ทำความรู้จัก iTunes Match

ทำความรู้จัก iTunes Match

 

มีโอกาสได้ใช้งานบริการ iTunes Match ที่เป็นการเก็บเพลงไว้บน iCloud และประหนึ่งว่าสามารถพกพาเพลงใน iTunes Library ทั้งหมดจากคอมพิวเตอร์ไว้ใน iPhone, iPad ได้ด้วย เชื่อว่าหลายคนยัง งงๆ ว่า  iTunes Match คืออะไรและทำอะไรได้บ้างลองมาอ่านกันดูครับ

 

 19 ก.ย. 2012

**อัพเดทถึง iOS 7 และ iTunes 11.1

 

iTunes Match คืออะไร

 

บริการ iTunes Match คือการซิงค์เพลงที่อยู่ใน iTunes ทั้งหมดขึ้นไปเก็บไว้ใน iCloud ของเรา โดยเสียเงินค่าบริการปีละ $24.99 โดยหลังจากที่ทำการซิงค์เพลงเข้าระบบหมดแล้วไม่ว่าเราจะไปใช้คอมพิวเตอร์เครื่องไหนหรือ iPhone, iPod touch, iPad เครื่องไหนเราก็สามารถล็อกอิน Apple ID เดียวกันเพื่อให้ทุกเครื่องเห็นเพลงทั้งหมดที่เราซิงค์ขึ้นไปได้

โดยการทำงานของ iTunes Match มีเงื่อนไขและข้อจำกัดดังนี้

  • จำกัดจำนวนเพลงที่สามารถเก็บได้ 25,000 เพลง
  • ขนาดไฟล์เพลงที่เกินกว่า 200 MB จะไม่สามารถซิงค์ได้
  • บิตเรทเพลงที่ต่ำกว่า 128 kbps จะไม่สามารถซิงค์ได้
  • ทุกเพลงที่ทำการซิงค์กับ iTunes Match เมื่อเรียกดาวน์โหลดภายหลังจะได้เป็นบิตเรท 256kbps ทุกเพลง
  • เพลงไหนที่ไม่สามารถซิงค์กับฐานข้อมูลเพลงได้ จะใช้วิธีอัพโหลดเพลงนั้นแทน
  • จำกัดจำนวนอุปกรณ์ที่ซิงค์กับ iTunes Match ทั้งหมดไม่เกิน 10 เครื่อง (นับรวมหมดทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ใช้ iOS)

 

สมัครใช้ iTunes Match อย่างไร ?

สำหรับบริการ iTunes Match ปัจจุบันเปิดบริการในประเทศที่แอปเปิ้ลจำหน่ายเพลงใน iTunes Store หลายสิบประเทศแน่นอนว่ารวมถึงประเทศไทยที่เพิ่งเปิดบริการ iTunes Store ขายเพลงไปหมาด ๆ ด้วย โดยขั้นตอนการสมัครใช้บริการแน่นอนว่าเราต้องมีบัตรเครดิตมาผูกกับ Apple ID ใน iTunes Store เพื่อทำการเสียเงินด้วย

ใครที่อยากสมัครใช้บริการเปิด iTunes คลิกที่ Store > Turn On iTunes Match จากนั้นทำตามขั้นตอนนิดหน่อยครับก็จะเปิดใช้บริการได้แล้ว

 

 

เริ่มใช้งาน iTunes Match

 

 

ก่อนเริ่มใช้งานแม้จะอ่านข้อมูลมาบ้างแล้วว่า iTunes Match ทำงานอย่างไร แต่พอถึงเวลาจริงก็งง ๆ เหมือนกันว่าอะไรยังไง โดยเพลงในเครื่องผมมีอยู่ราว 6,000 เพลง (ใช้พื้นที่ราวๆ 50GB) มีทั้งเพลงไทย, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ไฟล์บันทึกเสียงที่เป็น mp3, m4a (บิตเรท 64, 92, 128, 256, 320kbps) , Apple Lossless, AIFF ซึ่งในขั้นตอนเริ่มแรกที่จะต้องซิงค์เพลงทั้งหมดขึ้นไปไว้ใน Cloud กินเวลานานถึง 3 วัน

 

ทำไมถึงนานขนาดนั้น ?

