รีวิว : iPad mini with Retina Display

รีวิว : iPad mini with Retina Display

iPad mini with Retina Display ตัวเล็กสเป็คจัดเต็มทำคนจะซื้อสับสนว่าจะซื้อ iPad Air หรือ iPad mini with Retina Display ดีกว่ากัน ลองมาอ่านรีวิวก่อนตัดสินใจจ่ายเงินดีกว่า

สำหรับ iPad mini with Retina Display รูปร่างหน้าตาเหมือนกับรุ่นเดิมเป๊ะ เครื่องที่เราได้มาเป็นสีเทา Space Gray เป็นสีที่สังเกตได้ชัดเจนสุดเวลาเห็นรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ ส่วนเครื่องสีขาวเหมือนเดิมแยกไม่ออก อีกสองจุดถ้านำมาถือเทียบกับคือเรื่องน้ำหนักตัวเครื่องของ iPad mini with Retina Display จะหนักกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย และความหนาที่เพิ่มขึ้นอีก 0.3 ม.ม. จุดที่ปรับปรุงภายนอกคือแอปเปิ้ลเพิ่มไมโครโฟนเข้ามาเพิ่มอีกตัวบริเวณด้านหลังเครื่องช่วยตัดเสียงรบกวนเวลาใช้คุย FaceTime , Skype หรือขณะบันทึกวิดีโอได้ดีขึ้น นอกนั้น iPad mini with Retina Display ไม่ได้มีอะไรต่างจากเดิม

 

ipad-mini-retina-display_04

ล่าง : iPad Air / บน : iPad mini with Retina Display

.

ipad-mini-retina-display_03

ซ้าย : iPad mini / กลาง : iPad mini with Retina Display / ขวา : iPad Air

.

ipad-mini-retina-display_05

ซ้าย : iPad mini / ขวา : iPad mini with Retina Display

.

ด้านสเป็คเครื่องอย่างที่ทราบกันดีว่าครั้งนี้แอปเปิ้ลทำ iPad Air และ iPad mini with Retina Display เป็นสเป็คเดียวกันทำให้คนที่จะเลือกซื้อก็ลำบากใจไม่น้อยเพราะไม่รู้ว่าจะตัดสินใจซื้อหน้าจอใหญ่หรือหน้าจอเล็กดีกว่ากัน โดยเสเป็คของ iPad mini with Retina Display ใช้ชิป A7 ความเร็ว 1.3GHz (ใน iPad Air ชิป A7 ความเร็ว 1.4GHz) แรมมาในเครื่อง 1GB, กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล ส่วนพื้นที่ใช้งานมีให้เลือกตั้งแต่ 16, 32, 64 และเป็นครั้งแรกที่ iPad mini มีพื้นที่ให้เลือกถึงระดับ 128GB เรียกว่าสเป็คเดียวกันพื้นที่การใช้งานก็มีเหมือน ๆ กับ iPad Air ทุกกระเบียดนิ้ว ซึ่งรุ่นที่เราใช้ทดสอบเป็นรุ่น Wi-Fi ความจุ 32GB เหลือพื้นที่ใช้งานจริงประมาณ 27GB ซึ่งเรื่องพื้นที่การใช้งานถ้าจะซื้อใช้งานยาว ๆ หรือใช้แบบลืมซิงค์ข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ก็คำนวณดี ๆ

 

ipad-mini-retina-display_01

 

ภาพรวมสเป็คเครื่องของ iPad mini with Retina Display ต้องบอกว่าเกินความคาดหมาย เพราะก่อนจะเปิดตัวใครต่อใครก็คิดว่าสเป็คคงต่ำกว่า iPad Air แต่พอออกจริงสเป็คแบบนี้ถือว่าแอปเปิ้ลคิดใหม่ทำใหม่ไม่กั๊กในส่วนนี้แล้ว ทำให้เมื่อเทียบความแรงของ iPad mini with Retina Displa กับ iPad mini รุ่นแรกตัวเลขจากแอปฯ Geekbench 3 ออกมาห่างราว ๆ 5 เท่า ซึ่งก็ไม่แปลกใจอะไรเพราะตัวเดิมคือสเป็ค iPad 2 ที่ออกมา 2 ปีกว่าแล้ว ส่วนเทียบกับ iPad Air ผลที่ได้ออกมาพอ ๆ กัน

 

ipad-mini-retina-display_18

ล่าง : iPad Air / กลาง : iPad mini / บน : iPad mini with Retina Display

.

