สกู๊ปพิเศษ #FirstMac – Mac เครื่องแรก

สกู๊ปพิเศษ #FirstMac – Mac เครื่องแรก

จากการครบรอบ 30 ปีเครื่องคอมพิวเตอร์ Macintosh ไปเมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา หน้าเว็บแอปเปิ้ลก็มีการทำประวัติเกี่ยวกับเครื่อง Mac ทุกรุ่นแถมมีหลาย ๆ คนมาพูดถึงเครื่อง Mac ที่ได้ใช้ ผมเลยนึกสนุกชวน พี่ ๆ เพื่อน ๆ ที่รู้จักมาเล่าถึงเครื่อง Mac เครื่องแรกของพวกเขากันครับ

หลังจากที่เห็นแอปเปิ้ลทำหน้าเว็บ 30 ปีเครื่อง Mac ก็นึกสนุกโทรหาเพื่อน ๆ และพี่ที่เคารพบอกว่าอยากให้เขียนถึง Mac เครื่องแรกกันหน่อยว่าเป็นอย่างไร โดยคนที่ผมชวนมาได้แก่พี่ขจร พีรกิจ (@kajorn), คุณโปรด (@rabbitmoon) คุณ ezy (ezybzy) และเพื่อนชาวลาวที่รู้จักกันเพราะใช้ Mac เหมือน ๆ กันมาร่วมเขียนถึง Mac เครื่องแรกที่ได้ใช้ ด้วยอีกคนคือคุณ Phonh (@Phonh)

————————-

ขจร พีรกิจ (@kajorn)

First Mac : Macintosh Classic (1990)

 

ผมเริ่มรู้จักเครื่อง Macintosh ครั้งแรกตอนที่ทำบริษัทโฆษณา และมีลูกค้าคือ บริษัท สหวิริยา ซิสเต็ม ผู้นำเข้าเครื่อง Apple Macintosh ในขณะนั้น ผมจำได้ว่า Mac Plus เป็นเครื่องที่ผมมีโอกาสได้ทดลองจับ และลองคลิกไปมาเป็นครั้งแรก และทำให้ความคิดว่าคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องที่ยากหมดสิ้นไป เพราะผมเคยลองที่จะใช้เครื่อง PC IBM ที่เป็นระบบเข้าใช้งานด้วยดอส มันยุ่งยากสิ้นดี

 

kajorn-first-mac-macintosh-classic_03

 

kajorn-first-mac-macintosh-classicหลังจากนั้นผมก็มีโอกาสซื้อเครื่อง Macintosh เป็นของตัวเองเครื่องแรกคือ Macintosh Classic เริ่มนำมาใช้ทำงานด้วยโปรแกรม Aldus PageMaker และ Aldus FreeHand และสนุกกับ Hypercard เป็นอย่างมาก รวมไปถึงโปรแกรม Claris Work ในขณะนั้นการติดตั้งระบบ OS 6.0.3 ถ้าจะใช้ภาษาไทยจะต้องติดตั้ง ThaiTalk ลงไปด้วย ผมจำได้ตอนนั้นได้เครื่องมาชั่วโมงแรก เผลอใส่แผ่นดิสเก็ตติดตั้งลงไปในเครื่อง ทำให้ผมไม่สามารถใช้ภาษาไทยได้ ต้องเดือดร้อนฝ่ายบริการต้องขับรถมาติดตั้งภาษาไทยให้ผม ยุคนั้นเครื่องแพงมากครับ แรม MB ละ 1 พันบาท จะเพิ่มหน่วยความจำสักทีต้องใช้เงินเยอะมาก ผมใช้ Mac Classic ได้สักพักก็เปลี่ยนมาใช้ LCII, LC575, Quadra, Macintosh Performa จนมาจบที่ PowerMac 8200

หลังจากนั้นผมก็มาเริ่มช่วยงานกับ Macintosh Center โดยมาช่วยทำนิตยสาร MacJournal ในสมัยและก็ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของเครื่อง iMac G3 รุ่นแรก พอเริ่มมารู้จักกับ Adobe และมาเป็นคน Present Wacom ผมได้ซื้อ iBook G3 ตัว Top สุดมาใช้งานโดยใช้ตัวนี้นานพอสมควรจนไม่สามารถทำงาน InDesign 2 (ยังไม่เป็น CS) ได้เลยต้องมาใช้งาน Power Book G3, MacBook Pro 17 นิ้ว MacBook Pro 2.8 intel Core 2Duo , MacBook Air และปัจจุบันที่ใช้ล่าสุดคือ MacBook Pro 2.3 i7 with Retina Display ที่ใช้มาปีกว่าแล้ว

