เมื่อเราจำคำตอบ Security Question ของ Apple ID ไม่ได้

เมื่อเราจำคำตอบ Security Question ของ Apple ID ไม่ได้

เป็นเรื่องวุ่น ๆ ที่เกิดกับตัวผมเองเมื่อจำคำตอบของคำถามรักษาความปลอดภัย (Security Question) ใน Apple ID ที่ใช้ใน iTunes Store (US) ของตัวเองไม่ได้ 

เกริ่นนำ 

**กรณี Security Question 3 คำถามเท่าที่ตรวจสอบปัจจุบันจะมีอยู่กับแอคเคาท์ iTunes Store (US) ของอเมริกาเท่านั้น ส่วนของไทยยังเป็นแบบคำถามเดียวอยู่พร้อมกับเรื่องเกี่ยวกับบัตรเครดิต บทความด้านล้างก็จะอิงกับ iTunes Store (US) ของอเมริกาเป็นหลัก ส่วนของไทยและของประเทศอื่น ๆ ที่ยังไม่มีอะไรแบบนี้แนะนำให้อ่านไว้เป็นความรู้กันเหนียวเผื่ออนาคตแอปเปิ้ลเปลี่ยนมาเป็นแบบเดียวกัน

ระบบรักษาความปลอดภัยของ iTunes Store (US) ที่เข้มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเพราะปีนี้มีข่าวว่านักข่าวของเว็บ Gizmodo โดนแฮกค์แอคเคาท์ iCloud โดยหัวขโมยโทรไปหา Call Center โดยใช้เพียงแค่ข้อมูลพื้นฐานเช่นที่อยู่ (ค้นหาจากอินเตอร์เน็ต) กับหมายเลขบัตรเครดิต (ได้มาจากเว็บ Amazon) ในการขอรหัสผ่านแอคเคาท์ดังกล่าวได้ จากนั้นแอปเปิ้ลก็เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยเข้ามาอีกหลายชั้นครับ

ตามปกติที่คนไทยใช้บริการ iTunes Store (US) เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์จะใช้บริการด้วยการซื้อ iTunes Card มาเติมเงินเข้าไปในแอคเคาท์ของเรา โดยที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์ที่ใส่ไปในแอคเคาท์ก็มักจะเป็นที่อยู่บ้านเพื่อนที่อยู่ในอเมริกาบ้างหรือหาจากกูเกิ้ลแล้วใส่ไปแบบงั้น ๆ ไม่ได้สนใจอะไรกันมาก ผมเองก็เช่นกัน ไม่คิดว่าจะมีวันที่จะต้องมาใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการแก้ไขปัญหา

ส่วนแอคเคาท์ iTunes Store (TH) ของในไทย ผมยังไม่เจอว่าเปลี่ยนมาใช้ Security Question 3  คำถามเหมือนในอเมริกา โดยปัจจุบันยังเป็นแบบ 1 คำถามพร้อมกับคำถามอื่น ๆ ร่วมด้วยเช่นบัตรเครดิต ที่อยู่ อีเมล

แต่ iCloud ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับแอคเคาท์ iTunes เลย กลับมีให้ตั้ง Security Question 3 คำถาม แม้จะเป็นแอคเคาท์ iCloud ที่เป็น @me, @icloud ที่เราใส่ที่อยู่ไว้ในไทยก็ตาม

 

เข้าเรื่อง

เรื่องของเรื่องคือ Apple ID ที่ใช้อยู่เป็นแอคเคาท์เดียวกับที่ผมใช้ใน iTunes Store (US) ซึ่งใช้งานน้อยลงพอควรหลังจากที่บ้านเรามี iTunes Store (TH) ให้ซื้อเพลง แต่ผมก็ยังใช้บ้างประปรายในการซื้ออื่น ๆ ที่ไม่มีในไทย ทุกอย่างใช้ได้เป็นปกติจนกระทั่งผมใช้ iPad mini ซึ่งเครื่องนี้ยังไม่เคยใช้ซื้ออะไรเลยจาก  iTunes Store (US) พอจะกดซื้อปั๊ปก็มีหน้าต่างคำถามรักษาความปลอดภัย (Security Question) ซึ่งตั้งแต่ใช้แอคเคาท์นี้มาไม่เคยเจอหน้าต่างนี้มาก่อน…งงกันเลยทีเดียว ในใจคิดก็เอาล่ะซิทำไงกันดี เพราะคำตอบก็ลืมไปหมดแล้วด้วย