 

เวลา 3 วันที่ทำการซิงค์เพลงเข้ากับ iTunes Match ใครอ่านก็อึ้งครับว่านานมากจริง ๆ โดยในระยะเวลาดังกล่าวจะแบ่งเป็นช่วง 1) สแกนเพลงทั้งหมดใน iTunes ของเรา 2) ทำการซิงค์เพลงเข้ากับฐานข้อมูลใน iTunes Store    และ 3) เพลงไหนที่ไม่สามารถซิงค์กับฐานข้อมูลได้จะค่อย ๆ ทำการอัพโหลดขึ้นไปแทน ซึ่งความนานจะตกอยู่ในขั้นตอนที่ 2 และ 3 ที่นานมาก โดยในส่วนของการซิงค์เพลง 6 พันเพลงที่ผมมีในขั้นตอนที่ 2 สามารถซิงค์เพลงเข้ากับ iTunes Match ได้ 4 พันกว่าเพลงเหลืออีก 2 พันเพลงที่ไม่สามารถซิงค์กับ iTunes Match เนื่องจาก 1) เพลงดังกล่าวไม่มีในฐานข้อมูลของ iTunes Store 2) เพลงดังกล่าวบิตเรทต่ำกว่า 128 kbps โดยเพลงหรือไฟล์เสียงที่มีบิตเรทต่ำถ้าอยากอัพโหลดเข้าไปไว้ใน Cloud ทางแก้ง่าย ๆ คือแปลงเพลงให้กลายเป็นบิตเรท 128 kbps แค่นี้เพลงดังกล่าวก็จะถูกอัพโหลดขึ้นไปใน Cloud แล้ว

 

จากนั้นผมก็ได้แค่รอกับรอว่า 2 พันกว่าเพลงนั้นจะเสร็จเมื่อไหร่ ๆ รอไปรอมา 3 วันกว่าจะเสร็จ ซึ่งก็ไม่ใช่ 3วัน (72 ชั่วโมง) แบบเป๊ะๆ เพราะผมเองก็มีช่วงที่ต้องทำงานอย่างอื่นด้วย ซึ่งก็ไม่อยากจะให้ความเร็วอินเตอร์เน็ตถูกนำไปใช้กับ iTunes Match ก็เลยมีปิด iTunes บ้างแต่รวม ๆ แล้วไม่ถึง 10 ชั่วโมงที่ปิด iTunes นอกนั้นเปิดทิ้งไว้ตลอด ซึ่งเพลงทั้งหมด(ที่ผ่านเกณฑ์)ของผมก็เข้าไปอยู่ในระบบ iTunes Match เป็นที่เรียบร้อย

 

 

โดยในขณะที่ระบบทำการซิงค์ข้อมูลและค่อย ๆ ทยอยอัพโหลดเพลงขึ้นไปเราจะค่อย ๆ เห็นความเปลี่ยนแปลงทีละน้อยจากไอคอนรูปเมฆหลังชื่อเพลงที่ค่อย ๆ หายไปทีละเพลงทำให้ทราบว่าเพลงดังกล่าวอยู่ในระบบ iTunes Match แล้วเรียบร้อย

 

สัญลักษณ์ควรรู้ของ iTunes Match

 

ก่อนจะไปถึงการใช้งานอื่น ๆ เราควรทราบความหมายของไอคอนที่เกี่ยวข้องกับ iTunes Match เสียก่อน ตามปกติหลังจากที่เราซิงค์ข้อมูลทุกอย่างจากเครื่องเราเข้า iCloud แล้ว ทุกเพลงที่ทำงานกับ iCloud ได้จะไม่มีไอคอนหรือสัญลักษณ์ใด ๆ ต่อท้าย โดยสัญลักษณ์ต่าง ๆ มีความหมายดังนี้

 

 

ฟังเพลงจาก iTunes Match

 