ประสบการณ์ใช้งานเครื่อง Mac สำหรับผมค่อนข้างยาวนานและต่อเนื่องมาโดยตลอด ด้วยเพราะงานที่ผมทำทั้งการทดสอบซอฟท์แวร์ Adobe และสอนการใช้งาน Adobe ทำให้ชีวิตผมไม่เคยขาดเครื่อง Mac เกิน 24 ชั่วโมงเลย ขนาดผมนอนโรงพยาบาลเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ผมก็ยังเปิดใช้งานทุกวัน หากถามว่าผมมีปัญหาในการใช้เครื่อง Mac หรือไม่ ผมกล้าบอกว่าผมไม่กล้ามีปัญหากับ Mac เพราะไม่มีคอมพิวเตอร์ใดที่จะทำให้ชีวิตผมง่าย และทำงานง่ายไปมากกว่าเครื่อง Mac อีกแล้ว ทุกวัน เมื่อกลับบ้านผมจะต้องเปิดเครื่อง Mac อย่างน้อย 2 เครื่องทำงานเสมอ

kajorn-first-mac-macintosh-classic_02

————————————————-

@kangg

First Mac : iBook G4 (Early 2004)

คิดย้อนไป 10 ปีที่แล้วจุดเริ่มต้นสำหรับผมกับเครื่องคอมพิวเตอร์แอปเปิ้ลดูไม่น่าบรรจบกันได้ เพราะในขณะนั้นยังนอกจากใช้งานท่องอินเตอร์เน็ต พิมพ์เอกสารจาก MS Office และการเล่นเกมต่าง ๆ บนคอมพิวเตอร์ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในยุคที่เคาท์เตอร์สไตร์รุ่งเรือง

Mac เครื่องแรกมาแบบไม่ตั้งใจ เหตุเกิดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่เพิ่งโดนไวรัสไปและก็เพิ่งแก้ไขได้ไม่กี่อาทิตย์ ก็มีเพื่อนมายืมคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่พิมพ์งานยุคนั้นทุกคนยังถือแผ่นฟล็อบปี้ดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วกันอยู่เพื่อนก็จัดการกับคอมพิวเตอร์ของเราได้เอกสารตามต้องการเรียบร้อย แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่เพื่อนทิ้งไว้ให้เราคือไวรัสคอมพิวเตอร์ที่เราต้องมานั่งแก้ไข จุดนั้นจำได้ว่าคิดแค่ว่าทำไงก็ได้ไม่ให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราโดนไวรัสคอมพิวเตอร์อีกจะไม่ให้เพื่อนยืมใช้พิมพ์งานก็กระไรอยู่บางทีก็อารมณ์เพื่อนกันก็คงห้ามไม่ได้และตอนนั้นอยู่ดี ๆ คำว่าเครื่องคอมพิวเตอร์แอปเปิ้ลก็ผุดขึ้นมา

kangg-first-mac-ibook-g4_01จากที่ผุดมาในหัวก็เริ่มหาข้อมูลบนเว็บแอปเปิ้ลบอกว่า Mac ไม่โดนไวรัสจาก Windows เท่านั้นแหละใจไปหา Mac แล้วกว่าครึ่งจากนั้นก็เริ่มสนใจจริงจังก็เปิดเข้าเว็บแอปเปิ้ลบ้างเว็บอื่นบ้างอ่านข้อมูลพร้อมกับไปเดินตามร้านขายคอมพิวเตอร์แอปเปิ้ล เห็นราคาแล้วก็ถอยเหมือนกันเพราะรุ่นถูกสุดในขณะนั้นราคา 55,000 บาทโดยประมาณ ซึ่งก็คือเครื่อง iBook G4 12” อ่านข้อมูลแล้วอ่านอีกเงินที่มีกว่าจะเก็บครบก็ผ่านไปร่วมครึ่งปีกว่าจะได้ซื้อ พอไปซื้อเขามีรุ่นใหม่ออกรุ่นที่เราเล็งไว้ลดราคามานิดหน่อยก็ถือว่าประหยัดเงินไปหลายพันบาทแถมได้แรมเพิ่มมาอีกด้วย

