แอปเปิ้ลเผยโฉม iOS 7 ดีไซน์ใหม่หมดจด

WWDC 2013 งานนี้เรียกว่าแน่นทุกอณูทั้งแต่ช่วงแรกยันนาทีสุดท้ายของงาน งานนี้แอปเปิ้ลขนมาทั้ง MacBook Air สเป็คใหม่, ออก Mac Pro หน้าตาสุดล้ำ, OS X ไม่ใช่เสืออีกต่อไปแต่เป็น Mavericks และ iOS 7 ที่เปลี่ยนดีไซน์ใหม่

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ WWDC 2013 งานนี้ต้องว่ามึน เพราะแอปเปิ้ลขนของมาโชว์กับนักพัฒนาซอฟท์แวร์เยอะจริง ๆ เรามาเริ่มกันที่…

 

MacBook Air

 

macbook-air-mid-2013_01

 

สำหรับในส่วนของ MacBook Air เป็นไปตามคาดว่าจะมีรุ่นใหม่ที่ใช้ซีพียู Intel Core i (4th Gen) ออกมา ด้านดีไซน์ตัวเครื่องยังไม่มีการปรับโฉมใหม่แต่อย่างใด ด้านสเป็คเครื่องนอกจาก Intel Core i (4th Gen) ในส่วนของกราฟิกก็ปรับมาใช้ Intel HD Graphic 5000 ส่วน Wi-Fi แอปเปิ้ลปรับมาใช้ Wi-Fi 802.11ac ที่รองรับการรับส่งข้อมูลไร้สายได้รวดเร็วกว่าเดิม 3 เท่า

สำหรับแรมที่ใส่ใน MacBook Air รุ่นมาตรฐานแอปเปิ้ลให้มา 4GB และเพิ่มได้สูงสุด 8GB เช่นเดิม ส่วน SSD ในเครื่องดีขึ้นมาหน่อยตรงที่รุ่น 11 นิ้วเริ่มต้นก็ให้มา 128GB เลยไม่ใช่แค่ 64GB แบบรุ่นเดิม โดยรุ่นมาตรฐานทั้งรุ่นหน้าจอ 11 นิ้วและ 13 นิ้ว จะให้ SSD มาที่ 128GB และ 256GB สามารถอัพเกรดได้สูงสุดเป็น 512GB

ด้านแบตเตอรี่ของ MacBook Air ใหม่ส่วนหนึ่งก็ต้องชม Intel ด้วยว่าคิดค้นวิธีที่ทำให้ซีพียูกินไฟน้อยลง ๆ ทุกปี โดย MacBook Air รุ่น 11 นิ้วแอปเปิ้ลเคลมว่าสามารถใช้งานได้นานสุด 9 ชั่วโมงจากเดิมที่ใช้งานได้แค่ 5 ชั่วโมง และรุ่น 13 นิ้วสามารถใช้งานได้นานสุด 12 ชั่วโมงจากเดิม 7 ชั่วโมง อื่น ๆ ที่มีเพิ่มเติมคือแอปเปิ้ลใส่ไมโครโฟนเข้ามา 2 ตัวช่วยทำให้ตัดเสียงรบกวนขณะใช้งานได้ดีขึ้น

 

macbook-air-mid-2013_02

ใครสนใจ MacBook Air ใหม่ ตอนนี้สามารถเข้าไปกดซื้อกันได้แล้วที่ store.apple.com/th ราคารุ่น 11 นิ้วเริ่มที่ 31,900 บาท และรุ่น 13 นิ้วราคาเริ่มที่ 34,900 บาท

 

Mac Pro

เป็นเครื่อง Mac ที่ผมไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในงาน WWDC เมื่อคืน เพราะ Intel ยังไม่ออกซีพียู Xeon (Haswell) E5 และ E7 แต่แอปเปิ้ลก็มาเหนือชั้นด้วยการเปิดตัวอย่างเดียวยังไม่ขายในทันที

 

mac-pro_01

 

