก็ไม่ใช่ ประมาณว่าเปลี่ยนไปพอเห็นรู้สึกแตกต่าง โดย iPhone 4S มีจุดที่เปลี่ยนไปจากเดิมคือใช้ซีพียู A5, มีรุ่นความจุ 64GB เป็นครั้งแรก, รองรับความเร็ว 3G ที่ 14.4Mbps, กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 8 ล้านพิกเซล, ถ่ายวิดีโอได้ที่ 1080p, มีระบบกันสั่นขณะถ่ายวิดีโอ ส่วนด้านซอฟท์แวร์ที่ถือว่าเป็นฟีเจอร์ไฮไลต์หนีไม่พ้น Siri ซึ่งทั้งหมดนี้คือจุดเด่นที่เพิ่มขึ้นใน iPhone 4S

การใช้งาน

สำหรับคนที่ใช้ 3GS หรือก่อนหน้า ถ้าเปลี่ยนมาใช้ iPhone 4S จะรู้สึกได้ว่าเร็วกว่าเยอะมากๆ เพราะพออัพ iOS 5 อะไร ๆ ใน iPhone 3GS ก็ดูช้า ๆ ไปหมด แต่ถ้าเป็นคนที่ใช้ iPhone 4 แล้วเปลี่ยนเป็น iPhone 4S จะมีจุดที่รู้สึกว่าเครื่องใหม่ทำงานได้เร็วขึ้นอยู่ไม่เยอะนักในการใช้งาน ซึ่งจุดที่พอสังเกตได้ว่า iPhone 4S ทำได้ดีและเร็วกว่าอย่างเช่นในแอพฯ iMovie (ต้องซื้อเพิ่ม ราคา $4.99) ที่ตอนใช้งานเวลาเลือกใช้คำสั่งต่าง ๆ จะตอบสนองทันใจมากขึ้นกว่าการใช้บน iPhone 4 ซึ่งเป็นจุดที่ผมเห็นชัดที่สุดในการใช้งาน เรื่องการกดเปิดแอพกล้องถ่ายรูปก็เป็นอีกจุดที่ iPhone 4S ทำได้เร็วกว่าเดิมตามที่ควรเพราะสเป็คใหม่กว่า การเรนเดอร์หน้าเว็บต่าง ๆ บน Safari ทำได้รวดเร็วมากขึ้น โดยผมทดสอบเปิดหน้าเว็บ pantip.com/cafe/mbk ที่หน้าเว็บยาวมาก ผลจากการทดสอบเทียบระหว่าง iPhone 4S, iPhone 4 และ iPhone 3GS สรุปได้ว่าการเรนเดอร์หน้าเว็บ iPhone 4S ทำได้ดีกว่า iPhone 4 (ไม่ต้องพูดถึง iPhone 3GS) ส่วนการเปิดใช้แอพฯทั่วไปอย่าง Facebook, Instagram, Echofon, Tweetbot, Path และอื่น ๆ ที่ไม่ได้ต้องการๆประมวลผลกราฟิคมากอะไรให้ผลไม่ต่างกันในการใช้งาน

3G เร็วขึ้น ?

ด้านการรองรับ 3G ของ iPhone 4S จะรองรับความเร็ว 3G ที่ 14.4/5.6 Mbps (ดาวน์โหลด/อัพโหลด) แม้ตัวเครื่องจะรองรับความเร็วเพิ่มขึ้น แต่ในการใช้งานจริงก็ขึ้นอยู่กับ 3G ในช่วงเวลาที่เราใช้งานของแต่ละค่ายมือถือด้วยว่าตรงจุดที่เราใช้งานมีผู้ใช้หนาแน่นแค่ไหน ซึ่งก็จะมีผลกับความเร็ว 3G ที่เราได้ใช้งานด้วย เป็นต้น โดยความเร็ว 3G เท่าที่พบทดสอบด้วยแอพฯ SpeedTest (เลือกเซิฟเวอร์เป็นกรุงเทพฯ) ความเร็วที่ทำได้ดีที่สุดในส่วนของดาวน์โหลดเท่าที่ผมทดสอบได้คือ 9.82 Mbps ไม่ขี้เหร่นักเมื่อคิดว่าเครื่องรับได้ 14.4 Mbps แต่นั่นก็เป็นเพียงครั้งเดียวที่ผมได้ นอกนั้นความเร็ว 3G ที่ทดสอบได้อยู่ในช่วง 2-4 Mbps ซึ่งความเร็วที่ได้ประมาณนี้บน iPhone 4 ก็สามารถทำได้เช่นกัน

สำหรับใน Settings ของ iPhone 4S แอปเปิ้ลได้ตัดปุ่ม Enable 3G ออกไปเหลือแต่ปุ่ม Cellular Data ที่เป็นการรวมดาต้าของ EDGE และ 3G ไว้ด้วยกันในปุ่มเดียวทำให้บางครั้งการที่เราจะปิดแค่ 3G เหมือนบน iPhone รุ่นก่อนหน้าเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป เพราะถ้าปิด Cellular Data จะเท่ากับปิดการงานในส่วนของดาต้าทั้งหมด

กล้องถ่ายรูป

เรื่องกล้องถ่ายรูปใน iPhone 4S ถือเป็นจุดเด่นที่หลายคนตั้งหวังว่าจะเทพจริงอย่างที่แอปเปิ้ลโม้บนเวทีเมื่อตอนเปิดตัว โดยขนาดเซ็นเซอร์เพิ่มจาก 5 ล้านพิกเซลใน iPhone 4 มาเป็น 8 ล้านพิกเซลใน iPhone 4S จุดนี้หลายคนอาจจะคิดว่าแจ๋วขึ้นมาก แต่ลองคิดว่าขนาดของเซ็นเซอร์จริง ๆ ตัวเล็กมาก ๆ การเพิ่มแค่ความละเอียดไม่ได้ทำให้ภาพของ iPhone 4S จะดีขึ้นมากสักเท่าไหร่ แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้คนที่ได้ลองแล้วชอบคือเรื่องเลนส์ที่แอปเปิ้ลมีการปรับปรุงให้ดี่ขึ้นจนภาพที่ได้เห็นได้ชัดว่าดีขึ้นจาก iPhone 4 (เมื่อปีที่แล้วก็ว่าดีขึ้นเยอะแล้วนะ)

