วิถีซัมซุง ‘ก็อปไว้ก่อน ค่อยตามแก้ปัญหาทีหลัง’

วิถีซัมซุง ‘ก็อปไว้ก่อน ค่อยตามแก้ปัญหาทีหลัง’

เว็บไซท์ vanityfair.com มีบทความน่าสนใจเกี่ยวกับการทำธุรกิจของซัมซุงว่าการก็อปความคิดคู่แข่งไม่ใช่เพิ่งมาเกิดกรณีแอปเปิ้ลกับซัมซุง แต่ซัมซุงทำแบบนี้มานานแล้ว

การฟ้องร้องระหว่างแอปเปิ้ลและซัมซุงถึงวันนี้ผ่านมาร่วม 3 ปี บทสรุปเรื่องสิทธิบัตรของทั้งคู่ดูแล้วยังไม่มีทีท่าจบง่าย ๆ เว็บไซท์ vanityfair.com มีบทความชื่อ ‘The Great Smartphone War’ ความยาว 5 หน้า เรื่องราวในบทความเป็นการพูดถึงวิธีการทำธุรกิจของซัมซุงว่าแอปเปิ้ลไม่ใช่รายแรกที่ซัมซุงลอกเลียนแบบ แต่ซัมซุงทำมานานแล้วโดยเฉพาะกับบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นที่โดนมาไม่น้อย

บทความยาวมาก เลยขอนำจากที่ macrumors.com เขียนข่าวสรุปมาอีกที ในปี 2010 เรื่องราวก่อนที่แอปเปิ้ลจะฟ้องซัมซุงในบทความบอกว่าผู้บริหารแอปเปิ้ลและทีมกฏหมายอื่นได้บินไปพบกับผู้บริหารซัมซุงเพื่อเจรจากันก่อนจะเกิดการฟ้องร้องว่าซัมซุงเลียนแบบแอปเปิ้ล ในการประชุมครั้งนั้นท่านรองประธานซัมซุง Seungho Ahn บอกว่า

“ถ้าแอปเปิ้ลจะเล่นเกมนี้และเลือกที่จะจบด้วยการฟ้องร้อง ทางซัมซุงก็จะทำการฟ้องกลับด้วยเช่นกัน เขาบอกว่าซัมซุงทำโทรศัพท์มานาน มีสิทธิบัตรที่ถือครองอยู่มากมาย น่าจะมีสักสิทธิบัตรที่แอปเปิ้ลละเมิดเราเหมือนกัน”

ในบทความจากที่ผมอ่านใน vanityfair.com มีการเล่าย้อนไปถึงประวัติการก่อตั้งซัมซุงด้วยว่ามีที่มาอย่างไร และเติบโตมาในธุรกิจได้ยังไง โดยใน macrumors.com มีสรุปใจความเรื่องการทำธุรกิจไว้ว่าก่อนที่แอปเปิ้ลจะมาอยู่ในห้วงเวลาการฟ้องร้องแบบนี้ ซัมซุงใช้วิธีขโมยผลงานคนอื่นมาใช้เป็นของตนเองมานานแล้ว

อย่างในปี 2006 ซัมซุงละเมิดสิทธิบัตรจอโทรทัศน์พลาสม่าของ Pioneer แล้วซัมซุงก็ดึงเรื่องลากยาวเรื่องในชั้นศาลมาถึงปี 2009 ซึ่งค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องยาวนานขนาดนี้ต้องใช้เงินจำนวนมากประกอบกับที่ Pioneer ในช่วงนั้นภาวะบริษัทไม่ค่อยดีอยู่แล้วด้วยต้องปิดส่วนธุรกิจการทำโทรทัศน์ เลยทำให้ท้ายที่สุดซัมซุงชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ไป

ปี 2007 บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอีกราย Sharp ได้ฟ้องซัมซุงว่าละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีโทรทัศน์ของพวกเขาหลายสิทธิบัตร ซัมซุงใช้วิธีฟ้องกลับ Sharp ในเกมนี้ และยังคงผลิตโทรทัศน์ออกขายต่อไป แน่นอนเครื่องโทรทัศน์ที่ซัมซุงปั๊มออกมาภายในเป็นเทคโนโลยีที่ขโมยมาจาก Sharp ธุรกิจโทรทัศน์ของซัมซุงเจริญรุ่งเรื่องตามไปด้วย กว่าเรื่องในชั้นศาลจะจบซัมซุงลากไปถึงปลายปี 2009 ที่ศาลตัดสินว่าซัมซุงผิดจริงและห้ามนำเข้าโทรทัศน์รุ่นดังกล่าว ถึงเวลานั้นซัมซุงก็เปลี่ยนรุ่นโทรทัศน์ของตนเองไปแล้ว