กลับมาบ้านเปิดกล่องยกเครื่องดูทุกซอกมุมก่อนเปิดฝาแล้วก็กดปุ่มเปิดเครื่องทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าใหม่มากสำหรับผมไม่เคยใช้มาก่อน คลิกนู้นนี่ เสียบสายโทรศัพท์เข้ากับเครื่องหาทางต่ออินเตอร์เน็ตได้แค่นี้ก็ดีใจแล้ว ในยุคนั้นเป็นยุคที่ร้านค้าจะชอบลงโปรแกรมมาให้ด้วยเยอะแยะในเครื่องซึ่งดูแล้วหลายอย่างไม่ได้ใช้แน่ก็เลยหาวิธีลบโปรแกรมคิดเองว่าคงเหมือน ๆ กับใน Windows แต่ผิดคาด จุดสุดท้ายโทรถามพี่ที่เขาใช้เครื่อง Mac ว่าลบโปรแกรมออกจากเครื่องยังไง ปลายสายตอบกลับมาว่าแค่ลากลงถังขยะแค่นั้นเอง ง่ายมั๊ย ในใจผมยังนึกว่าเฮ้ยง่ายไปรึเปล่าน่าจะมีอะไรที่พี่คนนี้เขาบอกเราไม่หมดแน่ ๆ ซึ่งสุดท้ายก็ทำแค่นั้นจริง ๆ และปัจจุบันหลาย ๆ โปรแกรมผมก็ยังทำแค่นี้

หลังจากที่ใช้ iBook G4 เพื่อนไม่มายืมใช้คอมพิวเตอร์ของเราอีกเลยเพราะใช้ไม่เป็น อีกสิ่งที่เลิกกังวลไปเลยคือไวรัส ความประทับใจที่เหลือเราก็ค่อย ๆ มารู้เพิ่มทีหลังเช่นไฟเวลาเครื่อง Sleep จังหวะไฟที่สว่างขึ้นมาและค่อย ๆ ดับลงไปคือจังหวะการหายใจของมนุษย์ ก็รู้สึกว่าคนออกแบบเขาใส่ใจดีนะ เหมือนทำให้คอมพิวเตอร์มันมีชีวิต

จากจุดเริ่มต้นถึงวันนี้เข้าปีที่ 10 แล้วที่ได้ใช้ Mac จาก iBook G4 มาเป็น MacBook (White) และในปัจจุบันคือ MacBook Pro 13” รู้สึกว่ามันเป็นเพื่อนยากที่ลุยกับเราไปทุกที่ ไปที่ไหนนาน ๆ ก็ต้องพาไปด้วย ทุกวันนี้แม้มี iPad มาแทนที่การใช้งานบางส่วนแต่ Mac ก็คงเป็นคอมพิวเตอร์ที่จะยังเลือกใช้ต่อไป

 

kangg-first-mac-ibook-g4_02

————————————————-

@Rabbitmoon

First Mac : MacBook White (Early 2006)

 

Mac เครื่องแรกเกิดจากความอยากได้ Mac เพราะพี่ที (T-getZ) เป็นคนสาธิตว่าทำไมต้อง Mac เรียกว่าเปิดโลกเลยก็ได้ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีกล้องดิจิตอลเป็นของตัวเองตัวแรกในชีวิตก็ต้องอยากมีคอมพิวเตอร์มาจัดการรูปเป็นของตัวเองเช่นกัน ช่วงประมาณมีนาคม 2006 ได้มีโอกาสไปอเมริกาและอยู่ที่นั้น 3 เดือน พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางก็ เริ่มหาเรื่องประมูล iBook G4 จาก eBay และแน่นอนว่าไม่เคยชนะเลยตลอด 2 เดือนกว่า ซึ่งก็ไม่แปลกนักเพราะความจริงอีกใจรออีกรุ่นหนึ่งอยู่ เรารอลุ้นรุ่นที่ใหม่กว่า ดีกว่า แม้ตอนนั้นจะมีข่าวลือ (ข่าวลือ Apple สมัยก่อนไม่ได้มีหลุดออกมาเยอะเหมือนในปัจจุบัน)

