รีวิว : แบตฯสำรอง Energizer XP 6000 และ XP 3000

รีวิว : แบตฯสำรอง Energizer XP 6000 และ XP 3000

ชื่อ Energizer ขึ้นชื่อด้านแบตเตอรี่อยู่แล้วแบบไม่ต้องอธิบายกันมาก เราเคยรีวิวแบตเตอรี่สำรองของ Energizer ไปบ้างแล้ว ครั้งนี้กลับมารีวิวกับ Energizer XP 6000 และ XP 3000 แบตเตอรี่สำรองขนาด 6,000 มิลลิแอมป์และ 3,000 มิลลิแอมป์

 

Energizer XP 6000 และ XP 3000 รูปร่างหน้าตาเป็นทรงสี่เหลี่ยม โดยรุ่น XP6000 ที่จุปริมาณไฟเยอะกว่าจะมีขนาดหนากว่าประมาณเท่าตัว ตัวเครื่องมีสายชาร์จสำหรับชาร์จอุปกรณ์ต่าง ๆ มาให้ตามรุ่นที่ระบุซ่อนเก็บไว้ โดยสายชาร์จมีให้เลือก 2 รุ่นคือหัวแบบ Lightning สำหรับอุปกรณ์ iOS รุ่นใหม่ ๆ หรือเป็นหัวชาร์จแบบ Micro USB สำหรับโทรศัพท์อื่น ๆ หรือกล้องถ่ายรูปดิจิตอล โดยตอนซื้อต้องสังเกตตรงกล่องกันนิดนึงว่าเป็นหัวชาร์จแบบใด โดยถ้าเป็นหัวชาร์จ Lightning จะลงท้ายเป็นตัว A เช่น XP 3000A และถ้าเป็นหัวชาร์จแบบ Micro USB จะลงท้ายเป็น XP 3000M โดยทั้ง 2 รุ่นมีให้เลือกทั้งสีขาวและสีดำแล้วแต่ความชอบ

นอกจากสายชาร์จที่มีมาด้วยในตัวทั้งคู่ยังมีช่อง USB สำหรับเสียบชาร์จต่างหากอีกหนึ่งช่องอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ กัน ส่วนด้านข้างตัวเครื่องจะมีปุ่มเปิดปิดการใช้งานที่เป็นปุ่มเช็คสถานะแบตเตอรี่ด้วยว่าเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน โดยตอนกดจะมีสัญลักษณ์เป็นไฟสีฟ้า 4 ดวง ๆ ละ 25 เปอร์เซ็นต์

 

energizer-xp-series-2013_01

energizer-xp-series-2013_03

energizer-xp-series-2013_04

energizer-xp-series-2013_05

 

สำหรับสเป็คของ XP 6000 และ XP 3000 มีปริมาณไฟตามลำดับคือ 6,000 มิลลิแอมป์และ 3,000 มิลลิแอมป์ ทั้งคู่ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลีเมอร์ จุดต่างของทั้งคู่นอกจากเรื่องปริมาณไฟจะเป็นเรื่องการจ่ายไฟที่ทำได้ต่างกันโดย XP 3000 จะปล่อยไฟ 1A ทั้ง 2 ช่อง ส่วน XP6000 จะปล่อยไฟ 1A สำหรับหัวชาร์จที่ติดมากับเครื่อง และช่อง USB สำหรับเสียบสายแยกต่างหากจะปล่อยไฟที่ 2.1 A (เทียบเท่าที่ชาร์จ 10W ของแอปเปิ้ล) ซึ่งทำให้ชาร์จไฟเข้าเครื่องได้เร็วมากขึ้น

 

energizer-xp-series-2013_09

 

การใช้งาน XP 6000 และ XP 3000 ด้วยความที่มีสายแบบสั้น ๆ เป็นหัวชาร์จแต่ละแบบตามรุ่นมาด้วยในตัวทำให้เวลาชาร์จอาจจะจับถือไม่ถนัดทาง Energizer เลยแถมตัวดูดสำหรับติดกับพื้นผิวต่าง ๆ มาให้ด้วย โดยตอนชาร์จเราก็แค่นำแผ่นที่เป็นตัวดูดแปะเข้ากับด้านหลัง iPhone แล้วก็นำไปวางบนตัวแบตเตอรี่แล้วก็เสียบสายชาร์จเพียงเท่านี้ก็สามารถถือทั้งคู่ได้สะดวกมากขึ้น

 

energizer-xp-series-2013_07

energizer-xp-series-2013_08

 

ทั้ง XP3000 และ XP6000 สามารถชาร์จ iPhone 5 หรือ iPhone 5c ได้ดังนี้

  • XP3000 – สามารถชาร์จได้ 1 ครั้งเต็ม และอีกครั้งได้ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์
  • XP6000 – สามารถชาร์จได้ 2 ครั้งเต็ม และอีกครั้งได้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์

โดยการทดสอบผมปล่อยแบตเตอรี่ใน iPhone 5 และ iPhone 5c เหลืออยู่ในระดับโซนสีแดง 5-15 เปอร์เซ็นต์จึงนำ Energizer มาเสียบชาร์จครับ

 

energizer-xp-series-2013_10

energizer-xp-series-2013_14

 

สำหรับรุ่นที่เป็นหัวชาร์จแบบ Lightning จากที่มีข่าวว่าพออัพเดทอุปกรณ์เป็น iOS 7 แอปเปิ้ลมีการเช็คด้วยว่าหัวต่อเป็นของจริงหรือของปลอม จุดนี้ทาง Energizer ใช้หัวชาร์จที่ได้รับอนุญาตจากแอปเปิ้ล (MFi) ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด จากที่ลองหัวต่อแบบ Lightning ของ Energizer สามารถชาร์จอุปกรณ์ที่ใช้ iOS 7 ได้ไม่มีปัญหา

