รีวิว : ลำโพง Geneva – Model S (Wireless)

รีวิว : ลำโพง Geneva – Model S (Wireless)

สำหรับลำโพง Geneva – Model S เราเคยรีวิวรุ่นเดิมไปแล้ว มาครั้งนี้กับรุ่นใหม่ที่บิวด์อิน Bluetooth มาในตัว นอกจากเรื่องนี้แล้วมีอะไรอีกที่ Geneva – Model S (Wireless) ทำได้บ้าง

Geneva – Model S (Wireless) ยังคงออกมาในรูปร่างแบบเดิมคือเป็นตู้สี่เหลี่ยม ขนาดแบบเป๊ะ ๆ คือ 23.5 x 14.9 x 17.6 เซนติเมตร (กว้าง X สูง x หนา) น้ำหนัก 3.35 กิโลกรัม ตัวเครื่อง Model S (Wireless) มีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิมคือไม่มี Dock Connector มาให้แล้ว โดยการเชื่อมต่อหันมาใช้ Bluetooth แทน จุดนี้เลยทำให้ด้านบนเครื่องดูเรียบไปทั้งเครื่องจะมีเพียงบริเวณมุมบนขวาที่เป็นแผงปุ่มควบคุมแบบสัมผัสที่เวลาไม่ได้เปิดใช้งานก็แทบไม่เห็นว่าปุ่มไหนคือะไร ส่วนพอเปิดใช้งานก็จะมีไฟเรืองแสงเพื่อให้เราทราบว่าปุ่มไหนเป็นปุ่มไหน บริเวณด้านหลังเครื่องนอกจากช่องเสียบสายไฟ ก็ยังมี Line-In แบบ 3.5 มม. และช่องเสียบเสาอากาศสำหรับฟังวิทยุ FM ไว้ด้วย (มีเสาอากาศให้มาด้วยในกล่อง) ตัวเครื่องสามารถวางได้ 2 แบบคือวางเฉพาะตัวเครื่องเดี๋ยว ๆ รองฐานยางทั้ง 4 มุมหรือจะใช้ขาตั้งโลหะพร้อมฐานที่มีให้ในกล่องยกลอยสูงขึ้นเล็กน้อยจุดนี้แล้วแต่ชอบเลยว่าจะตั้งแบบไหน

 

geneva-model-s-wireless_01

geneva-model-s-wireless_03

geneva-model-s-wireless_05

 

 

ด้านการใช้งานเมื่อหันมาใช้การเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เป็นหลักเราก็จะลองกันในจุดนี้ การเชื่อมต่อ Bluetooth คงไม่ต้องอธิบายกันมากแล้วว่าทำยังไงตัวเครื่องเมื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เสร็จเรียบร้อยก็พร้อมใช้งานทันที ส่วนสเป็คเรื่องลำโพงของ Model S (Wireless) ใช้ไดรเวอร์ขับเสียงขนาด 3 นิ้วจำนวน 2 ดอก แรงขับ 30 วัตต์ และมี Digital Hi-Fi amplifiers (Class D) อยู่ในตัว บนตัวลำโพงมีจอการแสดงผลเป็นไฟ LED สีแดงอยู่ที่ด้านบนขวาของแผงลำโพง แสดงผลเป็นตัวเลขและตัวหนังสือแบบคร่าว ๆ เพื่อให้ทราบว่าที่เรากดเมนูไปเข้าสู่โหมดนั้นจริงรึเปล่า หรือกดปรับระดับเสียงก็จะเป็นตัวเลขขึ้นมา

 

geneva-model-s-wireless_08

Image : genevalab.com

geneva-model-s-wireless_09

 

จากที่เปิดฟัง Model S (Wireless) พบว่าเนื้อเสียงต่างไปจากรุ่นเดิมตรงที่เสียงจาก Model S (Wireless) จะแน่นขึ้นกว่ารุ่นเดิม เสียงที่ได้จาก Model S (Wireless) ออกแนวแน่น ดุดันมากขึ้น โทนเสียงจะแข็งนิด ๆ ในจุดนี้ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่าถ้าใช้งานไปเรื่อย ๆ อีกหลายร้อยชั่วโมงเนื้อเสียงจะเปลี่ยนไปหรืออิ่มมากขึ้นหรือไม่ ตัวลำโพงสามารถปรับระดับ Bass และ Treble ได้จากบนรีโมทที่มีมาให้เราชอบฟังเสียงแบบไหนก็ปรับได้ตามสะดวก ตัวผมเองปรับระดับให้ Bass จัดจ้านกว่า Treble เล็กน้อย พบว่าเสียงต่ำที่ได้จาก Model S (Wireless) ทุ้มมากพอควร ความทุ้มจะแน่น ๆ เป็นลูกพุ่งออกมาไม่ค่อยกังวาลออกด้านข้าง ส่วนเสียงนักร้องเสียงเครื่องดนตรีจากที่ใช้ฟังเสียงที่ได้มีรายละเอียดค่อนข้างดี แต่ปลายเสียงไม่พริ้วแบบลอย ๆ มากนัก

 

geneva-model-s-wireless_10

 