ในส่วนของเลนส์แอปเปิ้ลเพิ่มชิ้นเลนส์เข้ามาใน iPhone 4S อีก 1 ชิ้น (รวมเป็น 5 ชิ้น) ทำให้รูปภาพที่ได้จาก iPhone 4S เก็บรายละเอียดได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ iPhone 4 เช่นในส่วนที่เป็นเงาจากแสงอาทิตย์ส่องเข้ามา ส่วนการถ่ายภาพในตอนกลางคืนจะเห็นได้ชัดเจนว่าภาพที่ถ่ายด้วย iPhone 4S จะไม่มีแสงแฟลร์ (Flare) หรือแสงฟุ้ง เมื่อถ่ายไปที่ดวงไฟหรือถ่ายย้อนแสง ซึ่งตรงนี้เป็นความดีความชอบของเลนส์ที่ดีขึ้น

ซึ่งทั้งหมดทำให้ภาพที่ได้จาก iPhone 4S มีความใสขึ้นและสีสมจริงมากขึ้นเมื่อเทียบกับ iPhone 4 ที่จะให้สีจัดเกิดจริงเมื่อนำภาพที่ได้จากทั้งคู่มาเทียบกัน ส่ิงที่ดีขึ้นอีกอย่างคือ White Balance ใน iPhone 4S วัดแสงได้แม่นและถูกต้องมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ตัวอย่างภาพที่ผมถ่ายจาก iPhone 4S และ iPhone 4

จะสังเกตได้ว่าในส่วนของเงามืดภาพที่ได้จาก iPhone 4S จะสามารถเก็บรายละเอียดได้ดีขึ้น ดวงไฟไม่มีแสงแฟลร์ ส่วนภาพอาหารเทียบกันแล้วสีของรูปภาพจาก iPhone 4S ถูกต้องมากกว่า

ดาวน์โหลด : ภาพที่่ถ่ายจาก iPhone 4S และ iPhone 4

ถ่ายวิดีโอ

วิดีโอเรียงจากภาพของ iPhone 4s (บน) / iPhone 4 (กลาง) / กล้อง Panasonic GF1 (ล่าง)

อย่างที่เขียนไปในส่วนของการถ่ายภาพแล้วว่าสิ่งที่ดีขึ้นจริง ๆ ใน iPhone 4S คือเลนส์ทำให้วิดีโอที่ได้ภาพจะสว่างกว่าบน iPhone 4 และสามารถเก็บรายละเอียดได้ดีกว่า สิ่งหนึ่งที่ผมสนใจเกี่ยวกับการถ่ายวิดีโอบน iPhone 4S คือระบบลดการสั่นสะเทือนขณะถ่ายวิดีโอ (Video Stabilization) ที่แอปเปิ้ลใส่เข้ามาเป็นครั้งแรก เท่าที่ได้่ลองพบว่าระบบกันสั่นสามารถช่วยได้ในระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับ iPhone 4 แต่จะไม่เห็นผลชัดเท่าไหร่เมื่อเราเดินถ่ายวิดีโอ (ตามในวิดีโอข้างบน) โดยเมื่อเทียบกับระบบลดการสั่นสะเทือนในกล้อง Panasonic GF1 ก็ต้องบอกว่ากันสั่นใน iPhone 4S ยังห่างชั้นอยู่มากพอควร

สำหรับวิดีโอที่ถ่ายบน iPhone 4S จะเป็น 1080p (1920×1080 พิกเซล) ซึ่งความละเอียดที่เพิ่มขึ้นมาถึงเท่าตัวเมื่อเทียบกับ iPhone 4 ที่ถ่ายได้แบบ 720p (1280×720 พิกเซล) ทำให้ขนาดไฟล์ 1 นาทีที่ถ่ายได้จาก iPhone 4S มีขนาดใหญ่ถึง 200 MB ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นจุดหนึ่งที่ต้องเลือกซื้อรุ่นที่มีความจุเยอะขึ้นจากเดิมสำหรับคนที่ชอบถ่ายวิดีโอใน iPhone แล้วไม่ค่อยได้โอนลงคอมพิวเตอร์ (ประมาณว่าเก็บแช่ไว้แบบนั้นจนลืมกันไปข้างหนึ่ง) ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วถ่ายวิดีโอ 10 นาทีจะต้องใช้พื้นที่มากถึง 2GB เลยทีเดียว ปัญหาของขนาดไฟล์คงไม่ได้เป็นภาระเฉพาะบน iPhone 4S เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงพื้นที่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็คงต้องแนะนำให้หาฮาร์ดดิกส์แบบภายนอกมาเก็บไฟล์เป็นทางออกที่ดีที่สุด

แบตเตอรี่

สำหรับเรื่องแบตเตอรี่ใน iPhone 4S เป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันอย่างมากตั้งแต่ออกมาว่าแบตเตอรี่หมดเร็วมาก ซึ่งเท่าที่ได้ใช้และทำการทดสอบในจุดนี้กับ iPhone 4S (iOS 5.0.1) พบว่าแบตเตอรี่หมดไวมากจริง ๆ โดยอาการแบตเตอรี่หมดไว้ใน iPhone 4S ซึ่งผมทดสอบหลาย ๆ แบบกับ iPhone 4S และ iPhone 4 ได้ผลดังนี้

