แอปเปิ้ลเปิดตัว iPad Air 2 และ iPad mini 3 มาพร้อม Touch ID มีเครื่องสีทองให้เลือก

แอปเปิ้ลเปิดตัว iPad Air 2 และ iPad mini 3 มาพร้อม Touch ID มีเครื่องสีทองให้เลือก

ผ่านพ้นไปแล้วกับงานเปิดตัว iPad Air 2 และ iPad mini 3 ถือเป็นงานที่ไม่คึกครื้นสักเท่าไหร่ สเป็คของ iPad รุ่นใหม่มาพร้อมที่สแกนลายนิ้วมือทั้ง 2 รุ่น ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยของทั้งคู่ต่างกันพอควร

งานเมื่อคืนที่ผ่านดำเนินไปแบบเรียบ ๆ เนิบ ๆ ส่วนหนึ่งเพราะความฮือฮาไปอยู่กับ iPhone 6 หมดแล้วทำให้งานเปิดตัว iPad และ iMac (Retina 5K Display) ดูไม่คึกคักสักเท่าไหร่

ในส่วนของ iPad แอปเปิ้ลเน้นไปที่ iPad Air 2 ตัวเครื่องบางลงกว่าเดิม เบากว่าเดิม และสเป็คแรงกว่าเดิม มาพร้อมที่สแกนลายนิ้วมือแต่ไม่มี NFC มาในเครื่อง

ด้านเรือนร่างของ iPad Air 2 มีสัดส่วนดังนี้ 240 x 169.5 x 6.1 มม. (สูง x กว้าง x หนา) โดยส่วนสูงและความกว้างเท่ากับของเดิม แต่ความหนาลดลงจากเดิม 1.4 มม. เรียกว่าบางลงได้อีก สำหรับน้ำหนักพอเครื่องบางลงน้ำหนักก็ลดลงตามไปด้วยอีกราว ๆ 32 กรัม เหลือ 437 กรัม (รุ่น Wi-Fi) และ 444 กรัม (รุ่น Cellular) ความพิเศษของ iPad Air 2 คือเป็นครั้งแรกที่ iPad มีสีทองมาให้เลือกด้วย โดยเฉดสีทองจากที่ดูในหน้าเว็บจะเข้มเท่า ๆ กับ iPhone 6 ซึ่งทำให้ iPad รุ่นใหม่มีทั้งหมด 3 สีได้แก่สีเงิน, สีเทาดำ และสีทองที่เพิ่งมาใหม่

 

ipad-air-2_01

 

ความแรงของ iPad Air 2 แอปเปิ้ลใส่ชิป A8X เข้าไปให้แรงกว่า A7 ใน iPad Air เดิม 40 เปอร์เซ็นต์ กราฟิกดีขึ้น 2.5 เท่า สิ่งที่แอปเปิ้ลไม่ได้บอกว่าคือ iPad Air 2 มีแรมมาด้วยเท่าไหร่ เพราะตามข่าวที่ออกมากันก่อนหน้านี้คาดว่า iPad Air 2 จะมีแรมมาด้วย 2GB เรื่องนี้คงต้องรอให้เครื่องวางจำหน่ายแล้วก็รอดูข้อมูลจากเว็บ iFixit ตอนที่แกะเครื่องเพิ่มเติมอีกที

 

ipad-air-2_02

 

ที่สแกนลายนิ้วมือ (Touch ID) ในที่สุดก็มาสถิตอยู่ใน iPad สักที โดยที่สแกนลายนิ้วของ iPad Air 2 รวมถึง iPad mini 3 ทำหน้าที่หลัก ๆ คือปลดล็อก Passcode ของเครื่อง, ใช้ยืนยันตัวตนเวลาซื้อของใน iTunes Store, ปลดล็อคกับแอปต่าง ๆ ที่รองรับ, รองรับการใช้จ่ายเงินผ่าน Apple Pay บนหน้าเว็บที่รองรับ ซึ่งเรื่องการจ่ายเงินพอมี Touch ID มาด้วยก็ย่อมต้องนึกถึง NFC ที่น่าจะมาคู่กัน แต่ไม่ได้เป็นแบบนั้นเพราะแอปเปิ้ลไม่ได้ใส่ NFC มาใน iPad Air 2 และ iPad mini 3 ซึ่งเรื่องนี้ก็ตีความได้ว่า iPad ใหญ่ไปสำหรับนำไปแตะจ่ายเงินตามร้านค้า

 

ipad-air-2_03

 

อีกสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับการจ่ายเงินนั้นคือแอป Passbook บน iPhone 6 ที่จะใช้เป็นที่เก็บบัตรเครดิต จากที่กวาดตาดูรูปภาพต่าง ๆ ของ iPad Air 2 ในเว็บแอปเปิ้ลไม่พบไอคอน Passbook บนหน้าจอเลยเป็นอีกสิ่งที่ยืนยันได้ว่าแอปเปิ้ลไม่ได้มอง iPad เป็นอุปกรณ์พกพาที่ผู้ใช้งานนำไปจ่ายเงินตามร้านค้า

