รีวิว : Nike+ Fuelband SE

รีวิว : Nike+ Fuelband SE

กระแสเกี่ยวกับอุปกรณ์แนว Activity Tracker มาแรงเหลือเกินทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ทำอุปกรณ์กลุ่มนี้กันให้เพียบ ครั้งนี้เรามาดูอีกหนึ่งยี่ห้อที่ทำออกมาเป็นรุ่นที่ 2 แล้วกับ Nike+ Fuelband SE

 

Nike+ Fuelband SE เป็นอุปกรณ์ Activity Tracker ในชีวิตประจำวันที่ไนกี้ออกมาเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว (SE – Second Edition) หน้าตาของรุ่นนี้ยังเหมือนกับรุ่นแรกคือเป็นกำไลข้อมือมีหน้าจอแสดงผลให้เป็นไฟ LED สีขาว 100 ดวงและแบบคละสีอีก 20 ดวง สีสันของ Nike+ Fuelband SE หลัก ๆ เป็นกำไลสีดำมีสีอื่นแซมมาบ้างนิดหน่อยบริเวณตัวล็อคและด้านในโดย Nike+ Fuelband SE จะมีสีให้เลือกเป็น ดำล้วน, ดำ/แดง, ดำ/ชมพู และดำ/เหลือง การเลือกซื้อมี 3 ขนาดให้เลือกคือ S, M/L , XL ขึ้นกับว่าเราข้อมือใหญ่แค่ไหน บริเวณตัวล็อคเป็นแบบกดเพื่อกดล็อคและตอนสวมเข้าไปให้ดันเข้าไปเลยจะเป็นการล็อคไปในตัว

 

nike-plus-fuelband-se_02

nike-plus-fuelband-se_03

nike-plus-fuelband-se_04

 

 

ในกล่องนอกจากตัว Nike+ Fuelband SE ยังมีข้อต่อขนาด 8 และ 16 มม. มาให้ใช้งานด้วย โดยเมื่อเปิดกล่องตัวข้อต่อ 8 มม. จะติดมากับ Nike+ Fuelband SE อยู่แล้ว ถ้าลองใส่แล้วไม่พอดีเราสามารถถอดข้อต่อออกเพื่อให้มีขนาดเล็กลงได้ หรือถ้าคับไปก็สามารถเปลี่ยนไปเป็นข้อต่อ 16 มม. ก็ได้เช่นกัน หรือถ้าจะใส่แบบ 8+16 มม. ให้ใหญ่สุด ๆ ไปเลยก็สามารถต่อได้แต่จากที่ลองทำดูพบว่าไม่เวิร์คเท่าไหร่เพราะบริเวณข้อต่อดูแปลก ๆ คิดว่าตัว Nike+ Fuelband SE เองก็คงไม่ได้อยากให้เราต่อซ้อนกันแบบนี้ ในกล่องจะมีเครื่องมือปลดข้อต่อมาให้ด้วยการปลดทำได้ง่ายมากแค่เอาเครื่องมือปลดข้อต่อจิ้มไปบริเวณช่องเล็ก ๆ ด้านในกำไลก็จะเป็นการปลดสลักล็อคแล้ว ส่วนจะใส่ข้อต่อขนาดเท่าไหร่หรือไม่ใส่เลยก็ลองดูได้ตามถนัด นอกจากข้อต่อที่มีมาให้ในกล่องยังมีสายชาร์จแบบที่เป็นช่อง USB มาให้ด้วย ซึ่งตัว Nike+ Fuelband SE เวลาปลดล็อคเราจะเป็นหัวแบบ USB ซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งเอาไว้ทั้งเสียบชาร์จไฟเข้าตัวและเสียบกับคอมพิวเตอร์เพื่อซิงค์ข้อมูล จุดนี้เอาจริง ๆ เราอาจไม่จำเป็นต้องใช้สายที่มีในกล่องเพราะตัวหัว USB ของ Nike+ Fuelband SE สามารถนำมาเสียบกับช่อง USB เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องแปลงหัวอะไร

 

nike-plus-fuelband-se_06

nike-plus-fuelband-se_07

nike-plus-fuelband-se_08

 

การใช้งาน

 

