ผู้ไม่สันทัดกรณี (14 ก.ค. 2555) : ชีวิตตัดขาดสังคมออนไลน์

ผู้ไม่สันทัดกรณี (14 ก.ค. 2555) : ชีวิตตัดขาดสังคมออนไลน์

ผู้ไม่สันทัดกรณี เป็นความพยายามของ ezy ที่จะอธิบายเรื่องราวที่เขาไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ ผ่านการทดลอง สังเกต ค้นคว้าเพื่อให้เขารู้อะไรขึ้นมาบ้างกับเรื่อง ๆ นั้น คอลัมน์นี้จะถูกตีพิมพ์ทุกเสาร์เวลาที่ล้อกับวันที่ของเสาร์นั้น

จะว่าไป ผมก็ถือว่าเป็นคนที่ติดอินเตอร์เน็ตอย่างรุนแรง เวลาทำงานก็มักจะเปิดดูเว็บไซต์เพื่อค้นหาข้อมูล แล้วก็แอบอ่านข่าวบ้างเป็นครั้งคราว (แต่ก็เหมือนเผลอเปิดเว็บไซต์ข่าวทุก 20 นาทีนะ) แล้วก็ติด Youtube แบบงอมแงมมาก แต่เชื่อไหม ผมไม่มีบัญชีของ twitter หรือ facebook เลยนะ ผมยังคงมีแค่ msn ที่ออนไลน์แทบจะทุกวัน และ skype ที่เปิดบ้างเป็นครั้งคราว (มีใครยังจำ icq ได้ไหม ผมก็มีนะ ยังจำเบอร์และรหัสได้)

มีผู้ชักชวนอยากให้ผมไปเข้าร่วมกับ twitter หรือ facebook ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา ทั้งว่าไว้คุยกัน ทั้งว่าเปิดไว้เหอะจะได้มีคนค้นเจอ เอาไว้ดูรูปสาว ๆ ฯลฯ ให้พูดตรง ๆ เหตุผลเหล่านั้นมันไม่จูงใจให้ผมอยากจะไปร่วมเอาเสียเลย ผมไม่รู้สึกว่าการที่ต้องแสดงตัวตนจริง ๆ บนสังคมเหล่านั้นมันจะมีประโยชน์อะไรกับผม ถ้าให้พูดก็คือ ผมไม่ได้รู้สึกอยากจะเอาตัวตนจริงไปปรากฏอยู่บนอินเตอร์เน็ตเลย แต่อาจจะเป็นแนวสุดขีดกว่ากลุ่มที่เลือกใช้วิธี Protected tweet หรือใช้ Private profile ในการเปิดเผยแบบปกปิด (ไม่นับพวก dm หรือ chat face นะ ที่อันนั้นคือการปกปิดการสื่อสาร)

โดยส่วนตัวผมเป็นคนขี้อายและค่อนข้างจะเก็บตัวปิดตัวเองมาก การอยู่บน msn ผมเลือกที่จะไม่แสดงอัตลักษณ์อะไรที่จะย้อนกลับมาเจอตัวเองได้ (เว้นแต่คนที่รู้จักกันนะ แต่จะว่าไปมันก็นานมาแล้วสำหรับเพื่อนใหม่ล่าสุดที่มาจากช่องทางนั้น) ผมยังมีความทัศนคติกับสังคมออนไลน์เหมือนเดิมตั้งแต่เด็กว่าไม่อยากจะรวมโลกแห่งความจริงกับโลกออนไลน์เข้าด้วยกัน เพราะความรู้สึกถึงจุดอ่อนของตัวเองที่ไม่อยากแสดงออกมาสู่สังคม และเนื่องจากการเชื่อมต่ออย่างแน่นหนาของเครือข่ายสังคม ทำให้เส้นแบ่งพื้นที่ส่วนตัวหายไป อะไรที่เราพูด/แสดงออกมันอาจจะไปไกลเกินกว่าขอบเขตที่เราตั้งใจ ซึ่งอาจจะนำสิ่งไม่พึงประสงค์มาสู่เราได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วเกินกว่าเราจะนึกคิด จุดนี้มันแตกต่างจากโลกแห่งความจริงที่ความลับและเรื่องส่วนตัวยังถูกปกปิดได้ด้วยวิถีทางธรรมชาติ (ถ้ามันไม่ถูกปนเปื้อนด้วยอุปกรณ์บันทึกข้อมูลประเภทอื่นนะ)