 

us-apple-id-security-question_01

 

นึกขึ้นได้เลยจัดการเข้าเว็บ appleid.apple.com ในส่วนของแอคเคาท์ของเราเพื่อที่จะรีเซ็ท Security Question ด้วยการให้ส่งอีเมล ถึงตรงนี้ผมก็ยังไม่ได้สงสัยว่ากำลังจะมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น เพราะกดให้ส่งอีเมลรอแล้วรอเล่าอีเมลก็ไม่มาสักที หลายสิบนาทีผ่านมาเริ่มกังวลเลยเปิดดูข้อมูลตามเว็บต่าง ๆ พบว่ามีคนเจออาการเดียวกันนี้เยอะเหมือนกัน คือจำคำตอบของ Security Question ไม่ได้แล้วกดส่งอีเมลก็ไม่มีอีเมลมาถึงแต่อย่างใด พออีเมลไม่ส่งก็เริ่มวิธีการเดาคำตอบที่เราน่าจะเป็นคนตั้งไว้ปรากฏว่าเดาไปเดามาแอปเปิ้ลจัดการล็อคไม่ให้ใส่คำตอบซะงั้น โดยแจ้งบนหน้าจอว่าเดาเยอะไปแล้วไม่ถูกสักทีขอล็อคส่วนนี้ไว้ชั่วคราว 8 ชั่วโมงก็แล้วกัน ซึ่งวิธีแก้ไขทางสุดท้ายคือต้องโทรไป Call Center แอปเปิ้ลในอเมริกาที่หมายเลข +1800-275-2273

 

us-apple-id-security-question_02

 

**ข้อมูลเบื้องต้นในการแก้ไขปัญหาสามารถอ่านได้เว็บคุณ @bankja ที่ : itunesgiftcard.in.th/reset-apple-id-security-questions

ตัดสินใจโทรไปหาแอปเปิ้ลตอนเที่ยงคืนกว่า ๆ ครับ ซึ่งยังเป็นช่วงกลางวันของที่อเมริกา พอโทรติดระบบอัตโนมัติก็ล้ำมากไม่มีเบอร์ใด ๆ ให้กดต่อไปแผนกที่ต้องการ แต่เป็นเสียงพูดอัตโนมัติแล้วก็ให้เราพูดว่าเรามีปัญหาเกี่ยวกับสินค้าอะไรเช่น iMac, iPhone 5 และอื่นๆ แล้วสายก็จะถูกโอนไปยังแผนกที่มีคนจริง ๆ พูดครับ

ตัดฉากมาที่ฝรั่งรับสาย…ช่างตื่นเต้นดีจริง ๆ แต่ดีที่อ่านข้อมูลจากเว็บคุณ @bankja มาบ้างแล้วว่าต้องเตรียมตัวตอบคำถามอะไรบ้าง สิ่งที่ยากในการคุยกับฝรั่งผมว่าคงเป็นเรื่องสำเนียงครับ สำเนียงอังกฤษไทยแท้แบบผมนี่ฝรั่งฟังก็ปวดหัวครับ คุยกันทีก็ again please กันบ่อยมาก ๆ ซึ่งก่อนคุยผมบอกเจ้าหน้าที่ก่อนเลยว่าขอให้พูดช้าหน่อยเพราะผมฟังไม่ค่อยทัน ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะถามคำถามเป็นช่วง ๆ เช่นอีเมลที่ใช้กับ Apple ID คืออีเมลอะไร ที่อยู่ที่ไหน อันนี้แค่เบาะ ๆ ครับ สิ่งที่ยากสุดคือสำเนียงครับช่วงที่ต้องบอกอีเมลคุยกันนานมาก เพราะผมก็กลัวจะพูดแล้วเขาฟังผิดผิด พูดไปสะกดชื่ออีเมลตัวเองไป สุดท้ายคุยกันเสร็จ คุณเจ้าหน้าที่บอกว่าเดี๋ยวจะแก้ไขปัญหาให้ภายใน 48 ชั่วโมง แต่หลังวางสายไม่ถึง 10 นาทีก็มีอีเมลมาแล้วครับ อ่านได้ใจความว่าอีเมลที่แจ้งไปเมื่อครู่ไม่มีในระบบ ซึ่งอ่านจากในอีเมลก็ไม่แปลกใจเพราะเขาฟังและสะกดชื่ออีเมลผมได้อีกอย่าง ซึ่งผมก็ตอบไปว่าอีเมลที่ส่งมาเนี่ยผิด อันที่ถูกต้องสะกดแบบนี้ ซึ่งก็เขียนอีเมลตัวเองที่ถูกต้องกลับไปให้