เปิดสแตนบายทั้ง 2 เครื่องโดยเปิดใช้โทรศัพท์ตามปกติ เปิด 3G ปิด Wi-Fi ทิ้งไว้ข้ามคืนเป็นเวลา 9.20 ชั่วโมง

  • แบตเตอรี่ของ iPhone 4S จาก 100% เหลือ 68%
  • แบตเตอรี่ของ iPhone 4 จาก 100% เหลือ 88%

จากตัวเลขข้างต้นค่อนข้างน่าตกใจมากกับแบตเตอรี่ที่ลดลงของ iPhone 4S เพราะอายุเครื่องนับถึงวันที่ขึ้นรีวิวเพียงแค่ 10 วันเท่านั้น แต่แบตเตอรี่กลับลดลงไปมากกว่า iPhone 4 ที่เครื่องอายุ 8 เดือนแล้ว ซึ่งอาการแบตเตอรี่หมดไวปานฟ้าแล่บตอนนี้เจอกันทั่วโลก (iOS 5.0.1) ปัญหาน่าจะมาจากภาครับสัญญาณโทรศัพท์ในส่วนของ 3G ที่ซดแบตเตอรี่มากจริง ๆ

อัพเดท (26 ธ.ค.) 

จากที่คุณ eka_x สงสัยและคุณ ezy แนะนำว่าน่าจะทดสอบกับค่ายมือถือเดียวกันทั้งสองเครื่อง ตรงนี้ผมเลยนำซิมของ truemove H มาใส่ใน iPhone 4 เพื่อดูผลว่าเหมือนกับที่ทดสอบกับซิม AIS หรือไม่ ได้ผลดังนี้ครับ

 

  • แบตเตอรี่ของ iPhone 4 จาก 100% เหลือ 89%
จากตัวเลขข้างต้นการทดสอบ iPhone 4 กับซิม truemove H ได้ผลเหมือน ๆ กับที่ใส่ซิม AIS คือระดับแบตเตอรี่ลดลงมาใกล้เคียงกัน ตรงนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่าอาการแบตเตอรี่ลดฮวบฮาบเกิดขึ้นกับ iPhone 4S เท่านั้น

.

ถัดมาลองสแตนบายเครื่องเปล่า ๆ โดยถอดซิมออกและปิด Wi-Fi คืออยากรู้ว่าอาการแบตเตอรี่หมดไวจะเป็นยังไง

  • แบตเตอรี่ของ iPhone 4S จาก 100% เหลือ 100%
  • แบตเตอรี่ของ iPhone 4 จาก 100% เหลือ 91%

จากผลทดสอบข้างต้นทั้ง 2 เครื่องไม่ได้มีอะไรผิดปกติ เพราะเมื่อถอดซิมออกและปิด Wi-Fi ให้เหลือแค่เครื่องเปล่า ๆ ทำงานอย่างเดียว ตัวเครื่อง iPhone 4S ก็ไม่ได้มีอาการแบตเตอรี่ลดลงฮวบฮาบแต่อย่างใด

สุดท้ายลองสแตนบายโดยใส่ซิมตามปกติแต่เปิด Airplane และเปิด Wi-Fi ทิ้งไว้ข้ามคืนได้ผลตามนี้

  • แบตเตอรี่ของ iPhone 4S จาก 100% เหลือ 100%
  • แบตเตอรี่ของ iPhone 4 จาก 100% เหลือ 95%
ที่นี้ใส่ซิมแต่ไม่เปิดให้ทำงานแล้วเปิด Wi-Fi ไว้เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตดูว่าถ้ามีการใช้อินเตอร์เน็ตจาก Wi-Fi แบตเตอรี่จะลดลงแบบผิดปกติหรือไม่ ซึ่งก็ปรากฏว่าการลดระดับของแบตเตอรี่ของทั้งคู่ไม่ได้มีอะไรผิดปกติเช่นกันในส่วนของการใช้งานระหว่างวันยิ่งกันไปใหญ่แบตเตอรี่ลดลงอย่างกับโดนเครื่องสูบน้ำสูบออกไปอย่างรวดเร็ว เท่าที่ได้ใช้ผมไม่เคยมั่นใจเลยว่าแบตเตอรี่ของ iPhone 4S จะอยู่รวดเกิน 8 ชั่วโมง โดยอาการแบตเตอรี่ลดระหว่างวันถ้าเป็นปกติออกจากบ้านช่วงเย็น ๆ กลับเข้าบ้านช่วงละครใกล้จบตอนสี่ทุ่มแบตเตอรี่น่าจะยังเหลือ แต่กลายเป็นว่า iPhone 4S แบตเตอรี่เต็ม 100 ตอนห้าโมงเย็นกลับบ้านอีกทีสี่ทุ่มแบตเตอรี่หายไปถึง 60 เปอร์เซ็นต์ โดยการใช้งานตัวเครื่องเปิดรับ Push Notification จากแอพฯต่าง ๆ อยู่ราว 10 แอพ, อีเมล, เปิดใช้ iCloud, ใช้ 3G ตลอด ระหว่างเวลานั้นมีกดเข้ากดออกกับตัว iPhone 4S อยู่บ่อย ๆ เปิดใช้ Safari ฯลฯ ทุกอย่างก็เหมือนกับที่ผมใช้บน iPhone 4 ซึ่งในการใช้งานรูปแบบเดียวกันนี้ระยะเวลาใช้งานประมาณเดียวกันเท่าที่ผมจำได้ iPhone 4 ตอนใหม่กิ๊ก ๆ แบตเตอรี่ยังลดไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ

