รีวิว : หูฟัง Puma – Vortice

รีวิว : หูฟัง Puma – Vortice

ชื่อของ Puma เราคุ้นเคยกับเสื้อผ้ารองเท้าสำหรับกีฬา ยุคสมัยเปลี่ยนการปรับตัวมาถึงวันนี้ Puma หันมาทำอุปกรณ์เสริมแนวแก็ดเจ็ตด้วยเช่นกัน

 

หูฟัง Puma – Vortice ถือเป็นรุ่นใหญ่สุดในส่วนหูฟังของ Puma โดยตัวหูฟัง Puma – Vortice เป็นหูฟังแบบครอบหัว สีหูฟังมีทั้งหมด 5 สีด้วยกันคือสีดำ, สีแดง และสีขาวเป็นสีที่เราได้รับมา วัสดุภายนอกเป็นพลาสติก ส่วนด้านในเป็นก้านโลหะสามารถยืดหดหูฟังให้พอดีกับการสวมใส่ของเราได้ ด้านบนที่เป็นที่รองหัวของ Puma – Vortice ทำมาบางไปนิดโดยบริเวณดังกล่าวทำมาเป็นยางกันลื่นมากกว่าที่จะเป็นตัวบุนวมแบบยี่ห้ออื่น บริเวณหูฟังเป็นแบบ Over-Ear ครอบมิดทั้งหู ไดรเวอร์ขับเสียงของ Puma – Vortice มีขนาด 50 ม.ม.ไม่น้อยหน้ายี่ห้ออื่น ส่วนนวมที่บุมากก็นิ่มใส่สบายดี

 

puma-vortice-headphones_01

puma-vortice-headphones_02

 

สำหรับสายหูฟังให้แยกมาต่างหากไม่ได้ติดมากับหูฟัง จุดต่างเรื่องสายหูฟังของ Puma กับยี่ห้ออื่นคือบริเวณขั่วหูฟังที่เสียบกับหูฟังจะทำมาเป็นล็อคพอใส่เข้ากับหูฟังแล้วให้เราบิดเล็กน้อยจะเป็นการล็อกหูฟังไว้ไม่ให้หลุดเวลาเราเผลอไม่โดนแรง ๆ หรือเวลาไปเกี่ยวอะไรเข้า จุดนี้ถือว่า Puma ใส่ใจดีมาก

puma-vortice-headphones_03

 

ตัวหูฟังเราสามารถพับเก็บเผื่อพกพาได้ด้วย โดยในกล่องจะมีกระเป๋าใส่หูฟังมาให้ด้วย ภาพรวมเรื่องรูปร่างหน้าตาของ Puma – Vortice จัดว่าดูโฉบเฉี่ยวไม่เยอะไปไม่น้อยไป

ด้านการใช้ฟังเพลงสำหรับ Puma – Vortice ทำให้ผมประหลาดใจไม่น้อย เพราะทีแรกที่เห็นว่าเป็นยี่ห้อ Puma นึกแค่ว่าคงทำมาเท่ ๆ เก๋ ๆ ไม่ได้เน้นเสียงอะไรมาก ซึ่งพอได้ใช้ฟังเพลงจริง ๆ พบว่าทำได้ดีกว่าที่คิดเสียงที่ได้จากหูฟังดูมีมิติไม่น้อย เสียงอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเมื่อคิดว่าเป็นหูฟังในสายแฟชั่น เซอร์ไพรส์ที่สองจากที่ได้ฟังไปสักพักพบว่า Puma – Vortice เป็นหูฟังที่ให้รายละเอียดเสียงอยู่ในขั้นดีเกินราคา เสียงกลางเสียงร้องจาก Puma – Vortice พุ่งดีทีเดียว ถัดมาสำหรับเสียงต่ำเสียงเบสจาก Puma – Vortice ฟัง ๆ ไปแล้วถ้าคุณไม่ชอบเบสที่หนักเกินไปผมว่า Puma – Vortice ให้เสียงเบสเสียงต่ำที่กำลังพอดีคือไม่หนักมาก แต่จุดนี้สำหรับผมถ้า Puma – Vortice  ให้เสียงเบสหนักกว่านี้อีกสักนิดจะดีมาก

