สัมภาษณ์ @iGolf นักออกแบบแอปฯ

สัมภาษณ์ @iGolf นักออกแบบแอปฯ

ผมดองบทสัมภาษณ์นักออกแบบแอปฯจนได้ที่แล้ว จึงถอดเทปนำมาให้ได้อ่านกัน เผื่อว่าใครหลายคนอยากจะรู้ว่ากว่าจะออกมาเป็นแอป ๆ หนึ่งที่เราใช้กันอยู่ คนออกแบบเขาคิดเยอะแค่ไหน คิดถึงอะไรบ้าง ลองอ่านกันดูนะครับ

 

สำหรับกอล์ฟ หรือ @igolf ในทวิตเตอร์เป็นเพื่อนที่ผมรู้จักมานานประมาณหนึ่ง นาน ๆ เจอกันที่แต่ติดตามผลงานที่เขาทวีตบ้างโพสในเฟซบุ๊คบ้างประปรายว่าช่วงนี้เขากำลังคิดงานอะไรอยู่ หรือดีไซน์ชุดไอคอนขึ้นไปขายที่ไหน

ตัวผมเห็นว่าน่าสนใจดีติดต่อกอล์ฟไว้นานแล้ว คลาดกันไปบ้าง พอได้จังหวะเหมาะก็เลยถือโอกาสสัมภาษณ์เขาสักหน่อย (ขอโทษกอล์ฟด้วยที่เราดองบทสัมภาษณ์ไว้นานมาก) หลายอย่างที่ผมได้คุยกับกอล์ฟในวันนั้นคือ เห้ย..คิดกันขนาดนี้จริง ๆ เหรอกว่าจะออกมาแอปฯหนึ่ง

นักออกแบบแอปฯว่าจะต้องกดยังไง ตัวหนังสือต้องใหญ่แค่ไหน ปุ่มต้องอยู่ตรงไหน ผมคิดว่ามีน้อง ๆ ที่กำลังสนใจโตมาฉันอยากจะเป็นนักออกแบบเว็บออกแบบแอปฯกันบ้าง คงดีไม่น้อยกับแอปฯที่เราเป็นคนวางโครงสร้างและออกแบบเอง ทำไอคอนต่าง ๆ เอง ได้ออกมาให้ผู้คนในประเทศ หรือในโลกนี้ได้ใช้

ลองตามอ่านกันดูว่ากอล์ฟมีความคิดเรื่องการทำงานสายนี้ยังไง

—————————————————-

ถาม :คุณกอล์ฟแนะนำตัวหน่อย

กอล์ฟ : ชื่อกอล์ฟ ปัจจุบันเป็นดีไซน์เนอร์ UI/UX (User Interface และ User Experience)

 

ถาม : เริ่มต้นผมรู้จักกอล์ฟในฐานะที่ผมเห็นกอล์ฟทำดีไซน์เว็บมาก่อน ดีไซน์กราฟฟิคทั่วไป แล้วทำไมจึงมาทำเป็นเรื่องเกี่ยวกับดีไซน์ไอคอนหรือมาดีไซน์หน้าตาแอปฯได้

กอล์ฟ : จริงๆเริ่มแรกเลยคือพอเริ่มได้มาใช้ iPhone พอเห็นแล้วก็อยากจะทำบ้าง แล้วรู้สึกว่าคนอื่นทำขัดใจเรา และมันน่าจะสวยได้กว่านี้  ก็เลยเริ่มจากการหัดทำเอง โดยอยากให้แอปพลิเคชั่นนี้ออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร เราก็ทำในสไตล์ของเรา คือการนำแอปฯของเค้ามารีดีไซน์ใหม่ ซึ่งก็ยังทำเล่นๆไปก่อน  ซึ่งเริ่มแรกบริษัทที่ผมทำงานอยู่ไม่ได้รับงานอะไรพวกนี้เลย คือทำแต่เว็บแล้วพอมาถึงช่วงนึงก็ต้องทำแอปฯของบริษัทเราเองบ้าง เลยได้ทำเป็นอันดับแรกก็คือแอปฯของบริษัท แล้วหลังจากนั้นแอปฯตัวที่สองที่สามก็เริ่มเป็นแอปฯมาจากลูกค้าที่มาจ้างบริษัทที่ผมทำงานอยู่

 

ถาม : แล้วแนวทางของกอล์ฟในการดีไซน์แอปฯดีไซน์ไอค่อนเป็นอย่างไรบ้างครับ

กอล์ฟ : อย่างไอค่อนนี่ก็ขึ้นอยู่กับ OS ด้วย อย่าง iOS 6 คือเป็นการดีไซน์อะไรที่สมจริงเข้าใจง่าย ไม่ใช่รายละเอียดยุ่งยากมากไป ต้องเน้นฟั่งชั่นของตัวแอปฯอยู่

 

ถาม : การดีไซน์แอปฯตั้งแต่เริ่มต้น คิดว่าตัวเองตอนเริ่มต้นกับตอนนี้พัฒนามามากมั้ย

กอล์ฟ : ก็เยอะครับ ประสบการณ์ทำให้พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเรื่อง UI ก็ผมว่ามันก็ไปได้เรื่อย ๆ อาศัยเรื่องความละเอียดอ่อน ในความตั้งใจทำเฉยๆ เช่นผมว่าในตรงนี้มันต้องเป๊ะ อย่างงี้ แต่อย่างเรื่อง UX ผมว่ามันเปลี่ยนไปเยอะ

 

ถาม : แล้วอย่างงี้คือเราศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเอง แล้วส่วนใหญ่หาจากหนังสือหรือจากเว็บ

กอล์ฟ : ส่วนใหญ่ดูจากเว็บ แล้วพอดูแล้วมันมีอิทธิพลมั้ย ว่าเราเห็นแอปฯ ที่เราโหลดมาแจ๋วๆ แล้วเราแบบเฮ้ยต้องอย่างงี้ๆ

 

ถาม : ยกตัวอย่างแอปฯที่ชอบที่สุดสัก 2-3 แอปฯ

กอล์ฟ : Facebook Paper นี่ก็ขอบ TweetBot นี่แน่ๆ แล้วก็ Flipboard แล้วก็แอปฯ Paper บน iPad (แอปวาดรูป Paper by 53)