จากการทดสอบแบตเตอรี่ข้างต้นทั้งหมดทำให้พอจะสรุปได้ว่าอาการแบตเตอรี่ลดฮวบฮาบของ iPhone 4S สามารถเฉพาะเจาะจงไปได้ที่ส่วนของภาครับสัญญาณโทรศัพท์ในส่วนของ 3G แน่นอนว่าผู้ใช้งานอย่างเราก็ไม่อาจทราบได้ว่าเป็นปัญหาในระดับฮาร์ดแวร์ที่ชิ้นส่วนนั้นกินแบตเตอรี่เยอะมากเกินหรือเป็นที่ระดับซอฟท์แวร์ที่แอปเปิ้ลทำพลาดกันแน่ ยังไม่รู้ว่าถ้ามีอัพเดท iOS 5.1 อาการนี้จะดีขึ้นหรือหายขาดหรือไม่ (ถ้า iOS 5.1 ออกจะมาอัพเดทในรีวิวนี้อีกครั้งว่าอาการแบตเตอรี่ลดฮวบฮาบได้รับการแก้ไขแล้วหรือยัง)

 

อัพเดท (13 มี.ค. 2012)

หลังจากที่แอปเปิ้ลปล่อย iOS 5.1 ออกมาเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2012 ให้เราได้อัพเดทกันแล้ว เชื่อว่าหลายคนหวังว่าปัญหาแบตเตอรี่หมดไวใน iPhone 4S จะได้รับการแก้ไขแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดสักที เพราะiPhone 4S กับ iOS 5.0.1 ที่เคยทดสอบตอนรีวิวนี้ไปมีปัญหาแบตเตอรี่หมดไวมาก ซึ่งเราได้ทดสอบและนำข้อมูลมาให้ได้รับทราบกันแล้วว่าพออัพเดท iOS 5.1 แล้วได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นยังไง

 

สำหรับการทดสอบได้ทำแบบที่เคยทำในรีวิว iPhone 4S คือชาร์จเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เปิด 3G ปิด Wi-Fi และวางทิ้งไว้แบบนั้น 9 ชั่วโมงเพื่อดูว่าแบตเตอรี่ถูกใช้ไปเท่าไหร่ พบว่าการวางไว้ตลอดคืน 9 ชั่วโมงแบตลดลงไปเพียง 13 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยในระหว่างนั้นตัวเครื่องมีการ Push ข้อความและข้อมูลจากแอพฯต่าง ๆ เช่น twitter, WhatsApp และอื่น ๆ อยู่ด้วย

ด้านชั่วโมงการใช้งานจากบ่ายสามถึงสี่ทุ่ม (7 ชั่วโมง) แบตเตอรี่เหลือ 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อเทียบกับตอนรีวิว iPhone 4S ที่เป็น iOS 5.0.1 เวลา 5 ชั่วโมงแบตเตอรี่เหลือ 40 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบเฉลี่ยต่อชั่วโมงแล้วจะพบว่าแบตเตอรี่ลดลงไปพอ ๆ กันคือ 12 เปอร์เซ็นต่อชั่วโมง ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนด้วยว่าใช้งานเครื่องแบบไหน อย่างของผมมีการใช้โทรศัพท์ในการคุยบ้าง, ใช้ twitter, facebook, path, instagram และเปิด push ไว้ด้วยในหลาย ๆ แอพฯ

สรุปสำหรับ iPhone 4S กับ iOS 5.1 ส่วนที่ดีขึ้นเป็นในส่วนของชั่วโมงสแตนด์บายเครื่องที่กินแบตเตอรี่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เท่ากับว่าแอปเปิ้ลได้แก้ปัญหานี้ได้จริง ๆ แล้ว (สักที)

Siri และ Dictation (พิมพ์ตามที่เราพูด)

สำหรับ Siri เป็นฟีเจอร์ไฮไลต์ของ iPhone 4S ที่แอปเปิ้ลใส่เข้ามา แต่ด้วยความที่ Siri ในปัจจุบันยังเป็นเพียงแค่รุ่นทดลองทำให้ผู้ใช้งานนอกประเทศอเมริกายังใช้งานได้ไม่เต็มที่นัก โดยการใช้งาน Siri ในไทยแน่นอนว่ามีข้อจำกัดอยู่เยอะแยะมากมาย แต่ในส่วนที่ Siri ทำได้ถือว่าดีมากทีเดียว

Siri คืออะไร ?

สำหรับคนที่ยังไม่ทราบว่า Siri คืออะไร ผมอธิบายคร่าว ๆ ได้แบบนี้ Siri คือระบบผู้ช่วยบนโทรศัพท์สามารถใช้งานเพื่อทดแทนเรื่องต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลใน Google, ค้นหาสถานที่, ตั้งปลุก, สั่งให้อ่านอีเมลหรือข้อความที่ถูกส่งเข้ามาใหม่และตอบกลับโดยการพูดและใน iPhone 4S พิมพ์ข้อความแทน และอื่น ๆ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลอยู่บนพื้นฐานของการสั่งและคุยกับ Siri เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นในปัจจุบันและการค้นหาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแผนที่ยังอิงอยู่แค่ในอเมริกาเพียงอย่างเดียว และที่สำคัญการใช้ Siri ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา

สำหรับการใช้งาน Siri ในไทยด้วยข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างทำให้ไม่สามารถใช้ได้เต็มที่โดยเฉพาะการค้นหาสถานที่ แต่เท่าที่ Siri ทำได้ในตอนนี้ส่วนตัวผมก็ทึ่งมากแล้ว เท่าที่ผมได้ใช้งาน Siri ผมชอบเรื่องที่สามารถรับคำสั่งได้หลากหลายรูปแบบเช่นว่าเราจะสั่งให้ตั้งปลุกสามารถพูดบอกได้หลายรูปแบบซึ่ง Siri ก็เข้าใจ หรืออย่างบอกให้รู้ว่าใครชื่อไหนในสมุดโทรศัพท์เป็นแฟนหรือเป็นภรรยาเพื่อให้ครั้งต่อไปเราสามารถสั่งให้ Siri โทรหาแฟนหรือส่งข้อความหาแฟนได้โดยจากการพูด โดยการพูดข้อความใด ๆ หรือเวลาที่ Siri ตอบเราสามารถกดแก้ไขข้อความทั้งของเราและ Siri ได้ด้วยเช่นเมื่อเราพูดอย่างแต่ออกเสียงไม่ดี Siri ดันเข้าใจเป็นอีกคำเราสามารถกดเข้าไปแก้ไขข้อความเพื่อความถูกต้องได้ด้วย ทั้งนี้การบอกว่าชื่อไหนแฟนตอนนี้ผมบอกได้ครับ แต่หาทางบอกว่าเลิกกันแล้วไม่ได้เป็นแฟนกันไม่ได้ แบบว่า Siri ไม่เข้าใจ

สำเนียงอังกฤษต้องดีแค่ไหนถึงจะใช้งาน Siri ได้คล่อง ?

เรื่องสำเนียงภาษาอังกฤษเชื่อว่าหลายคนน่าจะเป็นกังวลเหมือนกันว่าจะพูดแล้ว Siri ฟังไม่ออกว่าเราพูดอะไร ในจุดนี้เท่าที่ได้ใช้ต้องมีการแอกเซ้นท์กันนิดนึง แต่หลาย ๆ ครั้งที่ผมลองพูดอังกฤษสำเนียงไทย Siri ก็สามารถเข้าใจได้บ้างเหมือนกัน แต่บางคำที่สำเนียงไทยจะทำให้เพี้ยนเช่นเลข 3 (Three) ที่ส่วนใหญ่เราจะเสียงเป็น ‘ทรี’ ซึ่ง Siri อาจจะก็จะเข้าใจเป็น Tree ไปแทนก็มีเหมือนกัน แต่เท่าที่ลองกับคำแนว ๆ นี้ส่วนใหญ่แม้จะพูดสำเนียงไทย Siri ก็ฟังและเข้าใจว่าเรากำลังพูดถึงคำไหนอยู่

ใช้ Siri ตอนไหนได้บ้าง ?

ถ้าคุณผู้อ่านเคยเห็นจากวิดีโอที่แอปเปิ้ลทำไว้จะมีสองอย่างคือ iPhone 4S อยู่ตรงหน้าแล้วกดปุ่ม Home ค้างไว้เพื่อเรียกใช้ Siri หรือถ้าใส่หูฟังแล้วกดปุ่มรับสาย/วางสายก็สามารถเรียกใช้ Siri ได้เช่นกัน วิธีเรียกใช้งาน Siri อีกวิธีคืออยูที่หน้าจอใด ๆ ก็ได้แล้วยก iPhone 4S ขึ้นมาแนบหูเหมือนคุยโทรศัพท์ก็จะเป็นการเรียกใช้ Siri ได้ด้วยเช่นกัน (ถ้าหน้าจอปิดอยู่ยกมาแนบหูจะไม่เกิดอะไรขึ้น)

พูดแล้วให้พิมพ์ตาม (Dictation)

สำหรับการพูดแล้วให้พิมพ์ตาม (Dictation) ผมเชื่อว่าคนที่ใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่องานหรือคุยกับเพื่อนหรือใช้บ่อยจนเหมือนเป็นเรื่องปกติน่าจะปลื้มกับฟังก์ชั่นนี้มาก เพราะไม่ว่าจะอยู่ในแอพฯไหนขอแค่ให้เรียกคีย์บอร์ดภาษาอังกฤษขึ้นมาได้และกดปุ่มรูปไมโครโฟนจากนั้นก็พูดสิ่งที่เราต้องการพิมพ์เข้าไป เท่าที่ลองเองด้วยการพูดประโยคสนทนาไม่ยาวนัก Siri สามารถเข้าใจได้หมด ส่วนประโยคยาว ๆ จะมีข้อจำกัดคือต้องพูดภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที และข้อจำกัดอีกอย่างของการใช้การพูดแล้วให้พิมพ์ตามระบบยังไม่รู้ว่าประโยคที่เราพูดเป็นประโยคคำถามหรือพูดจบประโยคแล้วควรใส่มหัพภาค (Full Stop) เข้าไปด้วย ซึ่งถ้าอยากให้มีเครื่องหมายคำถามเข้าไปด้วยเราก็ต้องพูด Question mark ตามไปด้วยเพื่อจะได้ (?) ท้ายประโยคหรือพูด Full Stop ด้วยเพื่อที่จะได้ (.) ท้ายประโยค

ข้อจำกัดของการใช้ Siri

สำหรับข้อจำกัดการใช้ Siri หลัก ๆ ก็คงเป็นเรื่องที่ต้องมีอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา ซึ่งถ้าอยู่ในบ้านที่มี Wi-Fi หรือพื้นที่ ๆ มี 3G ก็จะตอบสนองคำสั่งได้รวดเร็วดี แต่ถ้าเป็น EDGE (กรณีนี้เป็น EDGE ง่อย ๆ ของ truemove H) ก็มีเซ็งเหมือนกันที่กว่าจะตอบสนองหรือไม่ตอบสนองเลยก็มี

