ผู้ไม่สันทัดกรณี (1 ธ.ค. 2555) : ธนาคารในต่างประเทศ

ผู้ไม่สันทัดกรณี (1 ธ.ค. 2555) : ธนาคารในต่างประเทศ

เงินถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการดำรงชีวิต ยิ่งถ้าต้องไปอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศนาน ๆ การเปิดบัญชีธนาคารเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการทำธุรกรรมใด ๆ ด้วยเงินสดดูจะไม่เป็นเรื่องสะดวกสบายเท่าใดนัก สัปดาห์นี้จะขอเล่าประสบการณ์ตั้งแต่เปิดบัญชีจน

ถึงปิดบัญชีธนาคาร Deutsche Bank ที่เยอรมนี

ขั้นตอนการเปิดบัญชีธนาคารคงจะเหมือนกันทั้งโลกคือต้องมีหลักฐานที่อยู่ทางไปรษณีย์ กรณีของคนต่างชาติเช่นผมใช้เป็นหนังสือที่ออกโดยเมือง และ Passport รวมถึงเอกสารการเป็นนักศึกษาของทางมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดบัญชีแบบนักศึกษาซึ่งไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายครึ่งปีตราบที่ยังมีสถานะนักศึกษา เซ็นเอกสารภาษาเยอรมันอีกนิดหน่อย เมื่อเสร็จขั้นตอนก็จะได้บัตรเดบิตมา 1 ใบ ฝากเงินได้แต่ยังใช้เบิกเงินไม่ได้ต้องรอ PIN ส่งมาทางไปรษณีย์และเอกสารรหัสการทำธุรกรรม (TAN) ทาง Online Bank สังเกตว่าไม่มีสมุดบัญชีให้ใช้เป็นหลักฐาน

การฝากเงินผ่านตู้ของธนาคารค่อนข้างสะดวกไม่ต้องใช้ PIN แต่ขั้นตอนการถอนเงินผ่านตู้จะแตกต่างจากธนาคารไทยตรงที่เราจะต้องกด PIN เมื่อเข้าเมนูถอนเงิน แล้วตู้จะคืนบัตรก่อนจ่ายเงินออกมา แต่ที่ลำบากคือ ATM Pool ที่ยังมีไม่เยอะหากกดข้ามธนาคารก็มีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างแพง (5 ยูโรต่อครั้ง) นอกจากนี้ทางธนาคารจะบังคับให้ผู้ถือบัญชีทำการพิมพ์รายการเดินบัญชีทุกเดือนด้วยตนเองผ่านตู้ หากลืมทางธนาคารจะมีบริการส่งให้ทางไปรษณีย์พร้อมคิดค่าธรรมเนียม ซึ่งเราสามารถสั่งยกเลิกผ่านระบบ Online Bank ได้

มีครั้งหนึ่งที่ได้ใช้บริการเคาเตอร์ธนาคารพบว่าที่นี่พนักงานแทบจะไม่ส่งเงินคืนลูกค้าเลย คือเมื่อรับเงินมาก็จะเอาเข้าเซฟทันที แล้วเมื่อต้องส่งเงินให้ลูกค้าถ้าเป็นพวกธนบัตรมักจะใช้เป็นบัตรกดเงินส่งให้ลูกค้าไปกดเงินเอาจากตู้ของธนาคารแทน ซึ่งบัตรนี้ก็เหมือนบัตร ATM ปกติเพียงแต่เมื่อใส่ตู้ ตู้จะปล่อยเงินออกมาแล้วก็เก็บบัตรกลับไปไม่มีการถามรหัสใด ๆ ทั้งสิ้น

ระบบ Online Bank นั้นแตกต่างจากในไทยพอสมควร ถ้าเป็นในไทยเรามักจะพบการใช้รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (One-time Password) ซึ่งส่งมาทาง SMS แต่สำหรับที่นี่เนื่องจากการเปิดใช้บริการโทรศัพท์ค่อนข้างยุ่งยากสำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ระยะสั้น (น้อยกว่า 2 ปี) TAN เป็นสิ่งที่ทดแทน OTP คือเมื่อต้องการโอนเงินหรือแก้ไขข้อมูล เราจะต้องนำเอกสารนี้มาเปิดดู TAN ซึ่งมีอยู่ 100 ชุด ระบบจะแจ้งว่าให้ใช้ TAN ชุดใด แค่กรอกให้ถูกต้องก็สามารถทำธุรกรรมได้ แต่หากเอกสารนี้หายก็ต้องทำเรื่องให้ธนาคารส่งมาให้ใหม่

ขั้นตอนการใช้เงินผ่านบัตรเดบิต สิ่งที่แตกต่างจากในไทยคือ เราจำเป็นต้องกด PIN เพื่อชำระเงิน ต่างจากบัตรเครดิตที่แค่เซ็นชื่อแล้วรอยอดเมื่อครบเดือน ทำให้ดูค่อนข้างมั่นใจว่าถึงแม้บัตรจะหายแต่ก็ไม่ถูกเอาไปทำอะไรไม่ดีแน่ ๆ สุดท้ายคือตอนปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งค่อนข้างรวดเร็วคือเซ็นเอกสารให้ครบ เซ็นลายเซ็นให้เหมือนเดิม (ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าเซ็นเป็นภาษาอะไร เจ้าหน้าที่ก็เอาของเดิมมาให้ดู)

ถึงตรงนี้คิดว่ารูปแบบการบริการที่ยกตัวอย่างมา มันยากหรือง่ายกว่าของธนาคารในไทยครับ? โดยส่วนตัวผมเห็นความน่าสนใจหลาย ๆ จุดเช่นการให้พนักงานธนาคารจับเงินให้น้อยที่สุด และการกดรหัสเพื่อชำระเงินด้วยบัตรเดบิต ที่น่านำมาปรับใช้ในไทย



You May Also Like:

ผู้ไม่สันทัดกรณี (19 ม.ค. 2556) : เมืองจักรยาน

เมื่อวันพุธที่ 16 มกราคม ผมได้ดูรายการพื้นที่ชีวิตทาง ThaiPBS นำเสนอเรื่องเมืองจักรยานในเนเธอร์แลนด์ เป็นอีกครั้งที่ทำให้นึกถึงบรรยากาศตอนไปเช่าจักรยานขี่ที่นั่น แล้วก็มีความรู้สึกว่ามันสะท้อนวิธีคิดหลายอย่างที่แตกต่างระหว่างชาวดัตช์และคนไทย ..

ผู้ไม่สันทัดกรณี (12 ม.ค. 2556) : เติมเต็ม Mac ด้วย NAS #2

สัปดาห์ที่แล้ว ผมได้แนะนำขั้นตอนการเตรียม NAS ไปแล้ว สัปดาห์นี้มาต่อถึงการตั้งค่าให้ได้ตามโจทย์คือ ย้าย iTunes Library ออกไปอยู่บน NAS และตั้งพื้นที่สำหรับ Time Machine ..

ผู้ไม่สันทัดกรณี (5 ม.ค. 2556) : เติมเต็ม Mac ด้วย NAS #1

ปีใหม่แล้ว เป็นเวลาที่ดีในการจัดระเบียบสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว ดิสก์ใน MacBook Pro ก็ใกล้เต็มแถมเสียว ๆ ว่าอาจจะพังเมื่อใดก็ได้ หา NAS ซักตัวมาย้ายไฟล์ไปเก็บบนนั้น แล้วทำ Time Machine ไปในตัวดูเข้าท่าดีเหมือนกันนะ ..

Share

Tweet

Email