แอปเปิ้ลได้ 0.15% จากการใช้จ่ายเงินผ่าน Apple Pay

แอปเปิ้ลได้ 0.15% จากการใช้จ่ายเงินผ่าน Apple Pay

คำถามตั้งแต่ตอนเปิดตัว Apple Pay คือแอปเปิ้ลมีส่วนได้ส่วนเสียในฐานะผู้ให้บริการรับเงินผ่านระบบ Apple Pay เท่าไหร่ ตอนนี้มีคำตอบแล้วว่าแอปเปิ้ลน่าจะได้ค่าบริการ 0.15%

 

เว็บหนังสือพิมพ์ The Financial Time มีรายงานที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Apple Pay ว่าทุก ๆ การใช้จ่ายผ่าน Apple Pay แอปเปิ้ลจะได้ค่าหัวคิว 0.15% หรือคิดง่าย ๆ ว่า 100 บาทแอปเปิ้ลได้ 15 สตางค์ ดูแล้วแอปเปิ้ลคิดไม่เยอะเท่าไหร่

แต่ถ้าดูจากตัวเลขที่ Tim Cook บอกไว้บนเวทีเปิดตัวว่าวัน ๆ นึงในอเมริกามีการใช้จ่ายผ่านบัตรพลาสติกราว $12,000 ล้านเหรียญ (ประมาณ 390,000 ล้านบาท) ตีว่าปีนี้ปีหน้ามีคนเริ่มใช้ Apple Pay แทนการแตะบัตรพลาสติกสัก 5% หรือราว ๆ $600 ล้านเหรียญแอปเปิ้ลจะได้เงินค่าดำเนินการ 0.15% คิดเป็นเงิน $900,000 เหรียญต่อวัน (ประมาณ 29 ล้านบาท) ซึ่งที่เราพูดถึงอย่าลืมว่าคือประเทศอเมริกาประเทศเดียวเท่านั้น ในอนาคตถ้าแอปเปิ้ลผลักดันบริการ Apple Pay สู่ประเทศอื่นได้ทั้งในยุโรป จีน ญี่ปุ่น และเอเชียประเทศอื่น แอปเปิ้ลก็คงจะมีเงินเข้ากระเป๋านำไปเป็นค่าดูแลรักษาระบบ Apple Pay ได้มากขึ้นตามไปด้วย

สำคัญข้อเดียวของ Apple Pay คือระบบอย่าโดนแฮก เพราะไม่งั้นแล้วความเชื่อมั่นทั้งของผู้ใช้งาน, ธนาคาร, ร้านค้า ที่มีต่อแอปเปิ้ลก็จะลดลงไปด้วย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดภาวะไม่ยอมใช้ Apple Pay ก็เป็นได้

 

apple-pay-creditc-card

 

และจากในวันเปิดตัว Apple Pay ขณะเดียวกันผู้บริหารของธนาคาร JPMorgan Chase คุณ Marianne Lake (ตำแหน่ง CFO) เป็นหนึ่งในธนาคารที่เป็นพันธมิตรกับแอปเปิ้ลก็ทราบดีว่าเดี๋ยวแอปเปิ้ลจะมีบริการนี้ ส่วนตัวเธอต้องขึ้นไปพูดบนงานประชุมด้านการเงินในวันเดียวกัน ซึ่งขณะที่ขึ้นพูดบนเวทีแน่นอนว่าเธอไม่สามารถพูดถึงเรื่องดังกล่าวได้จนกระทั่ง Tim Cook ประกาศเปิดตัวบริการ ทีมงานของคุณ Marianne Lake ก็เช็คข่าวให้แน่ใจแล้วว่าแอปเปิ้ลเปิดตัวแล้ว จากนั้นก็นำแอปเปิ้ลผลสีเขียวขึ้นมาวางบนโต๊ะเป็นสัญญาณลับเพื่อให้คุณ Marianne Lake ได้ทราบว่าเธอสามารถพูดถึงบริการนี้ได้แล้ว และจบบนเวทีที่ว่าเธอรู้สึกตื่นเต้นกับบริการ Apple Pay มากและในอนาคตลูกค้าธนาคาร JPMorgan Chase จะสามารถใช้บริการดังกล่าวได้ด้วย