ในการใช้งานจริงของ iPad mini with Retina Display ถ้าเอามาเทียบกับ iPad mini รุ่นแรกอันนี้เห็นผลมากเรื่องความฉับไวที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องมานั่งสังเกตอะไรมาก การเข้าออกแอปฯ การใช้งานแอปฯต่าง ๆ ที่ทำได้ดีขึ้นมาก ก็ด้วยสเป็คที่ห่างกันอยู่ 2 ปีอะไร ๆ ย่อมต้องดีกว่าอยู่แล้ว

 

การจับถือเครื่อง

 

ครั้งก่อนในรีวิว iPad Air มีสาว ๆ ที่อ่านรีวิวแล้วส่งฟีดแบคกลับมาว่ามีแต่รูปที่เป็นมือผู้ชายถือเครื่องไม่รู้ว่าพอเป็นมือผู้หญิงแล้วจะเป็นยังไง ครั้งนี้ผมขอแก้ตัวด้วยภาพการถือเครื่อง iPad mini with Retina Display และ iPad Air ที่ใช้มือผู้หญิงถือเครื่องมาให้ดูกันว่า แต่ละเครื่องเวลาอยู่ในมือผู้หญิงเป็นอย่างไร

จากรูปข้างต้นถ้าเป็นมือผู้หญิงทั่วไป iPad mini with Retina Display สามารถกางมือถือเครื่องได้ด้วยมือเดียว การจับสองมือก็ดูพอเหมาะกับมือสาว ๆ ซึ่งเมื่อเทียบกับ iPad Air แล้วมือผู้หญิงไม่สามารถกางออกมาจับมือเดียวได้ ถ้าจะถือมือเดียวก็ต้องจับเครื่องแบบถือหนังสือเวลาอ่านหน้าชั้นเรียนที่เอามือจับด้านบนเครื่องแล้ววางไว้บนแขน

 

ipad-mini-retina-display_09

ipad-mini-retina-display_10

ipad-mini-retina-display_12

ipad-mini-retina-display_13

 

ส่วนการถือเครื่อง iPad mini with Retina Display อยู่ในมือผู้ชายถ้าผู้หญิงกางมือถือเครื่องได้ผู้ชายก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เพราะด้วยสรีระของผู้ชายทั่วไปมือใหญ่กว่าผู้หญิง ส่วนการถือแบบสองมือถ้าเป็นคนมือใหญ่มากหน่อยการถือเครื่องก็ต้องร่น ๆ เครื่องมาอยู่ที่ปลายมือเล็กน้อยเพราะถ้าจับเครื่องเข้าไปเต็มอุ้งมือนิ้วโป้งก็จะหน้าจอได้เหมือนกัน ต้องเอานิ้วโป้งมาพักไว้บริเวณขอบตัวเครื่องซ้ายขวา

 

ipad-mini-retina-display_16

ipad-mini-retina-display_17

 

 

หน้าจอ

ความคมชัดของหน้าจอ Retina Display เป็นสิ่งที่ทุกคนเดาทางแอปเปิ้ลได้ตั้งแต่เริ่มมี iPad mini รุ่นแรกว่าเดี๋ยวพอรุ่นที่สองออกก็จะทำเป็นจอ Retina Display ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ โดยความคมชัดของจอช่วยให้เราอ่านตัวหนังสือต่าง ๆ ได้สบายตามากขึ้นเพราะตัวหนังสือที่แสดงผลคมชัดมากขึ้นกว่าเดิม ข้อแตกต่างของจอธรรมดากับจอ Retina Display เห็นชัดกับตัวหนังสือขนาดเล็กถ้าเป็นจอเดิมตัวหนังสือเล็ก ๆ จะเห็นขอบตัวหนังสือไม่คม พอเป็นจอ Retina Display ตัวหนังสือเดียวกันนี้เราสามารถกวาดสายตาอ่านได้ดีขึ้นเพราะเห็นตัวหนังสือชัดขึ้น