สำหรับ Nike+ Fuelband SE ต้องเกริ่นกันเล็กน้อยสำหรับคนที่เพิ่งมาติดตามอุปกรณ์เหล่านี้ ยี่ห้ออื่นอย่าง Jawbone UP , MisFit ที่เราเคยรีวิว และยี่ห้ออื่นในกลุ่ม Activity Tracker หลัก ๆ จะเป็นอุปกรณ์ในการช่วยบันทึกว่าเราเดินไปกี่ก้าว วิ่งไประยะทางประมาณเท่าไหร่ ใช้พลังงานไปเท่าไหร่ ตอนหลับเราหลับเป็นอย่างไร ในกลุ่มนี้จะมีเพียง MisFit ที่แหวกออกมาเพราะสามารถพาไปว่ายน้ำได้ด้วย โดยยี่ห้ออื่นจะนำลงไปว่ายน้ำด้วยไม่ได้ ทั้งหมดทุกยี่ห้อวัดด้วยค่ามาตรฐานสำหรับการเดินและวิ่งคือจำนวนก้าวและระยะทาง

ซึ่ง Nike ไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ออกมาเป็นระบบคะแนนของตัวเองที่เรียกว่า NikeFuel โดยทุกกิจกรรมที่เราขยับจะเปลี่ยนเป็นคะแนน NikeFuel ไม่จำเป็นต้องเดินหรือวิ่งเท่านั้น เราจะกายบริหาร จะโยคะ หรืออื่น ๆ อะไรก็ได้ที่มีการขยับร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นคะแนนได้หมด จุดนี้ไนกี้คิดว่าแต่ละคนมีกิจกรรมที่ชอบกันคนละอย่างไม่ควรถูกจำกัดแค่การนับก้าวของการเดินหรือการวิ่งเท่านั้น ซึ่งการใช้คะแนน NikeFuel เป็นตัวกลางทำให้สามารถเทียบคะแนนกับกลุ่มเพื่อนที่ใช้ Nike+ Fuelband ที่มีกิจกรรมต่างกันได้ง่ายขึ้น

 

โดยการใช้งาน Nike+ Fuelband SE มีประเด็นกันตั้งแต่เริ่มแกะกล่องที่คุณซื้อมาใช้งานถ้ายังไม่มีการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องจะยังไม่ทำงาน โดยการแอคทิเวทการใช้งานครั้งแรกเราต้องนำ Nike+ Fuelband SE มาเสียบกับคอมพิวเตอร์และทำตามขั้นตอนการแอคทิเวทบนคอมพิวเตอร์ผ่านแอป Nike+ Connect เสียก่อน

การแอคทิเวทผ่าน Nike+ Connect ไนกี้ก็คิดแปลก ๆ เวิ้นเว้อเล็กน้อยเพราะเมื่อเรากดใช้งานแอป Nike+ Connect บนคอมพิวเตอร์ เจ้าแอปดังกล่าวจะไปเรียกเปิดหน้าเว็บ nikeplus.com อีกทีเพื่อตั้งค่าและแอคทิเวทการใช้งานครั้งแรกและทำตามขั้นตอนเสร็จก็จะกลับมาที่แอป Nike+ Connect อีกที ซึ่งจุดนี้ในแอป Nike+ Connect มีส่วนเกี่ยวกับการตั้งค่าทั้งหมดอยู่แล้ว จึงค่อนข้างแปลกใจว่าทำไมต้องไปเรียกหน้าเว็บขึ้นมาด้วย

nike-plus-fuelband-se_10

 