สำหรับการฟังเพลงจาก iTunes Match ขอแบ่งเป็นการฟังจาก iTunes บนเครื่องคอมพิวเตอร์กับการฟังจากอุปกรณ์ที่ใช้ iOS โดยจะขอเริ่มจากการฟังจาก iTunes บนเครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ

 

itunes-match_051-1

สำหรับการฟังเพลงที่อยู่ในระบบของ iTunes Match บนเครื่องคอมพิวเตอร์ตามปกติเมื่อทำเสร็จเรียบร้อยจะไม่เห็นผลอะไรมากเพราะทุกเพลงที่เพิ่งซิงค์กับ iTunes Match เสร็จก็อยู่ใน iTunes เหมือนเดิม แต่ถ้าคุณผู้อ่านมีคอมพิวเตอร์อีกหนึ่งเครื่องจะเริ่มเห็นความต่างเพราะเมื่อเราล็อคอิน Apple ID ที่ใช้ iTunes Match รายชื่อเพลงทั้งหมดจะค่อย ๆ มาปรากฏใน Music Library ของเครื่อง โดยท้ายชื่อเพลงจากมีไอคอนรูปเมฆพร้อมลูกศรชี้ลง โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะฟังแบบสตรีมมิ่ง (ไม่ดาวน์โหลดไฟล์เพลงเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์) กับการฟังแบบกดดาวน์โหลดไฟล์เพลงดังกล่าวมาเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้ง 2 แบบก็ดีด้อยต่างกันไปแบบแรกไม่เปลืองพื้นที่ในเครื่องแต่ฟังแบบออฟไลน์ตอนที่ไม่ได้ต่ออินเตอร์เน็ตไม่ได้ แบบที่สองคือดีตรงที่นำมาฟังเมื่อไหร่ก็ได้ไม่จำเป็นต้องง้ออินเตอร์เน็ต ซึ่งแบบหลังก็จะเหมือนกับที่เราเก็บเพลงไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เหมือนปกติ

 

สำหรับเพลงที่ดาวน์โหลดมาเก็บจะได้เป็นไฟล์แบบ Matched AAC audio file บิตเรต 256 kbps ตามที่บอกไปแล้วตามข้างต้น ซึ่งจุดนี้ก็จะมีจุดดีด้อยคือถ้าเพลงที่เรามีเป็นบิตเรท 128-192 kbps แล้วเพลงเดียวกันนี้ก็มีขายอยู่ใน iTunes Store ด้วยเราจะได้เพลงดังกล่าวกลับมาเป็น 256 kbps แทนซึ่งก็ถือว่าเป็นกำไรไป ส่วนถ้าเพลงไหนที่เราทำเป็น AIFF หรือ Apple Lossless ตรงนี้เราก็จะเท่ากับถูกลดคุณภาพเพลง แต่ที่ห่วยกว่าคือเพลงที่ไม่แมทช์เลยแล้วต้องอัพโหลดขึ้นไป ถ้าเป็นเพลงที่มีบิตเรท 128 kbps เราก็จะได้กลับมาเป็น 256 kbps แบบหลอก ๆ กลับมา แน่นอนว่าขนาดไฟล์ใหญ่ขึ้นด้วย

 

 

 

สำหรับการลบเพลงที่อยู่ใน iTunes ของเราจะมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยโดยตอนกดลบจะมีคำถามประมาณว่าจะให้เก็บเพลงนี้ไว้ใน Cloud หรือจะลบทิ้งออกจาก Cloud ไปด้วย โดยถ้าเลือกลบเพลงทิ้งแต่ให้เก็บใน Cloud ก็เท่ากับว่าเราจะนำเพลงดังกล่าวมาฟังเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะยังอยู่ใน Cloud ส่วนถ้าเลือกแบบหลังก็จะเท่ากับลบออกทั้งหมดทั้งใน iTunes ของเราและบน Cloud ก็จะไม่เก็บเพลงนี้ไว้ด้วย

 

itunes-match_08-1

 

ฟังเพลงบน iOS

 

