รีวิว : เครื่องพิมพ์รูป Fuji instax SHARE SP-1

รีวิว : เครื่องพิมพ์รูป Fuji instax SHARE SP-1

ในยุคดิจิตอลที่หลายคนกลับไปหาสิ่งที่เป็นอนาล็อก เหมือนเป็นการย้อนกลับไปรื้อฟื้นความทรงจำสนุก ๆ หลายอย่างรวมถึงการถ่ายรูปแล้วเราพิมพ์ออกมาได้เป็นรูปจากกล้องโพลารอยด์ วันนี้ยุคกล้องในมือถือครองโลก ฟูจิฟิล์มทำเครื่องพิมพ์รูปมาตอบโจทย์ดิจิตอลพบอนาล็อกกับ Fuji instax SHARE SP-1

 

Fuji instax SHARE SP-1 เป็นเครื่องพิมพ์รูปภาพที่ใช้ฟิล์ม instax mini แบบเดียวกับที่ใช้อยู่กับกล้อง Fuji instax มากมายหลายรุ่น สำหรับคนที่ไม่เคยได้ใช้งานกล้อง instax หรือนึกไม่ออกว่าเป็นอย่างไร มันคือกล้องที่ถ่ายรูปแล้วสามารถพิมพ์รูปออกมาได้เลยทันที คุ้น ๆ ไหมครับว่าเหมือนกับกล้องอะไร…เฉลยว่าเหมือนกล้องโพลารอยด์ในอดีต ที่ตัวกล่องฟิล์มจะมีขนาดใหญ่ ๆ ใส่เข้าไปหลังกล้องพอถ่ายเสร็จปั๊บก็จะมีรูปออกมาจากกล้อง ซึ่ง Fuji instax ก็เป็นแบบเดียวกันหลักการเดียวกัน เพียงแต่นำมาปรับโฉมให้ดูทันยุคเข้ากับคนในยุคนี้ที่ชอบอะไรน่ารัก ๆ และตัวเครื่องพิมพ์รูป instax SHARE SP-1 ก็เป็นแบบเดียวกันคือใส่ฟิล์ม instax mini เข้าไปแล้วก็จัดการพิมพ์รูปภาพจาก iPhone หรือ Android ออกมาได้ทันที

ตัว instax SHARE SP-1 ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่น้ำหนักพอประมาณ ตัวเครื่องมาในรูปแบบเรียบ ๆ มีปุ่มการใช้งานบนเครื่องแค่ 2 ปุ่มคือปุ่มกดเปิดปิดเครื่องและปุ่ม Reprint สำหรับพิมพ์รูปก่อนหน้าซ้ำอีกรูป สำหรับไฟบอกสถานะบนตัวเครื่องแบ่งออกมาไฟบอกสถานะจำนวนรูปที่เหลืออยู่ในเครื่องอยู่ด้านซ้าย โดยฟิล์มที่เราใส่เข้าไป 1 กล่องสามารถพิมพ์ได้ 10 รูปซึ่งไฟสถานะที่ด้านซ้ายจะเป็นสีเขียวสิบดวงก็จะค่อย ๆ ลดลงตามจำนวนรูปที่พิมพ์ออกมา ด้านขวาเป็นไฟสถานะของระดับแบตเตอรี่ในเครื่องที่ใช้ถ่านแบบ CR-2 จำนวน 2 ก้อน โดยฟูจิฟิล์มเคลมว่าถ่านแบบ CR-2 1 ชุดสามารถใช้พิมพ์ภาพได้สูงสุด 100 รูป

 

fuji-instax-share-sp-1_01

fuji-instax-share-sp-1_02

fuji-instax-share-sp-1_04

fuji-instax-share-sp-1_05

 

ด้านหลังตัวเครื่องเป็นช่องใส่กล่องฟิล์ม instax mini เข้าไปสำหรับคนที่ไม่เคยใช้งานกล้อง instax มาก่อนแบบผมตอนแรกก็เกร็ง ๆ ว่าจะใส่ฟิล์มเข้าไปยากรึเปล่า ปรากฏว่าใส่ง่ายมาก ๆ เพียงแค่ดูสัญลักษณ์ขีดสีเหลือที่ด้านหลังเครื่องตอนเปิดฝาออกมาแล้วที่กล่องฟิล์มก็ที่ขีดสีเหลืองใส่ให้ตรงกันแล้วปิดฝาพร้อมใช้งานทันที

fuji-instax-share-sp-1_06

 

