รีวิว : นาฬิกา Pebble

รีวิว : นาฬิกา Pebble

สำหรับ Pebble จัดเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันในกลุ่มนาฬิกายุคใหม่ที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือก็ว่าได้ การมี Pebble ทำให้เราได้เห็นนาฬิกาเก่ง ๆ ออกมาอีกหลายยี่ห้อ ครั้งนี้เรามาดูต้นตำรับ SmartWatch ไปพร้อม ๆ กัน

สำหรับนาฬิกา Pebble ที่เราได้มาเป็นรุ่นแรกที่ดังมาจากในเว็บ Kickstarter ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังขายดีอยู่ ตัวเรือนของ Pebble เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมหน้าจอสี่เหลี่ยมวัสดุเป็นพลาสติก โดยหน้าจอเป็นขาวดำแบบ E-Ink แบบเดียวกับที่ Amazon Kindle ใช้งานทำให้การแสดงผลมีความนิ่งและประหยัดไฟมาก ปุ่มกดต่าง ๆ บนตัวเรือนนาฬิกามีทั้งหมด 4 ปุ่มแบ่งเป็นข้างซ้าย 1 ปุ่มและข้างขวา 3 ปุ่ม โดยปุ่มด้านซ้ายทำหน้าที่เหมือนกับปุ่มยกเลิกหรือถอยกลับ ส่วน 3 ปุ่มด้านขวาจะทำหน้าที่เป็นการเลือกและยีนยันการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ Pebble ตัวเรือนของ Pebble รุ่นปกติมีให้เลือกหลายสีได้แก่ ขาว, แดง, ส้ม, ดำ โดยรุ่นสีขาวจะขาวทั้งตัวเรือนทั้งสายนาฬิกาส่วนสีอื่นสายนาฬิกาจะเป็นสีดำ สำหรับสายนาฬิกาของ Pebble รุ่นปกติเป็นยาง ขนาดของสายทำมาเผื่อให้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

 

pebble-watch_01

pebble-watch_02

 

การใช้งาน Pebble ผมเองก็เห็นมานานแล้วได้มาก็มีทั้งตื่นเต้นกับไม่ตื่นเต้นปน ๆ กัน ที่ไม่ตื่นเต้นเพราะเห็นจากข่าวจากเพื่อนที่ใช้งานอยู่เป็นทุนเดิมก็พอรู้แนวว่าเจ้านาฬิกา Pebble คืออะไรใช้งานอะไรได้บ้าง ส่วนที่ตื่นเต้นคือได้ลองได้ใช้เองจริง ๆ สักที ส่วนการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ของ Pebble ใช้ Bluetooth 4.0 ซึ่งในส่วนของ iPhone ก็จะรองรับการใช้งานร่วมกับ iPhone 4S ขึ้นไป, iPod touch (5th Gen), iPad 3 ขึ้นไป และ iPad mini ได้ทั้ง 2 รุ่น

เริ่มการใช้งานตัวนาฬิกาแบบเปล่า ๆ แกะกล่องออกมาตัวเครื่องจะยังไม่รองรับการแสดงผลภาษาไทย ซึ่งจุดนี้เราสามารถทำได้เองไม่ยากเพราะมีกลุ่มผู้ใช้งาน Pebble ในไทยรวมกลุ่มพูดคุยกันพอสมควร และมีการทำเฟิร์มแวร์ให้รองรับการแสดงผลภาษาไทยได้นานแล้ว

การใช้งานจากการดาวน์โหลดแอป Pebble มาไว้ใน iPhone ซึ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Pebble จะทำผ่านแอปนี้ทั้งหมดทั้งเรื่องการจับคู่ Bluetooth กับโทรศัพท์ การจัดการเกี่ยวกับแอปที่ลงเสริมให้ตัว Pebble เอง รวมถึงขั้นตอนการทำให้นาฬิกาแสดงผลภาษาไทยก็ด้วย

 

pebble-watch_11

 

pebble-watch_03

 