กดที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่เห็นรายละเอียดชัดเจน

ipad-mini-retina-display_19

 

นอกจากเรื่องตัวหนังสือที่คมชัดมากขึ้น จอ Retina Display ก็ยังมีผลทำให้เวลาดูรูปทั่วไปดูชัดเจนมากขึ้นด้วย เรื่องนี้สำหรับคนที่ใช้ iPhone 4 ขึ้นไป หรือ iPad 3 ขึ้นไป คงไม่ได้รู้สึกอะไรมากนักเพราะเราชินกับความคมชัดระดับนี้อยู่แล้ว ส่วนคนที่ข้ามจาก iPad รุ่นแรกก็ดี iPad 2 ก็ดี หรือ iPad mini รุ่นแรกก็ดี จะรู้สึกว่าหน้าจอคมชัดมากขึ้นจริง ๆ

เรื่องหน้าจอมีอีกประเด็นที่ทำให้ใครหลายคนไม่ตัดสินใจซื้อ iPad mini with Retina Display เพราะหน้าจอดันแสดงสีสันได้ไม่สดและสมจริงเท่ากับหน้าจอ iPad Air ซึ่งเรื่องนี้ผมเองก็สังเกตเห็นกับตัวและในเว็บต่างประเทศที่ทำการทดสอบก็บอกตรงกับที่ผมเห็นคือจอ iPad mini with Retina Display แสดงสี (Garmut) ได้แคบกว่า iPad Air และแท็บเล็ตอื่นทำให้การนำ iPad Air และ iPad mini with Retina Display มาเปิดรูปเดียวกันจะเห็นข้อแตกต่างเรื่องนี้ที่หลายคนบอกว่าเห็นชัดเลยว่าจอของ iPad mini with Retina Display แสดงรูปภาพต่าง ๆ ได้สีที่ซีดกว่า iPad Air จุดนี้จำเลยตกไปอยู่ที่แอปเปิ้ลใช้ของห่วยกว่า iPad Air หรืออย่างไรกันแน่ กรณีนี้ทำให้ผมนึกไปถึงตอน iPhone 5 กับ iPod touch (5th Generation) ที่แม้เป็น Retina Display เหมือนกัน คมชัดเหมือนกัน แต่คุณภาพของจอก็แตกต่างกันเมื่อนำมาวางเทียบข้างกัน

(รูปภาพดอกไม้และพริกจาก : apple.com/iphone-5s/camera/gallery)

 

ipad-mini-retina-display_20

ipad-mini-retina-display_21

ipad-mini-retina-display_22

 

จากที่ใช้จริงเรื่องสีหน้าจอที่แสดงผลได้ไม่ดีเมื่อเทียบกับ iPad Air ถ้าใช้ทั่วไปอยู่เครื่องเดียวเราไม่มีตัวเปรียบเทียบก็จะไม่รู้สึกอะไรว่าสีจืด ถ้าคุณใช้งานทั่วไปเช่นใช้อ่านเว็บ อ่านนิตยสารดิจิตอล ใช้พิมพ์เอกสาร เรื่องสีจืดอาจจะไม่ได้เป็นประเด็นอะไรนัก แต่ถ้าต้องการความเที่ยงตรงของการแสดงสีเช่นใช้งานร่วมกับงานถ่ายภาพ, หรือทำม็อกอัพเว็บที่ต้องแสดงสีให้ถูกต้อง iPad mini with Retina Display คงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสักเท่าไหร่

 

 

กล้องถ่ายรูป

จากที่ได้ลองกล้องถ่ายรูปของ iPad mini with Retina Display ส่วนตัวผมคิดว่าแอปเปิ้ลปรับปรุงมาไม่เยอะไม่เหมือนของ iPad Air กับ iPad 4 ที่เห็นความต่างกันพอควร โดยกล้อง iPad mini with Retina Display เทียบกันรูปต่อรูปเหมือนแอปเปิ้ลจะปรับปรุงเล็กน้อยในเรื่องความชัดใสของภาพ สีสันของภาพที่ออกมาสีเข้มกว่าเดิมนิดหน่อย

 

ipad-mini-retina-display_23

ipad-mini-retina-display_24

ipad-mini-retina-display_25

ipad-mini-retina-display_26

ipad-mini-retina-display_27

ipad-mini-retina-display_28

 

