รีวิว : iPad mini

รีวิว : iPad mini

เป็นความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนครั้งที่ผมได้มีโอกาสจับ iPad ครั้งแรก แต่ครั้งนี้เกิดกับ iPad mini ที่ผมรู้สึกแบบเดียวกันนั้นจริง ๆ

สำหรับ iPad mini คิดว่าเกือบทุกคนที่ได้อ่านรีวิวนี้น่าจะได้เห็นรูปจากเว็บต่าง ๆ มาเยอะแล้วต้องขอบอกว่าความรู้สึกตอนจับตัวจริงผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากแต่เอาเข้าจริงแล้วความรู้สึกที่ได้สัมผัสดีมากจริง ๆ แว๊บแรกที่หยิบเครื่องขึ้นมาต้องบอกว่าเครื่องบางจริง แม้ผมจะมี iPod touch (5th Gen) ที่บางมาก ๆ อยู่ด้วย แต่ความบางของ iPad mini ให้ความรู้สึกที่ต่างกันตรงที่ขนาดเครื่อง iPad mini ใหญ่กว่าทำให้ความบางไม่ค่อยเป็นประเด็นในเรื่องการจับไม่ถนัดเหมือนเครื่องเล็ก ๆ เพราะผมสามารถโอบเครื่องด้วยมือเดียวแบบเต็มมือได้

 

 

ซ้ายไปขวา : นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟิก , iPad 2, พ็อกเก็ตบุ๊คขนาดทั่วไป และ iPad mini

 

งานประกอบเครื่องและผิวสัมผัสตัวเครื่องจัดว่าทำได้ดีมากดีจนคิดว่า iPad รุ่นใหญ่ในโฉมต่อไปจะมาแนวนี้ด้วยรึเปล่า พื้นผิวด้านหลังของ iPad mini ที่เป็นอลูมิเนียมจะมีการขัดผิวเหมือน ๆ กับด้านหลังของ iPod touch (5th Gen) และ iPhone 5 ในส่วนของอลูมิเนียมที่จะมัน ๆ ลื่น ๆ และเห็นรอยนิ้วมือง่ายบนเครื่องสีดำ สำหรับด้านหน้าของตัวเครื่องมีหน้าจอขนาด 7.8 นิ้วมีกล้องอยู่เหนือจอและมีปุ่ม Home อยู่ล่างจอ ส่วนความหนาตัวเครื่องจะบางกว่า iPad รุ่นใหญ่อยู่ประมาณ 2 มิลลิเมตรซึ่งจุดนี้ความรู้สึกจะเหมือนกับการจับ iPhone 4S แล้วเปลี่ยนมาถือ iPhone 5 ที่ตัวเลขสเป็คแค่นิดเดียวแต่ตอนจับถือตัวเครื่องจะรู้สึกได้ว่าหนาบางต่างกัน

 

 

ด้านการใช้งานหลังจากที่ผมลองใช้ทั่ว ๆ ไปสักพักก็นึกได้ว่าเราจะเขียนรีวิวออกมาเป็นแบบไหนดี เพราะถ้าแบบเดิม ๆ เขียนถึงการใช้งานทั่วไปแบบเดิมคงจืดเป็นแน่ ก็เลยนึกเกี่ยวกับการใช้งานที่ผมคาดหวังจาก iPad mini เป็นหัวข้อดังนี้

 

ทั่วไป

 

การใช้งานทั่วไปความรู้สึกจะต่างกับการใช้ iPad รุ่นใหญ่อยู่บ้างตรงที่เครื่องจะเล็ก ๆ กระทัดรัด ปุ่มต่าง ๆ บนหน้าจอก็จะเล็ก ๆ ตามไปด้วยทำให้รู้สึกไม่ชินสักเท่าไหร่ ตรงจุดนี้ต้องยอมรับว่าแต่ละแอพฯ บน iPad ไม่ได้ออกมาสำหรับหน้าจอขนาดเล็ก เพราะปุ่มต่าง ๆ ที่หดเล็กลงก็คือปุ่มปกติใน iPad รุ่นใหญ่ เช่นปุ่มเมนูของแอพฯ Tweetbot for iPad หรือแม้กระทั่ง Bookmarks Bar ใน Safari ที่จะเล็กและแคบลงตามลำดับ