การใช้ Pebble เป็นนาฬิกาทั่วไปจัดว่าดีทีเดียวเมื่อเทียบว่าเป็น SmartWatch ที่ปัจจุบันจะเน้นไปที่หน้าจอสี ซึ่ง Pebble เป็นหน้าจอขาวดำแบบ E-Ink มองเห็นชัดมากทั้งในร่มและกลางแจ้ง จุดนี้ต้องยอมรับว่า E-Ink เขาทำได้ดีจริง ๆ การจัดการเกี่ยวกับนาฬิกาของ Pebble ไม่ได้เปลี่ยนไปจากนาฬิกาปกติที่ใช้การกดปุ่มด้านข้างตัวเรือน ในส่วนของหน้าปัดนาฬิกาทาง Pebble เตรียมมาให้จำนวนหนึ่งเราสามารถเปลี่ยนการแสดงผลในส่วนนี้ได้ ซึ่งถ้าไม่ชอบใจที่มีเตรียมไว้ให้ก็สามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้ด้วย การดูนาฬิกาเราทำได้ทั้งแบบที่ยกนาฬิกาแล้วค่อยกดปุ่มใด ๆ เพื่อให้หน้าจอแสดงผลปรากฏขึ้นมา หรือตั้งค่าประมาณว่าสะบัดข้อมือขึ้นมาเพื่อให้หน้าจอแสดงผลปรากฏขึ้นมาอัตโนมัติ ซึ่งแบบหลังเท่าที่ลองต้องสะบัดข้อมือแรงหน่อย ลองสะบัดลองยกข้อมือขึ้นมาเบา ๆ หน้าจอไม่ค่อยติด

 

pebble-watch_05

pebble-watch_06

pebble-watch_07

 

ด้านเมนูการใช้งานอื่น ๆ ของ Pebble พื้นฐานคือเราสามารถใช้ Pebble เป็นรีโมทกดเปลี่ยนเพลงใน iPhone ได้ด้วย จุดนี้มีประโยชน์กับคนที่ใช้หูฟังที่ไม่มีรีโมทและไมค์ติดมาที่สายหูฟังก็จะช่วยให้เรากดเปลี่ยนเพลง หยุดเพลงจากนาฬิกาได้ด้วย ซึ่งขณะเล่นเพลงบนหน้าปัดนาฬิกาก็จะแสดงผลชื่อเพลงให้เราได้ทราบด้วยว่ากำลังเล่นเพลงอะไรอยู่

 

pebble-watch_09

pebble-watch_10

 

นอกจากนั้นเมื่อมีการแจ้งเตือนใด ๆ (Notification) บน iPhone เราสามารถตั้งค่าให้ปรากฏที่หน้าปัดนาฬิกาได้ด้วย ในจุดนี้ก็แน่นอนว่าตัวนาฬิกากับ iPhone จำเป็นต้องเชื่อมต่อ Bluetooth อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ทั้งคู่สามารถส่งข้อมูลหากันได้ตลอดเวลา โดยการแจ้งเตือนต่าง ๆ เรียกว่าบน iPhone เราตั้งค่าให้แอปไหนขึ้นเตือนอะไรบ้างก็จะมีการแสดงผลที่หน้าปัดนาฬิกาด้วย ไม่ว่าจะ Facebook, twiitter, LINE, Email, iMessage และอื่น ๆ ซึ่งนอกจากการแจ้งเตือนเป็นข้อความขึ้นมาตัวนาฬิกายังสั่นนิด ๆ ให้เราได้ทราบด้วยว่ามีการแจ้งเตือนเข้ามานะ

 

pebble-watch_08

 

การแจ้งเตือนทำได้ขนาดนี้เวลามีโทรศัพท์เข้ามาก็มีการบอกด้วยเช่นกันว่าใครชื่ออะไรโทรเข้ามาและตัว Pebble ก็จะสั่นเตือนให้สังเกตที่นาฬิกาด้วย ซึ่งเราสามารถใช้ปุ่มด้านข้างกดรับสายหรือปฏิเสธสายที่โทรเข้ามาก็ได้ ในทางกลับกันถ้าเราคุยโทรศัพท์อยู่ก็สามารถใช้ Pebble กดวางสายที่คุยได้ด้วย จุดนี้ตอนผมใช้งานมองว่าถ้าเราไม่ได้ใช้หูฟังทั้งมีสายและไร้สายแล้วเราจะไปกดอะไรบนนาฬิกาทำไม แต่พอได้ใช้ไปสักพักมีประโยชน์ตอนที่เราวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะแล้วเดินไปมาในบริเวณนั้น อย่างน้อยก็ทำให้เราได้รู้ทันทีว่าใครโทรเข้ามาได้เลย