 

การมีอีเมลกลับมาแบบนี้เรื่องไม่จบครับ เพราะอีเมลไม่สามารถใช้ยืนยันตัวได้ คุณเจ้าหน้าที่คนเดิมส่งอีเมลกลับมาเป็นครั้งที่สองพร้อมกับสเต็ปการตอบอีเมลที่ให้เราเข้าไปทำตามขั้นตอนหน้าเว็บ ถึงตรงนี้พอจะรู้ตัวแล้วว่าเดี๋ยวได้โทรไปที่อเมริกาใหม่อีกแน่ ๆ โดยก่อนโทรศัพท์ผมก็ส่งอีเมลกลับไปหาอีกรอบพร้อมแนบรูปไปให้ดูด้วยว่าตอนนี้ฉันเจอปัญหานี้อยู่ แป๊บเดียวก็มีอีเมลตอบกลับมาอีกฉบับตามสเต็ปเดิมคือให้เข้าไปทำตามขั้นตอนหน้าเว็บ ซึ่งทำไปหลายสิบรอบแล้วไม่ช่วยอะไร สุดท้ายก็เลยต้องโทรครั้งที่สอง…จนได้

 

การโทรครั้งที่สองก็เหมือนเดิมครับบอกก่อนเลยว่าให้พูดช้าหน่อย แล้วผมก็แจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น ก็สเต็ปเดิมคือถามอีเมล ซึ่งก็เหมือนจะมีปัญหาอีกแล้วในเรื่องสำเนียงการบอกชื่อ siampod dot com สุดท้ายก็สะกดที่ละตัวพร้อมกำกับด้วยว่าแต่ละตัวคืออะไร ยกตัวอย่างเช่น  a-alpha, d-delta, s-superman, p-people แล้วสักพักก็ตามวันเดือนปีเกิดที่แจ้งไว้ในระบบ ตรงจุดนี้ถ้าใครชอบใส่วันเดือนปีเกิดปลอมก็ให้จำให้ได้ด้วยนะครับว่าใส่ว่าอะไรไป

 

เท่านั้นยังไม่พอครับครั้งนี้เริ่มถามลึกครับด้วยคำถาม ‘เบอร์โทรศัพท์เบอร์อะไร’ เดี๋ยวจะโทรกลับ ผมก็สวนไปเลยว่าตอนนี้ใช้ Skype โทรอยู่คุยตอนนี้เลยได้รึเปล่า เจ้าหน้าที่เงียบไปสักพักก็กลับมาถามใหม่อีกรอบว่าที่อยู่อะไร ไอ้ผมก็จะซวยรึเปล่าเนี่ยใช้แอคเคาท์ iTS (US) ก็ต้องใช้ที่อยู่ในอเมริกาแบบหลอกที่หาจากกูเกิ้ล ก็บอกไปตามที่เราใช้ในแอคเคาท์ของเรา จากนั้นก็ถามเบอร์โทรศัพท์อีกแล้ว ผมก็บอกไปตามที่ผมมีอยู่ในแอคเคาท์ ซึ่งการบอกหมายเลขโทรศัพท์ต้องบอก Area Code ไปด้วยนะครับ (อย่าลืม) การบอกตัวเลขด้วยสำเนียงไทยนี่ก็ยากเย็นเหมือนกันนะครับ เช่นเลข 8 ออกเสียงหลายแบบมากกว่าเจ้าหน้าที่จะรู้ว่าคือเลขแปด ‘Eight’ พอเข้าใจตรงกันด่านนี้ผ่านเรียบร้อยเจ้าหน้าที่หายไปเช็คข้อมูล กลับมาพร้อมกับบอกว่าเดี๋ยวจะโอนสายให้ระดับหัวหน้าอีกคนคุยด้วย

….เอาล่ะซิ

 