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าแอปเปิ้ลละเลยคือขนาดของตัวอักษรต่าง ๆ ที่แสดงผลใน iPad mini เช่นขนาดตัวอักษรใน iMessages และในระบบการแจ้งเตือนของแอพฯต่าง ๆ บนหน้าจอ Lock Screen ตอนเปิดเครื่องขึ้นมาที่มีขนาดเล็กมากทำให้การอ่านไม่สะดวกเท่ากับบนหน้าจอ iPad รุ่นใหญ่หรือ iPhone แถมว่าไม่มีให้ตั้งค่าในส่วนของตัวอักษรแบบทั่วไปด้วย แต่จะมีการตั้งค่าขนาดตัวอักษรขนาดใหญ่ (Large Text) ในเมนูตั้งค่าของผู้พิการ (Accessibility) แทน โดยขนาดตัวอักษรจะเริ่มตั้งแต่ขนาด 20pt โดยตัวอักษรที่เพิ่มขนาดขึ้นจะมีผลกับรายชื่อในสมุดโทรศัพท์, ปฏิทิน, ข้อความใน iMessage, ในโน๊ต และในอีเมล แต่ไม่ได้มีผลใด ๆ การตัวอักษรการแจ้งเตือนจากแอพฯต่าง ๆ บนหน้าจอ Lock Screen

 

บน : iPad (3rd Gen) / ล่าง : iPad mini – เทียบขนาดของตัวหนังสือก่อนปรับขนาด

 

ด้านสเป็คเครื่องของ iPad mini ที่ถอดมาจาก iPad 2 ทุกกระเบียดนิ้วไม่ว่าจะเป็นซีพียู A5 แรมในเครื่องมีมาให้ 512MB ทำให้การใช้งานก็ไม่ได้ต่างอะไรจาก iPad 2 โดยผมลองทั้งการใช้งานทั่ว ๆ ไปบน iPad mini, iPad 2 และ iPad (3rd Gen) ก็จะเห็นความต่างในเรื่องการเรียกแอพฯขึ้นมาได้เร็วกว่าหรือเข้าเกมได้เร็วกว่าบน iPad (3rd Gen) โดย iPad mini และ iPad 2 ก็จะใช้เวลานานกว่าในหลักเสี้ยววินาทีหรือห่างกันสัก 1-3 วินาทีจากการกะด้วยสายตา

ส่วนขนาดของตัวเครื่องที่เล็กจุ๋มจิ๋มของ iPad mini ผมสามารถใช้มือเดียวโอบด้านหลังเครื่องได้แบบสบาย ๆ ชนิดที่ข้อนิ้วมือแรกผมเลยตัวเครื่องมานิดหน่อย ซึ่งโดยปกติผมก็สามารถจับ iPad รุ่นใหญ่ด้วยมือเดียวได้อยู่แล้วพอมาเจอ iPad mini สบาย ๆ ในเครื่องการจับถือ แต่ทั้งนี้ลองนำ iPad mini ให้เพื่อนผู้หญิงถือมือเดียวก็สามารถถือได้แต่เหมือนจะหลุด ๆ อยู่เหมือนกัน จุดนี้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดมือของแต่ละคนว่าใหญ่หรือเล็กพอจะถือเครื่องมือเดียวได้สะดวกรึเปล่า

 

 

 

จอ (ไม่) Retina Display

อย่างที่ทราบกันดีว่าหน้าจอ iPad mini ยังไม่ใช่ Retina Display ซึ่งตัวผมก็โดนเพื่อนหลายคนถามว่าแล้วหน้าจอยังชัดอยู่รึเปล่า จุดนี้คงต้องแบ่งคำตอบเป็น 2 กลุ่มคือ