 

ถาม : ลองพูดถึงแต่ละแอปฯที่ชอบ เอา Tweetbot ก่อน เห็นชอบมานานแล้ว

tweetbot_01กอล์ฟ ก็เป็นแฟนคลับของ Tweetbot มานาน คือมันเน้นสิ่งที่เราต้องการจริงๆ อย่างแอปฯอื่นอย่างงี้คือมันเป็นไทม์ไลน์ทวีต  แต่คือหน้าจอเขาอยากให้มันแสดงผลได้เยอะคืออะไรไม่รู้เต็มหน้าจอไปหมดเหมือน TweetDeck พอตอนใช้ก็อ่านแล้วรู้สึกปวดตา แต่ถ้าหากเราดูอย่าง Tweetbot เขาเน้นตัวหนังสืออ่านง่าย ถ้าเราเปิดมาหน้าจอนึงเห็นได้แค่ 3-4 ทวีต นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องการอ่านจริงๆ

 

ถาม : ถ้าให้เทียบกับ Twitter ที่เป็น Official

กอล์ฟ : ถ้าให้เทียบรู้สึกว่าแอปฯ Official มันรกไป พวกไอค่อนบางอย่างมันซ่อนได้

 

ถาม : ถ้าให้พูดถึงภาพรวมของ Tweetbot  ที่เป็น UX นี่คิดมาแจ๋วมั้ย

กอล์ฟ : แจ๋วเลยคือแอปฯอื่นเค้าทำทั้งแนวตั้งแนวนอน  คือเน้นฟังชั่นเยอะไว้ก่อน  แต่ไม่รู้เรื่อง UX อยากให้เน้นเยอะ แต่อย่าง Tweetbot นี่เขาก็ให้ทำแนวนอนได้นะ แต่ไม่จำเป็น  มันเสียเวลาเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า

 

tweetbot_02

หน้าตาแอป Tweetbot 3 ที่ทำเป็น Flat Design

 

 

ถาม : แล้วอย่างแอปฯ Paper ของ Facebook ลองพูดถึงหน่อยว่าเป็นไง

กอล์ฟ : เหมือนมันเปลี่ยนวิธีการเล่นเฟสบุ๊กไปเลย คือติดมากขึ้นแล้วเอาแอปฯ Official ซ่อนไว้ในโฟลเดอร์เรียบร้อยแล้ว แล้วเอา Paper ไว้หน้าแรกแทน คือความรู้สึกเหมือนเราเปิดหนังสือจากซ้ายไปขวา ไม่สิจากขวาไปซ้าย แต่ตรงหัวมันจะงงๆหน่อย เรื่องเปลี่ยน section เพราะยังเปลี่ยนเป็นรูปอื่นไม่ได้คงต้องรอมันเปลี่ยนเอง แต่ตรงนี้มันก็คัดพวกที่เป็นฟีเจอร์มาจากจำนวนคนไลค์เยอะ  แล้วก็เหมือนมันง่ายมือเดียวเล่นได้ ใช้มือเดียวปัดซ้ายขวาขึ้นลง

paper-by-facebook_01

หน้าตาแอป Paper ของ Facebook

 

ถาม : คิดว่าที่คุยมาสองแอปฯถ้ากอล์ฟได้มีโอกาสไปบอกเค้า จะไปบอกเรื่องอะไร เพิ่มอะไร หรือคิดว่าแอปฯเขาแจ๋วอยู่แล้ว

กอล์ฟ : อย่าง Tweetbot อันนี้ยากเลย เพราะรู้สึกว่าดีมาก แต่ติดเรื่องไอค่อนในตัวแอปฯ คือไอค่อนในแอปฯที่เป็นเอ้าท์ไลน์สไตล์นี้มันดูยากนะจริงๆ ถ้าหยิบขึ้นมาดูเผินๆเลยเราไม่รู้เลยว่าเราอยู่ section ไหน คือเหมือนไม่ได้ถมดำ คือเส้นมันบางไปแบบเดียวกับ  iOS 7 มันก็สวยแต่ใช้งานยาก

เคยมีดีไซน์เนอร์ทำเป็นโพลให้คนเข้าไปว่าไอค่อนแบบนี้กับแบบนี้ แบบไหนเข้าใจง่ายกว่า ก็คือไอค่อนแบบเดิมๆแบบที่เราใช้นี่แหละ ขอบหนาๆเส้นดำๆ แบบถมดำไปเลยดูง่ายกว่า เข้าใจง่ายกว่า ดูผ่านๆก็รู้  นี่คือเรื่องไอค่อนดูยากไปหน่อย คือมันเข้าใจยาก บางคนอาจจะงงว่าอะไรยังไง ต้องอาศัยการเรียนรู้หน่อยนึง นอกนั้นก็โอเคแล้ว  ก็จะมีงงเรื่อง gesture คือบางทีก็ทำให้เรากดพลาดได้ บางทีอยากจะ Reply แต่ก็ดันเผลอไป Retweet แทน

 

ถาม : กลับมาที่งานกอล์ฟดีกว่า แนวคิดในการออกแบบแต่ละแอปฯนี่คอนเซ็ปท์ กว่าจะออกมานี่คือกอล์ฟออกแบบทั้งแอปฯใช่มั้ย การออกแบบทั้งแอปฯรวมถึงไอค่อนด้วยใช้เวลานานมั้ย หรือเราต้องฟังลูกค้าก่อนว่าอยากได้อะไรยังไง