ถัดจากนั้นปัญหาเกี่ยวกับการแอคทิเวทใช้งานยังมีในขั้นตอนท้าย ๆ บนหน้าเว็บ โดยหน้าเว็บจะขึ้นว่าขั้นตอนทั้งหมดใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้วให้รอ Nike+ Connect เด้งขึ้นมาก็จะเป็นการเสร็จสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ในความเป็นจริงในขั้นตอนนี้มีจุดบกพร่อง เพราะรอแล้วรอเล่าหรือทำตามขั้นตอนใหม่เป็น 10 ครั้งก็ไม่สำเร็จ ปัญหาที่พบผมแก้โดยการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อแอคทิเวทถึงจะใช้งานได้ โดยกว่าจะได้ก็คือเครื่องที่ 3 ที่กด ๆ ไปก็ใช้งานซะอย่างงั้น จุดนี้ผมลองเปิดดูตามเว็บต่าง ๆ พบว่าเป็นปัญหามากจนคนที่ซื้อมาใช้งานในไทยเองก็ใจไม่ดีนึกว่าเครื่องเสียก็มีเหมือนกัน บางคนก็บอกว่าทำครั้งเดียวผ่าน บางคนทำไปเรื่อย ๆ 2 วันผ่าน บางคนบอก 30 นาทีเสียบเข้าเสียบออกทำตามขั้นตอนไปเรื่อย ๆ อยู่ดี ๆ ก็ผ่านเอง ทั้งหมดไม่ทราบจริง ๆ ว่าเกิดจากอะไร ซึ่งมีคนแนะนำให้เปลี่ยน VPN เป็นของอเมริกาจะสามารถแอคทิเวทแบบทีเดียวผ่านได้เลย จุดนี้ผมไม่ได้ลองนะครับเพราะทำได้ก่อนมาเจอคำแนะนำ แต่เท่าที่ดูจากในคอมเม้นท์เว็บไนกี้และเว็บแอปเปิ้ลคนที่อยู่ในอเมริกาก็มีปัญหานี้ด้วยเช่นกัน ถ้าใครซื้อมาแล้วเจอปัญหาการแอคทิเวทให้ทำใจกันหน่อย

 

nike-plus-fuelband-se_09

 

หลังจากแอคทิเวทผ่านกันเป็นที่เรียบร้อยถึงตอนนี้เราพร้อมใช้งาน Nike+ Fuelband SE กันแล้ว

 

เริ่มเล่น

 

Nike+ Fuelband SE บนตัวเครื่องจะมีปุ่มกดเพียงปุ่มเดียวครับ กดไปเรื่อย ๆ จะแสดงผลในหัวข้อต่าง ๆ วนไปเรื่อย ๆ ตามนี้

  • Fuel – คะแนนที่เราทำได้ในวันนั้น ๆ
  • Hours Won – มีการขยับเคลื่อนไหวร่างการต่อเนื่องเกิน 5 นาทีในแต่ละชั่วโมงกี่ครั้ง
  • Cals – จำนวนแคลอรี่แบบคร่าว ๆ ที่เราเบิร์นออกไป
  • Steps – จำนวนก้าวเดิน/วิ่ง
  • Time – นาฬิกา

nike-plus-fuelband-se_11

nike-plus-fuelband-se_12

nike-plus-fuelband-se_14

nike-plus-fuelband-se_15

 

หน้าจอของ Nike+ Fuelband SE เป็นไฟ LED หลาย ๆ ดวงรวมกันเวลาเจอแสงแดดจัด ๆ แม้ตัวเครื่องจะมีการปรับแสงให้อัตโนมัติแต่ก็ไม่อาจสู้แสงแดดจ้า ๆ ได้ โดยเวลาอยู่กลางแดดต้องเอามือป้องไว้หน่อยจึงจะมองเห็น แต่ถ้าหลบแดดเข้ามาในร่มหน่อยจะสามารถมองเห็นหน้าจอได้ปกติ

nike-plus-fuelband-se_13

 

การตั้งค่าเกี่ยวกับคะแนนในแต่ละวันสามารถทำได้ผ่านแอป Nike+ Connect บนคอมพิวเตอร์ หรือผ่านแอป FuelBand บน iOS โดยเครื่องที่รองรับการใช้แอป FuelBand ร่วมกับ Nike+ Fuelband SE ต้องเป็นเครื่องที่รองรับ Bluetooth 4.0 ดังนี้

  • iPhone 4s , iPhone 5/5s/5c
  • iPod touch (5th Gen)
  • iPad 3,4, Air, mini, mini (Retina Display)

 

สำหรับแอป Fuelband บน iOS การเชื่อมต่อจะเป็นแบบอัตโนมัติไม่จำเป็นต้องจับคู่อุปกรณ์ในเมนู Settings บน iPhone แล้วขอแค่เปิด Bluetooth ทิ้งไว้ และเมื่อเปิดแอปขึ้นมาสักครู่เจ้า Nike+ Fuelband SE จะจับคู่กับโทรศัพท์ของเราเองทันที จากนั้นจะอัพเดทคะแนนแบบเรียลไทม์ให้เราเห็นตลอดเวลาได้เลย

nike-plus-fuelband-se_16

 