ลำโพง

 

สำหรับลำโพงของ iPad mini with Retina Display ผมลองฟัง ๆ เทียบกับ iPad mini เดิมมีเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย คือไม่ได้ดีขึ้นนะครับ แต่บุคลิกเสียงเปลี่ยนไปจากเดิมคือที่จะออกทึบ ๆ เป็นเสียงที่โปร่งขึ้นนิดหน่อย เวลาฟังเพลงที่เน้นเสียงนักร้องจะเห็นข้อแตกต่างอยู่พอควร ส่วนเสียงเบสเสียงต่ำยังโดนกลืนเหมือนเดิม

 

ipad-mini-retina-display_08

 

ซึ่งพอนำมาเทียบกับลำโพงของ iPad Air จะเห็นข้อแตกต่างเรื่องความกังวาลของเสียงที่ลำโพงของ iPad Air ทำได้ดีกว่า รวมถึงความแน่นของเสียงจากลำโพงที่ iPad mini with Retina Display สู้ iPad Air ไม่ได้

เอาจริง ๆ เรื่องนี้ก็อาจจะไม่ได้เป็นประเด็นอะไรมากเพราะถ้าต้องการเสียงที่ดีมากจริงก็ต่อหูฟังหรือต่อลำโพงดีกว่าอยู่แล้ว ขอแค่ให้เสียงดังฟังได้ชัดก็พอแล้ว

 

 

ความร้อนตัวเครื่อง

ความร้อนตัวเครื่องของ iPad mini with Retina Display เป็นอีกประเด็นที่ผมให้น้ำหนักมากอยู่เหมือนกัน เพราะเป็น iPad mini รุ่นแรกที่มาใช้จอ Retina Display ที่ใช้พลังงานมากขึ้น เครื่องต้องประมวลผลมากขึ้น ช่างเหมือนกับตอนที่เปลี่ยนจาก iPad 2 มาเป็น iPad 3 แล้วมีประเด็นว่าเครื่องร้อนมากขึ้นยังไงยังงั้น

ซึ่ง iPad mini with Retina Display ก็หนีไม่พ้นเรื่องความร้อนที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ iPad mini รุ่นแรกที่เปิดใช้งานแบบเดียวกันตัวเครื่อง iPad mini with Retina Display จะอุ่น ๆ ขึ้นอย่างรู้สึกได้ โดยความร้อนความอุ่นถามว่าพอ ๆ กับ iPad Air รึเปล่าก็พอ ๆ กันแต่ iPad mini ตัวเล็กกว่าเลยรู้สึกว่าความร้อนแผ่ขยายทั่วด้านหลังเครื่อง ส่วน iPad Air จะอุ่น ๆ อยู่เฉพาะจุดไม่อุ่นทั่วด้านหลังเครื่อง แต่ก็ไม่ถึงขนาดว่าร้อนเหมือนตอน iPad 3 ที่แบบว่าเครื่องร้อนจนไม่อยากถือเครื่อง ในการใช้งานทั่วไปผมเปิดวิดีโอบน YouTube ทั้ง 2 เครื่องพร้อมกันเลือกให้เล่นไฟล์แบบ 1080p ในระยะเวลาประมาณ 30 นาทีแล้ววัดอุณหภูมิ ความร้อนของ iPad mini with Retina Display ขึ้นมาที่ 36.5 องศาเซลเซียส ส่วน iPad mini รุ่นแรกอุณหภูมิต่ำกว่า 36 องศาเซลเซียสซึ่งแถบวัดอุณหภูมิที่ใช้ไม่สามารถบอกอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 36 และสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสได้

 

ipad-mini-retina-display_31

iPad mini with Retina Display

.

ipad-mini-retina-display_30

iPad mini

.