ด้านความเก่งของ Pebble สามารถเก่งขึ้นไปได้อีกจากการที่ Pebble สามารถลงแอปเพิ่มเติมได้ด้วย โดยในตัวเครื่องสามารถลงแอปเพิ่มได้ 8 แอป ถามว่าเอาแอปมาจากไหนก็ให้เราเปิดไปที่แอป Pebble บน iPhone แล้วเข้าไปในส่วนของ Pebble Store จะมีแอป มีหน้าปัดนาฬิกา ให้เราเลือกดาวน์โหลดมาใช้งานทั้งแบบฟรีและเสียเงิน บางแอปให้ดาวน์โหลดบน Pebble แต่ต้องมาใช้งานคู่กับแอปบน iPhone ที่เราต้องไปโหลดจาก App Store แบบเสียเงินก็มีเหมือนกัน ความเก่งของ Pebble เรียกว่าเก่งขึ้นเรื่อย ๆ จากเฟิร์มแวร์ที่ออกมาก็จะรองรับการทำงานร่วมกับแอปต่าง ๆ บน iOS ได้มากขึ้น โดยเมื่อเราถูกใจแอปไหนก็จัดการกดดาวน์โหลด Pebble Store ตัวแอปก็จะเข้าไปอยู่ในนาฬิกาได้เลย ลองเล่นลองใช้ถ้าไม่ถูกใจก็กดลบทิ้งแล้วค่อยดาวน์โหลดแอปอื่นเข้าไปใหม่ เท่าที่ได้ใช้แอปที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ Pebble ส่วนใหญ่เราจำเป็นต้องเชื่อมต่อนาฬิกากับโทรศัพท์ไว้ตลอดเวลาเป็นส่วนใหญ่

 

pebble-watch_12

pebble-watch_13

 

สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ไม่ว่านาฬิกาจะฉลาดล้ำแค่ไหนก็คือเรื่องกันน้ำของนาฬิกาในกลุ่ม SmartWatch ที่ยังไงก็สู้นาฬิกาแบบปกติไม่ได้ จุดนี้ต้องบอกว่า Pebble คิดและทำมาดี โดยตัว Pebble กันน้ำได้ระดับ 5 ATM หรือเทียบเท่าความลึก 50 เมตร ฉะนั้นเราสามารถใช้งาน Pebble ในชีวิตประจำวันที่โดนน้ำโดนฝนได้แบบไม่ต้องระวังกลัวนาฬิกาจะเสียแต่อย่างใด ส่วนการพาไปว่ายน้ำจากที่ตามอ่านข้อมูลทาง Pebble บอกว่าใช้ว่ายน้ำทั่วไปได้ พาไปดำน้ำระดับผิวน้ำแบบ Snorkel ได้ แต่ห้ามหาไปดำน้ำลึกแบบ Scuba เรื่องนี้ผมก็ไม่รู้จะลองยังไงได้ แต่เพื่อให้ตัวผมเองได้รู้ขีดความสามารถในการกันน้ำของนาฬิกา Pebble ก็เลยหย่อนนาฬิกาไว้ในแก้วน้ำพักใหญ่เพื่อดูว่ายังทำงานได้ปกติหรือไม่ ผลที่ออกมาตัวนาฬิกา Pebble ยังทำงานได้ปกติ ในระหว่างที่ตัวนาฬิกาอยู่ในแก้วน้ำก็ยังแจ้งเตือนข้อความต่าง ๆ ขึ้นมาบนหน้าปัดได้ปกติ นอกจากการนำไปไว้ในแก้วน้ำเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวันผมก็ใส่ Pebble แบบถอดให้น้อยที่สุดก็ทั่วไปครับที่เราจะมีต้องล้างมือบ้าง ล้างจาน ทำความสะอาดพื้น ที่ต้องเกี่ยวข้องกับน้ำ ซึ่ง Pebble ก็สามารถใช้งานได้ปกติโดยไม่ต้องมาระแวงว่านาฬิกาจะเสียจะน้ำเข้าหรือไม่