 

energizer-xp-series-2013_15

 

ความสะดวกในการใช้รุ่นที่เป็นหัวต่อ Lightnng ดีสำหรับคนที่มี iPhone, iPad รุ่นที่รองรับและไม่ค่อยได้พกอุปกรณ์อื่น ส่วนรุ่นที่เป็นหัวต่อ Micro USB สะดวกสำหรับคนที่มีหลายอุปกรณ์เช่น iPhone, กล้องถ่ายรูป ที่ใช้หัวต่อคนละแบบ จุดนี้ถ้าผู้อ่านมีหัวแปลงจาก Micro USB มาเป็น Lightning ที่แอปเปิ้ลขายแยกสามารถนำมาต่อกับรุ่นที่เป็นหัว Micro USB ก็จะสะดวกสำหรับการนำไปชาร์จกับอุปกรณ์ที่ใช้ทั้ง Lightning และ Micro USB แต่ทั้งนี้เมื่อนำอแดปเตอร์ต่อเข้าไปเวลาเก็บสายชาร์จจะเข้าไปได้ไม่สุดเหมือนปกติ

 

energizer-xp-series-2013_13

 

จากที่ใช้งานถ้าเป็นมนุษย์เมืองเช้าตื่นมาไปเรียนไปทำงานเย็นเลิกเรียนเลิกงาน XP3000 ตอบโจทย์ได้เรื่องการใช้งานระหว่างวันในเรื่องของขนาดและน้ำหนักในการพกพา ส่วนถ้าเป็นผู้ที่ใช้งานหนักใช้เยอะ XP6000 ตอนสนองได้แต่ก็ต้องแลกกับขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาด้วย

จุดที่ไม่ชอบจากที่ได้ใช้งานคงเป็น XP6000 ที่มีขนาดใหญ่ไปหน่อยในการพกใช้งานระหว่างวัน ซึ่งช่วงที่ทดสอบผมพกทั้งคู่ออกไปทดสอบพร้อม ๆ กันอยู่หลายวัน แต่พอถึงจุดหนึ่งเรารู้ตัวเองแล้วว่าช่วงนี้เราเป็นมนุษย์เมืองเช้าตื่นออกไปนอกบ้าน ค่ำ ๆ กลับถึงบ้านเจ้า XP3000 ตอบสนองได้สำหรับการใช้ชาร์จไฟระหว่างวัน 1 ครั้ง ไม่จำเป็นต้องใช้ XP6000 ให้หนักกระเป๋าเพิ่มขึ้น ยกเว้นว่าใช้อุปกรณ์ 2 เครื่องระหว่างวันพร้อม ๆ กันและคิดว่าแบตเตอรี่ต้องหมดแน่ ๆ แบบนี้ XP6000 ตอบโจทย์กว่า

โดยรวมแบตเตอรี่เสริมของ Energizer ทำได้ดีตามมาตรฐาน หัวชาร์จแบบ Lightning ไว้ใจได้ว่าชาร์จได้แน่เพราะได้รับลิขสิทธิ์ MFi จากแอปเปิ้ล ไส้ในแบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลีเมอร์ขณะชาร์จไม่ร้อนมาก

 

energizer-xp-series-2013_12

 

 

จุดสังเกต

  • มีสายชาร์จหัว Lightning หรือ Micro USB มาให้ด้วยในตัว
  • รุ่น XP3000 ขนาดบาง ๆ พกสะดวก
  • ทั้ง 2 รุ่นรับประกัน 3 ปี

 

ราคา :

  • XP3000M (Micro USB) – 1,790 บาท
  • XP3000A (Lightning for Apple Devices) – 2,090 บาท
  • XP6000M (Micro USB) – 2,790 บาท
  • XP6000A (Lightning for Apple Devices) – 3,090 บาท

 

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : energizerpowerpacks.com

 

หาซื้อสินค้าได้ที่ :

  • iStudio by Copperwired
  • .Life
  • IT CITY
  • Power Mall
  • Power Buy
  • Loft
  • Blink 7 @ MBK
  • Talk About IT @ Central Ladprao
  • Kun Show Case @ IT Square
  • UP 2 U @ Fashion Island

 



You May Also Like:

Gosh – JouleHaute แบตเตอรี่เสริม 8,000 มิลลิแอมป์

แบตเตอรี่เสริมหรือพาวเวอร์แบงค์เหมือนกลายเป็นของจำเป็นสำหรับหลายคนไปแล้ว ซึ่งเรามีแบตเตอรี่เสริมของ Gosh - JouleHaute มาให้ดูกัน ..

THE COOPIDEA – NOMAD อะแดปเตอร์และแบตเตอรี่เสริมในอันเดียวกัน

เป็นทั้งอะแดปเตอร์ชาร์จไฟบ้านและแบตเตอรี่เสริมในอันเดียวกันสำหรับ THE COOPIDEA - NOMAD มาพร้อมช่อง USB 2 ช่องจ่ายไฟ 2.1 A และ 1 A อย่างละช่อง มีหัวปลั๊กรองรับการใช้ทั่วโลกมาให้ในกล่อง ..

Nomad – Pod for Apple Watch (แท่นชาร์จและแบตเตอรี่เสริมสำหรับ Apple Watch)

Nomad - Pod for Apple Watch เป็นแท่นชาร์จที่มีแบตเตอรี่ในตัวเหมาะสำหรับคนที่หาวิธีชาร์จ Apple Watch ขณะเดินทางไปไหนนาน ๆ  ..

Share

Tweet

Email