กลุ่มที่คุ้นชินกับจอ Retina Display ที่พอหันมามองหน้าจอ iPad mini จะรู้สึกว่าตัวหนังสือไม่คมเหมือนบนจอ Retina Display ประมาณว่าฉันเห็นรอยหยักตามขอบตัวหนังสือนะ

กลุ่มที่ไม่เคยใช้อุปกรณ์ที่เป็นจอ Retina Display มาก่อน กลุ่มนี้อาจจะมาจากคนที่ใช้ iPad รุ่นแรกหรือมาจากอุปกรณ์อื่นที่ไม่ได้อิงกับหน้าจอที่คมกริบ พอมาเห็นหน้าจอ iPad mini ก็จะรู้สึกว่าชัดปกติไม่ได้รู้สึกว่าตัวอักษรที่เห็นมันจะมีรอยหยักหรือไม่ชัด กราฟฟิกหรือรูปต่าง ๆ ก็ชัดปกติ

โดยการแสดงผลตัวอักษรต่าง ๆ บน iPad mini ก็ไม่ได้ขี้เหร่อย่างที่คนกลุ่มแรกกลัวกันคือระดับความชัดก็อยู่ในระดับทั่ว ๆ ไปตัวหนังสือบนเว็บก็ยังอ่านได้ปกติ รูปภาพที่แสดงบนหน้าจอก็ชัดดี แต่ทั้งนี้ก็อย่างที่ผมและหลายคนคาดหวังว่าหน้าจอน่าจะเป็น Retina Display ซะเลยจะได้เป็นเครื่องที่สมบูรณ์แบบทั้งเล็ก ทั้งเบา และหน้าจอคมกริบ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วปีหน้าแอปเปิ้ลจะขายอะไรดี

 

บน : iPad (3rd Gen) / ล่าง : iPad mini – เทียบความคมชัดของหน้าจอ

 

นำมาอ่าน

เป็นสิ่งที่ผมวาดภาพไว้ในหัวตั้งแต่เห็นรูปเครื่องในเว็บแล้วว่าน่าจะเป็นอุปกรณ์ที่นำมาอ่านข่าว อ่านนิตยสารได้สะดวกดีเพราะขนาดตัวเครื่องที่เล็กและน้ำหนักเครื่องที่เบาขึ้น ซึ่งพอได้เครื่องมาก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ผมลองเปิดอ่านข่าวด้วยแอพฯหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal กับแอพฯหนังสือพิมพ์ไทยรัฐของในบ้านเราก็สะดวกดีตัวอักษรบนแอพฯหนังสือพิมพ์ทั้ง 2 ฉบับก็ยังอ่านได้ถนัดดี ถ้ารู้สึกว่าตัวอักษรที่เห็นเล็กไปก็สามารถปรับขนาดได้จากในตัวแอพฯ ส่วนการนำมาอ่านนิตยสารผมลองกับแอพฯนิตยสาร Wired ที่ขนาดของตัวอักษรจะเป็นแบบตายตัวไม่สามารถขยายหรือย่อลงได้ พบว่าผมก็ยังสามารถอ่านได้แบบไม่ต้องเพ่งตัวหนังสือแต่อย่างใด

 

 

อีกสิ่งที่หลายคนน่าจะคิดเหมือน ๆ กันคือการนำมาอ่านการ์ตูน เรื่องนี้ผมลองกับหนังสือการ์ตูนของแอพฯ Marvel พบว่าหน้าจอประมาณนี้เข้ากันดีกับการนำมาอ่านหนังสือการ์ตูนซะจริง ๆ เลยเข้าใจเพื่อนรอบตัวที่ชอบ Nexus 7 แล้วว่าขนาดประมาณนี้มันเหมาะมือในเรื่องการนำมาอ่านการ์ตูนมาก ๆ แต่ทั้งนี้หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นแบบลิขสิทธิ์ในบ้านเรายังไม่มีสำนักพิมพ์ไหนจัดทำในรูปแบบดิจิตอลออกมา ก็คงต้องรอกันไปเรื่อย ๆ ว่าสำนักพิมพ์ในไทยจะเจรจาลิขสิทธิ์แบบดิจิตอลกับทางญี่ปุ่นได้เมื่อไหร่