ดีไซน์ของ Mac Pro ต้องบอกว่าหลุดโลกไปจากเครื่องคอมพิวเตอร์เดิม ๆ มากพอควร ตัวเครื่องออกแบบมาเป็นทรงกระบอกขนาดไม่ใหญ่เท่าไหร่นัก ภายในอัดแน่นด้วยบรรดาชิปต่าง ๆ โดยถ้านำมาวางเทียบกับ Mac Pro รุ่นเดิมเล็กจิ๋วต่างกันหลายเท่านัก อย่างน้อย ๆ ก็เรื่องน้ำหนักจาก 18 กิโลกรัม ดูจากรูปร่างของรุ่นใหม่คงเหลือมาเหลือน้อยกว่า 10 กิโลกรัมแน่ ๆ ซึ่งตอนนี้แอปเปิ้ลยังไม่ได้เผยรายละเอียดเรื่องสเป็คในส่วนนี้ ส่วนสัดส่วนเครื่องเรื่องความสูงความกว้างแอปเปิ้ลบอกมาแล้ว โดย Mac Pro ใหม่สูง 25 เซนติเมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 16.7 เซนติเมตรเท่านั้น

 

mac-pro_02

 

ด้านสเป็คเครื่องของ Mac Pro ใหม่แอปเปิ้ลยังคงเลือกใช้ซีพียู Xeon E5 ตามสเป็คที่แอปเปิ้ลแจ้งสามารถอัพได้สูงสุดเป็นรุ่น 12 Cores ทั้งนี้แอปเปิ้ลยังไม่ได้บอกว่าใช้ Xeon E5 รหัสอะไรเพราะ ต้องรอ Intel เปิดตัวเป็นทางการอีกที

 

เห็นเครื่องเล็ก ๆ แบบนี้แอปเปิ้ลเผื่อช่องใส่แรมแบบ ECC มาให้ 4 แถว แต่ก็ยังไม่ได้เผยว่ารองรับแรมสูงสุดเท่าไหร่ ซึ่งถ้าดูจากเว็บผลิตแรมแบบ DDR3 1866MHz ที่ตอนนี้ผลิตแรมออกมาสูงสุดแถวละ 8GB ก็เท่ากับว่า Mac Pro รุ่นใหม่สามารถใส่ได้แรมได้สูงสุด 32GB ในปัจจุบัน ส่วนอนาคตถ้ามีแรมแถวละ 16GB ออกมาจะรองรับหรือไม่คงต้องรอรายละเอียดเป็นทางการจากแอปเปิ้ล

 

กราฟิกใน Mac Pro รุ่นใหม่ด้วยความที่เครื่องเล็กอาจจะทำให้หลายคนคิดไปว่ากราฟิกการ์ดแอปเปิ้ลคงไม่ได้ใส่มาให้แบบเลิศเลออะไรนัก แต่กลายเป็นว่าแอปเปิ้ลจับกราฟิกการ์ด AMD FirePro ซึ่งเป็นกราฟิกระดับ Workstation ใส่มาใน Mac Pro และไม่ได้ใส่มาแค่การ์ดเดียว แอปเปิ้ลใส่มาให้ 2 การ์ดเลยตั้งแต่รุ่นมาตรฐาน (Dual GPU) ส่วนจะเป็น AMD FirePro รุ่นไหนคงต้องรอตอนขายว่าแอปเปิ้ลให้รุ่นไหนมาและสามารถอัพเกรดเพิ่มเป็นรุ่นไหนได้บ้าง

 

ด้าน Storage ใน Mac Pro แอปเปิ้ลเปลี่ยนจาก Harddisk แบบเดิมมาใช้ SSD ซึ่งเป็น SSD ที่เป็น PCI Express Storage ที่มีความเร็วมากกว่า SSD ที่อยู่บน SATA 2.5 เท่า (แบบที่ใช้อยู่ใน MacBook Air และ MacBook Pro) และเร็วกว่า Harddisk มากถึง 10 เท่า เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าในรุ่นมาตรฐานแอปเปิ้ลให้ SSD มากี่ GB และสามารถได้ถึงระดับกี่ TB

 