กอล์ฟ : เราเป็นคนคิดเองหมดเลย  เพราะว่าเหมือนเค้าให้โจทย์ว่าเนี่ยทำแบบนี้ เช่นทำแอปฯสนามบิน อยากให้มีฟีเจอร์อะไรบ้างในทางธุรกิจ ซึ่ง ณ ที่นี้พูดถึงแอปฯสนามบิน AOT ก็เขาจะให้โจทย์มาว่าภายในแอปฯอยากให้มีฟั่งชั่นอย่างโน้นอย่างนี้ ซึ่งเขาไปดีลกับสนามบินมาว่าอยากได้อะไร ซึ่งอย่างแรกเลยเราก็ต้องไปคุยกับโปรแกรมเมอร์ ว่าสามารถเอาอะไรขึ้นก่อนได้บ้าง ทำอะไรก่อนหลังได้บ้าง เพราะว่าแน่นอนลูกค้าให้ฟีเจอร์มาเป็นล้านอยู่แล้วเราก็ต้องคัดฟีเจอร์ที่มันสำคัญก่อน  พอคัดแล้วก็ต้องไปบอกกับทางโปรแกรมเมอร์ ตัวผมก็จะวาดออกมาคร่าว ๆ ให้ดูก่อน ที่เหลือก็จะเป็นงานผมหมดเลย ก่อนถึงขั้นตอนเขียนโปรแกรม

 

ถาม : อย่างแอปฯ AOT นี่ กว่าจะคิดดราฟแรกได้นานมั้ย

กอล์ฟ : นานครับ ทำแล้วลบๆตลอดเลย ถือเป็นเรื่องปรกติเลย อาจจะมีทำไปได้เกือบครึ่งแล้วลบหมดเลย คือทุกครั้งที่ทำผมก็จะออกแบบคร่าว ๆ ก่อน พอเริ่มทำดีไซน์จริงๆก็จะเอารูป 100% มาดูในมือถือดู ก็เอ๊ะไอ้นี่มันเล็กไป อาจจะดูดีบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แต่พอมาอยู่ในมือถือมันไม่ได้ละ  ฟอนต์ตัวบางไปฟอนต์ขนาดเล็กไป  หรืออันนี้ควรจะเด่นกว่านี้ ก็มีเหมือนกันที่ลบทำใหม่หมด แน่นอนก็ต้องเสียเวลา

aot_1

ถาม : แล้วอย่างที่ทำตัว AOT ก็คือทำๆลบๆอยู่หลายรอบกว่าจะได้ออกมา

กอล์ฟ : ใช่ครับ คือทำพวกแอปฯมือถือเนี่ย ตอนแรกมันต้องเผื่อด้วยว่าเอาไปใช้กลางแดด จะมองเห็นชัดหรือเปล่า ซึ่งเราก็ต้องเอาสิ่งที่เราทำอยู่ออกไปลองใช้ดูกลางแดดด้วยจริง ๆ อย่างแอปฯสนามบินต้องคำนึงถึงว่าผู้ใช้งานต้องใช้มือเดียวได้ เพราะอีกมืออาจจะลากกระเป๋าอยู่ ทุกอย่างเราก็เลยต้องนึกถึงปุ่มกดว่าจะใหญ่เกินมือเดียวกดถึงหรือเปล่า

 

aot_2

aot_3

 

ถาม : แสดงว่าทุกๆแอปฯที่กอล์ฟทำ ก็จะต้องนึกถึงคอร์หลักของบริษัทลูกค้าว่าเค้าทำธุรกิจอะไร อย่าง AOT  เค้าทำธุรกิจสนามบิน ต้องใช้มือเดียว แล้วอย่างนี้คิดไหมว่าต้องเป็นมือซ้ายหรือมือขวา

กอล์ฟ : ก็กลางๆไว้ก่อนแต่เน้นมือขวา แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสมาก

aot_4

 

 

ถาม : ตัวผมเองไม่เคยคิดเลยในจุดที่ต้องใช้งานกลางแดดว่ามันสำคัญมากขนาดนี้

กอล์ฟ : ก็อย่าง Tweetbot ก็มีปรับตีมสีดำตามแสงสภาพแวดล้อมจะได้อ่านง่าย เช่นเราเล่นห้องนอนแสงก็ลดแล้วมันก็เปลี่ยนเป็นสีดำก็จะอ่านง่าย ไม่แสบตาด้วย

 

ถาม : มีแอปฯอื่นช่วยยกตัวอย่างอีกได้มั้ย

กอล์ฟ : จริงๆที่ดาวน์โหลดมาก็ลบไปเยอะ คือบางแอปฯโหลดมาเพื่อจะดู UI/UX โดยเฉพาะ

 

ถาม : แล้วอย่าง AOT นี่ UX กดไปกดมา 1-2-3… ดูไปเรื่อยๆว่ามันไปหน้าไหนอะไรอย่างงี้เหรอ

กอล์ฟ : ใช่ครับ แต่จริง ๆ ก็อยากทำอะไรให้มากกว่านี้แต่ติดปัญหาเรื่องเวลาด้วย เราไม่สามารถทำตามใจได้ทุกอย่าง ทั้งเรื่องเวลาและปัญหาทางเทคนิค เช่นข้อมูลสายการบินซึ่งทาง AOT ยังไม่ได้ส่งข้อมูลบางอย่างมาให้เราบ้าง จริงๆมี gesture หลายอย่างที่อยากทำ นั่นแหละมันติดปัญหาเรื่องเทคนิคแล้วก็เวลาด้วย อย่างบางเมนู เช่นเมนูนี้ก็จะเป็นเมนูที่เปลี่ยนเยอะที่สุด เพราะบางทีแบบทำออกมาใช้จริงแล้วรู้สึกว่าระยะห่างมันน้อยไปนะ มีโอกาสกดผิดได้เวลาเดินๆใช้อยู่

 

ถาม : นี่คือมันเริ่มมาจากประสบการณ์ที่เราทำมาหลายๆแอปฯใช่มั้ยในเรื่องระยะห่าง ถ้ามันเท่านี้อาจจะมีปัญหากดพลาด

กอล์ฟ : ใช่ครับ ก็เหมือนเราทำออกมาเสร็จแล้วเนี่ยก็ต้องนำมาใช้บ่อยๆด้วย  เช่นแบบเราเดินเล่นกลับบ้านก็ลองเปิดมากดดูว่ามันกดยากหรือเปล่า กดผิดมั้ย

 