 

rabbitmoon-first-mac-macbook-white_02จนเวลาผ่านมาได้ 3 เดือน ถึงช่วง พฤษภาคม 2006 ข่าวลือก็เป็นจริง Apple ประกาศออก MacBook รุ่นแรก ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้ Processor จาก Intel แน่นอนความความตื่นเต้นมันพรั่งพรู ถ้าจะนึกก็นึกถึงคนที่รอ iPhone รุ่นใหม่ออก แล้วมันออกนั้นแหละครับ ใจอยากจะเดินไปซื้อตั้งแต่วันแรกที่วางขายเลย แต่พี่ที่เรียนที่นั้นเขาสามารถช่วยให้มีส่วนลดเป็นราคานักเรียนนักศึกษาได้ก็เลยรอพี่เขาอีก 2-3 วัน พี่เขาขับรถพาไปยัง Apple Store สาขา Cherry Creek เป็น Apple Store สาขาเดียวใน Denver ณ ตอนนั้น เดินเข้าไปไม่ต้องเลือก สั่ง MacBook 1.83 GHz (ตัวล่างสุด) มา 1 เครื่องทันที ราคาตอนนั้น $1099 ได้ส่วนลด เลยเอาไปซื้อ Mighty Mouse แบบมีสายมาอีก 1 ตัว คำถามหนึ่งที่พนักงานถามผมคือ

พนักงาน : ต้องการซื้อ Apple Care ไหม

ผม : Apple ทำของดีอยู่แล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม

พนักงาน : ก็ไม่แน่หรอกนะ เพราะนี้เป็น Intel รุ่นแรก เขาเองก็ไม่รู้ปัญหาเหมือนกัน

ในใจผมคิด : แต่ด้วยความมั่นใจ ประกอบกับไม่มีเงินแล้ว ตอนนั้นก็เลยไม่ซื้อ Apple Care

ราคาเครื่องตอนนั้นจำคุ้น ๆ ว่าคิดเป็นเงินไทยราวๆ 27,000 ได้ (ราคาที่ประเทศไทยอยู่ราวๆ 37,000 บาท) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่แพงที่สุดในชีวิต ขากลับบ้านเราอยากจะเปิดกล่องแทบใจจะขาด แต่ไม่กล้าเพราะกลัวพี่เขาว่าขี้เห่อ ได้แต่นั่งกอดกล่อง MacBook คอมพิวเตอร์ของตัวเอง เครื่องแรกในชีวิตไปตลอดระยะทาง 30 กิโลเมตรข้ามจาก Denver ไป Golden หลังจากนั้นเป็นความขี้เห่อต่างๆ นาๆ และการเรียนรู้แบบไม่มีใครสามารถสอนได้เลยเพราะนักเรียนไทยที่นั้นไม่มีใครใช้ Mac เลย จึงเป็นการเรียนรู้จาก Internet ทั้งหมด ความสนุกของ Mac มันคือมี trick เล็กๆ น้อยๆ เสมอ เราได้ลองผิดลองถูกเอง จนถึงระดับที่ล้างเครื่องลง OS เองได้ (จริงๆมันง่ายมาก แต่ยากสำหรับเด็กหัดใหม่)

 

rabbitmoon-first-mac-macbook-white

 

ความประทับใจทั้งหมดสลายลง ใน 2 สัปดาห์ เมื่อ MacBook เกิดอาการงอแง คือ กล้องที่ติดมากับเครื่องติดตลอดเวลา อาการคือ ไฟเขียว ข้างๆ กล้องจะติด อาการอาจเกิดได้ทั้งที่เปิดเครื่องใหม่ ปลุกจาก Sleep หรืออยู่ๆ ติดไฟเขียวเอง แม้ไม่เปิดโปรแกรมที่ใช้กล้อง ทำให้ใช้กล้องไม่ได้โดยปริยาย แต่สามารถใช้งานอื่นได้ปกติ แน่นอนว่าใจเด็ก Mac ใหม่นั้นร้อนล้นอยากจะแก้ปัญหา แต่สิ่งเดียวที่เราที่ช่วยเราได้คือ Apple Store และตอนนั้นโชคดีได้จังหวะที่ต้องเดินทางไป New York ซึ่งคงไม่ต้องเดาว่า เด็กเห่อ Mac จะเป็น Apple Store สาขาไหน Apple Store 5th Avenue, New York สาขาแรกที่เป็นกระจกรอบด้านกว่า 90 แผ่นนั้นแหละครับเดินมุ่งไปที่ Genius Bar ทันที รอคิวอย่างใจจดจ่อ พนักงานเดินมาถามว่าเป็นอะไร เราบอกอาการ เขาจัดการ ถอดแบตเตอรี่ และกดปุ่ม Power บอกให้เรานับ 1-10 แล้ว Hola! ใส่แบตเปิดเครื่อง อาการไฟเขียวก็หายไป ตอนนั้นอึ้งเลย นี้มันซ่อม Mac กันแบบนี้หรือ หนักงานถึงชี้แจ้งว่ามันเป็นการ Reset mainboard อะไรซักอย่างประมาณนั้น ฟังภาษาไม่แน่ใจเท่าไร แต่เอาว่านี้แหละทางแท้ถ้ามันเกิดขึ้นอีก และเราต้องรออัพเดท OS ใหม่มันถึงจะหาย