 

puma-vortice-headphones_04

 

และด้วยความเป็นหูฟังแบบ Over-Ear ผมมักจะจับจ้องเรื่อง Sound Stage ด้วยพบว่า Puma – Vortice ให้ Sound Stage ที่แคบไปนิดคือพอรู้ว่าเครื่องดนตรีมาจากซ้ายหรือขาวแต่เสียงที่ได้ดูจะใกล้ ๆ กันไปหมดไม่ห่างกันมากเหมือนพวกหูฟังที่มี Sound Stage กว้าง ๆ

ด้านการใช้คุยโทรศัพท์ของ Puma – Vortice ที่สายหูฟังมีไมโครโฟนและรีโมทสำหรับกดรับสายวางสายติดมาด้วย แต่ไม่มีปุ่มปรับระดับเสียงมาให้ พบว่าไมโครโฟนของ Puma – Vortice ให้เสียงที่ชัดมากและเก็บเสียงพูดของเราได้ดีทีเดียวปลายสายที่ผมคุยโทรศัพท์ด้วยขณะใช้ Puma – Vortice บอกว่าเสียงพูดของผมชัดกว่าปกติต่างจากเวลาใช้หูฟังที่มีไมโครโฟนยี่ห้ออื่น ส่วนเสียงปลายสายเวลาที่เราได้ยินคือชัดมากอยู่แล้ว ถ้าเป็นช่อง 7 ก็ต้องบอกว่าชัดระดับ HD ประมาณนั้น

 

puma-vortice-headphones_06

 

จุดที่ผมติ Puma – Vortice ไปแล้วคือเรี่องเสียงต่ำที่ผมอยากได้มวลเบสมากกว่านี้อีกสักนิดและ Sound Stage ที่กว้างขึ้นอีกหน่อย ถ้าในอนาคต Puma ปรับปรุงเรื่องนี้ได้ถือว่าเป็นอะไรที่แจ๋วมาก ส่วนไมโครโฟนและรีโมตติดนิดเดียวที่ไม่มีตัวปรับระดับเสียงมาให้ด้วย

 

puma-vortice-headphones_07

 

โดยรวมสำหรับ Puma – Vortice จัดเป็น Over-Ear Headphones ที่ทำได้ดีตัวนึงในระดับราคาเท่านี้ ถ้าคุณโอเคกับเสียงเบสที่ลูกไม่ใหญ่นักถือว่า Puma – Vortice ตอบโจทย์ได้ดี ในราคาไม่เกิน 5,000 บาทคิดว่า Puma – Vortice เป็นหูฟังที่ให้เสียงได้ดีมากตัวหนึ่ง

 

Summer Love by Eric Benét 😊

A post shared by kangg (@kangg) on

 

จุดสังเกต

  • เป็นหูฟังแบบครอบหัวที่ให้เสียงที่ดีตัวหนึ่งในระดับราคาไม่เกิน 5,000 บาท
  • เบสลูกไม่ใหญ่มาก
  • มีไมค์และรีโมท แต่ไม่มีปุ่มปรับระดับเสียง

 

ราคา : 4,590 บาท

 

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : Generation S Co., Ltd

 



You May Also Like:

รีวิว : หูฟัง iFrogz – Impulse Wireless

ได้หูฟัง iFrogz - Impulse Wireless มาลองใช้งานพักใหญ่ พบว่าเป็นหูฟังไร้สายที่ราคาไม่แพงที่ให้เสียงได้โอเคเลยแหละ ..

[Hands-On] หูฟัง B&O Play E8

เพิ่งเปิดตัวไปเมื่ออาทิตย์ก่อนในงาน IFA 2017 สำหรับหูฟัง B&O Play E8 ตอนนี้เราได้มาให้ทุกคนชมกันแล้วครับ ..

รีวิว : หูฟัง JBL – T110 / T210 / T290

เป็นหูฟังใช้งานร่วมกับโทรศัพท์มือถือที่ราคาเริ่มต้นถูกที่สุดในนามของแบรนด์ JBL ก็ว่าได้กับหูฟัง JBL - T Series ที่ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 500 บาท แต่คุ้มค่าเกินราคา ..

Share

Tweet

Email