ถาม : ไอค่อนนี้เหมือนเห็นกอล์ฟดีไซน์นานแล้วนะ ที่เป็นรูปเครื่องบินกับเมฆเนี่ย

กอล์ฟ : ใช่ แอปฯนี้ทำนานมาก เพราะว่ามันก็มีงานอื่นมาแทรกเรื่อยๆเพราะมันไม่เหมือนบริษัท starup  ที่จะให้เราโฟกัสไปที่แอปฯๆนี้ได้ บางทีหนักๆก็อาจจะมี 3-4 โปรเจคมา ทำสลับๆกัน แต่เดี๋ยวแอปฯ AOT จะมีอัพเดทมาเรื่อยๆ

 

ถาม : การเริ่มต้นในการทำแอปฯทุกครั้งกอล์ฟนึกถึงโครงการทำแอปฯ ในหัวกอล์ฟนึกถึงไอค่อนหรือหน้าตาก่อน

ต้องนึกถึงบุคลิกของเจ้าของแอปฯที่เราจะทำว่ามีบุคลิกอย่างไร  อย่างเช่นสนามบินจะให้ทำน่ารักๆคงไม่ใช่ก็ต้องทางการหน่อย อย่างแอปฯแชทก็น่ารักได้พอได้ แล้วก็ค่อยมาวาดไอค่อนก็แล้วแต่งาน อย่างไอค่อนหนึ่งยกตัวอย่างของสนามบินก็ต้องเป็นไอค่อนของท่าอากาศยานอย่างเดียวของบริษัทก็เช่นกัน ยกเว้นว่าเราจะเริ่มออกแบบโลโก้ให้เขาแต่แรก นั่นก็คุยถึงโลโก้แต่แรก พูดถึงบุคลิกและภาพลักษณ์ของบริษัทได้เลย

 

ถาม : ขั้นตอนเหล่านี้มีเกิดปัญหาอะไรบ้างมั้ย

กอล์ฟ : ส่วนใหญ่ปัญหาเกิดที่ตัวเองเพราะทำแล้วไม่พอใจ

 

ถาม : มีทำแล้วใกล้เดดไลน์ไม่ได้บ้างมั้ย

กอล์ฟ : ไม่มี ต้องทันครับ อดหลับอดนอนก็ต้องรับผิดชอบเอง เพราะเราเป็นคนปล่อยมันให้ถึงเวลานี้

 

ถาม : ในแวดวงนักออกแบบ สายที่เป็นแบบกอล์ฟที่เน้นมาทางแอปฯไอค่อนมีเยอะมั้ย

กอล์ฟ : เอาจริงๆเลย ในที่ทำงานไม่ค่อยรู้จักคนที่ทำงานเป็นนักออกแบบสักเท่าไหร่ เพราะอย่างสมัยเรียนก็เรียน Comp-Sci เรียนด้านคอมมาตลอดทั้ง  ป.ตรี ป.โท  ตอนเข้าไปทำงานก็เป็นดีไซน์เนอคนเดียว

 

ถาม : แล้วมาเป็นดีไซน์เนอร์ได้อย่างไรเพราะเรียนมาด้านโปรแกรมมิ่ง

กอล์ฟ : ต้องย้อนไปตอนเด็กๆที่ชอบเล่นเกม ก็เลยอยากรู้ว่าทำยังไง อย่างวาดรูปนี่วาดได้อยู่แล้ว แต่เรื่องที่ไม่รู้คืออยากรู้ว่าเค้าทำเกมยังไงเลยไปเรียนพวกนี้ แล้วมันก็โชคดีอยู่อย่างนึงคือถ้าคนที่มาทำงานด้านออกเว็บหรือแอปฯคือมันควรจะรู้ข้อจำกัดของการโปรแกรมมิ่งด้วย จะได้คุยกับเค้ารู้เรื่อง ไม่ใช่ทำตามใจ ก็ถือว่าโชคดีตัดสินใจไปเรียน

 

ถาม : แสดงว่าจบโทมาก็มาทำงานก็มาสมัครเป็นดีไซน์เนอร์เลย

กอล์ฟ : ใช่ เพราะอย่างเพื่อนที่ออฟฟิศ คนที่ทำงานตรงสายมามีน้อยมา มีโปรแกรมเมอร์คนนึงจบประมงมา เขียนโปรแกรมเก่ง โชคดีที่ออฟฟิศไม่ได้ดูเรื่องวุฒิ แต่ดูว่าทำได้หรือไม่ได้

 

ถาม : เรื่องการออกแบบแอปมันมาจากประสบการณ์

กอล์ฟ : ก็ประสบการณ์ด้วยรวมถึงข้อจำกัดของบริษัทด้วย อย่างบริษัทใหญ่ ๆ มีแอปฯออกมาเยอะมาก ก็เข้าใจว่าคนทำมีไม่กี่คนก็เลยเข้าใจว่าทำไมแอปฯถึงออกมาแบบนี้ อย่างแอปฯของธนาคาร KKK เราดูแล้วก็รู้สึกว่าดูไม่ดีเลยนะ มีของธนาคาร SSS ก็ทำดี คนส่วนใหญ่จะนำประสบการณ์ติดมาจากการทำเว็บ โดยเฉพาะแอปฯของธนาคาร อย่างแอปฯของธนาคารสีเหลือง เขาได้รับคำชมเรื่องเว็บเค้านะ แต่ตัวแอปฯเขาติดจากเว็บมา ช่วยแสดงผลเยอะ ๆ ได้มั้ยในหน้าจอเดียว กว่าจะหาเมนูที่ต้องการได้ต้องไล่จากบรรทัดแรกเลยนะ  อย่างไอค่อนพวกนี้มันเกี่ยวอะไรเมนูด้านข้างหรือเปล่า แอปฯบ้านเราจะมีปัญหาเรื่องใช้พื้นที่ให้คุ้มเกินไป

 

ถาม : กลับมาพูดถึง iOS หน่อย อย่างพวกตัวหนังสือใน iOS 7.x พวกนี้มีปัญหาอ่านยากมั้ย

กอล์ฟ : ส่วนตัวไม่ชอบตัวหนังสือแบบบาง ๆ บนมือถืออยู่แล้วอย่างใน iOS 7 แต่พอเป็น 7.1 เปลี่ยนแล้ว อยากจะขอบคุณมากที่เอาฟอนต์ตัวบางสุขุมวิทออก

 