Mac Pro ใหม่รองรับการเชื่อมต่อในปัจจุบันได้จุใจ โดยแอปเปิ้ลใส่ USB 3.0 มาให้ 4 ช่อง, Thunderbolt 2.0 ที่เร็วขึ้นไปที่ระดับ 20 Gbps มาอีก 6 ช่อง รองรับการต่อจอภายนอกระดับ 4K ได้พร้อมกันสูงสุด 3 จอ, HDMI 1.4 อีก 1 ช่อง, ช่องGigabit Ethernet 2 ช่อง โดยด้านหลังเครื่องบริเวณช่องต่าง ๆ แอปเปิ้ลล้อมกรอบไฟเรืองแสงไว้ให้จะได้มองเห็นว่าช่องไหนอยู่ตรงไหนเวลาจะเสียบสายต่าง ๆ และแน่นอนว่า Wi-Fi เป็นแบบ 802.11ac

 

อีกหนึ่งสีสันของ Mac Pro ที่ไม่เกี่ยวกับตัวเครื่องคือแอปเปิ้ลย้ายฐานการผลิต Mac Pro กลับไปที่อเมริกาทำให้ Mac Pro ใหม่จะแปะป้ายว่า Assembled in the U.S.

 

กำหนดการวางจำหน่าย Mac Pro ใหม่อยู่แถว ๆ เดือน ก.ย.-ต.ค. ส่วนราคาไปรอลุ้นกันตอนวางจำหน่ายเลยว่าจะเริ่มต้นที่กี่หมื่นและสเป็คสูงสุดจะจบที่กี่แสนบาท

ผมนำวิดีโอที่เว็บ engadget.com ถ่าย Mac Pro ตัวเป็น ๆ ที่โชว์อยู่ในงานออกมาให้เราได้เห็นกัน ลองดูนะครับว่าเครื่องเล็กมากจริง ๆ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

ข้อมูลเพิ่มเติม : apple.com/mac-pro

OS X

 

หลังจากที่เดาชื่อเสือกันไปต่าง ๆ นา ๆ รวมทั้งผมเองก็เดาว่าเป็น Lynx พอออกมาจริงแอปเปิ้ลจัดการเปลี่ยนไม่ใช่ชื่อเสือแล้ว แต่ตั้งใหม่เป็น OS X Mavericks

 

os-x-mavericks_01

 

ภาพรวมของ OS X Mavericks ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยสิ่งที่เปลี่ยนจะเป็นพวกฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่มีการปรับปรุงใหม่อาทิ Finder เพิ่มระบบ Tab เข้ามา, เพิ่มระบบ Tags สำหรับการเซฟไฟล์ต่าง ๆ

 

ฟีเจอร์ใหม่บน OS X Mavericks ที่เห็นชัดเจนคือ Maps หรือแผนที่ หลังจากที่แอปเป้ิลปั้นแผนที่ใน iOS มาครบปีวันนี้แอปเปิ้ลนำแผนที่อันสุดแสนจะภูมิใจมาไว้ใน OS X Mavericks โดยฟีเจอร์แผนที่จะคือ ๆ กับที่อยู่ใน iOS แต่จะมีการเพิ่มลูกเล่นเวลาที่เราค้นหาตำแหน่งต่าง ๆ บนแผนที่ใน OS X Mavericks เราสามารถส่งพิกัดที่กำลังหาอยู่ไปที่อุปกรณ์ iOS ของเราได้ด้วย ไม่รู้ว่าถึงป่านนั้นที่ OS X Mavericks เปิดให้ใช้งานแผนที่ในไทยจะดีขึ้นมากกว่านี้รึยัง

 

os-x-mavericks_02หน้าตาแผนที่ใน OS X Mavericks

 

ส่วนที่ปรับปรุงใหม่อย่าง Safari น่าจะอำนวยความสะดวกให้กับเหล่าผู้ใช้งาน Social Network ได้ดีขึ้น, ระบบ Notification ที่สามารถตอบกลับข้อความในการแจ้งเตือนได้เลยโดยไม่ต้องไปเรียกแอพ Messages ขึ้นมา นอกจากนั้นยังสามารถแจ้งเตือนหลังจากที่เราปิดฝาเครื่องได้อีกด้วย โดยขณะที่เราพับฝาเครื่องไว้พอเปิดขึ้นมาถ้าเราตั้งค่าให้ถามพาสเวิร์คก่อนตามปกติจะไม่มีการแจ้งเตือน แต่พอเป็น OS X Mavericks จะมีการแจ้งเตือนต่าง ๆ ตั้งแต่หน้าที่ให้ใส่พาสเวิร์ดเลยทันที