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ 8 ปีแล้ว MacBook White ตัวนั้นทั้งใช้เขียน Project ทั้งแต่งรูปหลายหมื่นรูป โหลดหนังหลายร้อยเรื่อง กว่า 5 ปี ตอนนี้หน้าที่ของเขาเหลือเพียงเป็นที่ใช้ internet ของคนในบ้าน มีเพียงแบตเตอรี่ที่เสียไป ส่วนอื่นนอกจากนั้นยังใช้งานได้ปกติ รวมทั้งกล้อง iSight ด้วยที่เคยมีปัญหาด้วย

 

————————————————-

Ezy

FirstMac : MacBook White (Late 2006)

 

ezy-first-mac-macbook-white_01Mac เครื่องแรกของผม คือ MacBook สีขาวรุ่นปี 2006 สเปค Core Duo 2.0 GHz ตอนนั้นราคาห้าหมื่นกว่าบาท ที่ซื้อตอนนั้นเพราะอยากทดลองอะไรใหม่ ๆ หลังจากที่โน้ตบุ๊กเครื่องเดิมที่ใช้มาแต่ตอนเรียนเสื่อมสภาพเต็มทน รวมไปถึงหน้าตาที่ดูดีของ Mac OS X และโปรแกรม Keynote ที่เคยเห็นในงานสัมมนางานหนึ่ง

ezy-first-mac-macbook-white_02ในตอนนั้น มันถือเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรก ๆ (ถ้าไม่นับ MacBook Pro) ที่ใช้ซีพียู Intel Core Duo รุ่นนี้ มีหน้าตาและประสิทธิภาพที่คุ้มค่าสมราคา แม้ว่ายังไม่มีโปรแกรมจำลอง Windows อาทิเช่น Parallels Desktop หรือ VMware Fusion ให้ใช้งานแต่ผมก็สามารถใช้ MacBook ทำงานกับระบบ Windows ได้ ด้วยการ Remote Desktop ซึ่งทำให้เข้าถึงโปรแกรมพัฒนาต่าง ๆ บนฝั่ง Windows รวมถึงสามารถทำงานเอกสารได้ลุล่วงโดยดี

นอกจากการใช้งานเกี่ยวกับ Windows แล้ว MacBook เครื่องนี้ยังสอนให้ผมรู้สึกในความใส่ใจของ Apple ตั้งแต่กล่องบรรจุภัณฑ์ รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสิ่งนี้มีอิทธิพลต่อการทำงาน ทำให้เกิดความช่างสังเกตในรายละเอียดการออกแบบ รวมถึงได้พบกับมิตรดีในสังคมผู้ใช้งานแมค

สิ่งที่เป็นจุดด่างพร้อยของ MacBook รุ่นแรกนั้นจะประสบปัญหาเครื่องดับโดยไม่สามารถคาดเดาได้ (Random Shutdown Syndrome) รวมถึงการแตกของแผงรองมือ (Top Cover) แต่ทาง Apple ก็ยังดูแลลูกค้าได้เป็นอย่างดี ยอมให้ทำการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เกิดปัญหาได้จนปัญหาหายไป

มองย้อนกลับไป การรับแมคเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญครั้งหนึ่งเลย ทุกวันนี้แม้ว่าในงานประจำจะไม่ได้ใช้แมคเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องหลัก แต่มันก็ยังคงอยู่เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของงานที่ทำ และจะคงอยู่ต่อไปกับผมอีกนาน

————————————————-

@Phonh

First Mac : MacBook White (Mid 2007)