ถาม : คิดยังไงบ้าง กลายเป็นว่ามีคนชอบและไม่ชอบ

กอล์ฟ :ส่วนใหญ่คนจะมองว่ามันสวย มันก็อ่านได้นี่ คือยังไงเดินไปนั่งอ่านไป นั่งอ่านบนรถ คืออ่านผ่านๆมันไม่มีหัวต้องมาจ้องว่าตัวอะไร อยากจะบอกว่าฟอนต์บางๆเหมาะกับนำมาทำเป็นไตเติลสั้นๆ ไม่ควรนำมาเป็นฟอนต์ในบทความหรืออะไรยาว ๆ  อย่างฟอนต์กิตติธาดาเราก็ไม่เคยเห็นเอามาทำเป็นฟอนต์ข้อความอะไรยาว ๆ ช่วงแรกๆที่ใช้ iOS 7 เห็นโพสต์บนเฟสบุ๊กยาวๆนี่เลิกอ่านเลย

 

ถาม : คิดว่านี่นับว่าเป็นข้อผิดพลาดของแอปเปิ้ลมั้ยที่นำมาใช้ทั้งหมด แต่กลับกันพอใน iOS 7.1 แอปเปิ้ลเปลี่ยนกลับมาแบบเดิมทั้งหมด คิดว่าแอปเปิ้ลควรจะนำฟอนต์สุขุมวิทบางส่วนเก็บไว้

กอล์ฟ : คิดว่าเอาออกให้หมดเลยดีแล้ว เพราะยุ่งยากกับ developer เพราะอย่างตรงนี้ใช้ฟอนต์แบบนี้ ตรงนั้นใช้ฟอนต์แบบนี้ แล้วมั่นใจไม่ได้อีกว่า developer  จะรู้หรือเปล่าว่าฟอนต์แบบนี้ควรใช้ตรงไหน ยิ่งฝรั่งด้วยจะยิ่งมีปัญหากับฟอนต์ไทย

 

ถาม : ไหน ๆ พูดถึงเรื่อง iOS แล้ว กอล์ฟว่า iOS 7 มันออกแบบโอเคมั้ย เรื่องการเปลี่ยนดีไซน์ที่เราใช้มาตั้งแต่ iOS 1 -6 อยู่ดีๆมาเป็นงี้

กอล์ฟ : มันก็โอเคนะ แค่มันยังไม่ลงตัว รู้สึกว่าไอค่อนแอป Photos ดูไม่สื่ออะไรเลย อย่างไอคอน Safari ดูงุงิเกิน เราก็บ่นตั้งแต่เปิดตัว สุดท้ายก็ชิน แต่ไอค่อนแอป Photos รู้สึกไม่ชินเลย ถ้ามองผ่านๆ ดูไม่ออก แต่นอกนั้นก็โอเค อย่างเบสิค อย่างแอปฯ Music , Calendar ไม่ชอบตรงฟอนต์บาง วันที่ดูยากจอมันสะท้อนมองฟอนต์ก็ยาก หลักๆมีแค่เรื่องฟอนต์บาง ๆ นี่แหละ แอปเปิ้ลก็ปรับมาเรื่อยๆ อย่างตัวแรกก็ฟอนต์บางทุกอัน ไอค่อนก็เหมือนกัน สไตล์นี้ผมเคยออกแบบเล่น ๆ เหมือนกัน

 

ถาม : แต่คือพอแอปเปิ้ลทำสไตล์นี้ ทุกๆอย่างก็ได้รับอิทธิพลไปหมด

กอล์ฟ : มันจำเป็นต้องปรับตัวตาม ไม่ว่าจะเป็นแอปฯที่อยู่ใน App Store  หน้าเว็บเองก็เหมือนได้รับอิทธิพลเรื่อง flat ดีไซน์ ทุกอย่างดูเหลี่ยมๆ เรื่องเว็บก็ปรับไปหมด อย่างบางเว็บในไทยพยายามใส่ฟอนต์ทุกชนิดลงไป คือเหมือนเขาตีโจทย์ผิด คือแฟลทดีไซน์เน้นเรื่องเนื้อหาไม่ใช่ Eye candy ไม่ใช่เน้นเรื่องน้อยนิด ต้องเล็ก ต้องบางอย่างเดียว จริงๆมันมีเยอะกว่านั้น จุดประสงค์คือเน้นเนื้อหาให้คนใช้ง่ายอ่านง่าย อะไรที่ไม่สำคัญตัดออก

 

ถาม : ถ้าพูดถึงให้ฐานะรุ่นพี่ มีประสบการณ์ด้านการออกแบบมาสมควรแล้ว พูดถึงเด็กๆรุ่นใหม่ ว่าเขาควรจะเริ่มยังไงถ้าชอบงานดีไซน์แบบกอล์ฟ

กอล์ฟ : ก่อนอื่นต้องมีความรู้เรื่องศิลปะอยู่บ้าง มันต้องเรียกว่าเราจะทำงานอะไรต้องใส่ใจรายละเอียด เราไม่ได้ทำให้เพื่อนร่วมงานดู แต่เราทำให้ทุกคนใช้ เราไปโพสต์บนเน็ตแล้วมีฝรั่งมาชม ให้ทุกคนโอเคกับมัน อย่างอื่นที่อยากฝากเช่นใส่ใจเรื่องศิลปะ รายละเอียด เป็นคนช่างสังเกต ต้องเป็นคนลงทุนด้วย

สมมุติคือมีคนอยากออกแบบแอปฯบนไอโฟน แต่ไม่อยากซื้อไอโฟน ก็มี iOS Simulator บน Xcode ทำบนนั้นได้นี่ แต่จริงๆแล้ว มันไม่ใช่เลย ประสบการณ์การใช้งานบนจอคอมพิวเตอร์กับบน iPhone จริง ๆ มันต่างกันเลย

 

ถาม : แสดงว่ามีคนออกแบบแอปฯกลุ่มนี้ อยู่จริง

กอล์ฟ : ใช่ มันจะเป็น iPhone เครื่องของออฟฟิศ แต่มันจะไม่เข้าใจคุณภาพของคนใช้ไอโฟน อย่างผมไม่ได้ใช้ Android ผมไม่รู้เลยว่าธรรมดาคนใช้ Android เค้าใช้ยังไง จอใหญ่ๆเค้าจับมือถือกันท่าไหน  ปุ่ม back กดไปมากเท่าไหร่ คือผมไม่รับงานบนแอนดรอยด์เลย