ส่วนเบื้องหลังกว่าจะมาเป็น Apple Pay ตามที่ nytimes.com รายงานบอกว่าเป็นโครงการลับมาหลายปี แต่ในส่วนของธนาคารและบริษัทบัตรเครดิต Visa, MasterCard, American Express เพิ่งได้มาทำงานร่วมกับแอปเปิ้ลเมื่อ ม.ค. 2013 โดยขณะที่แอปเปิ้ลต้องทำงานร่วมกับธนาคารต่าง ๆ แต่ละธนาคารก็ไม่มีใครรู้ว่ามีเจ้าไหนมาเข้าร่วมบ้าง ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีการตั้งโค้ดเนมกันเองให้แอปเปิ้ล อย่างใน Visa ตั้งชื่อให้แอปเปิ้ลเป็นบริษัทสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายอื่นไปเลยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากพนักงาน และแอปเปิ้ลเองก็จะตั้งชื่อเล่นให้กับธนาคารต่าง ๆ เพื่อป้องกันความลับรั่วไหล

และเมื่อมาถึงวันเปิดตัวธนาคารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็มีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Apple Pay เตรียมเอาไว้เพียงแต่ขณะนั้นทุกพันธมิตรยังไม่ทราบว่าแอปเปิ้ลจะใช้ชื่อบริการนี้ว่าอย่างไรจึงทำให้ในสื่อต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ต้องเว้นช่องว่างไว้สำหรับใส่ชื่อบริการของแอปเปิ้ลรวมถึงชื่ออุปกรณ์ที่สามารใช้งานบริการนี้ไว้ด้วย พอแอปเปิ้ลเปิดตัวปั๊บก็รีบจัดการใส่ชื่อ Apple Pay และ iPhone 6 เข้าไปทันทีแล้วก็เริ่งผลิตสื่อต่าง ๆ ออกมาเพื่อนำไปใช้งานในวันต่อ ๆ ไป

ที่มา : nytimes.com

 

…บริษัทผลิตอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ หรือ องค์กรลับระดับประเทศกันแน่ ?



kangg

You May Also Like:

iPhone X, iPhone 8 ทั่วไปสามารถใช้งานบัตร Suica ในญี่ปุ่นได้แล้ว

จากเดิมที่บัตร Suica ที่ใช้ร่วมกับ Apple Pay ต้องเป็น iPhone 7 ที่ซื้อในญี่ปุ่นเท่านั้นถึงจะเพิ่มบัตรเข้าไปเครื่อง แต่ตอนนี้ iPhone รุ่นใหม่ที่ซื้อนอกญี่ปุ่นก็สามารถใช้งาน Suica ได้ด้วยเช่นกัน ..

ซีอีโอ Paypal คิดว่าที่แอปเปิ้ลทำ Apple Pay ให้จ่ายเงินระหว่างบุคคลได้เพื่อมาสู้กับ Paypal

ซีอีโอ Paypal คุณ Dan Schulman ได้ออกมาให้ความเห็นที่แอปเปิ้ลทำให้ Apple Pay ใน iOS 11 จ่ายเงินระหว่างบุคคลได้เพื่อมาสู้กับแอพ Venmo ของ Paypal ..

Apple Pay เปิดบริการในประเทศไต้หวัน

เป็นประเทศที่ 5 ในเอเชียสำหรับไต้หวันที่แอปเปิ้ลเพิ่งเปิดบริการจ่ายเงินผ่านระบบ Apple Pay เบื้องต้นรองรับบัตรพลาสติกจาก 7 ธนาคารในไต้หวัน ..

Share

Tweet

Email