เหตุการณ์ทำนองนี้ยังเคยเกิดขึ้นกับ Kodak และบริษัทอื่นด้วย ซึ่งเมื่อซัมซุงเผชิญหน้ากับแอปเปิ้ลก็ใช้วิธีทำนองนี้ คือก็อปก่อนมีเรื่องในชั้นศาลก็ดึงเกมให้ยืดไปเรื่อย ๆ พวกรุ่นโทรศัพท์ที่แอปเปิ้ลไล่ฟ้องกว่าศาลจะตัดสินก็เลิกขายไปหมดแล้ว

ในบทความเล่าย้อยไปถึงปี 2007 ที่แอปเปิ้ลออก iPhone รุ่นแรก ซ้มซุงนำ iPhone มาเทียบฟีเจอร์กับโทรศัพท์ของบริษัทตนเองชนิดตาต่อตาฟันต่อฟันพบว่า iPhone มีฟีเจอร์ที่เหนือกว่าโทรศัพท์ของตนเอง 126 รายการ และนั้นเป็นที่มาของโทรศัพท์ Galaxy S

 

first-iphone-galaxy-s

 

ซัมซุงเลือกที่จะไม่เจรจาค่าลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ที่แอปเปิ้ลเรียกร้อง เพราะในอดีตตัวซัมซุงเองผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้วไม่มีเคสไหนที่ทำให้ซัมซุงสั่นคลอนได้ ซัมซุงก็ยังละเมิดสิทธิบัตรแอปเปิ้ลมาเรื่อย ๆ จนในที่สุดมาจบที่แอปเปิ้ลตั้งป้อมฟ้องร้องปกป้องสิทธิบัตรของตนอย่างที่เราทราบกัน

เงินที่แอปเปิ้ลต้องการสวนทางกับที่ซัมซุงจะยอมจ่าย ศาลชั้นต้นตัดสินให้ซัมซุงจ่ายแอปเปิ้ล 1,000 ล้านดอลล่าร์ ซัมซุงฟ้องกลับดึงเรื่องให้นาน ศาลพิจารณาคดีใหม่ได้ผลตัดสินใหม่เหลือ 500 กว่าล้านดอลล่าร์ ซัมซุงดึงเรื่องต่อไม่ยอมง่าย ๆ ผ่านมา 3 ปีวิธีก็อปไว้ก่อนค่อยตามแก้ทีหลังได้ผลดีไม่น้อย เพราะรุ่นโทรศัพท์ที่แอปเปิ้ลระบุว่าละเมิดสิทธิบัตรของตนซัมซุงแทบจะเลิกขายไปหมดแล้ว และมาถึงวันนี้ศาลในแคลิฟอร์เนียมีคำสั่งให้ซัมซุงจ่ายค่าเสียหายให้แอปเปิ้ลเป็นเงิน $119,625,000 ลดมาจากคำสั่งแรกเมื่อ 3 ปีก่อนที่ปรับร่วมพันล้านอยู่ 10 เท่า

…ซัมซุงคุ้ม คู่แข่งอ่วม

แนะนำว่าถ้ามีเวลาอ่านบทความ The Great Smartphone War ฉบับเต็ม ได้ความรู้เพิ่มมากครับ : vanityfair.com

ที่มา : macrumors.com

 



You May Also Like:

แอปเปิ้ลเลิกจัดเทศกาลดนตรี Apple Music Festival หลังจัดงานมา 10 ปี

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ฉะนั้นไม่แปลกใจที่จะมีวันที่แอปเปิ้ลยุติบทบาทการจัดเทศกาลดนตรี iTunes Music Festival โดยแอปเป้ิลให้ข้อมูลออกมาแล้วว่าไม่จัดงานดังกล่าว ..

Apple ทุ่มกว่า 3 หมื่นล้าน ส่วน Netflix ทุ่มกว่า 2 แสนล้าน เพื่อทำหนัง/ซีรีส์ในปีหน้า

มีข่าวออกมาในระยะเวลาไล่เลี่ยกันทั้ง Apple และ Netflix เรื่องการทุ่มเงินทำหนัง/ซีรีส์ในระบบสตรีมมิ่งของตัวเอง Apple บอกทุ่มเงินกว่า 3 หมื่นล้าน Netflix บอกพร้อมทุ่มเงินกว่า 2 แสนล้านบาท ...คนละชั้นจริง ๆ ..

แอปเปิ้ลแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2017 รายได้ $45,400 ล้านดอลลาร์ กำไร $8,700 ล้านดอลลาร์ ยอดขาย iPad เพิ่มขึ้น 28%

แอปเปิ้ลแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2017 รายได้ $45,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไร $8,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ iPhone ยอดขายซบ สวนทาง iPad ยอดขายพุ่ง ..

Share

Tweet

Email