pebble-watch_16

pebble-watch_17

แบตเตอรี่ของนาฬิกาที่ไม่ใช่แค่นาฬิกาบอกเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญอีกจุด ซึ่งในขณะที่ได้ Pebble ผมโชคดีที่ได้ลองทั้งแบบปกติคือใช้ทั่วไป บนนาฬิกามีแจ้งเตือนบ้างประปรายไม่ถี่ มีปิด Bluetooth บน iPhone 5s บ้างเพื่อไม่ให้เชื่อมต่อพบว่าแบตเตอรี่ที่ชาร์จไว้ 1 ครั้งสามารถใช้งานได้สุด ๆ คือ 4 วัน

ส่วนการใช้งานแบบเยอะ โดยเยอะที่ว่าคือมีการแจ้งเตือน (Notification) เข้ามาตลอดเวลา ซึ่งวันนั้นใน siampod มีข่าวเกี่ยวกับ Wi-Fi บนรถปอ. ของ ขสมก. มีคนรีทวีตหลักพัน ทำให้ Pebble บนข้อมือผมสั่นตลอดเวลาแบบไม่ต้องพักผ่อนเลยตลอด 6-7 ชั่วโมง จากแบตเตอรี่เต็มเปี่ยมตอน 8 โมงเช้าเจอการแจ้งเตือนรีทวีตรัว ๆ หลักพันครั้งราว ๆ บ่ายสามแบตเตอรี่ลดแบบฮวบฮาบลงมาเหลือสัก 60 เปอร์เซ็นได้ ซึ่งวันนั้นผมใช้ Pebble ต่อไปเรื่อย ๆ รุ่งขึ้นแจ้งเตือนน้อยลงไปมากเกือบเป็นปกติไม่บ่ายสองก็ต้องชาร์จแบตเตอรี่อีกครั้ง โดยการชาร์จแบตเตอรี่ให้ Pebble ก็ง่ายดีในกล่องจะมีสายชาร์จมาให้ก็แปะตัวขั้วชาร์จเข้ากับนาฬิกาด้านซ้ายก็เรียบร้อย ระยะเวลาที่ใช้ชาร์จก็ไม่นานมาก

 

pebble-watch_15

 

เท่าที่ได้ใช้ Pebble ชอบตรงที่มีความเป็นนาฬิกาอยู่สูง ความเก่งของ Pebble ถูกเพิ่มเข้ามาแทบทุกครั้งที่มีการอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ ๆ สิ่งที่ไม่ชอบใน Pebble คงเป็นเรื่องว่าถ้าเรามีการแจ้งเตือนบ่อย ๆ ไม่ว่าจะมาจาก LINE, Facebbook, twitter และอื่น ๆ แล้วเราเปิดให้นาฬิกาสั่นเตือนด้วยตลอดเวลารู้สึกว่าจะเสียสมาธิไปมากเหมือนกัน จุดนี้แก้ด้วยการเข้าไปปิดการสั่นเตือนของ Pebble ได้จากเมนู Settings ในนาฬิกา
โดยรวมสำหรับ Pebble ผมยกให้เป็นนาฬิกาในกลุ่ม SmartWach ที่คุ้มค่ามากเรือนหนึ่ง ถ้าไม่ติดเรื่องหน้าตาที่ดูเด็ก ๆ ไปเสียหน่อยไม่ภูมิฐาน (ซึ่งตอนนี้ก็มีรุ่นใหม่ Pebble – Steel ที่เป็นเรือนโลหะสายนาฬิกาเป็นโลหะหรือหนังออกมาแล้ว) เจ้า Pebble รุ่นธรรมดาตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานความเป็นนาฬิกายุคใหม่ได้ดี สิ่งที่ไม่มีใน Pebble เหมือน SmartWatch จะเป็นพวกเซ็นเซอร์ล้ำ ๆ เช่นวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ที่ Pebble ยังไม่มีก็ต้องช่างใจดูว่าเราอยากได้ส่วนนั้น ๆ หรือไม่ ถ้าคิดว่าจำเป็นหรือต้องการก็ต้องมองเรือนอื่น