 

การเชื่อมต่อของ instax SHARE SP-1 กับ iPhone จะเป็นแบบ Wi-Fi Direct อย่างเดียว นั้นคือที่ตัวของ instax SHARE SP-1 มี Wi-Fi อยู่ในตัวเวลาเราจะพิมพ์รูปจำเป็นต้องเลือกให้ iPhone จับสัญญาณ Wi-Fi ของตัวกล้องเสียก่อนจึงจะสั่งพิมพ์รูปได้

สำหรับฟิล์ม instax mini ส่วนตัวผมไม่เคยใช้งานกล้อง instax มาก่อนเลย แต่เห็นร้านขายกล้องขายฟิล์ม instax อยู่เรื่อย ๆ ชอบตรงที่ฟิล์มมีลายที่ขอบเป็นรูปตัวการ์ตูนต่าง ๆ มาให้เลือกเยอะมากหรือถ้าไม่ชอบแบบลวดลายก็เลือกแบบธรรมดาขอบขาวก็มีเช่นกัน ราคาค่างวดของฟิล์ม instax mini จากที่ผมเดินสำรวจถ้าเป็นกระดาษกรอบขาวกล่องละ 220-280 บาทโดยประมาณ ถ้าเป็นฟิล์มที่มีลวดลายเพิ่มเข้ามาเช่นลายจุด ๆ ลายตัวการ์ตูนต่าง ๆ ราคากล่องละ 260-320 บาทโดยประมาณ โดย 1 กล่องเราสามารถพิมพ์ออกมาได้ 10 รูป

การใช้งาน instax SHARE SP-1 หลังจากที่เราใส่ฟิล์มเข้าไปที่ตัวเครื่องใส่ถ่านเสร็จเรียบร้อยเท่านี้เครื่องก็พร้อมใช้งานแล้ว โดยตอนกดเปิดเครื่องให้ค้างไว้แป๊บจนสถานไฟสีเขียวปรากฏขึ้นมาเป็นอันใช้ได้ การเชื่อมต่อ iPhone กับตัวเครื่องพิมพ์ให้เราไปที่ Settings > Wi-Fi เลือกจับ Wi-Fi ที่ชื่อขึ้นต้นด้วย instax เพียงเท่านี้เราก็พร้อมพิมพ์รูปแล้ว

ด้านการพิมพ์รูปภาพจำเป็นต้องพิมพ์ผ่านแอป instax ซึ่งเราสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจาก App Store สามารถใช้งานได้ทั้งบน iPhone, iPod touch และ iPad โดยตัวแอปนอกจากทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าง iPhone กับ instax SHARE SP-1 แล้วยังมีฟีเจอร์เกี่ยวกับการแต่งรูปมาด้วยนิดหน่อย

 

fuji-instax-share-sp-1_07

 

  • ฟิลเตอร์มีมาให้ 3 แบบคือโหมดปรับสีอัตโนมัติ (Intelligence), ฟิลเตอร์ขาวดำ, ฟิลเตอร์สีซีเปีย
  • หมุนรูป ปรับรูปให้ขยายใหญ่ขึ้น
  • เปลี่ยนกรอบรูป มีให้เลือกอยู่จำนวนหนึ่งพร้อมมีธีมกรอบรูปเช่นวันเกิดรวมอยู่ด้วย

fuji-instax-share-sp-1_08

fuji-instax-share-sp-1_10

fuji-instax-share-sp-1_11

fuji-instax-share-sp-1_12

 

ในส่วนนี้บอกตามตรงว่าเราใช้แอปแต่งรูปอื่น ๆ ใน iPhone หรือ iPad ที่เราชอบแต่งรูปให้เสร็จก่อนแล้วค่อยเข้าแอป instax มาสั่งพิมพ์รูปดีกว่า