สำหรับการฟังเพลงที่อยู่ใน iTunes Match บน iPhone, iPod touch และ iPad (iOS 5.1 ขึ้นไป) จะว่าสะดวกก็สะดวกจะว่าวุ่นวายก็พอได้ โดยการฟังเพลงบน iOS เร่ิมจากที่เราต้องเข้าไปตั้งค่าใน Settings > Music และกดเปิดใช้ iTunes Match เสียก่อน ซึ่งก็จะมีปุ่มอื่นให้เราเลือกด้วยนั้นคือจะใช้ iTunes Match ผ่าน EDGE/3G ด้วยหรือไม่ (ถ้าไม่เปิดก็จะใช้ได้เฉพาะบน Wi-Fi) , จะให้แสดงรายชื่อเพลงทั้งหมดหรือไม่ ถ้าไม่เปิดจะเห็นแค่เพลงที่ถูกดาวน์โหลดมาแล้ว

ใน iOS 7 ให้ไปที่ Settings > iTunes & App Store แล้วให้เลื่อนปุ่มเปิดใช้ iTunes Match ในส่วนของ Show All มีตัวเลือกทั้งเพลงและวิดีโอ ถ้าเปิดไว้ก็จะเป็นการโชว์เพลงและวิดีโอที่ยังไม่ถูกดาวน์โหลดในอุปกรณ์ iOS ให้ได้ทราบ ถ้าไม่เปิดจะเห็นแค่เพลงที่ถูกดาวน์โหลดมาแล้ว

ส่วน Use Cellular Data ใน iOS 7 ถูกย้ายไปไว้ด้านล่างสุด ถ้าเปิดใช้ก็จะสามารถใช้ iTunes Match ดาวน์โหลดเพลงหรือสตรีมมิ่งเพลงผ่าน EDGE/3G/4G ได้ ถ้าไม่เปิดก็จะใช้งานดาวน์โหลดเพลงหรือสตรีมมิ่งเพลงได้เฉพาะบน Wi-Fi

 

ในส่วนของการตั้งค่าบน iOS 5.1

itunes-match_09-1

ในส่วนของการตั้งค่าบน iOS 7

 

 

 

หน้าตาบน iOS 5.1

itunes-match_10-2

หน้าตาบน iOS 7

 

เมื่อเข้าไปตั้งค่าทุกอย่างตามที่ต้องการแล้วเข้าไปที่ Music จะเริ่มเห็นรายชื่อเพลงปรากฏขึ้นมา นอกจากเพลงแล้ว Playlists ที่เราทำไว้บน iTunes ในเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะมาด้วย ซึ่งก็เหมือนว่าเราจำลอง iTunes บนเครื่องคอมพิวเตอร์มาไว้ใน iPhone, iPod touch หรือ iPad ของเราได้เลย มี 6 พันเพลงก็มาหมด Playlists โปรดที่ทำไว้ก็มาด้วยไม่ต้องซิงค์กับ iTunes เพื่ออัพเดทเพลงอีกต่อไป ซึ่งต่อจากนี้ถ้าเรามีการลบเพลงเพิ่มเพลงเข้าไปใน Playlist ไหนก็จะมีผลถึงทุกเครื่องที่เปิดใช้ iTunes Match เหมือนกันหมด (เหมือนกรณีการใช้ iCloud กับรายชื่อเบอร์โทรศัพท์, บุ๊คมาร์กของ Safari ฯลฯ)

 

สำหรับการฟังเพลงจาก iTunes Match บน iOS จะต่างจากกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตรงที่จะเป็นการดาวน์โหลดเพียงอย่างเดียว แต่ในขณะที่ดาวน์โหลดก็จะเหมือนการฟังแบบสตรีมมิ่งไปด้วย คือกดฟังเพลงไหนก็ฟังได้เลยและเพลงนั้นก็จะถูกดาวน์โหลดเก็บไว้ในเครื่องด้วย ต่างจากบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เลือกฟังได้แบบสตรีมมิ่งไม่เก็บไฟล์ในเครื่องหรือดาวน์โหลดเก็บไว้ในเครื่องก็ได้ตามแต่เราจะเลือก

 

สำหรับการลบเพลงออกจากเครื่องบน iOS จะไม่มีขั้นตอนเหมือนใน iTunes บนคอมพิวเตอร์ โดยการลบเพลงจะมีแค่ปุ่ม Delete ไม่มีการถามอะไรทั้งนั้น เพราะทุกเพลงที่ลบออกจะยังอยู่ใน iCloud สามารถดาวน์โหลดมาฟังเมื่อไหร่ก็ได้

 

ใช้ iTunes Match บนอุปกรณ์ iOS ผ่าน 3G/EDGE เป็นอย่างไรบ้าง ?

