ทำความรู้จักกับเทคโนโลยี 3D Flyover Maps

ทำความรู้จักกับเทคโนโลยี 3D Flyover Maps

จากข่าวที่แอปเปิ้ลเริ่มทำโครงร่างของอาคารบ้านเรือนต่างๆ ในกรุงเทพฯ บนแผนที่ของแอปเปิ้ลบ้างแล้ว (ข่าวเก่า) หลายๆ คนคงอาจจะเคยนึกสงสัยว่าแอปเปิ้ลสามารถสร้างแบบจำลอง 3 มิติ ตามเมืองใหญ่ๆ บนแผนที่ได้อย่างไร วันนี้มีคำตอบค่ะ

 

flyover-maps_09

 

หลายๆ คนคงอาจจะเคยนึกสงสัยว่าแอปเปิ้ลสามารถสร้างแบบจำลอง 3 มิติ ตามเมืองใหญ่ๆ บน Apple Maps ได้อย่างไร ใช้คนสร้างแบบจำลองเมือง 3 มิติ? ต้องใช้คนจำนวนมากเท่าไหร่ ใช้เงินลงทุนสูงขนาดไหน กว่าจะได้แบบจำลองเมือง 3 มิติ ที่สมจริงสมจังขนาดนี้? ผลตอบรับจะคุ้มค่ากับที่ลงทุนไปหรือไม่? ถ้าใช้เทคโนโลยี ต้องใช้เทคโนโลยีสร้างแบบจำลอง 3 มิติ จากภาพจริงๆ อย่างไร? ใช้อัลกอริทึ่มอะไร? ใครเป็นคนคิดค้นเทคโนโลยีนี้? และคำถามอื่นๆ อีกมากมาย วันนี้เลยจะมาไขข้อข้องใจว่าแอปเปิ้ลใช้วิธีการใดกับ 3D Flyover Maps กันค่ะ

 

ก่อนอื่น ลองไปค้นหาข้อมูลว่าแอปเปิ้ลเคยซื้อหรือควบรวมกิจการบริษัทใดบ้าง ที่ทำกิจการเกี่ยวกับแผนที่ การนำทาง หรืออื่นๆ ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการทำ 3D Flyover Maps ได้ข้อมูลบริษัทที่แอปเปิ้ลเคยซื้อกิจการที่น่าสนใจ ดังนี้

  • 7 กรกฎาคม 2009 บริษัท Placebo เป็นบริษัททำแผนที่ สัญชาติสหรัฐอเมริกา
  • 14 กรกฎาคม 2010 บริษัท Poly9 เป็นบริษัททำแผนที่บนเว็บไซต์ สัญชาติแคนาดา
  • 1 สิงหาคม 2011 บริษัท C3 Technologies เป็นบริษัททำแผนที่แบบ 3 มิติ สัญชาติสวีเดน
  • 23 มีนาคม 2013 บริษัท WiFiSlam เป็นบริษัททำพิกัดแผนที่ภายในอาคาร

จากข้อมูลข้างต้น บริษัท C3 Technologies จึงน่าจะเป็นบริษัทที่เหมาะสมที่สุดที่แอปเปิ้ลนำมาใช้เป็นเทคโนโลยีหลักในการทำ 3D Flyover Maps

 

มาดูข้อมูลที่น่าสนใจของบริษัท C3 Technologies ว่าทำไมแอปเปิ้ลถึงสนใจเทคโนโลยีของบริษัทนี้

flyover-maps_01C3 Technologies เป็นบริษัทสัญชาติสวีเดน แยกตัวมาจากบริษัท Saab AB ที่ทำธุรกิจผลิตเครื่องบินรบและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับทางทหาร เมื่อปี 2007 โดย Mattias Astrom (CEO), Kjell Cederstrand (CFO) และ Ludvig Emgard (Product Manager) มีพนักงานประมาณ 50 คน ให้บริการข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ของเมืองในแบบจำลอง 3 มิติ มีจุดเด่นคือเน้นแบบจำลอง 3 มิติ ที่มีความละเอียดสูง และมีคุณภาพใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่จะใช้ทำแผนที่เมืองขนาดใหญ่มากๆ บนเว็บไซต์ เช่น Yellow pages เป็นต้น ถือได้ว่าเทคโนโลยี C3 เป็นเทคโนโลยีด้านแผนที่ที่ไม่ซ้ำใคร มีเพียงหนึ่งเดียวบนโลกใบนี้

