ผู้ไม่สันทัดกรณี (12 ม.ค. 2556) : เติมเต็ม Mac ด้วย NAS #2

ผู้ไม่สันทัดกรณี (12 ม.ค. 2556) : เติมเต็ม Mac ด้วย NAS #2

สัปดาห์ที่แล้ว ผมได้แนะนำขั้นตอนการเตรียม NAS ไปแล้ว สัปดาห์นี้มาต่อถึงการตั้งค่าให้ได้ตามโจทย์คือ ย้าย iTunes Library ออกไปอยู่บน NAS และตั้งพื้นที่สำหรับ Time Machine

ถึงเวลาเข้าไปจัดการกับ NAS แล้ว เราสามารถกดปุ่มเพื่อเปิดหน้าเว็บจาก NAS Navigator 2 ได้เลย ครั้งแรกที่เปิดจะพบข้อความภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด จากการหาข้อมูลพบว่า Buffalo ได้เตรียมหน้าเว็บพร้อมดูวีดีโอแนะนำการเปลี่ยนภาษาให้กดตามได้เลย หลังจากเปลี่ยนภาษาแล้วกลับมาที่หน้าแรกอีกครั้งซึ่งเป็นหน้า Shared Folder แสดงรายการ Folder ที่เปิดให้ผู้ใช้เข้าใช้งานได้

ผลจากการ Format ฮาร์ดดิสก์เมื่อตอนที่แล้ว ตัว NAS ได้สร้าง RAID 0 ไว้ให้ หากต้องการเปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่น ได้แก่ RAID 1 หรือปล่อยแยกเป็น 2 ก้อน ให้ไปที่เมนู System เมนูย่อย Storage แล้วจัดการ RAID Array ที่นั่น (รายละเอียดของ RAID แต่ละแบบลองหาข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ) ผมเลือกที่จะปล่อยให้แยกพื้นที่เป็นฮาร์ดดิสก์ 2 ก้อนแบบเดิมจากนั้นจึงทำการสร้าง Folder เพื่อไว้สำหรับเก็บ iTunes Library ซึ่งผมเลือกรูปแบบการเข้าถึงเป็น AFP ในขั้นตอนนี้มีตัวเลือกให้ใช้มากมายอาทิ ใช้พื้นที่ของดิสก์ใด จำกัดขนาดหรือไม่ และเปิดให้เข้าถึงไฟล์ด้วยรูปแบบใด เช่น SMB/CIFS, AFP, หรือ FTP สำหรับ Windows ควรจะใช้ SMB/CIFS, OS X ใช้ AFP แต่เนื่องจากข้อจำกัดของระบบ NAS ทำให้ไม่สามารถให้สิทธิ์ในระดับไฟล์ได้ยืดหยุ่นเท่ากับฮาร์ดดิสก์จริง ๆ ในเครื่อง รวมถึงการตั้งชื่อไฟล์ที่ได้แค่ความยาว 255 ตัวอักษร

สำหรับการย้าย iTunes Library ผมทำตามวิธีจาก ars ระหว่างนั้นพบปัญหา NAS ปิดเองจึงทำให้ทราบว่า มันมีโหมดพลังงาน 3 สถานะคือ Auto, On, และ Off ซึ่งผมตั้งไว้ที่ Auto โดยไม่รู้ว่าจริง

ๆ แล้วมันจะตรวจสอบว่าการเปิดโปรแกรม NAS Navigator 2 บนเครื่องคอมพิวเตอร์ใดในเครือข่าย หากไม่มีเครื่องใดเปิดโปรแกรมตัว NAS จะปิดโดยอัตโนมัติและเปิดเองเมื่อมีการเปิดโปรแกรม นั่นจึงเป็นเหตุให้การย้ายไฟล์ใน Library ใช้เวลานานแล้ว iTunes ก็ไม่สามารถแจ้งข้อผิดพลาดใดกับเราได้นอกจากนิ่งไปดื้อ ๆ เลย พอปรับเป็น On จึงสามารถใช้ได้ปกติ

ผลลัพธ์ของการทำตามวิธี ทำให้โฟลเดอร์ iTunes Media ที่เคยอยู่ในโฟลเดอร์ iTunes ใน OS X ถูกย้ายไปอยู่บน NAS ส่วน iTunes ที่อยู่ในเครื่องจะเก็บเฉพาะข้อมูล Library (รายชื่อเพลง, ภาพยนตร์, ฯลฯ) ข้อดีคือยังสามารถเปิดใช้งาน iTunes ได้แม้ว่าจะไม่ได้เชื่อมต่อกับ NAS ต่างจากวิธีที่ย้ายโฟลเดอร์ iTunes ทั้งหมดไปไว้บน NAS ซึ่งจะมีกระบวนการเพิ่มเติมในการทำ Symbolic link และผลข้างเคียงคือจะไม่สามารถเปิดใช้งาน iTunes โดยที่ไม่เชื่อมต่อกับ NAS ได้เลย เพราะมันจะหาโฟลเดอร์ iTunes ไม่เจอแล้วจะพยายามสร้าง Library ใหม่

NAS ตัวนี้มีส่วนเสริมช่วยทำ Time Machine อยู่แล้ว เพียงสร้าง Folder เพิ่มแล้วตั้งค่าให้ใช้ Folder นั้นทำ Time Machine แล้วกลับมาตั้ง Time Machine ใน Mac ก็สามารถใช้งานได้เลย ลองทำ Full Backup ใช้เวลาราว 7 ชั่วโมง แล้วทำการ Restore กลับมาราว 10 ชั่วโมง

หวังว่าในสองตอนนี้จะทำให้รู้จักกับ NAS มากขึ้นแล้วทำให้ได้ใช้ฟีเจอร์ใน OS X ที่เราอาจจะไม่ค่อยได้ใช้กันนั่นคือ Time Machine



You May Also Like:

คาด…ค่าบริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งของแอปเปิ้ลเดือนละ $9.99

ข้อมูลจากหลาย ๆ ที่ตรงกันในเรื่องของบริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งของแอปเปิ้ลที่จะเปิดตัวในงาน WWDC 2015 นี้ โดยค่าบริการจะมีราคาอยู่ที่ $9.99 ต่อเดือน ..

Spotify เตรียมเปิดบริการเว็บดูวิดีโอ (แข่งกับ YouTube?)

ช่วงนี้ชื่อของ Spotify มีอยู่ในข่าวมากพอควร เพราะไหนจะเรื่องที่แอปเปิ้ลจะทำบริการฟังเพลงสตรีมมิ่งแข่ง แถมล่าสุดตกเป็นข่าวว่า Spotify เตรียมทำบริการเว็บดูวิดีโอพร้อมโมเดลหาเงินที่น่าสนใจสำหรับคนทำวิดีโออีกด้วย ..

คาด…แอปเปิ้ลจะเปิดตัวบริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งใน WWDC 2015

ตกเป็นข่าวมาอย่างยาวนานหลังจากที่ซื้อกิจการ Beats Music ว่าแอปเปิ้ลจะเปิดบริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งเสียเงินเป็นรายเดือน คาดว่าเราจะได้เห็นบริการดังกล่าวในงาน WWDC 2015 นี้ ..

Share

Tweet

Email