 

ถาม : จริงๆกอล์ฟพูดแบบนี้ไม่แค่เฉพาะตัวเครื่องที่เป็นฮาร์ดแวร์ แต่รวมถึงที่พูดแต่แรกเรื่องซื้อแอปฯ เสียเงิน $2-3 เหรียญ มาดูแค่หน้าตาแอปฯด้วยใช่มั้ย
mike-matas_01-1 กอล์ฟ : มันได้ประสบการณ์ที่ไม่สามารถตีเป็นเงินได้ เราอาจจะดูแค่สกรีนชอทว่าสวยแต่เราไม่ได้เรื่องประสบการณ์การใช้เลยที่เค้าสร้างมาให้เราใช้ อย่างแอปฯ Paper ของเฟซบุ๊คดูสกรีนชอตแทบไม่รู้เลย ว่ามันมีเอฟเฟคเวอร์มากเลย อย่างเวลาเราเปิดลิงก์อะไรสักอย่าง เท่มาก มันต้องลงทุน

กอล์ฟ : ได้อ่านประวัติคนทำแอปฯ Paper ของเฟซบุ๊ค Mike Matas เป็นลูกหม้อเก่าแอปเปิ้ลด้วยนะ ถ้าคนใช้ Mac สมัยช่วง Mac OS X 10.3.x หรือ 10.4 น่าจะพอคุ้นชื่อแอปฯ Delicious Library ที่ไว้ใช้ทำหน้าปกหนังน่ะ น่าจะเป็นแอปฯแรก ๆ เลยที่ใช้ Shelf Design ที่แอปเปิ้ลไปใช้ใน Newsstand  ซึ่ง Delicious Library ที่ Mike Matas ออกแบบมันสวยทั้ง UI และประสบการณ์ใช้งาน คือใช้กล้อง iSight สแกนบาร์โค้ดและดึงข้อมูลมาจากเน็ต ล้ำมากในยุคนั้น นานมากตั้งแต่เราเริ่มใช้เครื่อง Mac ตอนนั้นคือกรอบยังดูเชยๆ แต่ข้างในสวยมาก

 

(Mike Matas เคยทำงานกับแอปเปิ้ลช่วงหนึ่ง (2005-2010) มีส่วนในการออกแบบ User Interface ของ iPhone, iPad ยุคแรกรวมถึงออกแบบ User Interface ของ OS X ในช่วงที่เขาทำงานกับแอปเปิ้ลด้วย)

.

.

delicious-library

หน้าตาแอป Delicious Library ผลงานของ Mike Matus ปี 2004

 

ถาม : อย่างของกอล์ฟไม่มีออกแบบคาแรคเตอร์เกมใช่มั้ย

กอล์ฟ : ยังไม่มีครับ ส่วนใหญ่แอปฯใช่งานอย่างเดียว แต่เรามองว่าเรื่องเกมในไทย เชื่อว่าด้วยเงินทุนมันหลักหลายล้าน แต่ดูในไทยแล้วเหมือน dev กับ ดีไซนเนอร์ในไทยไม่ได้เน้นมาทางด้านเกม เพราะมันทำยากและสเกลใหญ่มาก ใช้เวลานาน ดีไซน์เนอร์ก็ต้องมาใช้เวลาทำอนิเมชั่นนาน แล้วมันจะคุ้มทุนมั้ย อีกอย่างคนไทยด้วยกันบางกลุ่มจะมองว่านี่มันแอปฯไทยเกมไทยก็จะมองไม่ดีไปนิดนึง

 

ถาม : การก๊อปปี้งาน มีมั้ยที่เราดูแอปฯที่เราชอบ กลายเป็นว่าเป็นสไตล์เรา เหมือนเราไปลอกเค้า

กอล์ฟ : ก็เป็นเหตุผลนึงที่ทำแล้วลบ เหมือนทำไปได้จุดหนึ่งแล้วทำเหมือนเค้าก็ลบแล้วทำใหม่

 

ถาม : เท่าที่ดูมาไม่ว่าจะไทย หรือตปท. แอปฯที่เกิดทีหลัง มีไปก็อปแอปฯที่เกิดแรกๆเยอะมั้ย

กอล์ฟ เยอะครับ เหมือนเป๊ะเลยก็มีบ้าง แต่น้อยมาก ส่วนใหญ่พวกที่ก๊อปมาเป๊ะๆส่วนใหญ่จะมาจากฝั่งเวียดนามกับจีน ของไทยยังไม่เคยเห็น

 

ถาม : แล้วในแวดวงที่เห็นในแอปฯในไทย คิดว่าขาดเรื่องอะไร ในเรื่องของการออกแบบหรืออื่นๆที่กอล์ฟเห็น

กอล์ฟ : เรื่องออกแบบมันเป็นปัญหาในส่วนของ UX/UI แต่หลังๆ UI ก็สวยขึ้นเยอะ ส่วนใหญ่เน้นเรื่อง UX มากกว่า  อย่างแอปฯของ Open Dream อันนี้ทำสวย แล้วก็มี Molome คนออกแบบก็เก่ง ไอดอลเหมือนกัน ไอดอลผมนี้คนอายุน้อยกว่าผมทั้งนั้นเลย

 

ถาม : มีอะไรอยากฝากอีกมั้ยสุดท้ายแล้ว

กอล์ฟ : ก็อยากฝากไว้ว่าจะทำงานอะไรก็ต้องใส่ใจเยอะๆ แบบฝรั่งมาเห็นแล้วเป็นหน้าเป็นตาว่าคนไทยทำสิ่งนี้มันเท่ มันสวย โชว์ชาวโลกได้ ตั้งใจทำไม่ใช่ทำให้มันแค่เสร็จ ๆ ไป

————————————————————

การสัมภาษณ์ก็จบลงตรงนี้ครับ อยากพูดคุยกับกอล์ฟไปทักทายเขาได้ในทวิตเตอร์ @igolf

igolf_03

 

 

 



kangg

You May Also Like:

สัมภาษณ์ @yoware นักข่าวที่ใช้ iPhone คู่กับคีย์บอร์ดรายงานข่าวนอกสถานที่

สำหรับ @yoware หรือ โย หรือพีรพล อนุตรโสตถิ์ ปัจจุบันเป็นนักข่าวของสำนักข่าวไทย หรือช่อง 9 ที่เราเรียก ๆ กัน ผมรู้จักโยมาเกิน 5 ปีแล้ว พักหลังเริ่มเห็นเขาใช้ iPhone 4 กับ Apple Wireless Keyboard ทำข่าวนอกสถานที่เลยขอสัมภาษณ์เจ้าตัวสักหน่อยว่าเป็นไงมาไงถึงได้มาลงที่ 2 สิ่งนี้ ..