การตั้งค่าคะแนน Fuel ค่ามาตรฐานจะตั้งมาให้ที่ 2,000 Fuel ซึ่งเราจะมาปรับให้น้อยหรือมากกว่านี้ก็ได้ แต่ถ้าซื้อมาใช้งานใหม่ ๆ เลยผมอยากให้ลองที่ 2,000 Fuel ไปก่อนสัก 2-3 วันหรือให้ดีก็ทั้งอาทิตย์แรกไปเลยแล้วค่อยมาดูว่าเราทำได้ถึงเกณฑ์กี่วัน ซึ่งการตั้งค่าคะแนนประจำวันน้อยหรือมากจะมีผลกับเรื่องรางวัลพิเศษที่เราจะได้รับด้วย ซึ่งตัวผมเองตั้งคะแนนในแต่ละวันไว้ที่ 2,500 Fuel

 

nike-plus-fuelband-se_17

nike-plus-fuelband-se_18

nike-plus-fuelband-se_19

 

คอนเซ็ปท์ของ Nike+ Fuelband ผมมาคิดว่าคือ ‘แค่ขยับเท่ากับการออกกำลังกาย’ ของสสส. เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็สามารถเปลี่ยนเป็นคะแนนได้หมด หรือคิดอีกอย่างคือเหมือนการเล่นเกมที่เราต้องผ่านด่านในแต่ละวันตามคะแนนที่เราตั้งไว้ และถ้าเราอยากได้คะแนนพิเศษก็ต้องทำตามเงื่อนไขเพิ่มเติมอาทิ การทำคะแนนให้ได้มากขึ้น 0.5 เท่าในวันนั้น ๆ เราจะได้เครื่องหมาย (Badge) Water ว่าเราทำคะแนนได้เพิ่มอีก 0.5 เท่า หรือถ้าได้ 4 เท่าก็จะได้เป็น Supernova เป็นต้น

 

nike-plus-fuelband-se_20

nike-plus-fuelband-se_22

nike-plus-fuelband-se_26

 

ถ้านึกว่าเป็นการเล่นเกมเราจะเล่นแบบปกติไปเรื่อย ๆ ก็ได้หรือบางช่วงบางวันจะเล่นแบบหักโหมขึ้นเพื่อคะแนนที่จะเพิ่มขึ้นก็ได้ หรือจะโกงเกมด้วยการตั้งค่าคะแนนในแต่ละวันให้ต่ำแล้วทำยังไงก็ได้เพื่อให้ได้เครื่องหมายพิเศษต่าง ๆ ก็ได้ไม่มีสูตรตายตัวขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้งานเองทั้งหมดว่าเราจะเล่นหรือใช้งานแบบไหนเพราะผลลัพธ์ที่ได้ก็คือตัวเราเอง

ตัว Nike+ Fuelband SE เองแม้จะบอกว่าวัน ๆ นึงเราเดินหรือวิ่งไปประมาณกี่ก้าว แต่ในระบบทั้งหมดไม่มีการบอกระยะทางว่าเราเดินหรือวิ่งจำนวนกี่เมตรหรือกี่กิโลเมตรในแต่ละวัน ซึ่งถ้าคุณผู้อ่านอยากทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นหลักคงต้องบอกผ่าน Nike+ Fuelband SE ไปหายี่ห้ออื่นที่มีแทน

 

Sessions

การใช้ Nike+ Fuelband SE มีฟีเจอร์ใหม่ที่ต้องใช้งานบนแอปด้วยนั้นคือ Sessions อธิบายแบบง่าย ๆ คือการจับเวลาในช่วงเวลาหนึ่งที่เราทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง เช่น วิ่ง เตะบอล เล่นบาส เล่นโยคะ กวาดบ้านถูบ้าน แล้วอยากรู้ว่าในกิจกรรมนั้น ๆ เราได้กี่คะแนน Fuel  โดยการใช้งานบนตัว Nike+ Fuelband SE สมมุติว่าเราจะเริ่มวิ่งก็กดปุ่มบน Nike+ Fuelband SE ค้างไว้ 3 วินาทีจนมีคำว่า Start ขึ้นมาแล้วก็ค่อยปล่อยแล้วกดอีกทีให้นับถอยหลัง 3..2..1..Go จะเป็นการเข้าสู่การใช้งาน Sessions โดยขณะใช้งานบนหน้าจอจะขึ้นว่าขณะนั้นเราได้กี่ Fuel ต่อนาที (Fuel Per Minute – FPM) ระยะเวลาที่ใช้ไป และคะแนน Fuel ที่ได้ พอวิ่งเสร็จก็กดปุ่มค้างไว้ 3 วินาทีจนขึ้นคำว่า End ปล่อยและกดอีกทีเป็นการออกจาก Sessions