สรุปในส่วนของ Siri และ Dictation (พิมพ์ตามที่เราพูด) ยกนิ้วให้เลย แม้ว่าเรื่องเราพูดแล้วเครื่องคอมพิวเตอร์พิมพ์ตามจะมีมานานแล้ว แต่ระบบการรับคำสั่งในส่วนนี้ต้องยกให้บริษัทที่แอปเปิ้ลซื้อมาและแอปเปิ้ลนำมาพัฒนาจนสามารถทำได้ดีจริง ๆ สำหรับ Siri ขอเพิ่มแค่ว่าให้รู้จักตัวเอง (iPhone 4S) มากขึ้นกว่านี้อีกสักนิดจะดีไม่น้อย จะได้สั่งเปิด-ปิด Wi-Fi, Bluetooth ได้โดยไม่ต้องกดเข้าเมนูเอง หรือสั่งให้เปิดแอพฯที่ต้องการใช้งานขึ้นมาได้ก็จะช่วยให้การใช้งาน iPhone 4S สะดวกมากขึ้น และที่อยากให้นึกถึงอยู่อีกอย่างคือการใช้ Siri เป็นการใช้งานอินเตอร์เน็ตรูปแบบหนึ่งฉะนั้นเรื่องแบตเตอรี่ที่หมดไวคงไม่แปลกอะไรถ้าเรามีการใช้ Siri ในช่วงวันบ่อย ๆ

ส่งท้าย

iPhone 4S ก็เหมือนตอน iPhone 3G มาเป็น iPhone 3GS ที่ตอนนั้นภายนอกก็เหมือนเดิมแต่ข้างในเปลี่ยนใหม่ ครั้งนี้ก็เช่นกันจาก iPhone 4 มาเป็น iPhone 4S ภายนอกแทบดูไม่ออกว่าเครื่องรุ่นไหน แต่ภายในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็เป็นเรื่องที่ควรเปลี่ยนให้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมอยู่แล้ว ที่น่าประทับแบบเห็นชัดที่สุดคือเรื่องเกี่ยวกับกล้องถ่ายรูปและวิดีโอ ส่วนเรื่องสเป็คแรงขึ้นจากเดิมโดยรวมไม่เห็นชัดเจนในการใช้งานทั่วไป แต่จะมีผลกับการเล่นเกมที่มีกราฟฟิกเยอะ ๆ หรือใช้ตัดต่อ iMovie อย่างที่เอ่ยถึงไปแล้วตั้งแต่แรก ๆ เรื่อง Siri เอาเข้าจริงถ้าอยู่นอกบ้านขึ้นรถลงเรือต่อรถไฟฟ้าก็คงไม่ค่อยได้ใช้สักเท่าไหร่ แต่คนที่ขับรถส่วนตัวอาจจะได้ใข้มากกว่าเวลารถติด เรื่องแบตเตอรี่ถ้ามีปัญหาจริงก็หวังว่าแอปเปิ้ลจะออกอัพเดทมาแก้ปัญหานี้ให้ไว้ที่สุด แต่ถ้าดูจากสิ่งที่ iPhone 4S เป็นอยู่ในตอนนี้ก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ที่แบตเตอรี่จะหมดเร็วเพราะไหนจะ 3G ในกับแอพทั่วไป ไหนจะ Siri ที่ยิ่งใช้บ่อยก็เท่ากับว่าใช้ 3G เยอะซึ่งแบตเตอรี่ก็ถูกใช้เยอะไปด้วยและไหนจะ iCloud ที่ต้องมีการซิงค์ข้อมูลอัตโนมัติบ้างในบางครั้งเช่นมีการเปลี่ยนแปลงในสมุดโทรศัพท์หรือใน Note ยิ่งใช้เยอะยิ่งใช้คล่องมากเท่าไหร่ยิ่งรู้ว่าเครื่องทำอะไรให้เราได้ ทุกอย่างล้วนแต่เป็นเรื่องที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วทั้งนั้น

ส่วนจะซื้อดีไม่ซื้อดี ถ้าตัดสินใจจะใช้ iPhone แล้วก็คงไม่มีตัวเลือกเพราะก็มีรุ่นใหม่อยู่แค่รุ่นเดียวเท่านั้นอยู่แค่ว่าจะเลือกความจุเท่าไหร่ ถ้าเป็นคนถ่ายรูปเยอะไม่ยอมโอนลงคอม (หลักพันรูปขึ้นไป) ถ่ายวิดีโอบ่อย (ดองไว้ในไอโฟนอย่างเดียว) แอพฯในเครื่องมีเป็นร้อย เพลงอีก 4-5GB แนะนำว่าเริ่มที่ 32GB ส่วนถ้าคุณผู้อ่านคนไหนที่ซิงค์กับเครื่องบ่อยหน่อย ถ่ายรูปเยอะแต่ก็โอนลงคอมด้วย 16GB สามารถรองรับการใช้งานได้สบาย ๆ ส่วน 64GB แบบว่าต้องรักกันจริงเพราะราคาแพงใช่ย่อย

จุดสังเกต

  • แบตเตอรี่หมดค่อนข้างเร็ว (iOS 5.0.1)
  • การทำงานของเครื่องตอบสนองดี
  • กล้องถ่ายรูปดีขึ้นมาก
  • Siri เหมาะกับคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
  • หลังอัพเดท iOS 5.1 แบตเตอรี่มีชั่วโมงการสแตนบายดีขึ้นกว่าเดิม (อัพเดทหัวข้อนี้เข้ามาเมื่อ 13 มี.ค. 2012)
About






  • http://www.aofapp.com/ Ekapol Chucherd

    เรื่องอายุแบตเตอรี่ สงสัยว่าเกี่ยวกับย่าน 3G ที่ใช้ด้วยรึเปล่าครับ เพราะ AIS กับ True H ใช้ 3G คนละย่านกัน แถม AIS มีแนวโน้มว่าสัญญาณจะสวิงกลับไปมาระหว่าง 2G, 3G บ่อยกว่าด้วย