 

เราสามารถใช้ iTunes Match ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือได้ครับ เท่าที่ใช้เอง 3G ในกรุงเทพถือว่าพอดาวน์โหลดเพลงฟังได้ไม่มีปัญหา แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่า 3G แทบทุกเจ้าในตอนนี้ขึ้นอยู่กับดวงว่าบริเวณที่เราอยู่หรือในสถานที่ ๆ เราไป 3G ของค่ายไหนดีหรือแย่ด้วย ส่วน EDGE อาจจะใช้แล้วขัดใจมาก ๆ ครับ เพราะไฟล์เพลงที่ดาวน์โหลดมา 1 เพลงความยาว 4 นาทีจะมีขนาดไฟล์ประมาณ 10MB ทำให้ต้องรอนานมากๆหน่อยในการจะฟังเพลงแต่ละเพลง

โดยตรงจุดนี้สำหรับคนที่ใช้ iTunes Match บน 3G/EDGE บ่อย ๆ ก็ต้องคอยตรวจสอบด้วยว่าเราใช้ดาต้าเกินกำหนดในแพ็กเกจหรือยังด้วย เพราะฟัง 10 เพลงก็เท่ากับว่าเราใช้ข้อมูลแล้วประมาณ 100MB

 

แบตเตอรี่หมดไวแค่ไหนเวลาใช้บน 3G 

 

สำหรับการใช้ iTunes Match บนเครื่อง iPhone, iPod touch, iPad ให้เต็มประสิทธิภาพจำเป็นต้องต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา ทำให้การใช้ iTunes Match นอกสถานที่ในระหว่างวันแบตเตอรี่หมดเร็วมาก ๆ ครับ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าคือปิด Use Cellular Data คือไม่ใช้ iTunes Match ผ่าน 3G/EDGE นั้นเอง ซึ่งจะเท่ากับว่าเพลงที่อยู่ใน iCloud จะไม่สามารถดาวน์โหลดได้เวลาใช้ 3G แต่เพลงไหนที่เคยฟังมาแล้ว (เท่ากับดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในเครื่องแล้ว) จะสามารถฟังได้ปกติ (ไม่มีรูปก้อนเมฆลูกศรดาวน์โหลด อยู่หลังชื่อเพลง)

 

iTunes Match น่าใช้หรือไม่

 

มาถึงตรงนี้คงได้เห็นภาพคร่าว ๆ ของ iTunes Match กันแล้วนะครับว่ามีการทำงานอย่างไร ส่วน iTunes Match เหมาะกับใครหรือเราควรเสียเงิน $24.99 หรือไม่คงต้องดูพฤติกรรมการใช้งาน การฟังเพลง และความซีเรียสของไฟล์เพลง กันดูครับ ส่วนตัวผมชอบเพราะผมไม่ต้องคอยพะวงซิงค์เพลงจาก iTunes ลงเครื่อง iPhone, iPad, iPod touch รอบตัวที่มีหลายเครื่อง เวลาเดินทางในกรุงเทพนึกอยากฟังเพลงไหนที่เรามีก็เปิดค้นมาฟังได้เลย จัด Playlists ไว้ตรงไหนก็ซิงค์หากันหมด และสุดท้ายเวลาไปเที่ยวจังหวัดอื่นคว้า iPad ไปทำงานด้วย เล่นด้วย และมีเพลงของผมทั้งหมดติดตัวไปด้วย นึกอยากเปิดฟังเพลงไหนตอนไหนก็ได้ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่นึกได้แต่บางครั้งเราก็ไม่ได้ซิงค์เพลงนั้นไว้ในเครื่อง หรือถ้าทำงานกับคอมพิวเตอร์หลายเครื่องอันนี้ก็สะดวกดีในการฟังเพล และสุดท้ายคือเหมือนซื้อบริการสำรองไฟล์เพลงของเราครับ อย่างน้อยถ้าฮาร์ดดิกส์พังไปก็ยังมีเพลงอยู่ใน iCloud