อีกเหตุผลของการไม่ใช้งาน คือ ทั้ง facebook และ twitter เป็นระบบที่บันทึก/แสดงสถานะของเราต่อสาธารณะตลอดเวลา เราไม่สามารถหยุดบันทึกได้ เราจะถูกสันนิษฐานว่าเรารออยู่ตรงนั้นเสมอ ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการเลย เพราะผมไม่ต้องการจะเชื่อมต่อตลอดเวลา ผมอยากมีเวลาไปข้างนอกที่ไม่รับรู้ว่าสังคมเป็นอย่างไรบ้างนอกจากอะไรที่ผมสนใจจะอ่านจริง ๆ เท่านั้น จะว่าไปนั่นก็เป็นการสะท้อนการปิดตัวเองอีกอย่างของผมเช่นกัน อีกอย่างคือการแสดงการเป็นพรรคพวกที่ดูค่อนข้างเด่นชัดของทั้งสองระบบที่ผมคิดว่ามันดูเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวนะ มันผิดเหรอที่เราไม่อยากบอกว่าเรารู้จักใครเราเป็นเพื่อนกับใคร? ผมรู้สึกความพยายามในการค้นหาความสัมพันธ์ของคนด้วยระบบพวกนี้มันรบกวนสิทธิ์ของผู้อื่นด้วยไม่ใช่แค่ผม เพราะเขาก็อาจจะไม่อยากแสดงตัวว่าเขาเป็นเพื่อนกับผมเช่นกัน (แม้ว่าเราจะไปเที่ยวไหนต่อไหนด้วยกันนะ)

แล้วถามว่าจริง ๆ ผมอยู่โดยไม่มีมันได้ไหม? ก็ตอบว่าไม่ได้นะ ผมตามอ่าน twitter ตามดู facebook timeline นะ แต่ผมแค่เลือกที่จะไม่ใช้งานมัน แต่มันก็มีเรื่องหงุดหงิดเหมือนกันนะ เมื่อต้องเจอกับ Protected tweet หรือ Private profile เพราะมันคือการมีตัวตนที่ปิดกั้นการเข้าถึง มันดูขัดแย้งกับสภาพของอินเตอร์เน็ตที่ข้อมูลในนั้นเป็นของที่สามารถเข้าถึงได้โดยเสรีหรือถูกจำกัดการเข้าถึงด้วยระบบยืนยันตนง่าย ๆ ก็คงต้องรับสภาพไปนะ เมื่อไม่เข้าร่วมคุณก็จะถูกกีดกันออกจากวงของเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 

—————————————-

 

「事情不通」は、ezy氏が自身の無知識・未経験な分野について試用や観察、調査をとおして、どんなことが分かったのかを解説する意欲的なコラムです。同コラムは毎週土曜日にお届けします。どうぞ土曜日のひとときを笑いと共にお過ごしください。

 

そう言えば、僕もネットの重度な中毒者だ。仕事中も情報を追ってサイトを見ているし、時々隠れてニュース記事も読んでいる(でもニュースサイトをついうっかり開いてしまっているようなものだけど。20分毎に)。それにYouTubeにも常習的にハマっている。でも信じられる? 僕はtwitterもfacebookもアカウントを持ってないんだ。僕が持っているのはmsnだけで、今でもほとんど毎日オンラインにしている。それとskypeをたまに開いたりするだけだ(誰かicqって覚えてる? 僕も持ってるよ。まだ番号とパスワードを覚えているし)。

 

僕をtwitterやfacebookに色んな理由を付けて誘う人がいる。持っていれば会話できるしとか、誰かを探して見つけられるんだから始めなよとか、作っておけば女の子の画像を見られるよとか。率直に言うと、そんな理由では僕は参加する気になれない。実際のこの自分をソーシャル・ネットワーク上にさらけ出すことにメリットを感じないんだ。言うなれば、僕は自分自身を本人としてネット上に登場させたいとは思わないということ。非公開ツイートやPrivate profileで限定公開にしている人たち(DMやchat faceは非公開な情報伝達手段なので含めない)よりもずっと後ろの最後列にいるのかもしれない。

 