  • http://ezybzy.info ezy

    เรื่องแบต อยากให้ทดสอบกับค่าย ๆ เดียวมากกว่าหลายค่ายครับ การที่สัญญาณโทรศัพท์มันแกว่งก็มีผลต่อแบตเตอรี่เหมือนกัน เพราะมันต้องค้นหาคลื่นให้เรา

    ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ลองกับพื้นที่ที่สัญญาณเสถียรแล้วดูว่าแบตมันลดลงไปขนาดไหน เพราะก็เข้าใจว่าตัวเลขที่ Apple ใช้โฆษณาก็คือตัวเลขจากสถานการณ์ที่ดีที่สุดนั่นเอง

    ปล. เรื่องค่าแบต 100% นี่เหมือนจะเป็นบั้กนะ เพราะก็เคยเป็นเหมือนกัน แต่พอเริ่มใช้งานแบตก็ลดฮวบเลย

    • http://www.siampod.com kangg

      ผมเพิ่มข้อมูลการทดสอบ iPhone 4 กับซิม truemove H เข้าไปในรีวิวแล้วนะครับ ผลที่ได้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่จะพอๆกับที่ iPhone 4 ใส่ซิม AIS ทำได้ครับ ไม่ต่างกัน 

      ตอนนี้ในกรุงเทพที่ไหน truemove H ก็สวิงเหมือนกันๆหมด มีการสลับสัญญาณไปมา ค้นหาคลื่นใหม่หลายๆๆๆครั้งต่อวัน ซึ่งตรงนี้ก็น่าจะมีผลทำให้เครื่องใช้พลังงานเยอะด้วย น่าจะเห็นผลชัดเจนนะครับ

      • http://ezybzy.info ezy

        ถ้าใคร ๆ ก็แกว่งคนวัดยากแหละครับ หรือจะลองเอาซิมของ TOT มาลองดีล่ะ?

      • http://www.siampod.com kangg

        ก็เอาที่ใช้ในชีวิตประจำวันนี่แหล่ะครับ อย่าไปดั้นด้นอะไรให้ลำบากกับชีวิตเลย 

      • http://ezybzy.info ezy

        ปัญหาแบตรั่วเท่าที่ดูจากคนใกล้ตัว เห็นว่าไม่เกี่ยวกับ 3G เสียแล้ว แต่น่าจะเป็น “ภาคโทรศัพท์” มากกว่า เพราะที่ลองใช้งานโดยปิด Cellular Data Network ตัวแบตก็ไหลเป้นน้ำเหมือนกัน

      • http://www.aofapp.com/ Ekapol Chucherd

        ขอบคุณครับ iPhone 4s มันซดโหดจริงจัง หวังว่า iOS ตัวต่อไปคงดีขึ้นบ้าง

      • http://www.siampod.com kangg

        หวังว่า iOS 5.1 จะแก้หลายๆปัญหาให้หายขาดได้จริงๆสักที 

  • http://twitter.com/iChatchaiii ชัชชัยองค์ชายเทวดา

    ตัว Power Adapter ของผม

    iPhone 4S “สีขาว” เครื่อง True รับที่งานเปิดตัว”พารากอน”
    บนตัว Power Adapterเขียนเป็น iPad USB Power Adapter
    และ
    iPhone 4S “สีดำ” เครื่อง AIS ซื้อจาก Shop AIS
    บนตัว Power Adapterเขียนเป็น 5W USB Power Adapter

    ps.ผมมีทั้งสองสี จึงคิดว่าแต่ละสี จ่าย adapter มาไม่เหมือนกัน

    รอท่านผู้อื่นยืนยันอีกทางครับ

    • http://twitter.com/9JANG ⠼⠊ ⠚⠁⠝⠛

      ของผม iPhone 4S 64GB สีดำ เครื่อง True ครับ
      adaptor เป็น iPod USB Power Adaptor (Foxlink Tech)
      ไม่ได้เขียนว่า 5W แต่อย่างใดนะ

      แต่ iPhone 4 32GB สีขาวจากทรู
      กลับเขียนว่า 5W USB Power Adaptor (Flextronics) แล้ว..

      ผมว่ามัน Random อะพี่กั้ง
      เข้าใจว่า Foxlink น่าจะเป็น supplier ดั้งเดิม
      ผลิตออกมาก็พิมพ์ตามแบบพิมพ์ชุดเดิม
      แต่ Flextronics เข้ามาทีหลัง iPad
      เลยได้พิมพ์ตัวใหม่ 5W & 10W ไป (เดาสด)

      • http://www.siampod.com kangg

        ลองถามเพื่อนรอบตัวที่ซื้อ iPhone 4S แล้ว ก็ได้คละกัน ๆ ครับ ไม่ได้เลือกว่าสีไหนรุ่นไหนต้องได้อแดปเตอร์อันไหน 

        แล้วก็จากที่คุณ Ek ตอบด้านล่างว่า iPhone 4 8GB ก็ได้สกรีนตัวหนังสือแบบใหม่ ผมว่าตอนนี้แอปเปิ้ลคงทยอยๆใช้ของเดิมให้หมดแล้วก็เปลี่ยนเป็นสกรีนอันใหม่ทั้งหมดอยู่แล้ว (อันนี้คงเดากันได้)

  • http://twitter.com/iTRerk iThong

    มีทดลองให้ดูด้วยอะ ซึ้งใจมาก ไม่คิดว่าจะมีรีวิวทดลองแบบนี้ให้อ่าน ขอบคุณมากมาย ^^