 

 

นำมาพิมพ์ข้อความแบบจิ้ม ๆ หน้าจอ

ด้วยความที่หน้าจอมีขนาดเล็กลงการใช้นิ้วโป้งกดพิมพ์ข้อความต่าง ๆ บนคีย์บอร์ดหน้าจอแนวตั้งทำได้สะดวกกว่ารุ่นใหญ่เยอะ เพราะเราสามารถเอื้อมนิ้วถึงปุ่มต่าง ๆ ได้ง่ายกว่า แม้ขนาดปุ่มคีย์บอร์ดบนหน้าจอจะมีขนาดเล็กลงแต่ก็ยังสามารถใช้นิ้วโป้งพิมพ์ได้ถนัดกว่าการกดจิ้มพิมพ์บน iPhone เป็นไหน ๆ

 

ซ้าย : iPad (3rd Gen) / ขวา : iPad mini – เทียบขนาดคีย์บอร์ดภาษาไทยแนวตั้ง

 

ส่วนการจิ้มดีดพิมพ์ข้อความแบบคีย์บอร์ดแนวนอน ผมเคยเห็นหลายคนสามารถวางมือลอย ๆ บนหน้าจอในท่าเตรียมพิมพ์แบบเดียวกับบนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้กับ iPad รุ่นใหญ่ พอมาเป็น iPad mini การทำแบบเดียวกันนั้นยังสามารถทำได้แต่จังหวะก้าวนิ้วจิ้มหน้าจอจะเปลี่ยนไปจากหน้าจอ iPad รุ่นใหญ่เล็กน้อยเพราะความกว้างของแถบคีย์บอร์ดเล็กลงและขนาดปุ่มบนหน้าจอเล็กลงตามไปด้วย ซึ่งจุดนี้ถ้าเป็นคนที่คุ้นเคยการการวางมือลอย ๆ กับ iPad รุ่นใหญ่ก็ต้องปรับตัวกันหน่อย ทางที่ดีควรลองพิมพ์ที่ร้านก่อนตัดสินใจเสียเงินดีที่สุดว่าใช้งานแบบเดียวกันนี้ถนัดรึเปล่า

 

ซ้าย : iPad (3rd Gen) / ขวา : iPad mini – เทียบขนาดคีย์บอร์ดภาษาไทยแนวนอน

 

นำมาทำงาน

สำหรับเรื่องการนำมาทำงานในส่วนนี้เป็นการต่อยอดจากที่ผมเคยเขียนถึงการนำ iPad มาทำงานไปเมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งพอเป็น iPad mini ผมได้ลองนำมาทำงานในรูปแบบที่ผมใช้งานอยู่คือใช้คู่กับแอพฯ Pages ที่เอาไว้พิมพ์งานต่าง ๆ คู่กับ Apple Wireless Keyboard ความรู้สึกในการใช้ไม่ได้ต่างกับการใช้บน iPad รุ่นใหญ่ คือหน้าจอแนวตั้งตัวอักษรจะเล็กมองไม่ค่อยถนัด แต่พอจับเป็นหน้าจอแนวนอนก็สามารถเห็นตัวอักษรที่เราพิมพ์ได้ปกติ เรื่องขนาดจอที่เล็กลงไม่ได้มีผลในเรื่องการแสดงผลตัวอักษรแต่อย่างใด

 

 

ส่วนการใช้งานกับแอพฯ Photoshop touch บน iPad mini ส่วนตัวผมไม่ปลื้มเท่าไหร่เพราะขนาดหน้าจอเล็กไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้งานไม่ได้ โดยการใช้ Photoshop touch เป็นแอพฯที่ทำให้เห็นความต่างของหน้าจอธรรมดาบน iPad mini กับหน้าจอแบบ Retina Display บน iPad (3rd Gen) ที่รายละเอียดของรูปในจุดเล็ก ๆ บนหน้าจอแบบ Retina Display จะแสดงผลได้ดีกว่า