10 คำถามไอพอดกับคุณเทอดศักดิ์ สกุลยงค์

บทสัมภาษณ์พิเศษคุณเทอดศักดิ์ สกุลยงค์ (กรรมการผู้จัดการ บริษัทแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ประเทศไทย) เกี่ยวกับเรื่องราวไอพอดในประเทศไทยและกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้          
Name : Therdsak Skulyong
iPod : Nano 4 GB (Black)
Music : Dance,Jazz Siampod : ช่วงนี้ยอดขายเครื่องเล่นเพลง MP 3 โดยรวมตกลงมาพอควรไม่ทราบว่ากระทบกับไอพอดมากน้อยแค่ไหน ประมาณการสำหรับปีนี้คิดว่าน่าจะขายได้กีเครื่อง คุณเทอดศักดิ์ : นับตามปีการขายของแอปเปิ้ลถึีงวันนี้เราอยู่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมาตัวเลขยอดขายเติบโตค่่อนข้างต่อเนื่องคงที่มาได้ประมาณ 8-10 ไตรมาสติดต่อกันแล้ว เรื่องผลกระทบมีบ้างแต่ไม่รุนแรงมาก
Siampod : เครื่อง grey market มีผลกระทบกับตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการมากน้อยแค่ไหน เรื่องเครื่องหิ้วต้องยอมรับว่ามีผลกระทบบ้างเหมือนกัน บ้านเรามีภาษีนำเข้าประมาณ 10 % และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7 % รวมแล้วเป็น 17 % อย่างน้อยๆ นั้นก็เป็นราคาที่แตกต่างของเครื่องหิ้วกับเครื่องนำเข้าถูกกฏหมาย แต่ในช่วง 3- 4 ไตรมาสที่ผ่านมาถือว่ามีผลกระทบน้อยลง ถ้าจำได้สมัยเริ่มแรกที่ไอพอดเข้ามาใหม่ ๆ เพดานภาษีนำเข้าสูงกว่านี้ แน่นอนว่าผลกระทบเยอะกว่ามาก ปัจจุบันนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่ช่วยให้ยอดขายแข่งกับเครื่องหิ้วได้ทั้งในเรื่องการบริการของพาร์ทเนอร์ก็ส่วนหนึ่งที่ดีขึ้นมาเรื่อย ๆ อีกอย่างก็เป็นเรืื่องการซัพพอร์เรื่องการบริการหลังการขาย เช่น การซ่อมเครื่อง เรื่องภาษาไทยก็มีส่วนบ้าง ผมหวังว่าในอนาคตคงจะมีอะไรที่พิเศษออกมาเพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างเครื่องที่ซื้อเมืองไทยกับเครื่องที่ซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งเหล่่านี้ก็เป็นผลดีกับผู้ซื้อที่ซื้อเครื่องในไทย ย้อนกลับมาที่เรื่องภาษีเป็นอะไรที่เราก็ทำอะไรไม่ได้มาก แต่ก็หวังว่าในอนาคตเรื่องภาษีจะลดน้อยลงกว่านี้ครับ Siampod : เห็นคุณเทอดศักดิ์พูดถึงเรื่องภาษาไทย ไม่ทราบว่าในอนาคตเป็นไปได้ไม่ว่าทางแอปเปิ้ล(ประเทศไทย) จะผลักดันให้มีภาษาไทยในเครืื่องเลยตั้งแต่ตอนผลิต ผมว่าเป็นไปได้นะครับ แต่จะมากน้อยแค่ไหนทั้งนี้ก็ขึ้ืนอยู่กับยอดขายในประเทศด้วย หมายถึงเครื่องที่นำเข้าถูกกฏหมายนะครับ Siampod : สำหรับในประเทศไทยตอนนี้มี 2 รุ่นพิเศษออกมาคือไอพอดเฉลิมพระเกียรติ และไอพอดก้านกล้วย ไม่ทราบการออกรุ่นพิเศษมานี้ทำให้คนทั่วไปหันมาสนใจไอพอดเยอะขึ้นหรือไม่ สำหรับรุ่นก้านกล้วยมีประวัติคือเราทำกิจกรรมกับทางกันตนามาค่อนข้างนาน ตั้งแต่เริ่มโปรเจ็กการ์ตูนก้านกล้วย ทางเราก็ให้การสนับสนุนในด้านเครื่องไม้เครื่องมือ ความรู้ความสามารถของคน ที่ช่วยให้ทางกันตนาเป็นหนึ่งในไอคอนของแอปเปิ้ลเอเชีย โดยทางเรามีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถได้เข้าไปที่กันตนาแบบต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อตกลงตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้วว่าเราจะช่วยกันสร้างการ์ตูนเรืื่องนี้ออกมาให้ได้ จนภาพยนตร์ออกฉายแล้วก็มีอยู่หลายคนที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการอะไรที่เป็นสัญลักษณ์ของเรื่องนี้ เราก็เลยคุยกับผู้บริหารของกันตนาก็ได้ขอสรุปว่าทำเป็นไอพอดรุ่นพิเศษมั๊ย ให้เป็นที่ระลึกกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในภาพยนตร์เรื่องนี้ทั้งหมด ซึ่งพอทางเราทำเรื่องไปก็มีคนต้องการคนข้างเยอะ ทางเราก็เลยเจรจาก้บทางบริษัทแม่ว่าไหน ๆ ก้ทำแล้วก็ทำออกมาขายให้กับบุคคลที่ชื่นชอบด้วย เราก็เลยตัดสินใจทำออกมา ซึี่งรุ่นพิเศษนี้ออกมาก็ไม่ได้เพิ่มราคาขายแต่อย่างใด