สำหรับการพิมพ์รูปหลังจากที่เราต่อ Wi-Fi กับ instax SHARE SP-1 ตอนสั่งพิมพ์ครั้งแรกตัวแอปจะถามพาสเวิร์ดด้วย ซึ่งพาสเวิร์ดของ instax SHARE SP-1 ทุกเครื่องที่แกะกล่องออกมาเลยจะเป็นรหัส 1111 จุดนี้แนะนำว่าให้เราเข้าไปเปลี่ยนพาสเวิร์ดเสียก่อน เพราะไม่อย่างนั้นเวลาไปไหนมาไหนเดี๋ยวใครจะมาสั่งพิมพ์รูปจากเครื่อง instax SHARE SP-1 ของเราได้ โดยการเปลี่ยนพาสเวิร์ดสามารถทำได้จาก Settings ในตัวแอป instax

 

fuji-instax-share-sp-1_24

 

fuji-instax-share-sp-1_14

 

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจในแอป instax น่าจะเป็นการดึงรูปจาก Facebook และ Instagram มาพิมพ์ได้ด้วย โดยขั้นตอนการเลือกรูปจาก Facebook และ Instagram เราต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ปกติที่เราใช้หรือ 3G ก่อน จากนั้นเข้าไปในแอปแล้วเลือกรูปที่ต้องการได้เสร็จเรียบร้อย ต้องมาจับ Wi-Fi ของเครื่องพิมพ์ instax SHARE SP-1 เพื่อสั่งพิมพ์รูป จุดนี้ดูจะซ้ำซ้อนไปสักนิดเพราะต้องสลับ Wi-Fi ไปมาก่อนที่จะได้พิมพ์

fuji-instax-share-sp-1_09

 

โดยรูปจาก Facebook และ Instagram เวลาพิมพ์จะมีกรอบคล้าย ๆ เวลาเราเห็นรูปใน Facebook และ Instagram เลยคือมีไอคอนของ Facebook หรือ Instagram พร้อมกับรูปอวาต้าร์ที่เราใช้ จำนวนไลค์ของรูป อย่างรูปใน Instagram ถ้าเราบรรยายถึงรูปไว้ด้วยก็จถูกดึงมาใส่ให้อัตโนมัติ ซึ่งถ้าประโยคยาวไปเราสามารถกดแก้ไขข้อความได้ตามที่เราต้องการ

 

fuji-instax-share-sp-1_23

 

คุณภาพของรูปจากฟิล์ม instax mini

ต้องบอกสเป็คด้านการพิมพ์รูปก่อนว่าพิมพ์ได้ที่ 640 x 480 พิกเซลให้สีได้ 256 ระดับ ฉะนั้นรูปที่เราเห็นชัด ๆ สีแน่น ๆ บนหน้าจอ iPhone พอพิมพ์ออกมาแล้วสีที่เห็นบนรูปภาพที่เป็นกระดาษใบ ๆ จะไม่ตรงกับหน้าจอซะทีเดียว จากที่ได้ลองใช้งานพบว่าสีจะซีดกว่าที่เราเห็นบนหน้าจอมากพอควรจุดนี้น่าจะเป็นบุคลิกของ instax SHARE SP-1 อยู่แล้วที่สีจะไม่สดเทียบเท่ากับที่เราเห็นจากกล้องโทรศัพท์มือถือหรือกล้องดิจิตอล ผมลองนำรูปที่พิมพ์ออกมาจาก instax SHARE SP-1 กับรูปที่อยู่บนหน้าจอก่อนพิมพ์ สีต่างกันเห็นได้ชัด เรื่องนี้ผู้อ่านต้องต้ดสินเองว่าเราชอบโทนสีของรูปที่ออกมาหรือไม่

 

fuji-instax-share-sp-1_16

เทียบรูปที่พิมพ์จาก instax SHARE SP-1 กับรูปที่เห็นบนหน้าจอ iPhone 5s

 

fuji-instax-share-sp-1_15

 