 

os-x-mavericks_04

os-x-mavericks_03

 

กำหนดการวางจำหน่ายของ OS X Mavericks แอปเปิ้ลแจ้งว่าอยู่ในช่วง ก.ย.-ต.ค.ปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเมเจอร์อัพเดทที่ออกมาเร็วกว่าเดิมถึง 1 ปี

 

ฟีเจอร์อื่น ๆ ของ OS X Mavericks สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ apple.com/osx/preview

 

iOS 7

มาถึงไฮไลต์สุดท้ายของงานที่ผู้อ่านเว็บนี้น่าจะรอชมว่า iOS 7 ภายในการออกแบบของ Jonathan Ive จะเป็นอย่างไร ภายในงานตอนเปิดตัว iOS 7 ก็เรียกเสียงเฮได้มากพอควร โดยการออกแบบ iOS 7 ของ Jonathan Ive ไม่ผิดไปจากข่าวซุบซิบที่ออกมาก่อนหน้านี้ที่ว่าจะเรียบ ๆ และเน้นโทนสีขาวและสีดำเป็นหลัก

หน้าตาของ iOS 7 เปลี่ยนโฉมแบบรื้อใหม่ตั้งแต่หน้าจอ Lock Screen พอเข้ามาหน้า Home Screen สารพัดไอคอนต่าง ๆ ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบันถูกเปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิงไม่เหลือเค้าไอคอนที่อยู่ใน iOS 6 เลยสักนิดเดียว

ios-7_02

 ด้านฟีเจอร์ใหม่จากที่ดูสาธิตการใช้งาน iOS 7 ต้องบอกว่ามีส่วนคล้ายทั้ง Web OS ของ Palm ในอดีต บางส่วนหลายคนก็ว่าเอามาจาก Android บ้างก็ว่าบางอย่างคล้ายกับ Windows Phone 8 ส่วนมีอะไรบ้างนั้นลองมาไล่เรียงดูกัน

 

Control Center

 

ios-7_03

เป็นฟีเจอร์ที่หลาย ๆ คนต้องการเป็นอย่างมาก โดย Control Center เปรียบเหมือนช็อตคัทแผงควบคุมการตั้งค่าต่าง ๆ ของตัวเครื่อง โดยส่วนนี้ถ้าใครที่คุ้นเคยกับเครื่องเจลเบรคว่าจะพอนึกการใช้งานออกเพราะคล้าย ๆ กับ SB Setting แต่ Control Center หน้าตาดีกว่า ภายในของ Control Center จะสามารถเปิดปิดการใช้งานต่าง ๆ ได้อาทิ Wi-Fi, Bluetooth, Airplane Mode โดยที่ไม่ต้องกดเข้าไปที่ไอคอน Settings ในตัวเครื่อง นอกจากนั้นยังมีแผงควบคุมการเล่นเพลงติดมาให้ด้วย ส่วนท้ายของ Control Center เหมือนเป็นช็อตคัทเพื่อเรียกใช้งานแอพต่าง ๆ ที่เราใช้บ่อย จุดนี้น่าจะตั้งค่าได้ว่าเราจะเอาแอพฯอะไรเข้ามาได้บ้าง

 

Notification Center

 

ios-7_04

แอปเปิ้ลปรับปรุง Notification Center ใหม่ให้สามารถดึงลงมาใช้งานได้ตั้งแต่หน้า Lock Screen โดยหน้าจอ Notification Center จะแยกรายละเอียดเป็นการเตือนสำหรับวันนี้, ทั้งหมด, และที่ยังไม่ได้ทำไว้ให้

 