หลังจากนั้นพอเราเปิดใช้งานแอป Fuelband บน iPhone  เข้าไปในส่วน Session จะเป็นว่ามีข้อมูลใหม่ปรากฏอยู่ในช่วงเวลาที่เรากดใช้งานแต่ยังไม่มีหัวข้อ ซึ่งเราสามารถใส่หัวข้อกิจกรรมเข้าไปได้ว่าเมื่อครู่เราทำอะไร ซึ่งในแอปมีรายชื่อการออกกำลังกายหลายประเภทเตรียมไว้ให้แล้ว แต่ถ้าชื่อเหล่านั้นไม่ต้องกับที่เราทำก็สามารถสร้างชื่อเองได้ด้วย เช่นถ้าเมื่อครู่เราทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูบ้านแล้วกดใช้ Sessions ไปด้วย เราก็มาตั้งชื่อเองก็ได้ว่า กวาดบ้าน-ถูบ้าน เป็นต้น ถ้าดูจากในรูปด้านล่างผมก็ตั้งเองว่า ‘กายบริหาร’ เป็นต้น

nike-plus-fuelband-se_23

nike-plus-fuelband-se_24

 

สำหรับการแทร็คขณะนอนหลับไนกี้นำมาเป็น Session ด้วย ซึ่งใครที่หวังว่า Nike+ Fuelband SE จะแทร็คการนอนได้เหมือนยี่ห้ออื่นว่าหลับลึกหลับตื้นแค่ไหนก็ต้องบอกว่าไม่สามารถทำได้ โดยการนอนและกดใช้ Sessions ก็คือการจับเวลาในช่วงขณะนั้นเหมือนที่เราอธิบายไปด้านบนแล้วแค่นั้นว่าเรานอนแต่ละครั้งไปกี่ชั่วโมงแล้ว แล้วพอเก็บสถิตินาน ๆ หลายคืนก็จะมีค่าเฉลี่ยว่าเรานอนประมาณกี่ชั่วโมงในแต่ละคืน นอนนานสุดและน้อยสุดกี่ชั่วโมง ซึ่งจริง ๆ มันเหมือนเราจดใส่สมุดก่อนนอนว่าเรานอนกี่โมงและพอตื่นก็จดว่าเราตื่นกี่โมงแค่นั้นแต่ดีกว่าที่เราต้องมาคอยจัดเองนิดนึงตรงนี้จะหลับแล้วค่อยมากดปุ่มที่ตัวเครื่อง

จุดนี้ไนกี้ทำออกมาได้แย่ไปหน่อย ซึ่งถ้าดูจากสเป็คตัวเครื่องก็น่าจะพร้อมใช้แทร็คข้อมูลเกี่ยวกับการหลับเหมือนยี่ห้ออื่นเหมือนกัน แต่ดูแล้วไนกี้ก็คงไม่ได้เน้นเรื่องการนอนหลับเท่าไหร่เพราะคอนเซ็ปท์การใช้ Nike+ Fuelband SE เน้นเรื่องการทำกิจกรรมต่าง ๆ มากกว่า

 

nike-plus-fuelband-se_25

 

 

กันน้ำ

สำหรับ Nike+ Fuelband SE ทางไนกี้บอกว่าปรับปรุงให้กันน้ำดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม แต่ยังเป็นการกันน้ำระดับ Water Resistance อยู่ดี คือกันน้ำแบบล้างมือ ใส่อาบน้ำ ได้ แต่พาไปว่ายน้ำที่ต้องเป็นการกันน้ำแบบ Water Proof ไม่ได้ จากที่ได้ลองผมใส่ไปอาบน้ำด้วย ใส่ล้างมือ ล้างจานด้วย พบว่าการใช้งานเครื่องยังปกติอยู่ แต่มีจุดสังเกตคือพอถอดออกมาจะมีน้ำเกาะอยู่ที่บริเวณหัว USB อยู่บ้าง

nike-plus-fuelband-se_28

 