ส่วนการทดสอบแบบฮาร์ดคอร์เพราะอยากรู้ว่าเครื่องจะร้อนไปถึงระดับไหนกัน ผมเปิดวิดีโองานเปิดตัว iPhone 5s/iPhone 5c บน YouTube ความยาว 1.23 ชั่วโมงวนซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่ 6 โมงเช้าจนถึง 11 โมง หันมาจับเครื่องอีกทีพบว่าเครื่องร้อนมากสุด ๆ ลองวัดอุณหภูมิด้วยแถบวัดไข้ก็ทะลุเกิน 40 องศาเซลเซียส จากที่จับเองก็ร้อนมือมากคิดว่าอุณหภูมิจริงน่าจะมากกว่า 43 องศาเซลเซียส และจากนั้นลองดูว่าอุณหภูมิจะลดลงมาในระดับปกติเร็วแค่ไหนก็เลยลองปิดวิดีโอปิดหน้าจอแล้วรอเวลา พบว่าในเวลา 15 นาทีจากที่เครื่องร้อนมาก ๆ จนจับไม่ได้อุณหภูมิลงมาเหลือ 36.5 องศาเซลเซียสในระดับที่ปกติเราจับถือเครื่องได้แล้ว จุดนี้อุณหภูมิลดลงมาเกือบ ๆ 10 องศาเซลเซียสในเวลา 15 นาทีผมเองบอกไม่ได้ว่าช้าหรือเร็วยังไงลองช่างใจกันเองอีกทีนะครับ

 

แบตเตอรี่

สำหรับแบตเตอรี่ใน iPad mini with Retina Display แอปเปิ้ลเพิ่มปริมาณไฟขึ้นมาจากเดิมราวสองพันมิลลิแอมป์เป็น 6,471 มิลลิแอมป์ เพื่อให้ได้ตัวเลขว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 10 ชั่วโมง

ซึ่งในการใช้งานจริงระหว่างทดสอบเครื่องผมชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้งจากนั้นใช้งานทั่วไปเปิดดูเว็บบ้าง, ใช้เล่นทวิตเตอร์บ้าง, เปิดเพลงในเครื่องฟังบ้าง เปิดวิทยุแบบสตรีมมิ่งฟังบ้าง ทั้งหมดใช้งานเป็นช่วง ๆ แบบไม่ต่อเนื่องครั้งแรกตัวเลขออกมาได้ใกล้เคียงกับที่เคยทดสอบ iPad Air คือประมาณ 14 ชั่วโมง ส่วนครั้งที่สองผมเจาะจงใช้งานเครื่องบ่อยขึ้นถี่ขึ้นและจากการทดสอบความร้อนตัวเครื่องมีบางช่วงที่ผมเปิดวิดีโองานเปิดตัว iPhone 5s/iPhone 5c ใน YouTube ทิ้งไว้ด้วย 5 ชั่วโมงแบบต่อเนื่อง รวมกับการใช้ Pages พิมพ์รีวิวนี้ด้วยอีกราว ๆ 1 ชั่วโมง ใช้งานทั่วไปเรื่อย ๆ เป็นช่วง ๆ ตลอดทั้งวัน มีเปิดให้เครื่องดาวน์โหลดหนังขนาดไฟล์ 5GB จาก iTunes Store ปล่อยทิ้งไว้ด้วย ดาวน์โหลดเสร็จเปิดดูหนังเรื่องดังกล่าวต่อ ตัวเลขระยะเวลาการใช้งาน (Usage) ทำได้ที่ 10 ชั่วโมง

ipad-mini-retina-display_32

 

จากการทดสอบทั้ง 2 ครั้งต่างลักษณะการใช้งาน iPad mini with Retina Display ทำเรื่องนี้ได้ดีไม่น่าผิดหวังอะไร ซึ่งถ้าใช้งานแบบทั่วไปไม่ได้เล่นเกมต่อเนื่องหรือเปิดดูหนังดูซีรีย์หลาย ๆ ชั่วโมงติดต่อกัน การใช้งานเกินระดับ 10 ชั่วโมงทำได้สบาย ๆ ส่วนจะเกินมากเกินน้อยอยู่ที่เราว่าใช้เครื่องบ่อยแค่ไหน หรือถ้าใช้งานหฤโหดมาก ๆ ใช้งานต่อเนื่องเกือบทั้งวันคงเหมือนกับการทดสอบครั้งที่ 2 ที่ระยะเวลาการใช้งานเครื่องลดลงมาแต่ก็ยังอยู่ในระดับ 10 ชั่วโมงได้หายห่วง ทั้งนี้ผมคิดว่าระยะเวลาอาจจะน้อยกว่านี้ถ้าเครื่องเป็นรุ่น Cellular+Wi-Fi ที่ต้องมีการใช้ 3G ควบคู่ไปด้วยในการใช้งาน