ส่วนจอขาวดำของ Pebble เป็นปัญหาหรือไม่ จุดนี้ต้องบอกว่าช่วงที่ได้ลองก็เป็นจังหวะที่แอปเปิ้ลเปิดตัว Apple Watch มาพอดี ก็อดที่จะนึกถึงไม่ได้ว่าจอขาวดำเพียงพอแล้วหรือยัง ซึ่งผมได้ข้อสรุปของผมเองว่าตราบเท่าที่ Pebble จอขาวดำยังทำอะไรได้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่บ่อย ถือว่าอยู่ในจุดที่ยอมรับได้ ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการใช้งานแต่อย่างใด

 

pebble-watch_18

 

สิ่งที่ต้องระวังในการใช้งาน Pebble ผมไม่ห่วงเรื่องตัวนาฬิกา แต่มาห่วงโทรศัพท์มากกว่าเพราะเราต้องเปิด Bluetooth ตลอดเวลาเพื่อการทำงานที่สมบูรณ์ แม้จะเป็น Bluetooth 4.0 ที่ประหยัดพลังงานก็จริง แต่แบตเตอรี่ก็ต้องมีลดมากกว่าตอนที่เราไม่เปิดใช้งานอยู่ดี จุดนี้เท่าที่ได้ใช้เชื่อมต่อ Pebble กับ iPhone 5s เกือบทั้งวันสังเกตได้ว่าแบตเตอรี่มีลดมากกว่าปกติไปอีกราว 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ ลองช่างใจดูว่าเรารับตรงนี้ได้หรือไม่ เพราะไม่ใช่แค่ Pebble แต่ SmartWatch รุ่นใหม่ ๆ ที่ต้องมีการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ ตัวโทรศัพท์ก็จะมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นด้วยเป็นเงาตามตัวมากน้อยแล้วแต่ว่ายี่ห้อไหนเชื่อมต่อแบบไหนและมีการส่งข้อมูลแบบไหนบ้างระหว่างนาฬิกาและโทรศัพท์

…ปลื้มกับสิ่งที่ Pebble ทำได้มากครับ

 

จุดสังเกต

  • จอขาวดำ E-Ink มองเห็นชัดทั้งในร่มและกลางแจ้ง
  • ลงแอปสำหรับ Pebble เพิ่มเติมได้
  • กันน้ำได้ดีในระดับน่าพอใจ

 

ราคา : 5,990 บาท

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : KOAN CO.,Ltd. (02-665-7311-4)

หาซื้อสินค้าได้ที่

  • iStudio/iBeat by Copperwired
  • .Life

 



You May Also Like:

Fitbit เข้าซื้อ Pebble แล้วเรียบร้อย …Pebble ยกเลิกออเดอร์ที่เหลือกับลูกค้าทั้งหมด

จากที่ตกเป็นข่าวไปเมื่ออาทิตย์ก่อนว่าFitbit เจรจาเข้าซื้อ Pebble ตอนนี้ข่าวดังกล่าวทั้งคู่ได้ตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย Pebble ประกาศแล้วว่าสำหรับออเดอร์ตกค้างที่เหลืออยู่ตอนนี้จะทำการคืนเงินให้ลูกค้าแทน ..

Fitbit กำลังเจรจาซื้อ Pebble วงเงิน 40 ล้านดอลลาร์

Fitbit จัดเป็นยักษ์ใหญ่อุปกรณ์ Activity Tracker และ Smartwatch ตอนนี้มีข่าวว่าจะเข้าซื้อกิจการ Pebble บริษัทผู้ผลิต Smartwatch ขวัญใจของใครหลายคน คาดว่าราคาที่ยื่นซื้ออยู่ในวงเงิน 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ..

รีวิว : นาฬิกา Withings Activite Pop

จะบอกว่าเป็นสมาร์ทวอชก็ไม่เชิง นาฬิกาธรรมดาก็ไม่ใช่ ขอนิยามว่าเป็นนาฬิกาธรรมดาที่ไม่ธรรมดาก็แล้วกันกับ Withings Activite Pop ..

Share

Tweet

Email