 

phonh-first-mac-macbook-white_03ຍ້ອນກັບໄປປີ 2007 ຂ້ອຍຍັງຈື່ໄດ້ດີ Mac ເຄື່ອງທຳອິດຂອງຂ້ອຍແມ່ນ MacBook (White) ໂດຍຝາກໃຫ້ເອື້ອຍທີ່ຫນ້າຮັກຊື້ມາໃຫ້ແຕ່ຍີ່ປຸນ ຍອມຮັຍເລີຍຖ້າຮູ້ຈັກ Mac ກ່ອນ PC ຄົງບໍ່ມີໂອກາດໄດ້້ PC ຈິງຈັງແທ້ໆ ການທີ່ຮູ້ຈັກ Apple ແລະ Mac ກໍ່ເພາະ iPod ເຄື່ອງນ້ອຍໆທີ່ເຮັດໃຫ້ໂລກນີ້ປ່ຽນແປງ iPod 5G ແຕ່ມື້ນີ້ເຮົາຈະມາເວ້າເລື່ອງ Mac ກັນ

ຄັງທຳອິດທີ່ເຫັນແລະໄດ້ແກະກ່ອງບອກໄດ້ເລີຍວ່າມີແຕ່ WOW WOW WOW

ເພາະຕັ່ງແຕ່ເຫັນກ່ອງເຮົາກໍ່ຮູ້ໄດ້ເລີຍເຖີງຄວາມປານິດ ແລະເອົາໃຈໃສ່ກັບລາຍລະອຽດຂອງສີນຄ້າ ທັງວັດສະດຸແລະຮູບທີ່ພີມລົງກ່ອງ

ເອົາລະເຮົາມາເປີດກັນ ຂ້ອຍ ຄ່ອຍໆເປີດກ່ອງຂື້ນກໍ່ພົບກັບໂຟມທີ່ແພກປ້ອງກັນເຄື່ອງມາເປັນຍ່າງດີ ຫລັງຈາກເອົາໂຟມອອກ ກໍ່ຈະພົບກັບ MacBook White ເຄື່ອງນ້ອຍໆ ນອນຢູ່ໃນຫໍຖົງເກີງຜ້າເກີງເຈ້ຍປົກຫຸ້ມໄວ ຍັງຈືໄດ້ເຖີງກີ່ນ ແລະສຳພັດທີ່ຕອນຈັບໄດ້ເປັນຍ່າງດີ ເປັນສະເນທີ່ຜູ້ທີ່ເປັນເຈົ້າຂອງ Mac ທຸກຄົນຕ້ອງຮູ້ສຶກກັນແນ່ນອນ

ຂ້ອຍຮູ້ມາວ່າກ່ອນການເປີດໃຊ້ງານຄັ້ງທຳອິດ ຈະມີວິດີໂອຕ້ອນຮັບ ເຊີງຈະມີແຕ່ຕອນເປີດໃຊ້ງານໃຫມ່ເທົ່ານັ້ນ ຂ້ອຍເລີຍຮ້ອງຄົນຢູ່ບ້ານ ທັງພໍ່ແມ່ພີ່ນ້ອງມາເບີ່ງນຳ ເພາະມັນເປັນ Mac ເຄື່ອງທຳອິດຂອງບ້ານເຮົາ

ແອນ ແອນ ແອ່ນ

ຂ້ອຍຄ່ອຍໆ ກົດປຸມເປີດຊ້າໆ ທັນໃດນັ້ນກໍ່ມີສຽງດັງ ພ່າງ! ແລະມີໂລໂກແອບເປີນສີເທົາຂື່ນມາ ແລະຕອນນີ້ເອງວິດີໂອຕ້ອນຮັບທີ່ລໍຄອຍກໍ່ປະກົດຂື້ນ ເຮົາຕື່ນເຕັ້ນຢູ່ຄົນດຽວຄົນອື່ນກໍ່ງົງໆ

ຕົວໜັງສື່ທີ່ມີຄວາມຫມາຍວ່າ ສະບາຍດີ

ຫລາກຫລາຍພາສາກໍ່ບິນເຂົາມາໂດຍທາງຫລັງເປັນຮູບດວງດາວແລະອາວະກາດ ຄິດແລ້ວຍັງມີຄວາມສຸກແລະຍີ້ມໄດ້ຢູ່ເລີຍ

MacBook ເຄື່ອງນີ້ໃຫ້ປະສົບການທີ່ດີ ແລະບໍ່ຢາກໃຊ້ຄອມອື່ນອີກເລີຍ ແຕ່ກໍ່ຕ້ອງຂອບໃຈ PC ທີ່ຊ່ວຍເຮົາເຮັດວຽກ ຫາເງີນ ແລ້ວເອົາໄປຊື່ Mac ແຕ່ MacBook white ບໍ່ໄດ້ເປັນພຽງເຄື່ອງດຽວທີ່ເຮົາໃຊ້ ມັນຍັງໄດ້ພາພວກມາອີກຫລາຍໆ ບໍ່ວາຈະເປັນ iMac, MacBook Pro unibody, MacBook Air ແລະລ້າສຸດກັບສະມາຊິກໃຫມ່ຂອງຄອບຄົວ ທີມີຄວາມສຸກກັບມັນຫລາຍໆ New MacBook Pro with Retina