พอเป็นคุณระดับหัวหน้าคุยก็แนะนำตัวแล้วก็บอกปัญหากันแบบรวดเร็ว ซึ่งบอกไปเหมือนเขาจะเก็ตทันที จากนั้นก็เริ่มถามปัญหาใหม่อีกแล้วครับครั้งนี้ถามเยอะครับ อีเมล, ที่อยู่, วันเดือนปีเกิด ที่ถามแบบเจาะเลยคือรหัสประจำเครื่อง (Serial No.) ของ iOS Devices กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราเคยใช้ซื้อของใน iTunes Store หมายเลขอะไร จุดนี้ด้วยสำเนียงไทยก็มีปัญหาที่เลข 8 อีกแล้วครับแต่ก็ผ่านไปด้วยดี (โดยการบอก Serial No. ที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษผสมกับตัวเลขก็มีเทคนิคนิดหน่อยครับ เดี๋ยวแจกแจงให้ตอนท้ายก็แล้วกัน) สุดท้ายเจ้าหน้าที่ถามว่าอยู่หน้าคอมพิวเตอร์รึเปล่า ถ้าอยู่ก็ให้เข้าไปที่หน้าเว็บ Apple ID ของเราแล้วแจ้งรหัส Pin Code ที่ได้จากหน้าเว็บมาให้ฟังหน่อย ผมก็กด ๆ ตามที่เขาบอก ซึ่งปุ่ม Pin Code ผมเห็นอยู่แล้วด้วยว่าอยู่ตรงไหนก็เลยไม่มีปัญหาอะไร แต่เลข 8 ก็ทำผมมีปัญหาอีกแล้วกว่าจะเข้าใจกันได้

 

us-apple-id-security-question_03

 

พอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยจนเขาพอใจและคิดว่าเราไม่มาหลอกแฮกแอคเคาท์ของคนอื่นก็ทิ้งท้ายประมาณว่าโอเคเดี๋ยวตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วจะรีบจัดการให้ภายใน 24 ชั่วโมง แต่จริง ๆ แล้วไม่ถึง 30 นาทีแอคเคาท์ที่ผมมีปัญหาก็ถูกรีเซ็ตให้เข้าไปจัดการ Security Question ได้แล้ว โดยการตั้งคำถามและคำตอบของ Security Question ทั้ง 3 ข้อ ผมขอบอกเลยว่าต้องจดลงสมุดหรือจะจดลงแอพฯก็ได้ครับ ขอให้จดเถอะครับอย่าคิดว่าจำได้เลย เพราะ Security Question เป็นอะไรที่นาน ๆ ทีเราถึงจะได้ใช้งานนานไปอาจลืมได้ เดี๋ยวจะมีปัญหาแบบผมอีก

 

 us-apple-id-security-question_04

 

ในส่วนของ Rescue Email Address ก็ต้องใส่ใหม่ด้วย ตรงนี้ก็ขอบอกเลยว่าให้ใส่อีเมลที่เราใช้งานจริงและยังจำพาสเวิร์ดเข้าอีเมลนั้นได้ด้วยนะครับ เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว

 

เรื่องก็จบลงด้วยประการฉะนี้แลพี่น้อง~~~~

 

สรุปสาระสำคัญดังนี้

เดี๋ยวตอนอัพเดท iOS 6.1 กับ iPhone, iPod touch และ iPad อาจจะมีหน้าต่างให้ใส่ Security Question 3 คำถามสำหรับแอคเคาท์ iTunes Store (US) และ iCloud คนที่ไม่เคยตั้ง จำกันไว้ให้ดีๆ ว่าคำถามไหนเราใช้คำตอบอะไรไม่ต้องตื่นเต้นอยากอัพ iOS 6.1 กันจนลืมว่าเมื่อกี้กดคำตอบไปว่าอะไรบ้าง เพราะตอนที่มาเปิดในเว็บแอปเปิ้ลไม่ได้ใช้ทั้ง 3 คำถามแต่จะสุ่มเลือกมาใช้ทีละ 2 คำถาม ฉะนั้นเราคงจำเป็นสเต็ปไม่ได้ว่าข้อ 1 เราตอบแบบนี้ ข้อ 2 ตอบอันนั้น ข้อ 3 ตอบอันนู้น

ปัญหาจะเกิดเมื่อเราใช้เครื่องใหม่ที่เพิ่งซื้อมาไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPod, iPad เข้าไปกดซื้อของใน iTunes Store จะมีหน้าต่างขึ้นมาถาม Security Question หรืออาจจะเจอให้ยืนยันข้อมูลบัตรเครดิต (กรณีที่เราผูกบัตรเครดิตกับแอคเคาท์ของเรา)

เครื่องที่ยังไม่เคยใช้ซื้อสินค้าใด ๆ ถ้าไม่ได้กังวลว่าใช้กดซื้อของจาก iTunes Store และ App Store ก็ไม่เป็นไร เพราะเครื่องเดิมที่เราเคยใช้ซื้อสินค้าก่อนหน้าก็ยังสามารถใช้งานได้ปกติอยู่เช่นเดิม