 

ส่วนจุดที่ไม่ปลื้มใจแอปเปิ้ลเกี่ยวกับเรื่องแบตเตอรี่คงเป็นอแดปเตอร์ชาร์จไฟที่แอปเปิ้ลให้มาในกล่องเป็นแบบ 10W ที่ปัจจุบันใน store.apple.com/th ไม่มีขายแล้ว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ก็ไม่รู้ว่าแอปเปิ้ลจะกั๊กเรื่องนี้ไปทำไมน่าจะให้รุ่น 12W ที่เป็นรุ่นปัจจุบันมาเลยดีกว่า โดยการชาร์จแบตเตอรี่จากอแดปเตอร์ 10W ให้ iPad mini with Retina Display ใช้เวลาราว ๆ ชั่วโมง 3.45 ชั่วโมง (จาก 5-100 เปอร์เซ็นต์)

 

สรุป

iPad mini with Retina Display น่าใช้หรือไม่? น่าใช้ครับถ้าไม่ติดประเด็นเรื่องสีหน้าจอทำได้ชืดกว่า iPad Air ถือว่า iPad mini with Retina Display เป็นเครื่องที่น่าใช้งานครับ แต่พอมาตกม้าตายเรื่องสีสันหน้าจอที่ทำได้ไม่ดีอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนที่อยากได้เครื่องเล็กพริกขี้หนูเก่งรอบด้านทำได้เหมือนรุ่นใหญ่ก็ต้องคิดกันหน่อยว่าจะยอมรับได้หรือไม่ว่าสีหน้าจอจืดไป ยิ่งถ้าต้องทำงานเกี่ยวกับรูปภาพการเลือก iPad mini with Retina Display คงไม่เหมาะ ส่วนใช้งานทั่วไปและไม่ได้ติดใจประเด็นเรื่องสีหน้าจอถือว่า iPad mini with Retina Display เป็นเครื่องที่น่าใช้งานมากด้วย

 

จุดสังเกต

  • หน้าจอคมชัดมาก
  • สีหน้าจอจืดกว่าที่ควรจะทำได้
  • กล้องปรับปรุงดีกว่ารุ่นเดิมแต่ไม่ได้ว้าวอะไร
  • แบตเตอรี่ทำได้ในระดับน่าพอใจ
  • ตัวเครื่องจะอุ่น ๆ ถ้าใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน

 

ราคา :

รุ่น Wi-Fi

  • 16GB – 13,400 บาท
  • 32GB – 16,900 บาท
  • 64GB – 20,400 บาท
  • 128GB – 23,900 บาท

รุ่น Wi-Fi + Cellular

  • 16GB – 17,900 บาท
  • 32GB – 21,400 บาท
  • 64GB – 24,900 บาท
  • 128GB – 28,400 บาท

 

 

 



You May Also Like:

แอปเปิ้ลปรับราคา iPad ทุกรุ่นลงเล็กน้อย

การปรับราคาครั้งนี้ส่งผลกับ iPad แทบทุกรุ่นโดยเฉพาะ iPad Pro ที่มีการปรับราคาลงมาทำให้ความน่าสนใจในการเลือกซื้อมีเพิ่มขึ้น ..

ซองและเคสสำหรับ iPad mini จาก incase

ได้รับซองและเคสสำหรับ iPad mini จาก incase มา 3 แบบ หลัก ๆ ไว้สำหรับใช้ร่วมกับ iPad mini 2 และ 3 มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้างติดตามกันได้ ..

iPad mini 4 ชิป A8 ความเร็ว 1.5GHz และมีแรม 2GB

เป็นคำถามคาใจเมื่อ 2 วันก่อนตอนที่เห็นสเป็ค iPad Pro ว่ามีแรม 4GB แล้วน้องเล็ก iPad mini 4 มีแรมเท่าไหร่ 1GB หรือ 2GB กันแน่ ตอนนี้มีคำตอบแล้วว่า iPad mini 4 มีแรมมาในเครื่อง 2GB ..

Share

Tweet

Email