แอปฯเบิร์นหูฟัง – Head Burn

แอปฯเบิร์นหูฟัง – Head Burn

การเบิร์นหูฟังสำหรับนักฟังเพลงตัวยงมีแนะนำกันหลายวิธี เช่นใช้เพลงที่เราฟังนี่แหละเปิดไปเรื่อย ๆ หรืออย่างใช้เพลงที่มีเสียงเครื่องดนตรีครบมาเปิดเบิร์นหูฟัง 100-200 ชั่วโมงบ้างแล้วแต่เทคนิคของใคร ซึ่งครั้งนี้เรามีแอปช่วยเบิร์นหูฟังมาแนะนำในชื่อ Head Burn

สำหรับ Head Burn เป็นแอปของคนไทยทำมาเอาใจนักฟังเพลงโดยเฉพาะ ตัวแอปฯทำออกมาสำหรับเบิร์นหูฟังโดยเฉพาะมีเสียง Noise ให้เลือกใช้งาน 3 ย่านความถี่ด้วยกันได้แก่

head-burn_06

 

Pink Noise – สัญญาณ Pink Noise เป็นสัญญาณ ค่าความดัง จะเท่ากันในทุกย่านความถี่ สมการคือ เมื่อมีความดังเท่ากัน ในขณะที่ความถี่เขยิบสูงขึ้นค่าพลังงานที่ได้จะลดลงจึงเหมาะเอาไปใช้ในการตรวจสอบอุปกรณ์มากกว่า (ค่าพลังงานต่อ Hz) สัญญาณ Pink Noise ในแต่ละ Octave มีค่าพลังงานเท่ากันทั้งหมด (-3dB ต่อ Octave)

White Noise  White noise ค่าพลังงานทางไฟฟ้าที่ออกมา จะเท่ากัน เพราะฉะนั้นถ้าเราเอาไปใช้โดยไม่ระวังอาจทําให้อุปกรณ์เสียหายได้

Brown Noise  สัญญาณ Brown Noise รู้จักกันดีในชื่อว่าสัญญาณ Brownian Noise หรือ Red Noise ค่าพลังงานอยู่ที่ 6dB ต่อ Octave (ใช้สําหรับ Burn ลําโพงเสียงกลางและลําโพงเสียงต่ำ)

head-burn_02

 

แล้วเหตุใดเราต้องเบิร์นหูฟัง ?

เนื่องจากหูฟังที่เพิ่งแกะกล่องออกมาใหม่ ๆ เสียงอาจจะยังให้เสียงไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ผู้ผลิตอยากให้เป็น เสียงที่ได้แม้เป็นหูฟังรุ่นเดียวกันแต่ตัวหนึ่งถ้าผ่านการฟังมานานแล้วเสียงที่ได้ก็จะเป็นคนละเสียงกับหูฟังใหม่แกะกล่องบางคนอยากให้เสียงของหูฟังที่เพิ่งซื้อมาใหม่เหมือนกับเสียงหูฟังที่ผ่านการใช้งานมานานแล้ว

ส่วนว่าจำเป็นต้องเบิร์นหูฟังใหม่ทุกครั้งทุกคนหรือไม่ จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นเพราะหูฟังที่เราซื้อมาใหม่ก็สามารถใช้ฟังได้เลย และเมื่อใช้ฟังไปนาน ๆ เราจะสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเสียงได้

ส่วนวิธีการเบิร์นหูฟังที่ดีที่สุด ไม่มีวิธีตายตัวแล้วแต่เทคนิคหรือข้อมูลที่เรารับทราบมาว่าเป็นอย่างไร แต่ที่เหมือนกันอย่างหนึ่งในการเบิร์นหูฟังคือแนะนำการเปิดเสียงทิ้งไว้ในระยะเวลาราว ๆ 100-200 ชั่วโมง แล้วค่อยนำหูฟังมาใช้ฟังเพลง ส่วนว่าหูฟังที่ผ่านการเบิร์นจะมีผลต่อเสียงมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณภาพของหูฟัง ความคุ้นชินของเสียงที่เราฟัง เป็นต้น