ด้านการควบคุมตัวลำโพง ถ้าใช้งานแผงปุ่มแบบสัมผัสบนตัวเครื่องถือว่ากดง่ายดี แตะนิดเดียวก็ใช้ได้แล้ว แต่จุดอ่อนของปุ่มแบบสัมผัสพวกนี้คือถ้าคุณเพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้วจะมากดปุ่มใด ๆ บนตัวเครื่องอาจจะกดไม่ติดในบางครั้ง เรื่องนี้แก้ปัญหาด้วยการกดปุ่มบนรีโมทแทน ซึ่งรีโมทของ Model S (Wireless) มีปุ่มใช้งานครบครัน แต่เรื่องดีไซน์ของรีโมทไม่งามเท่าไหร่ แต่ในการใช้งานจริงทั่วไปจากที่ได้ลองกลายเป็นว่าการควบคุมการเปลี่ยนเพลง หยุดเพลง ปรับเสียง ผมทำผ่าน iPhone เกือบทั้งหมด ยกเว้นว่าต้องการปรับเสียงโทนเสียงเบสเสียงสูงก็จะหยิบรีโมทมากด ๆ สักนิด

 

geneva-model-s-wireless_11

geneva-model-s-wireless_12

 

สำหรับการใช้ฟังวิทยุเมื่อเราต่อเสาอากาศและยืดเสาขึ้นมาก็จะดูหน้าตา Model S (Wireless) แปลกไปนิดหน่อย เรื่องการรับสัญญาณวิทยุ FM จากที่ได้ลองสามารถรับเสียงได้ชัดเจนดีไม่มีประเด็นอะไรในจุดนี้ ถ้าไม่อยากต่อเสาให้ดูแปลกตาแต่อยากฟังวิทยุก็คงต้องพึ่งพาแอปสถานีวิทยุแทนในเรื่องนี้

 

ส่วนตัวผมชอบรูปทรงของลำโพง Geneva เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรียบ ๆ ไม่ต้องมีปุ่มอะไรมาก เอาไปวางตรงไหนก็เข้ากับสิ่งอื่นได้หมด ตัว Model S (Wireless) ที่ผมได้มาเป็นสีแดงก็จะดูสะดุดตาหน่อย แต่ถ้าผู้อ่านคิดจะเอาไปวางไว้บนโต๊ะขาวตัวเครื่องสีขาวก็ดูกลืนกันดี หรืออยากให้สะดุดตาแต่สีไม่โดดก็คงต้องเป็นเครื่องสีดำ ตัว Model S (Wireless) เสียดายนิดเดียวที่ไม่มีตู้ลำโพงลายไม้ให้เลือกเหมือนกับ Model M (Wireless) การเคลื่อนย้ายลำโพง Model S (Wireless) ไปวางมุมโน้นทีมุมนี้ทีก็พอจะทำได้แต่ไม่สะดวกมากนักเพราะตัวลำโพงไม่ได้ออกแบบมาใช้งานแบบให้เคลื่อนย้ายคือต้องเสียบปลั๊กไฟทุกครั้งไปตัวเครื่องไม่มีแบตเตอรี่ในตัว และอีกประการคือน้ำหนักของลำโพงก็ไมน้อยจะยกจะวางทีนึง 3 กิโลกรัมก็ไม่ได้จัดว่าเบาอะไรนัก

 

geneva-model-s-wireless_13

 จากที่ได้ลองผมพยายามหลับตาแล้วนึกถึงเสียงของรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ว่ามันต่างกันหรือดีขึ้นหรือเท่า ๆ เดิม ก็พบว่าเสียงของ Model S (Wireless) ถ้าใช้คำว่าดีขึ้นอาจไม่ถูกนักเพราะโทนเสียงของลำโพง Geneva ก็จะโทนนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ความรู้สึกที่ได้จาก Model S (Wireless) คือเสียงแน่นขึ้นพุ่งขึ้นกว่ารุ่นเดิม เสียงจากลำโพงเสียงจากหูฟังส่วนตัวผมคิดว่าเป็นเรื่องรสนิยมของแต่ละคนด้วย สามารถอ่านเพื่อไปประกอบการตัดสินใจได้ส่วนหนึ่งและต้องไปลองฟังด้วยหูตัวเองด้วยถึงจะสมบูรณ์

 

จุดสังเกต

  • เสียงแน่น
  • รีโมทปุ่มใช้งานครบ แต่หน้าตาดูธรรมดาไปหน่อย
  • ต่อเสาอากาศใช้ฟังวิทยุ FM ได้

 

ราคา : 10,900 บาท

 

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด

หาซื้อสินค้าได้ที่

  • iStudio
  • Mahajak – Dream Theater (ชั้น 2 Siam Paragon)

 

 

 



You May Also Like:

รีวิว : ลำโพง Harman Kardon – Onyx Studio 4

ได้รับลำโพง Harman Kardon - Onyx Studio 4 มาใช้งานพักใหญ่ นำมาบอกเล่ากันเกี่ยวกับลำโพงตัวนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง  ..

ลำโพง Fender – Monterey และ Newport

Fender ในยุคใหม่นอกจากหูฟังที่ออกมาพักใหญ่ ตอนนี้มีลำโพงไร้สายออกมาด้วยเหมือนกันกับรุ่น Monterey และ Newport  ..

รีวิว : ลำโพง JBL – Pulse 3

ผมให้นิยามว่าเป็นลำโพงที่สนุกมาก เพราะไม่ใช่แค่เสียงแต่ลำโพงที่เราสามารถเลือกแสงที่อยู่บนตัวลำโพงได้ตามใจชอบอีกด้วยกับ JBL - Pulse 3  ..

Share

Tweet

Email