ສຸດທ້າຍຂ້ອຍກໍ່ຄິດບໍ່ອອກວ່າຈະໄປໃຊ້ Computer ໃດອື່ນອີກ ເພາະຕອນນີ້ທັງ Mac ແລະ iOS ກໍ່ເຮັດໃຫ້ຂ້ອຍມີຄວາມສຸກຈົນບໍ່ຢາກໄປໃຊ້ຢ່າງອື່ນແລ້ວ

Happy birthday Mac

ບຸນນະຜົນ ອີນທະຊຸມ

 

phonh-first-mac-macbook-white_02

ย้อน ไปปี 2007 ผมยังจำได้ดี Mac เครื่องแรกของผมคือ MacBook white โดยฝากให้พี่สาวที่น่ารักซื้อมาให้จากญี่ปุ่น ยอมรับเลยว่าถ้ารู้จัก Mac ก่อน PC คงไม่มีโอกาสได้ใช้ PC แบบจริงจังแน่ ๆ การที่ได้รู้จัก Apple กับ Mac ก็เพราะ iPod 5G เครื่องเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนแปลงโลกนี้

ครั้งแรกที่ ได้เห็นและได้แกะกล่องบอกได้เลยมีแต่คำว่า WOW WOW WOW เพราะตั้งแต่แรกที่เห็นกล่องก็รู้ได้เลยถึงความประณีตและเอาใจใส่กับราย ละเอียดของสินค้า ทังวัสดุของกล่อง และรูปบนกล่อง

phonh-first-mac-macbook-white_01

เอาล่ะเรามาเปิดกล่องกัน ผมค่อย ๆ เปิดกล่องขึ้นก็จะพบกับโฟมที่ป้องกันเครื่องเป็นอย่างดี หลังจากเอาโฟมออกก็จะพบกับ MacBook เครื่องเล็ก ๆ ที่นอนอยู่ในถุงกึ่งผ้ากึ่งกระดาษ ยังจำได้ถึงกลิ่นของเครื่องและสัมผัสที่ได้จับเป็นอย่างดี นี่เป็นเสน่ห์ที่เจ้าของ Mac ทุกคนต้องเคยรู้สึกกันแน่นอน

ผมรู้มาว่า ก่อนการเปิดใช้งานจะมีวิดีโอต้อนรับ ซึ่งจะมีเพียงแค่ตอนเปิดใช้งานครั้งแรกเท่านั้น ผมจึงเรียกคนที่บ้านทั้งพ่อแม่พี่น้องมาดูด้วยกัน เพราะมันเป็น Mac เครื่องแรกของที่บ้านเราด้วย

แตน แต่น แต้น…ผมค่อยฯกดปุ่มเปิดเครื่องช้า ๆ ทันใดนั้นเองก็มีเสียงพ่าง! และโลโก้แอปเปิ้ลสีเทาก็ขึ้นมา และตอนนี้เองวิดีโอต้อนรับที่รอคอยก็ขื่นมา ผมตื่นเต้นอยู่คนเดียวนะคนอื่นในบ้านก็งง ๆ ตัวหนังสือที่มีความหมายว่า สวัสดี หลากหลายภาษาก็บินเข้ามาหาเราโดยพื้นหลังจะเป็นรูปดวงดาวและอวกาศ คิดแล้วยังมีความสุขและยิ้มได้อยู่เลย

MacBook เครื่องนี้ให้ประสบการณ์ที่ดี และไม่อยากใช้คอมพิวเตอร์รุ่นอื่นอีกเลย แต่ต้องขอบใจ PC นะที่ช่วยเราทำงานหาเงินแล้วไปซื้อ Mac แต่ MacBook ไม่ได้เป็นเครื่องเดียวที่เราใช้ มันยังได้พาพวกมาอีกหลายเครื่องไม่ว่าจะเป็น iMac, MacBook Pro (Unibody), MacBook Air และล่าสุดกับสมาชิกใหม่ของครอบครัว MacBook Pro with retina display