 

นำมาวาด

ด้วยขนาดหน้าจอที่เล็กลงของ iPad mini ทำให้เวลาเปิดใช้งานพวกแอพฯวาดรูปก็จะมีพื้นที่กระดาษวาดรูปเล็กตามปด้วย ความรู้สึกเหมือนเราถูกย่อจากขนาดกระดาษ A4 มาเป็น A5 โดยในการทดสอบแบบคนที่วาดรูปไม่เก่งแบบผมกับแอพฯ Paper by 53 นอกจากเรื่องขนาดพื้นที่แล้วได้พบปัญหาของการใช้แอพฯนี้อีกอย่างคือเมนูเกี่ยวกับปากกาและสีที่เราซ่อนได้และลากขึ้นบนหน้าจอเมื่อต้องการใช้งาน ด้วยความที่ขอบตัวเครื่องแคบเวลาจะลากเมนูการใช้งานขึ้นมาบางครั้งลากไม่ได้ต้องเน้น ๆ ค่อย ๆ ลากนิ้วหรือปากกาขึ้นไปทีละนิด ด้านการวาดขีดเขียนทั่วไปไม่ได้มีอะไรติดขัดแม้หน้าจอจะเล็กลงก็ยังวาดได้ปกติ

 

นำมาเล่น

สำหรับการนำ iPad mini มาเล่นเกมอันนี้ก็เวิร์คดีใช้ได้ครับ เป็นเพราะขนาดและน้ำหนักตัวเครื่องที่บางเบาทำให้ถือเครื่องได้นานบางจังหวะยังสามารถถือมือเดียวเล่นเกมได้ด้วย เช่นเกม Real Racing HD 2 ที่เราสามารถถือมือเดียวแล้วก็หมุนตัวเครื่องไปมาเป็นการบังคับรถได้สบาย ๆ ซึ่งการทำแบบนี้บน iPad รุ่นใหญ่คงไม่เหมาะสักเท่าไหร่

 

ส่วนการเล่นแอพฯต่าง ๆ อาทิ twitter, facebook, Path มีปัญหาเหมือน ๆ กันคือขนาดตัวอักษรภาษาไทยที่เล็กมาก ๆ จนคิดว่าถ้าเป็นคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่สายตาไม่ดีอ่านไม่ได้แน่ ๆ ทางแก้ของเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละแอพฯมีให้เลือกปรับขนาดตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้นหรือไม่ ซึ่งถ้ามีก็โชคดี แต่ถ้าไม่มีแบบแอพฯ Path ก็ไม่ค่อยสนุกในการเปิดมาดูเปิดมาอ่านสักเท่าไหร่เพราะตัวหนังสือเล็กมากจริง ๆ  ส่วนการท่องเว็บเข้าเว็บบน iPad mini ขนาดของตัวอักษรไม่ใช่ปัญหาเพราะเราสามารถแตะ ๆ หน้าจอเพื่อขยายขึ้นมาได้

 

นำมาถ่ายรูป

กล้องถ่ายรูปของ iPad mini ความละเอียด 5 ล้านพิกเซลในปัจจุบันก็ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ แบบหวังพึ่งพาได้ในที่ ๆ มีแสงเยอะรูปที่ได้ก็ชัดดี แต่ถ้าเป็นในที่แสงน้อยหน่อยเช่นช่วงโพล้เพล้จะเห็นได้ชัดว่าคุณภาพของรูปไม่ค่อยดีเท่าไหร่ โดยเราจะเริ่มเห็นความหยาบในรูปแบบสังเกตได้

 