แอปเปิ้ลซื้อบริษัท C3 Technologies เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2011 ด้วยราคาที่สูงถึง 267 ล้านเหรียญสหรัฐ (US$267,000,000) และยกเลิกการให้บริการกับลูกค้าทุกรายของบริษัท C3 Techonlogies ดังนั้นตอนนี้แอปเปิ้ลเป็นเพียงบริษัทเดียวที่สามารถใช้เทคโนโลยีของบริษัทนี้ได้ และในขณะนี้บริษัท C3 เป็นทีมหนึ่งในแผนก iOS ของบริษัทแอปเปิ้ล ชื่อ “Sputnik” โดยยังมีผู้ก่อตั้งบริษัท C3 Technologies ทั้ง 3 คนเป็นหัวหน้าทีม และทีมนี้ก็ยังทำงานกันอยู่ที่สวีเดนเหมือนเดิม

 

flyover-maps_04

 

 

เทคโนโลยี C3 เป็นเทคโนโลยีที่สามารถสร้างแผนที่ 3 มิติของเมืองที่มีความแม่นยำ, ละเอียด และคุณภาพสูงได้โดยแทบไม่ต้องใช้แรงงานมนุษย์ในการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ  ซึ่งช่วยให้ประหยัดทั้งเวลา แรงงาน และเงิน ได้มาก โดยการสร้างแผนที่ 3 มิติจะใช้กล้องถ่ายภาพกับเทคโนโลยี C3 ในการเก็บรายละเอียดข้อมูลของ ตึก บ้าน หรือวัตถุเล็กๆ ต่างๆ เช่น ต้นไม้ เป็นต้น และเทคโนโลยี C3 ยังสามารถผสมผสานใช้งานกับแผนที่แบบ 2 มิติ, ภาพถ่ายดาวเทียม, ภาพถ่ายแบบ Street View หรือภาพถ่ายที่ถ่ายด้วยฝีมือคน ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันได้อีกด้วย นับได้ว่าเทคโนโลยี C3 เป็นการผสมผสานและเปลี่ยนแปลงการใช้งานแผนที่และการสำรวจโลกเลยทีเดียว

หัวใจสำคัญของเทคโนโลยี C3

  • กระบวนการในการทำงานทุกอย่างเป็นแบบอัตโนมัติ 100% โดยใช้งานจากภาพถ่ายเท่านั้น
  • สร้างแผนที่ 3 มิติครอบคลุมพื้นที่เมืองใหญ่มากๆ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
  • คุณภาพและรายละเอียดของแผนที่ 3 มิติแถบชานเมืองหรือนอกเมือง มีคุณภาพสูงเช่นเดียวกับใจกลางเมือง
  • เน้น รายละเอียด, สี และรูปทรงต่างๆ ที่สมจริง

 

flyover-maps_03

 

เทคโนโลยี C3 ทำงานโดยใช้เครื่องบินที่มีการติดอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับบรรจุกล้องคุณภาพเดียวกันกับ DSLR (Professional-Grade Digital Single-Lens Reflex Cameras) บินสูงประมาณ 1,600 ฟุต (487.68 เมตร) ผ่านตามสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการ เพื่อถ่ายภาพจากทางอากาศ โดยมีการใช้กล้องหลักจำนวน 4 ตัวที่ตั้งให้หันไปตามทิศหลักทั้ง 4 ทิศ (เหนือ, ใต้, ตะวันออก และตะวันตก) และให้กล้องเอียงทำมุมกับพื้นเพื่อที่จะได้ภาพถ่ายจากด้านข้างด้วย ภายในเครื่องบินยังมีกล้องเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง (ไม่มีการเปิดเผยว่ามีจำนวนกล้องเพิ่มเติมทั้งหมดกี่ตัวเนื่องจากเป็นความลับ) จับภาพที่ทับซ้อนกันจากมุมที่มีการกำหนดไว้อย่างดีแล้วอีกหลายๆ มุม ซึ่งมีข้อมูลเพียงเท่านี้ก็เพียงพอกับการสร้างแผนที่ 3 มิติของเทคโนโลยี C3 แล้ว