สุดท้ายผมก็คงคิดไม่ออกว่าตัวเองจะไปใช้คอมพิวเตอร์อะไร เพราะตอนนี้ทั้ง Mac และ iOS ทำให้ผมมีความสุขมาก ๆ จนไม่อยากไปใช้อย่างอื่นแล้ว

Happy birthday Mac

บุนนะผล อินทะชุม

 

————————————————-

@YOWARE

First Mac : MacBook Pro 15” (Late 2008)

 

ครั้งแรกในชีวิตที่จับเครื่อง Apple คือ ตอนที่เรียนอยู่ ป.5 ครับ จำได้ว่าเป็น Apple II ยังไม่เข้ายุค Mac ด้วยซ้ำ เอามาพิมพ์โค้ดเขียนโปรแกรมเกมแข่งม้า (ใครเคยบ้างเอ่ย ?) แล้วจากนั้นก็ไม่เคยเห็น Mac อยู่ในสายตาอีกเลย เพราะรู้สึกว่า Mac ไม่ใช่คอมพ์สำหรับเราโดยเฉพาะเหตุของราคาแพงมาก แพงสำหรับปุถุชนอย่างเรา ๆ ไม่เคยมีความคิดความตั้งใจจะครอบครองแม้แต่น้อย
yoware-first-mac-macbookpro-unibody_02
ชีวิตในวงการคอมพิวเตอร์ที่ไร้ Mac ก็ต้องไปใช้พีซี ใช้ตั้งแต่ Windows 3.11 เรื่อยมา เป็นเครื่องตั้งโต๊ะ เป็นโน้ตบุ๊กมือสอง เป็นเน็ตบุ๊ก Windows XP จนถึงจุดที่รู้สึกว่า “คอมพิวเตอร์มีอะไรดีกว่านี้ไหม ?” ประกอบกับเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกันหันมาใช้ Mac และอยากเรียนรู้จักระบบนี้มากขึ้น จึงตัดสินใจว่า คงหันไปหา Mac แน่แล้ว ราคาเท่าไหร่เท่ากัน จะพยายามซื้อตามกำลังและความเหมาะสม
yoware-first-mac-macbookpro-unibody_01ตัดสินใจตอนปลายปี 2007 ก็เลยแว้บไปดูรุ่น Mac ที่มีขายล้วนเป็นรุ่นที่ออกมาแล้วระดับหนึ่ง จึงเกิดคำถามที่ว่า “รุ่นใหม่จะออกเมื่อไหร่ ?” เพราะถ้าจะจ่ายทั้งทีก็อยากได้ของใหม่ รอไปรอมา Mac เครื่องแรกที่ซื้อเองก็มาอยู่ในมือตอนปลายปี 2008 กับ MacBook Pro จอ 15 นิ้ว รุ่นตัวเครื่องแบบ Unibody รุ่นแรก ราคา 74,000 บาท ที่ถือว่าเป็นปู่ทวดของโน้ตบุ๊กตระกูล Unibody ตราบจนปัจจุบัน
หลังจากใช้ไปสักพัก สิ่งที่ชอบที่สุดในเครื่อง Mac คือ แป้นพิมพ์มีไฟ และระบบ Sleep ที่แค่ปิดฝาก็พักเครื่องได้แล้ว เมื่อเปิดฝา ทุกอย่างก็จะพร้อมใช้ต่อได้ทันที ซึ่ง Windows ยังไม่มี และพีซีก็ห่างอีกหลายขุม
ถึงวันนี้ก็ 5 ปีเป็นที่เรียบร้อย แม้ผมจะพามันไปสมบุกสมบันกันหลายที่ และเปิดใช้มันทุกวัน แต่ก็ยังคงไม่งอแงใด ๆ ให้ได้หวั่นใจครับ
จากที่เคยไม่คุ้นค่า แปลกมือ จนตอนนี้กลายเป็นอุปกรณ์ใช้งานคู่กาย และน่าดีใจที่มันสามารถทำรายได้ให้ผมเกินกว่ามูลค่าของมันแล้วครับ
ความสุขอย่างหนึ่งเวลาใช้ Mac คือเหมือนได้สัมผัสกับสิ่งที่มีคน “ตั้งใจมาก ๆ” ในการสร้างมันขึ้นมา และมันเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากทำสิ่งต่าง ๆ อย่าง “ตั้งใจมาก ๆ” เช่นกัน

 

 

 

 



kangg

You May Also Like:

Share

Tweet

Email