จุดนี้ก็ตรงกับที่เพื่อน ๆ หลายคนที่ใช้ Nike+ Fuelband รุ่นแรกเตือนมาว่าให้ระวังน้ำมากหน่อยแม้จะใส่แค่ล้างหน้าล้างมือก็เถอะ ซึ่งจากที่ลองผมก็เห็นด้วยตามนั้นเพราะน้ำเข้าไปบริเวณหัว USB ได้ระยะยาวไม่ทราบจริง ๆ ว่าจะมีผลอะไรหรือไม่ ของแบบนี้กันไว้ดีกว่าแก้ อีกอย่างคือซื้อจากเมืองนอกมาใช้งานในไทยเวลาเสียทีเหมือนเงินปลิวเพราะไม่มีที่ให้เคลมสินค้าในประเทศ

 

 

แบตเตอรี่

 

เป็นอีกจุดที่ไนกี้บอกว่าปรับปรุงจากรุ่นแรก จากที่ลองใช้งานผมชาร์จเต็มแล้วใช้งานไปเรื่อย ๆ 4 วันกว่า ๆ หน้าจอมีแจ้งเตือนว่าแบตเตอรี่เหลือน้อยผมก็จัดการชาร์จไปเลย โดยการชาร์จผมเสียบ Nike+ Fuelband SE เข้ากับอะแดปเตอร์ 12W ของ iPad Air ก็สามารถชาร์จและใช้งานได้ปกติ จุดนี้ถ้าใครเสียวใครกลัวก็ให้ชาร์จจากอะแดปเตอร์ 5W ของ iPhone/iPad mini ที่ปล่อยไฟน้อยกว่าหรือจะชาร์จจากช่อง USB บนเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ได้ไม่มีปัญหา และอีกครั้งที่ทำการทดสอบก็ได้ระยะเวลา 4 วันเหมือนเดิมถือเป็นระยะเวลาการใช้งานแบบกลาง ๆ เพราะยี่ห้ออื่นตอนนี้ทำได้ 7-10 วัน

 

nike-plus-fuelband-se_29

nike-plus-fuelband-se_30

 

ทั้งนี้มีจุดสังเกตเล็กน้อยเรื่องแบตเตอรี่ โดย Nike+ Fuelband SE ถ้าเป็นขนาด S แบตเตอรี่จะเป็นขนาด 50 มิลลิแอมป์ ส่วนขนาด M/L และ XL แบตเตอรี่จะเป็นขนาด 70 มิลลิแอมป์ ซึ่งอันที่ผมได้มาคือขนาด M/L เลยไม่รู้ว่าถ้าเป็นขนาด S แล้วการใช้งานแบบเดียวกันจะมีผลเรื่องระยะเวลาการใช้งานน้อยลงหรือไม่เพราะขนาดแบตเตอรี่เล็กกว่าราว 30 เปอร์เซ็นต์

 

สรุป

 

ผมชอบระบบคะแนน NikeFuel ที่ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องเดินหรือวิ่ง ผมใช้งานแบบหนึ่งเพื่อนทำกิจกรรมอีกแบบเราก็สามารถเทียบคะแนนกันได้ ส่วน Nike+ Fuelband SE ยิ่งใช้งานยิ่งรู้สึกว่าทุกวันคือตื่นมาเล่นเกมในชีวิตประจำวันให้ได้คะแนนที่เราตั้งไว้และถ้าอยากได้รางวัลพิเศษก็ต้องออกแรงมากหน่อย มีบางเครื่องหมายที่ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าจะฮึดทำได้หรือไม่เช่น ทำให้ได้ 2,700 Fuel และทำ 16 Win Hours ในหนึ่งวัน (Perfect Day) เรื่องคะแนนไม่มีปัญหา แต่ 16 Win Hours คำนวณแล้วต้องตื่นมาตั้งแต่ 7 โมงเช้า เป็นอย่างช้าซึ่งไม่ตื่นแน่ ๆ หรืออีกตัวอย่างคือให้ทำคะแนนให้ได้ 2,000 Fuel ดูเหมือนไม่ยาก แต่ดันมีพ่วงท้ายว่าทำให้ได้ในช่วงตีสามถึงแค่ 7 โมงเช้าเท่านั้น (Red Eye) คือถ้าจะทำให้ได้ Badge อันนี้คงต้องเป็นวันที่ผมตื่นไปวิ่งแข่งสัก 10-15 กิโลเมตรอะไรแบบนี้ นอกนั้นคงไม่ตื่น แต่ทั้งหมดถือเป็นเรื่องท้าทายตัวเราเองว่าเราจะฮึดสู้แค่ไหน