สำหรับทางแก้ไขเฉพาะหน้าถ้าอยากให้รูปสีเข้มขึ้นคือการใช้ฟิลเตอร์ Intelligence ที่อยู่ในแอป instax ผมลองพิมพ์รูปเดียวกันใช้กับไม่ใช้ฟิลเตอร์เทียบกับพบว่ารูปที่ใช้ฟิลเตอร์ Intelligence สีจะเข้มเพิ่มขึ้นพอสมควร ถ้าดูจากรูปด้านล่างเป็นที่เสื้อยืดสีดำรูปที่ไม่ใส่ฟิลเตอร์จะเห็นรอยยับอยู่บ้าง ส่วนรูปที่ใช้ฟิลเตอร์ Intelligence สีเสื้อจะดำไม่ค่อยเห็นรอยยับและสีโดยเข้มขึ้นอย่างสังเกตได้ แต่ทั้งนี้ฟิลเตอร์ Intelligence ก็ไม่ได้ช่วยให้รูปดีขึ้นทุกครั้งไป เพราะบางรูปใส่ฟิลเตอร์ Intelligence พอพิมพ์ออกมาแล้วไม่สวยก็มีเหมือนกัน

 

fuji-instax-share-sp-1_17

ซ้าย : รูปปกติ / ขวา : รูปใส่ฟิลเตอร์ Intelligence

 

ข้อสังเกตจากที่ได้ใช้งาน instax SHARE SP-1 คือเวลาจะพิมพ์รูปจาก Facebook หรือ Instagram ต้องสลับสัญญาณ Wi-Fi ไปมาระหว่างอันปกติที่เราใช้ต่ออินเตอร์เน็ตกับ Wi-Fi ของตัว instax SHARE SP-1 ส่วนอื่น ๆ เท่าที่ได้ใช้คงเป็นเรื่องราคาฟิล์ม instax mini ที่สูงเหมือนกัน นอกนั้นการใช้งานทั่วไปไม่มีปัญหาอะไร

 

ความสนุกในการใช้งาน instax SHARE SP-1 ยอมรับว่าใช้งานสนุกมากเพราะเราสามารถพกเจ้า instax SHARE SP-1 ใส่กระเป๋าติดตัวไปได้ด้วย พอถ่ายรูปจาก iPhone แล้วนึกอยากพิมพ์รูปขึ้นมาก็ใช้งานได้เลย แต่ทั้งนี้ก็ต้องระวังกันสักนิดถ้ามันมือกดพิมพ์รูปเยอะ ๆ ก็ต้องมานับนิ้วด้วยว่าฟิล์มกล่องละเท่าไหร่หรือคิดแล้วรูปละกี่บาท อารมณ์การใช้งาน instax SHARE SP-1 คือมันทำให้ผมย้อนเวลาไปสมัยเด็ก ๆ ที่เพิ่งรู้จักกล้องโพลารอยด์ว่าเป็นยังไงทำไมถึงพิมพ์รูปได้เลยทันทีประมาณนั้น ส่วนการพิมพ์แต่ละรูปถ้าไม่ได้อยู่กับแก๊งค์เพื่อน ๆ ที่อยากให้ถ่ายรูปแล้วพิมพ์รูปทันทีก็จะเป็นแนวค่อย ๆ มานั่งเลือกรูปที่เราอยากพิมพ์ออกมาจริง ๆ มากกว่าจะพิมพ์เล่นไปเรื่อย ๆ

 

fuji-instax-share-sp-1_18

fuji-instax-share-sp-1_19

 

จะว่าไปไปพอได้ใช้ instax SHARE SP-1 เริ่มอยากได้กล้อง instax มาถ่ายเล่นบ้างแล้วซิ

 

จุดสังเกต

  • เป็นเครื่องพิมพ์รูปที่ใช้ฟิล์มแบบโพลารอยด์ของ Fuji instax mini
  • สีที่ออกมาจะซีด ๆ หน่อยไม่สดเท่าที่เราเห็นบนหน้าจอ iPhone
  • ราคาเครื่องสูงไปหน่อย

 

ราคา : 5,990 บาท

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : Fujifilm (Thailand)

 



You May Also Like:

ทำ AirPrint จาก iPhone, iPad ง่าย ๆ ด้วย AirPrint Activator

อาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนยังไม่ทราบหรือไม่ได้นึกถึงว่ามีหนทางทำให้เราสามารถสั่งพิมพ์เอกสารหรือรูปภาพจากบน iPhone, iPod touch และ iPad มายังเครื่องพิมพ์แบบไร้สายได้ด้วย AirPrint Activator ..

Share

Tweet

Email