ซึ่งแอปฯ Head Burn เข้ามาช่วยตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการเบิร์นหูฟังโดยตัวแอปฯนอกจากจะมี 3 ย่านความถี่ให้เลือกใช้งานแล้ว ยังสามารถตั้งค่าโปรไฟล์ของหูฟังแต่ละตัวของเราได้ด้วย การใช้งานเราสามารถตั้งค่าได้ว่าจะเบิร์นหูฟังตัวนี้กี่ชั่วโมงแล้วก็ปล่อยเบิร์นไปจนครบโดยที่เราไม่ต้องมาคอยจับเวลาเอง หรือถ้าในช่วงวันเราอยากใช้หูฟัง ๆ เพลงไปด้วย แล้วก่อนนอนทุกคืนอยากเบิร์นหูฟังสามารถตั้งค่าให้แอปฯ Head Burn มี Notification แจ้งเตือนตามช่วงเวลาที่เราตั้งไว้ได้ว่าอย่าลืมเอาหูฟังมาเบิร์นด้วยก็ได้

 

head-burn_01

head-burn_03

 

เท่าที่ได้ลองแอปฯ Head Burn สำหรับคนที่ยังไม่ได้ลองอาจจะงง ๆ ว่าความถี่ Pink Noise, White Noise และ Brown Noise เป็นยังไง ในความเป็นจริงก็จะเป็นเสียงซ่า ๆ ซ้ำไปซ้ำมาครับ ไม่มีอะไร แต่ทั้ง 3 เป็นคนละย่านความถี่ตามที่อธิบายไปข้างต้นจึงมีผลต่างกันในเรื่องเสียง เท่าที่ลองเบิร์นหูฟังที่มีอยู่กับตัวซึ่งเป็นหูฟังที่ได้รับมารีวิวและหูฟังเดิมที่มีอยู่แล้วแต่ไม่ได้หยิบมาฟังนานแล้วพบว่าเสียงหลังจากเบิร์นมีต่างออกไปจากตอนแรกบ้าง ซึ่งจุดนี้ต้องเป็นคนที่ช่างสังเกตอยู่ด้วยไม่งั้นอาจจะไม่ได้รู้สึกแตกต่างอะไรนักระหว่างก่อนและหลังการเบิร์น

ใครสนใจแอปฯ Head Burn เอามาเบิร์นหูฟังสามารถเข้าไปดาวน์โหลดฟรีได้ที่ App Store

 

 



kangg

You May Also Like:

[ประชาสัมพันธ์] Apple Watch รอรุ่นใหม่ หรือซื้อตอนนี้ ?

เข้าช่วงกลางปีทีไรผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลมักจะมีคนมาถามอยู่เสมอ ๆ ว่าจะซื้อเลยตอนนี้หรือจะรอรุ่นใหม่ ซึ่งในตอนนี้ขอมาพูดถึง Apple Watch สักนิด เพราะเป็นสินค้าที่มีความนิ่งไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก ..

Jony Ive กำลังจะออกจากแอปเปิ้ล

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ซึ่งวันนี้ก็มาถึงเมื่อ Jony Ive กำลังจะลาออกจากแอปเปิ้ลหลังจากทำงานกับแอปเปิ้ลมาเกือบ 30 ปี
..

อาร์ทีบีฯ เปิด B&O Flagship Store ให้ช็อปใน LAZADA

Bang & Olufsen (B&O)แบรนด์หูฟังและลำโพงระดับไฮเอนด์ภายใต้การนำเข้าและดำเนินการโดยบริษัทอาร์ทีบีเทคโนโลยีจำกัดผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้า Gadget รายใหญ่ในประเทศไทย เปิดตัว B&O Flagship Store ในเวบไซต์ LAZADA B&O Flagship Store เปิดตัวแล้วในเวบไซต์   LAZADA เว็บอีคอมเมิร์ซชื่อดังโดย Online Flagship Store ของB&O ที่ดำเนินการโดยทาง อาร์ทีบีฯ ผู้นำเข้าและดำเนินการ Bang & Olufsen ในประเทศไทย  โดยชูความเป็นผู้นำเข้าสินค้า และจัดจำหน่าย ที่ได้รับความน่าเชื่อถือ และเน้นคุณภาพบริการหลังการขาย  เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักช็อป ว่าสินค้าที่ซื้อไปเป็นสินค้าที่มีคุณภาพของแท้ 100%  หากมีปัญหาคืนสินค้าจากที่ซื้อไป ภายใน 15 วัน โดยมีการรับประกันสินค้า 2ปี และบริการหลังการขายที่ดี สร้างความเชื่อมั่นกับผู้บริโภค ..

Share

Tweet

Email