 

nike-plus-fuelband-se_33

 

เรื่องที่น่าผิดหวังของ Nike+ Fuelband SE เท่าที่ใช้คงเป็นเรื่องแทร็คการนอนหลับที่น่าจะทำได้ดีกว่าแค่จับเวลาตอนเริ่มและตอนตื่น แล้วก็ยังระแวงเรื่องกันน้ำที่แม้จะมีการปรับปรุงแล้ว แต่ในการใช้จริงก็ต้องระวังเรื่องน้ำเข้าไปบริเวณหัว USB อีกอยู่ดี

ใครอ่านแล้วอยากลองว่าเราจะทำได้สักกี่คะแนน Fuel ในแต่ละวันแล้วบังเอิญใช้ iPhone 5s อยู่ลองดาวน์โหลดแอป Nike+ Move มาใช้งานดูก็ได้ เพราะเป็นการนำเสี้ยวหนึ่งของระบบ Nike+ Fuelband มาทำเป็นแอป คอนเซ็ปท์การใช้งานแบบเดียวกันคือขยับตัวเท่ากับคะแนน แต่ในแอป Nike+ Move จะไม่มีให้ตั้งค่าอะไรใช้งานไปเรื่อย ๆ

nike-plus-fuelband-se_32

หน้าตาบางส่วนแอปฯ Nike+ Move

 

การใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้จะให้สนุกต้องมีเพื่อนใช้งานด้วย ซึ่งผมโชคดีที่ใช้ระบบของไนกี้มาตั้งแต่เริ่มมี Nike+iPod และปัจจุบันก็มีเพื่อนเพิ่มขึ้น การได้เห็นคะแนนเพื่อนนำหน้าเราไปก็เป็นแรงกระตุ้นตัวเราเองได้ดีด้วยว่าเราควรจะไปยืดเส้นยืดสายหากิจกรรมอะไรก็ได้ทำบ้างได้แล้ว

และสุดท้ายอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ว่าจะเทพแค่ไหนก็ตามถ้าคุณซื้อมาใช้งานแล้วยังนอนอืดไม่ขยับ กินเยอะเหมือนเดิมก็ไม่ได้มีผลทำให้เราผอมลงหรือสุขภาพดีขึ้นครับ อุปกรณ์เหล่านี้เป็นเพียงแค่ตัวช่วยคอยจูงใจให้เราออกกำลังกายเท่านั้น ถ้าซื้อมาใส่แล้วยังทำพฤติกรรมเดิมก็ไม่มีผลอะไร

 

จุดสังเกต

  • มีระบบคะแนนกลางเป็นของตัวเอง
  • มีรางวัลพิเศษจูงใจให้เราทำคะแนนได้เยอะๆ
  • ควรระวังน้ำให้ดี
  • การแทร็คเรื่องนอนหลับทำได้ไม่ดีเหมือนยี่ห้ออื่น

 

 

ราคา : $150 (ไม่รวมภาษีในแต่ละรัฐ)

*ยังไม่มีจำหน่ายเป็นทางการในไทย

 

 

 

 

 



You May Also Like:

แอปเปิ้ลจ้างอดีตวิศวกรที่เคยทำ Nike+ FuelBand เข้าร่วมงาน

แอปเปิ้ลคว้าตัวอดีตวิศวกรที่เคยอยู่ในทีมพัฒนา Nike+ FuelBand คาดกันว่าการดึงตัวเข้าร่วมงานหนีไม่พ้นโปรเจคทำ iWatch ..

ลือล่าสุด…iWatch อาจมีหน้าจอขนาด 2.5 นิ้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเกี่ยวกับ iWatch ว่าแอปเปิ้ลจะเริ่มให้โรงงานเดินเครื่องผลิตเดือนหน้า โดย iWatch อาจจะมีหน้าจอใหญ่ถึง 2.5 นิ้ว ..

ซีอีโอ Nike พูดถึงความสัมพันธ์กับ Apple

จากสัปดาห์ก่อนที่มีข่าวออกมาว่า Nike จะเลิกทำ Nike+ Fuelband แถมมีการปลดพนักงานออกหลายสิบคนนั้น ทางซีอีโอ Nike ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางบริษัทและความร่วมมือระหว่าง Nike และ Apple  ..

Share

Tweet

Email