สำหรับคนที่จำไม่ได้ว่า Security Question 3 คำถามเราตอบอะไรไว้เบื้องต้นให้ลองกดให้ระบบส่งอีเมลมาให้เราก่อน ซึ่งจุดนี้ถ้าเราไม่ได้ใส่ไว้ก็ถึงคราวซวยต้องโทรไปอเมริกาครับ

การโทรไปที่ Call Center ของแอปเปิ้ลในอเมริกาง่ายที่สุดคือใช้ Skype ครับ เพราะโทรไปที่อเมริกาเบอร์ +1800-275-2273 ฟรี ส่วนการใช้โทรศัพท์มือถือผมไม่ได้ลองนะครับ

เตรียมตัวเรื่องข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ไว้ให้พร้อมทุกอย่างทั้งชื่อที่เราใช้ในแอคเคาท์, ที่อยู่, อีเมล, Serial No. ของอุปกรณ์ที่เราเคยใช้ซื้อสินค้าจาก iTunes Store และควรอยู่หน้าเว็บเผื่อว่าเจอให้เข้าไปดู Pin Code ในหน้าเว็บ https://appleid.apple.com

สำเนียงภาษาอังกฤษสำคัญมากถ้าไม่มั่นใจควรซ้อมออกเสียงก่อนโทรดีที่สุด พวกอีเมลที่ใช้เป็น Apple ID ที่ชื่อพิศดารก็ทำใจว่าเจ้าหน้าที่อาจฟังไม่รู้เรื่องแน่ ๆ ก็ต้องมาสะกดทีละตัว และที่สำคัญคือต้องกล้าโทรครับ บางคนพอเกิดปัญหาแล้วเจอว่าต้องโทรไปคุยกับฝรั่งก็เลือกที่จะไม่โทรไม่คุย

เทคนิคการบอก Serial No. เช่น XY76AB123 ให้บอกเป็น X-Y-Number Seven-Number Six-A-B-Number One …..อะไรแบบนี้

 

ฉะนั้นใครยังไม่เคยตั้งก็เข้าไปตั้งค่า Security Question ซะก่อนเลยดีที่สุด และที่สำคัญอย่าลืมจดไว้ด้วยว่าคำถามไหนเราตอบว่าอะไรบ้าง ซึ่งการคุยกับแอปเป้ิลเหมือนจะคุยง่ายก็จริงแต่ถ้าคุณผู้อ่านไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษก็เป็นได้ว่าถ้าปัญหารุนแรงกว่านี้เกิดปัญหาใช้พาสเวิร์ดเดิมไม่ได้รีเซ็ทใหม่ก็ไม่มีอีเมลส่งมา ถ้าไม่กล้าโทรไปก็คงต้องเสียแอคเคาท์ดังกล่าวไปเป็นการถาวร

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่ว่าผู้อ่านจะใช้แอคเคาท์ iTunes Store (US) หรือ iTunes Store (TH) หรืออื่น ๆ ก็ตาม

 



You May Also Like:

แอปเปิ้ลหาทางเจรจาราคาจอ OLED กับซัมซุงให้มีราคาถูกลง

มีข้อมูลออกมาว่าตอนนี้แอปเปิ้ลกำลังเจรจากับซัมซุงที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนจอ OLED ให้มีราคาถูกลงเพื่อใช้ผลิต iPhone ที่จะออกใหม่ปลายปีนี้  ..

แอปเปิ้ลแจ้งจดรหัสสินค้ากับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซียหลายรายการ คาดปีนี้ iPhone ออกใหม่ 3 รุ่น

มีข่าวออกมาว่าแอปเปิ้ลได้ทำการจดรหัสสินค้ากับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซียหลายรายการ ทั้งหมดเป็นรหัสสินค้าของ iPhone รุ่นใหม่ที่เก็งกันว่าปีนี้จะออกมาถึง 3 รุ่นด้วยกัน ..

แอปเปิ้ลออกโรงเตือนพนักงานที่นำความลับต่าง ๆ ไปบอกกับสื่อ

มีข้อมูลออกมาว่าตอนนี้ในบริษัทแอปเปิ้ลมีประกาศเป็นการภายเตือนพนักงานที่ให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสินค้าที่ยังไม่ออกและเป็นความลับบริษัทกับสื่อว่าไม่ส่งผลดีกับบริษัทและตัวพนักงานเอง ..

Share

Tweet

Email