การใช้ iTunes Match จะประยุกต์เอาไว้ใช้งานกับแฟนหรือเพื่อนก็ได้ครับ ใช้แอคเคาท์เดียวกันแล้วเปิดใช้ iTunes Match ให้เพลงจากทั้ง 2 เครื่องมารวมกันบนกลางอากาศ แต่การใช้แบบนี้เราก็ต้องยอมรับด้วยเวลาที่มีชื่อ Playlists แปลก ๆ โผล่เข้ามา ซึ่งแฟนเราหรือเพื่อนเราอาจจะเป็นคนทำไว้ก็ได้ แต่ทั้งนี้การใช้ iTunes Match แบบนี้อย่าลืมว่าจะมีผลต่ออุปกรณ์ที่เปิดใช้ทั้งหมดทั้งบน iOS และ iTunes บนเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ก่อนจะไปชวนใครมาใช้ด้วยเราเองก็ต้องเข้าใจระบบของ iTunes Match ก่อนว่าทำงานยังไงนะครับ

จุดด้อยของการใช้ iTunes Match คงเป็นเรื่องที่อุปกรณ์นั้น ๆ ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา ซึ่งตรงจุดนี้เท่าที่ได้ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันบางครั้งผมจะกดดาวน์โหลดเพลงจาก Playlist ที่อยากฟังไว้ทั้งหมดก่อนเลย (Download All) จะได้ไม่ต้องไปหวังพึ่ง 3G อันแสนเร็วปาดเต่าโดนเจาะยางนอกบ้าน ซึ่ง Playlist ไหนฟังเบื่อแล้วหรือเพลงไหนคิดว่าคงไม่ได้ฟังแล้วก็ลบออกจาก iPhone ไปก่อนก็ได้ก็จะประหยัดพื้นที่ในเครื่องไปด้วย

ทั้งหมดข้างต้นผมคงอธิบายเกี่ยวกับ iTunes Match ได้ไม่หมด แต่หวังว่าจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจ iTunes Match มากขึ้นนะครับว่าเป็นอย่างไร ส่วนถ้าขาดตกตรงไหนสามารถโพสถามได้นะครับ ถ้าข้อไหนตอบได้ก็จะรีบตอบให้ครับ

 



You May Also Like:

LINE เพิ่มฟีเจอร์ให้แบ็คอัพข้อมูล Chat History เข้า iCloud ได้แล้ว

เมื่อเช้า LINE มีอัพเดทเวอร์ชั่น ที่มีความสามารถเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแบ็คอัพข้อมูลการแชททั้งหมดเข้า iCloud ได้แล้ว ทำให้เวลาที่เราเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ไม่ต้องกังวลว่าข้อความเก่า ๆ จะหายหรือไม่ ..

แอปเปิ้ลเปลี่ยนมาใช้ค่าเงินบาทสำหรับ App Store, iTunes Store และ Apple Music ในไทยแล้ว ราคาเฉลี่ยถูกลงกว่าเดิม

จากที่แอปเปิ้ลส่งอีเมลแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนมาใช้ค่าเงินบาทแทนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐใน App Store, iTunes Store และ Apple Music ของไทย ล่าสุดได้ทำการปรับแล้ว โดยราคาเพลงและภาพยนตร์ถูกลงกว่าเดิม ..

ทำความรู้จัก Apple Music ก่อนได้ใช้จริง

วันที่ 30 มิ.ย. ที่จะถึงนี้แอปเปิ้ลจะเปิดให้เราได้ใช้บริการ Apple Music กันแล้ว เรามาทำความรู้จัก Apple Music ก่อนที่จะได้เริ่มใช้กันดีกว่า ..

Share

Tweet

Email