ส่วนการถ่ายวิดีโอบน iPad mini ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายวิดีโอเล่นขำ ๆ กับเพื่อนได้สนุกดีเพราะขนาดตัวเครื่องที่กำลังดีไม่หนักและหน้าจอใหญ่กว่าการใช้โทรศัพท์ทำให้ภาพที่แสดงผลบนหน้าจอเห็นได้ชัดถนัดตาดี ส่วนคุณภาพจัดอยู่ในระดับกลาง ๆ คือยังพบ Noise อยู่บ้างเวลาถ่ายในสภาพแสงน้อย

 

จากข้างต้นเป็นส่วนที่ตัวผมเองนึกอยากใช้งาน iPad  mini ในหลาย ๆ รูปแบบ โดยผลที่ออกมาก็มีทั้งเรื่องที่ชอบและไม่ชอบ ซึ่งจุดที่ไม่ชอบก็จะเป็นเรื่องการแสดงผลตัวอักษรของหลาย ๆ แอพฯที่เล็กมากจริง ๆ ส่วนที่ชอบก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการนำมาอ่านในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ชอบที่สุดใน iPad mini

 

 

ลำโพงแบบสเตอริโอ

เป็นครั้งแรกที่แอปเปิ้ลใส่ลำโพงแบบสเตอริโอเข้ามาในอุปกรณ์ iOS เพราะตลอดระยะเวลาที่่ผ่านมาทุกเครื่องเป็นลำโพงแบบโมโนมาตลอด พอ iPad mini เป็นลำโพงแบบสเตอริโอก็เลยแอบคาดหวังไว้นิดหน่อยว่าเสียงจะดีกว่าที่ผ่าน ๆ มา โดยในการทดสอบอย่างแรกคือเรื่องความดังของเสียงจากลำโพงผมนำ iPad mini เทียบกับ iPad (3rd Gen) ที่ใช้ด้วยการเปิดระดับเสียงให้ดังที่สุดจากการเปิดเพลงพบว่าความดังของเสียงจะต่างกันอยู่เล็กน้อย

 


ส่วนมิติเสียงของ iPad mini จะดีกว่าด้วยความเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ แต่ทั้งนี้การแยกเสียงซ้ายขวาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะตัวลำโพงแม้จะเป็นสเตอริโอ 2 ลำโพงแต่อยู่ในด้านเดียวกันเลยทำให้ไม่สามารถแยกเสียงซ้ายขวาได้แบบชัดเจน เช่นเวลาดูหนังดูซีรีย์

 

แบตเตอรี่

สำหรับแบตเตอรี่ของ iPad mini ตามที่เว็บ iFixit แกะเครื่องออกมาพบว่าแบตเตอรี่มีความจุ 4,400  มิลลิแอมป์ ตามสเป็คที่แอปเปิ้ลบอกคือใช้งานได้สูงสุด 10 ชั่วโมงต่อเนื่อง โดยในการใช้งานจริงเครื่องที่ผมใช้คือ iPad mini (Wi-Fi) ผมชาร์จแบตเต็ม 100% ตอนช่วงเกือบบ่ายสองของวันที่ 4 พ.ย. แบตหมดเหลือ 5% ตอนสี่ทุ่มกว่าของวันที่ 5 พ.ย. โดยในระหว่างนั้นผมใช้เครื่องเล่น Social Network ต่าง ๆ ทั้ง twitter และ facebook เป็นระยะๆ และมี Push Notification ตลอดเวลาเป็นระยะจากแอพฯต่างๆ , เปิดเว็บต่าง ๆ เพื่ออ่านข่าวดูข้อมูล, เปิด Bluetooth เพื่อใช้งานร่วมกับ Apple Wireless Keyboard ราวครึ่งชั่วโมง และที่สำคัญคือใช้อ่านนิตยสารและการ์ตูนอยู่ตลอดเป็นระยะ ๆ  ซึ่งถือว่าแบตเตอรี่ของ iPad mini สามารถตอบโจทย์เรื่องการใช้งานได้ดี โดยถ้านับเป็นจำนวนชั่วโมงการใช้งานทั้งหมดเท่ากับว่าใช้งานได้มากถึง 35 ชั่วโมง หรือถ้าจะหักจำนวนชั่วโมงการหลับไป 7 ชั่วโมง ก็เท่ากับว่าเหลือ 28 ชั่วโมงที่ผมใช้งาน iPad mini ได้แบบเรื่อย ๆ ไม่ต่อเนื่อง ถือว่าเป็นระดับที่น่าพอใจมาก

ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่เข้าตัวเครื่อง iPad mini ด้วยความที่แอปเปิ้ลดันให้อแดปเตอร์ชาร์จไฟของ iPad mini มาเป็นแบบเดียวกับ iPhone 5 คือ Apple 5W USB Power Adapter ทำให้ตอนชาร์จไฟเข้าเครื่องใช้เวลานานมาก ๆ โดยผมชาร์จไฟเข้าเครื่องตอนแบตเตอรี่เหลือ 4% ตั้งแต่ตอนเกือบสี่ทุ่มครึ่งกว่าแบตเตอรี่จะเต็ม 100% อีกทีปาเข้าไปตีสาม หรือใช้เวลาราว ๆ 4.5 ชั่วโมงโดยประมาณ ซึ่งในระหว่างนั้นผมมีเผลอไปหยิบเครื่องใช้ดูรูปดูทวิตเตอร์อยู่บ้างนิดหน่อย จุดนี้ถ้าอยากชาร์จไฟได้เร็วขึ้นเป็นเท่าตัวก็คงต้องลงทุนซื้อ Apple 12W USB Power Adapter แทน

 

สรุป

 

 

สำหรับ iPad mini ที่เพิ่งออกมาเป็นรุ่นแรกถือว่าแอปเปิ้ลทำการบ้านมาดีในระดับที่น่าพอใจในเรื่องประสิทธิภาพที่ยังตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้ คอมโบ้เซ็ทระหว่าง iPad mini กับ Apple Wireless Keyboard จัดว่าแจ๋วทีเดียวเพราะยังตอบโจทย์งานที่ผมทำได้เหมือนเดิมในขณะที่น้ำหนักในการพกพาลดลงไปพอควร ว่าไปก็เสียดายที่หน้าจอยังไม่เป็น Retina Display ไม่อย่างนั้นคงเป็น iPad รุ่นที่สมบรูณ์ที่สุด

 

 

จุดสังเกต

  • ความละเอียดหน้าจอยังไม่ใช่ Retina Display
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน
  • ตัวเครื่องน้ำหนักเบาเหมาะกับการพกพา
  • กล้องโฟกัสวัตถุได้ช้าไปหน่อย
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟที่ให้มาในกล่อง ชาร์จไฟใช้ระยะเวลานาน

 

ราคา :

รุ่น Wi-Fi

  • 16GB – 11,200 บาท
  • 32GB – 14,200 บาท
  • 64GB – 17,200 บาท

 

รุ่น Wi-Fi + Cellular

  • 16GB – 15,200 บาท
  • 32GB – 18,200 บาท
  • 64GB – 21,200 บาท


You May Also Like:

รีวิว : ขาตั้ง Twelve South – HoverBar for iPad

เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับ iPad ที่อลังการชิ้นหนึ่งเท่าที่ผมเคยได้รับมารีวิวเลยครับสำหรับขาตั้ง Twelve South - HoverBar for iPad ..

แอปเปิ้ลถอด iPad mini รุ่นแรกออกจาก Apple Online Store แล้ว

ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่เมื่อแอปเปิ้ลถอด iPad mini รุ่นแรกออกจาก Apple Online Store แล้ว ด้วยสเป็คก็ควรเลิกขายไปนานแล้ว ..

olloclip – 4 in 1 Photo Lens for iPad Air / iPad mini

ถ้าพอจะจำกันได้เราเคยรีวิวเลนส์ olloclip – 4 in 1 Photo Lens สำหรับ iPhone 5/5s กันไแล้ว มาครั้งนี้ Olloclip ออกเลนส์แบบเดียวกันสำหรับ iPad Air และ ipad mini มาให้เลือกใช้งาน ..

Share

Tweet

Email