Multitasking

 

ios-7_05

แอปเปิ้ลปรับปรุง Multitasking ใหม่ให้ดีขึ้น รองรับการใช้ Multitasking ในทุก ๆ แอพ หน้าตาตอนสลับแอพฯไปมาปรับปรุงใหม่โดยเมื่อกดปุ่ม Home 2 ครั้งจะเป็นการพรีวิวหน้าจอแอพต่าง ๆ ที่เราใช้งานอยู่ทันทีไม่ใช่แค่เฉพาะไอคอนอีกต่อไป อยากจะเข้าไปที่แอพไหนก็จัดการแตะที่พรีวิวหน้าจอแอพฯนั้น ส่วนถ้าอยากจะปิดการใช้งานแอพฯนั้น ๆ ก็แค่สบัดขึ้นไปด้านบนก็จะเป็นการปิดการทำงานแอพนั้นไปในทันที

 

Camera

 

กล้องถ่ายรูปใน iOS 7 ปรับปรุงใหม่มีการเพิ่มเติมฟิลเตอร์แต่งรูปภาพเข้ามา สามารถเลือกได้ว่าเราจะถ่ายภาพแบบเต็มเฟรมปกติหรือจะถ่ายที่อัตราส่วน 1:1 เหมือนเวลาที่เราเห็นบน Instagram ได้เลยทันที

 

Photos

 

สำหรับแอพฯจัดเก็บรูปภาพ Photos มีการปรับปรุงใหม่ให้ใช้งานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะคนที่ชอบเก็บรูปไว้ใน iPhone เยอะ ๆ จากนี้ไปอาจจะไถลหน้าจอน้อยลงก็เป็นได้เพราะแอปเปิ้ลทำให้ Photos สามารถแยกหมวดหมู่ได้ดีมากขึ้นทั้งแยกตามปี แยกตามความสำคัญของรูปภาพ ฯลฯ

 

AirDrop

ios-7_06

ในที่สุดก็มาตามข่าวซุบซิบสำหรับ AirDrop ชื่อนี้สำหรับคนที่ใช้ OS X 10.8 น่าจะคุ้น ๆ กันอยู่บ้าง บางคนเห็นแต่ไม่เคยใช้ หลายคนชอบใช้เพราะสะดวก ซึ่ง iOS 7 ได้เพิ่ม AirDrop เข้าไปเพื่อการโอนไฟล์ได้ง่ายมากขึ้นระหว่าง iOS ด้วยกันเอง และระหว่าง iOS กับ OS X

 

โดยการส่งไฟล์หากันผ่าน AirDrop ใน iOS 7 จะทำผ่าน Wi-Fi หรือ Bluetooth ตามที่แอปเปิ้ลบอกคือเราไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าเพิ่มเติมใด ๆ เราสามารถส่งรูปภาพ, วิดีโอ รวมถึงไฟล์ต่าง ๆ จากทุกแอพฯ ไปยังอีกเครื่องหนึ่งได้ในไม่กี่คลิก โดยระหว่างการส่งไฟล์ถ้ากลัวโดนดักข้อมูลจุดนี้แอปเปิ้ลบอกว่า AirDrop เป็นการส่งไฟล์ไร้สายที่มีการเข้ารหัส (Encrypted) ทำให้ปลอดภัยเรื่องการรับส่งไฟล์

 

อุปกรณ์ iOS ที่สามารถใช้ AirDrop ได้มีดังนี้

  • iPhone 5
  • iPod touch (5th Gen)
  • iPad (4th Gen)
  • iPad mini

 

Safari 

 

สำหรับ Safari ใน iOS 7 มาแนว ๆ ขาวโปร่ง รองรับการใช้งานร่วมกับ Twitter ได้ดีขึ้น เวลาเปิดหน้าเว็บหลาย ๆ หน้าแอปเปิ้ลทำ Tab View แบบมุมมองด้านบนทำให้เห็นหน้าเว็บที่เปิดอยู่หลายหน้าพร้อมกัน ไม่ใช่แค่เฉพาะหน้าเว็บที่กำลังเปิดแล้วต้องคอยเลื่อนซ้ายขวาไปมา หน้าเว็บไหนที่เราไม่อ่านแล้วก็จัดการปัดไปด้านข้างก็จะเป็นการปิดหน้าเว็บนั้น ๆ

 

Music และ iTunes Radio

 