หลังจากนั้นจะนำข้อมูลภาพถ่ายทั้งหมดมาประมวลผลกับซอฟท์แวร์ของบริษัท C3 โดยจะทำการเปรียบเทียบภาพถ่ายที่ทับซ้อนกันเป็นคู่ๆ เพื่อวัดความลึกที่แท้จริงของวัตถุนั้นๆ และนำมาสร้างเป็นแผนที่ 3 มิติ ซึ่งซอฟท์แวร์ที่ใช้ประมวลผลของบริษัท C3 เป็นซอฟท์แวร์ที่มีฟังก์ชันใช้นำทางขีปนาวุธที่ใช้ทางทหาร และได้ไอเดียจากเทคโนโลยีขีปนาวุธจรวดติดตาม ด้วยเหตุนี้ความถูกต้องแม่นยำของวัตถุเล็กที่สุดที่เทคโนโลยี C3 สามารถทำแผนที่ 3 มิติขึ้นมาจะอยู่ที่ขนาด 6 นิ้ว (ประมาณ 15 เซนติเมตร)

อัลกอริทึ่มที่เทคโนโลยี C3 ใช้ในการประมวลผล จะประมวลผลจาก Stereoscopic Depth (คือการเก็บข้อมูลภาพเป็นสามมิติหรือที่สามารถสร้างภาวะลวงตาให้เห็นความลึกของภาพนั้นได้) แต่อัลกอริทึ่มนี้ยังไม่สมบูรณ์ 100% เนื่องจากวัตถุที่เล็กที่สุดที่อัลกอริทึ่มนี้สามารถประมวลผลได้คือขนาด 6 นิ้ว อัลกอริทึ่มนี้มีความสมบูรณ์ราวๆ 98% แล้ว ส่วนอีก 2% ที่เหลืออาจจะยังต้องใช้คนในการทำแผนที่ให้สมบูรณ์

การใช้ข้อมูลจากภาพถ่ายเพื่อมาประมวลผล ไม่ต้องใช้การสร้างโมเดลจำลอง 3 มิติ หมายถึงว่า การทำงานของเทคโนโลยี C3 นั้นลดขั้นตอนและเวลาเป็นอย่างมาก และส่วนที่เหลือยังใช้ระบบอัตโนมัติ เป็นการสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพ, ลดต้นทุน และเวลา ได้เป็นอย่างดี

 

flyover-maps_05

 

ข้อมูลเพิ่มเติม: แอปเปิ้ลให้นิยามของการใช้งานแผนที่ 3 มิติไว้ว่า 3D Flyover Maps คือการเลือกดูพื้นที่ต่างๆ ได้จากทุกทิศทาง ทั้งทาง อากาศ ย่อ ขยาย เอียง หรือหมุนไปรอบๆ หรืออื่นๆ ด้วยภาพและรายละเอียดที่สมจริง เรียกได้ว่าเป็นแผนที่ที่ทำให้เราเสมือนกับบินดูแผนที่ได้จริงๆ เลยค่ะ

 

อัพเดท: ในขณะนี้มีเมืองที่สามารถใช้งาน 3D Flyover Maps ได้จำนวน เมือง ดังนี้

flyover-maps_12

flyover-maps_13

 

References:

 



You May Also Like:

แอปเปิ้ลเลิกจัดเทศกาลดนตรี Apple Music Festival หลังจัดงานมา 10 ปี

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ฉะนั้นไม่แปลกใจที่จะมีวันที่แอปเปิ้ลยุติบทบาทการจัดเทศกาลดนตรี iTunes Music Festival โดยแอปเป้ิลให้ข้อมูลออกมาแล้วว่าไม่จัดงานดังกล่าว ..

Apple ทุ่มกว่า 3 หมื่นล้าน ส่วน Netflix ทุ่มกว่า 2 แสนล้าน เพื่อทำหนัง/ซีรีส์ในปีหน้า

มีข่าวออกมาในระยะเวลาไล่เลี่ยกันทั้ง Apple และ Netflix เรื่องการทุ่มเงินทำหนัง/ซีรีส์ในระบบสตรีมมิ่งของตัวเอง Apple บอกทุ่มเงินกว่า 3 หมื่นล้าน Netflix บอกพร้อมทุ่มเงินกว่า 2 แสนล้านบาท ...คนละชั้นจริง ๆ ..

แอปเปิ้ลแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2017 รายได้ $45,400 ล้านดอลลาร์ กำไร $8,700 ล้านดอลลาร์ ยอดขาย iPad เพิ่มขึ้น 28%

แอปเปิ้ลแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2017 รายได้ $45,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไร $8,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ iPhone ยอดขายซบ สวนทาง iPad ยอดขายพุ่ง ..

Share

Tweet

Email