  • Ek Net

    iPhone4 ผม ก็เป็น 
     5W USB Power Adapter หนะคับ ซื้อจาก apple stroe

  • http://twitter.com/PandyDog PandyDog

    รีวิวหลากหลายมุมมากเลยครับ ยอดเยี่ยมจริงๆ

  • nooprae

    อยากได้จัง แต่ถ้าแบตหมดระหว่างวัน ไม่มีที่ชาร์ต ก็แย่นะสิ T_T

    • Wai Wanthongkum

      ถ้า Set เครื่องดีๆก็จะไม่ไมีปัญหาเรื่องแบ็ตเลย ของผมอยู่ได้ 3 วัน สบายๆ เปิด 3G ตลอด โทรเข้าออกวันละ 20 – 40 นาที  เดิมอ่านในเว็ปหลายเว็ปแล้วเกลียด Iphone มากๆที่แพงแล้วแบ็ตยังแย่  แต่ก็อยากรู้ว่ามันจริงอย่างที่หลายๆแห่งทดสอบหรือไม่ จึงไปซื้อมาลองเป็น 4S นะ ตอนแรกยังไม่จูนอะไรเลย ซื้อมาแล้วใช้เลยแบบ User ทั่วไปก็เป็นไปตามที่หลายคนพูดว่าหมดเร็ว แต่ว่าผมมีความรู้ด้านไอทีอยู่บ้าง จึงลองจูนดูตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป บอกเลยว่าชีวิตประจำวันสำหรับใช้โทรและเช็คเมล อ่านข้อความ เล่นเน็ตบ้าง ไม่เล่นเกมส์นะ ผลสรุปว่าแบ็ตเยี่ยมมากๆ ใช้ 4 วันได้เลย แต่วันสุดท้ายจะเหลือแค่ 3% ทุกวันนี้ 3 วันชาร์จ 1 ครั้ง

      • http://www.facebook.com/rittichai Rittichai Jitpukdeebodintra

        เช็ทอย่างไรบ้างครับ อยากลองจัง เพราะทุกวันนี้ 4S แบ็ตห่วยมาก

      • http://www.siampod.com kangg

        รบกวนบอกสักนิดว่าต้องเซ็ทเครื่องอย่างไร ที่ทำให้ใช้ 3G ได้โดยชาร์จแบต 3 วัน 1 ครั้ง

      • http://profile.yahoo.com/IASRBIWE6QDNVUEHASCG3FUDHU surin jittjang

        มารอฟังเหมือนกันว่าเซ็ทยังงัย อยากรู้มาก

  • yoko_to_mamori

    รีวิวได้ละเอียดมากครับ มีทั้งคำถามและคำตอบให้เสร็จสรรพเลย ^ ^
    ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

  • Nattapon Junjang

    ดีมากเลยครับ ถ้ามีอะไรใหม่ ๆ ช่วยแนะนำเพิ่ม อีกนะครับ ขอบคุณมาก

  • http://www.facebook.com/people/Narit-Yodchai/1552734020 Narit Yodchai

    ทดสอบได้ละเอียดมาก ขอบคุณครับ

  • sherrienovember

    มีคำถามคะ น๊อตที่อยู่ตรงใต้ล่าง ที่มีสองตัวอะ คะ ถ้าหายไปอันหนึ่งจะเปนอะไรไหมคะ ? น๊อตที่อยุ่ตรงระหว่างช่องเสียสายชาร์ตอะคะ 

    • http://www.siampod.com kangg

      แสดงว่าเคยแกะเครื่องซ่อมมาแล้วรึเปล่าครับ ? ถ้าใช่ก็ไปให้ร้านหาน็อตใส่ให้ครบ ..การแกะเครื่องซ่อมแล้วมีผลทำให้หมดประกันครับ

  • sherrienovember

    ไม่เคยคะ ไม่เคยซ่อมเลยยย มันจะมีผลอะไรหรือป่าวคะ ???

    • http://www.siampod.com kangg

      ถ้างั้นต้องลองติดต่อกับค่ายมือถือที่ซื้อเครื่องมาดูนะครับว่ากรณีอยู่ดีๆน็อตท้ายเครื่องก็หลุดเองจะช่วยอะไรยังไงได้รึเปล่า

  • sherrienovember

    คือซื้อมาทางเว็บ apple store นะคะ มันจะเปนอะไรหรือป่าว คะ ถ้ามันไม่เปนไร ก้จะปล่อยมันไปอะคะ  ไม่รุ้ว่าควรจะทำอย่างไรดี 

  • http://www.facebook.com/people/Patcharaporn-Tantiyaphorn/1368962399 Patcharaporn Tantiyaphorn

    ขอบคุณมากเลยค่ะได้ความรู้เยอะจริงๆ และอยากถามเรื่องการใช้แบตให้หมดค่ะ เพราะบางที่บอกว่ารอให้แบตเหลือ10%แล้วชาร์ต อย่าปล่อยให้แบตหมดเกลี้ยงเดี๋ยวเครื่องพัง อีกที่นึงบอกว่ายืดอายุแบตต้องใช้ให้แบตหมดเดือนละครั้งเราเลยสงสัยน่ะค่ะว่าตกลงมันยังไง ปล.เพิ่งได้เครื่องปล่าวใหม่ๆมาเลยแต่ยังไม่ได้เปิดใช้เลยเพราะยังไม่ได้โอนซิมมาอ่ะค่ะเลยอยากถามว่าวันรับประกัน1ปีนับตั้งแต่เราซื้อหรือว่าเราใช้วันแรกอ่ะคะ เพราะกลัวว่ามีอะไรเสียแล้วเดี๋ยวเคลมไม่ได้เนอะ ขอบคุณล่วงหน้ามากๆเลยค่ะ

  • http://www.facebook.com/gameutd Ptt GM

    แบตหมดเร็วใช้แบตสำรองได้นะสะดวก ผมใช้ของ powerocks 7800mAh ชาร์จได้3รอบเต็ม จากแบต10% สบายเลยคับ