ส่วนอื่น ๆ เปลี่ยนหมดไฉนเลย Music จะไม่เปลี่ยน โดยหน้าตาของ Music มาแนวขาว ๆ ใส ๆ นอกจากนั้นแอปเปิ้ลยังได้เพิ่มฟีเจอร์ iTunes Radio เข้ามาตามข่าวลือก่อนหน้า

ios-7_07

 

โดย iTunes Radio จะเป็นการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่ง (อย่าเข้าใจผิดคิดไปว่ารับคลื่น FM ได้นะ) โดยที่มีสถานีวิทยุเสมือนเปิดเพลงในแนวต่าง ๆ หรือเราสามารถตั้งค่าเกี่ยวกับสถานีเสมือนได้ว่าเราชอบเพลงแบบไหน ชอบเพลงของใคร เราก็จัดการตั้งค่าเองได้ด้วย

การฟัง iTunes Radio แอปเปิ้ลเปิดให้ฟังฟรีแบบมีโฆษณาคั้นระหว่างเพลง ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีโฆษณามาคั้นบ่อยแค่ไหน หรือถ้าต้องการฟังแบบไม่มีโฆษณาก็เพียงแค่สมัครใช้บริการ iTunes Match ปีละ $25 ก็จะได้ฟัง iTunes Radio แบบไม่มีโฆษณาได้ด้วย

 

สำหรับ iTunes Radio แอปเปิ้ลจะเปิดบริการในอเมริกาก่อนและจะทยอยเปิดบริการนี้ในประเทศต่าง ๆ เพิ่มเติม

 

ข้อควรระวังของการใช้ iTunes Radio คือบริการนี้เป็นการเผาผลาญดาต้า 3G/4G ในเครื่องชั้นดีชนิดที่ว่าฟังอยู่เพลิน ๆ 3G เกลี้ยงเลยก็เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่นผมใช้แพ็กเกจที่ความเร็ว 3G สูงสุด 2GB ถ้าเพลงที่ฟังผ่าน iTunes Radio ให้คุณภาพเทียบเท่าเพลงที่กดซื้อผ่าน iTunes Store เฉลี่ยเพลงความยาว 4 นาทีขนาดไฟล์ 10MB ถ้าฟังเพลิน ๆ สักชั่วโมงก็จะฟังได้ 15 เพลงเท่ากับว่าดาต้าหายไปแล้ว 150MB ยังไม่รวมกับที่เรากดเล่นนู้นนี่ใน iPhone อีกต่างหาก ถ้าฟังทุกวัน ๆ ละ 1 ชั่วโมงผ่าน 3G ผมจะใช้ดาต้าที่ความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 13 วันหรือน้อยกว่านั้น กลับกันถ้าเราอยู่ที่บ้านแล้วเปิดใช้ Wi-Fi กับ iTunes Radio ก็ไม่ต้องมากังวลอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ยังไงจุดนี้เมื่อ  iTunes Radio มาเปิดบริการในไทยเป็นทางการก็ระวัง ๆ กันสักนิด

 

สำหรับฟีเจอร์อื่น ๆ ของ iOS 7 ยอมรับว่าผมเขียนได้ไม่หมดเพราะเยอะมากจริง ๆ ใครสนใจอ่านเพิ่มเติมเข้าไปอ่านไปดูรูปได้ที่ apple.com/ios/ios7

กำหนดการออก iOS 7 สำหรับผู้ใช้งานทั่ว คาดว่าแอปเปิ้ลจะออกมาในช่วงเดือน ก.ย. – ต.ค.

เครื่องที่สามารถลง iOS 7 ได้มีดังนี้

  • iPhone 4
  • iPhone 4S
  • iPhone 5
  • iPod touch (5th Gen)
  • iPad 2
  • iPad (3rd Gen)
  • iPad (4th Gen)
  • iPad mini

 

 

About






  • Lh

    ละเอียดเลย :)

  • l2eaction

    มีแชร์รูปไป flickr ตามคาดการณ์จริงๆด้วยครับ
    แล้ว Air 64GB ก็กลายเป็นแรร์ไอเท่ม ใช่ไหม T_T