แต่ภายในกล่องยังมีของแถมพิเศษมาให้อีกด้วย และก็ช่างพอดีในเรื่องเวลาที่ทางเราควบคุมไม่ได้ที่ทางก้านกล้วยเลื่อนเวลามาเรื่อย ๆ ซึี่งเป็นช่วงเดียวกับที่เราทำโปรเจ๊คไอพอดเฉลิมพระเกียรติพอดี เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าทำไมถึงได้ออกมา 2 รุ่นพร้อมกันทันที Siampod : ในปัจจุบันที่ไอพอดเฉลิมพระเกียรติออกมาเข้าใจว่ามีกระแสทั้งบวกและลบ ไม่ทราบว่าตรงนี้ทางแอปเปิ้ลอยากสื่อสารอะไรให้คนเข้าใจถึงเรื่องนี้ โครงการไอพอดเฉลิมพระเกียรติเราเริ่มกันมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2548 โดยที่ทางเอวีโอเอ คือคุณแจ็ค (แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ) ท่านมีข้อมูลเกี่ยวกับในหลวงค่อนข้างเยอะ แล้วทางนั้นคุณแจ็คก็อยากหาอุปกรณ์อะไรสักอย่างเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของเหตุการณ์นี้ โดยทางคุณแจ็คเองก็สนใจแอปเปิ้ล ซึ่งพอเราได้คุยก็เห็นด้วย และข้อสำคัญคือทางคุณแจ็คบอกว่าโครงการณ์ทั้งหมดนี้ เราจะถวาย 3 มูลนิธิ (มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิพระดาบส และมูลนิธิอนันธมหิดล) ซึ่งนั้นเป็นความตั้งใจและความภูมิใจในการทำโครงการณ์นี้ Siampod : ปัจจุบันนี้ราคาไอพอดแต่ละร้านก็มีราคาไม่เท่ากัน แม้กระทั่งผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ตรงนี้ทางยูสเซอร์เองก็ไม่มั่นใจว่าทำไมแอปเปิ้ลถึงทำการตลาดแปลก ๆ มีปัจจัยอะไรที่ทำให้ราคาไม่เท่ากันบ้าง ถ้าเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการราคาจะเท่ากันหมดทุกร้าน สำหรับร้านไหนที่ไม่ได้ขายราคาที่เรากำหนดเป็นไปได้ว่าเป็นของหิ้ว ซึ่งในอนาคตจะมีสติกเกอร์แปะด้านหน้ากล่อง เพราะตอนนี้เราไม่รู้ว่ากล่องไหนเป็นของหิ้ว กล่องไหนเป็นของนำเข้าถูกกฏหมาย Siampod : ตอนนี้คนใช้ iPod ในไทยมี Community ที่แข็งแรงมากขึ้น ไม่ทราบว่าตรงนี้ทางแอปเปิ้ลได้เห็น Community ตรงนี้บ้างรึเปล่า เท่าที่ได้คุยกันในระดับภูมิภาคทุกคนก็รู้ว่าแมคยูสเซอร์รวมถึงไอพอดยูสเซอร์ในเมืองไทยค่อนข้างแอคทีฟมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ซึี่งทุกคนก็ยอมรับในเรื่องนี้ Siampod : ปีที่แล้วมี iPod Dance Marathon ไม่ทราบว่าปีนี้จะมีกิจกรรมใหญ่ๆสำหรับ iPod บ้างหรือไม่ ตอนนี้เรามีกิจกรรมที่เราร่วมกับทางสยามสแควร์ในวันศุกร์ที่ 2 แล 4 ของทุกเดือนที่เซ็นเตอร์พอยท์ แล้วในเดือนกรกฏาคมช่วงปลายเดือนเราจะมีงานเกี่ยวกับคอนซูเมอร์ที่สยามพารากอน และในช่วงกลางเดือนกันยายนจะมีงานเกี่ยวกับระดับมืออาชีพเน้นสัมนาเป็นส่วนใหญ่ ก็คงไม่ได้เกี่ยวกัยไอพอดมากนัก Siampod : สมมุติว่าคุณเทอดศักดิ์ไม่ได้ทำงานให้ Apple เป็น iPod user คนหนึ่งคิดว่าอะไรถึงทำให้ซื้อไอพอดสักเครื่อง ถ้าดูโดยตัวสินค้าเอง ถามผมว่าชอบอะไรในส่วนตัวผมอันดับแรกคงเป็น Clickwheel ที่สามารถควบคุมได้ด้วยมือเดียว อันดับที่สองคือเรื่องดีไซน์คือถ้าเทียบกันในตลาดแล้วเรื่องคุณภาพของวัสดุที่ใช้ค่อนข้างดีกว่าเยอะ สุดท้ายก็คือไอทูนส์ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานค่อนข้างครบ และยังใช้งานง่ายอีกด้วย Siampod : ตอนนี้ในตลาดมีเครื่องที่ดีไซน์เลียนแบบ iPod เยอะมากไม่ทราบว่าทางแอปเปิ้ลมีมาตรการรองรับเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า ในส่วนการทำงานของเราเองก็ได้ถ่ายรูปและรายงานกลับไปที่บริษัทแม่ แต่สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปคงเป็นเรื่องประสบการณ์อย่างเดียว ( User experience ) ถ้าเราทำเรื่องการรับรู้ได้ดีก็จะสามารถทำให้คนแยกแยะได้ออก หน้าที่ของเราคือทำเรื่องการรับรู้ให้ถึงผู้ใช้ทั่วไปให้มากที่สุดทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอชหรือไอพอดเองก็ตาม ซึ่งก็ต้องมีบิสสิเนสโมเดลใหม่ๆที่ช่วยเข้ามากระตุ้นตลาด  
..

Share

Tweet

Email