プライベートな僕は恥ずかしがり屋であまり社交的ではない。msn上でも僕は後で探し出されないように個性となるようなものは表示しなかった(知り合いは別だけどね。でもそう言えばそっち方面からできた新しい友人とももう長い付き合いだ)。僕はネット社会に対して今でも子供の時と変わらない見解でいる。リアルの世界とネットの世界を一緒くたにしたくないということだ。社会に晒したくない自分の弱点に対する感情がそうさせているからでもあるし、ソーシャル・ネットワークの緊密な結びつきがプライベートの区切りを取り払ってしまうからでもある。自分の発言や表現が意図した範囲を越えた遠くまで行ってしまい、思いもよらなかったことが瞬時に自分に返ってくるかもしれない。この点が秘密やプライベートを特別なことをしなくても隠せるリアルの世界と異なる(ネット以外のレコーダー機器が関わってなければだけどね)。

 

使いたくないもう一つの理由は、facebookもtwitterも四六時中記録をし、ユーザーのステータスを公衆の面前に表示し続けて、ユーザーが記録を止めることのできない仕様であるからだ。自分がいつもその場所で待っていると勝手に思われてしまうのは、僕が望むことでは全くない。だって僕はいつも繋がっていたくないから。外出する時間が欲しいんだ。僕が興味を持ってネットでじっくり読みたいこと以外では、社会はどんな感じなのか知らないからね。そう言えば、それは目立ちたがらない僕の性格の反映でもある。それにいずれのSNSでもかなり目立っているグループ表示は、僕が思うにはプライベートの侵害に見える。ユーザーが自分が誰と知り合いで誰と友達なのかを言いたくないのは間違っているの? この手の仕組みによる人間関係検索の取り組みは、僕だけでなく他人の権利も邪魔していると感じる。友達だって自分が僕の友達だと表示されたくないと思っているかもしれないからだ(例え一緒にどこそこへ遊びに行っていたとしてもだ)。

 

実際のところ僕はそれ無しでいられるのかと聞かれたら、答えはNOだ。twiterを読んでいるし、facebookのtimelineも見ているからね。でも僕は読むだけで使いはしない。それでもProtected tweetやPrivate profileに遭遇した時にはイライラはするけど。なぜなら入ることを阻止する本人がいることに他ならないからだ。それはインターネットの有り様に矛盾する。ネット上の情報は自由に見ることができ、そうでないにしても、簡単な本人確認による立ち入り制限がされるものであるからだ。でも現状を甘受するしかないね。参加していないなら、相手の輪からどうやってもはじき出されることになるということだ。



You May Also Like:

ผู้ไม่สันทัดกรณี (19 ม.ค. 2556) : เมืองจักรยาน

เมื่อวันพุธที่ 16 มกราคม ผมได้ดูรายการพื้นที่ชีวิตทาง ThaiPBS นำเสนอเรื่องเมืองจักรยานในเนเธอร์แลนด์ เป็นอีกครั้งที่ทำให้นึกถึงบรรยากาศตอนไปเช่าจักรยานขี่ที่นั่น แล้วก็มีความรู้สึกว่ามันสะท้อนวิธีคิดหลายอย่างที่แตกต่างระหว่างชาวดัตช์และคนไทย ..

ผู้ไม่สันทัดกรณี (12 ม.ค. 2556) : เติมเต็ม Mac ด้วย NAS #2

สัปดาห์ที่แล้ว ผมได้แนะนำขั้นตอนการเตรียม NAS ไปแล้ว สัปดาห์นี้มาต่อถึงการตั้งค่าให้ได้ตามโจทย์คือ ย้าย iTunes Library ออกไปอยู่บน NAS และตั้งพื้นที่สำหรับ Time Machine ..

ผู้ไม่สันทัดกรณี (5 ม.ค. 2556) : เติมเต็ม Mac ด้วย NAS #1

ปีใหม่แล้ว เป็นเวลาที่ดีในการจัดระเบียบสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว ดิสก์ใน MacBook Pro ก็ใกล้เต็มแถมเสียว ๆ ว่าอาจจะพังเมื่อใดก็ได้ หา NAS ซักตัวมาย้ายไฟล์ไปเก็บบนนั้น แล้วทำ Time Machine ไปในตัวดูเข้าท่าดีเหมือนกันนะ ..

Share

Tweet

Email