ประการสุดท้ายเกี่ยวกับ iPad Air 2 แอปเปิ้ลบอกว่าหน้าจอของรุ่นนี้ลดการสะท้อนแสงได้ดีกว่าเดิมถึง 57 เปอร์เซ็นต์ ชิ้นส่วนหน้าจอใน iPad Air รุ่นก่อนหน้าแยกเป็น 3 ส่วนทำให้มีช่องว่างที่แสงสามารถสะท้อนออกมาได้ พอมาเป็น iPad Air 2 แอปเปิ้ลรวม 3 ชิ้นส่วนที่ว่าเข้าด้วยกันเหลือเพียง 1 ชิ้นทำให้แสงที่เข้ามาสะท้อนออกไปได้น้อยลงกว่าเดิม แอปเปิ้ลเคลมว่าสีสันบนหน้าจอ iPad Air 2 ดีขึ้นกว่าเดิม เรื่องนี้คงต้องรอดูของจริงกันอีกที

ipad-air-2_04

 

ถัดมาสำหรับ iPad Air 2 สิ่งที่ปรับปรุงขึ้นมาคือกล้องถ่ายรูป ความละเอียดเพิ่มจาก 5 ล้านพิกเซลเป็น 8 ล้านพิกเซล ถ้าดูจากตัวเลขสเป็คพื้นฐานของกล้อง iPad Air 2 จะพบว่าเหมือนกับ iPhone 5/5c เช่นรูรับแสง f2.4 ไม่มีระบบป้องกันการสั่นขณะถ่ายภาพ (ระดับซอฟท์แวร์) แต่พอดูสเป็คอื่นเช่นการมีฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอสโลว์โมชั่นแบบ 120fps จุดนี้เหมือนใน iPhone 5s แถมถ่ายภาพาโนรามาได้สูงสุด 43 ล้านพิกเซลเหมือนใน iPhone 6 จุดนี้ทำให้กลายเป็นว่ากล้องของ iPad Air 2 เป็นลูกผสมของ iPhone ตั้งแต่ 5 ถึง 6 อยู่ที่ว่าแอปเปิ้ลหยิบจับจุดเด่นอะไรมาใส่เข้าไปแต่พื้นฐานด้านฮาร์ดแวร์ของกล้องคือ ๆ กัน iPhone 5/5c ไม่ผิดเพี้ยน ส่วนกล้องด้านหน้าเป็นสเป็คเดียวกับ iPhone 6 คือความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซลรูรับแสงกว้าง f2.2

ipad-air-2_05

 

ด้านการถ่ายวิดีโอข้างต้นบอกไปแล้วนิดหน่อยว่าถ่ายวิดีโอสโลว์โมชั่นแบบ 120 fps ได้เหมือน iPhone 5s แต่ iPad Air 2 แอปเปิ้ลไม่เปิดให้ถ่ายวิดีโอแบบ 60 fps เหมือนกับ iPhone 6 ซะอย่างงั้น

ถัดมาก็มาดูที่ iPad mini 3 กันบ้าง เร่ิมจากสิ่งที่สังเกตได้คือเรื่องชื่อพอมี iPad mini 3 มาทำให้แอปเปิ้ลปรับชื่อเจ้า iPad mini with Retina Display ใหม่เป็น iPad mini 2 เพื่อให้สอดคล้องกันกับรุ่นใหม่

 

ipad-mini-3_01

ipad-mini-3_02

 

ตัวเครื่องของ iPad mini 3 มิติเรือนร่างไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรจากรุ่นก่อนหน้า สิ่งที่เพิ่มเข้ามาเมื่อดูด้วยตาเปล่าก็คือสีทองและบริเวณปุ่ม Home ที่เป็นที่สแกนลายนิ้วมือด้วย

ด้านสเป็คเครื่องของ iPad mini 3 แอปเปิ้ลไม่ได้ปรับสเป็คขึ้นมาเท่ากับ iPad Air 2 แต่อย่างใด สเป็คเครื่องทุกกระเบียดพิกเซลยังคงเหมือนกับรุ่นเดิมไม่ว่าจะเป็นชิปที่ยังใช้ A7 กล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซลเหมือนเดิม ทำให้ฟีเจอร์เกี่ยวกับกล้องถ่ายรูปอย่างการถ่ายวิดีโอสโลว์โมชั่นแอปเปิ้ลไม่ใช่มาให้ iPad mini 3 ด้วย

ในส่วนของ Wi-Fi แอปเปิ้ลก็ไม่ได้ปรับให้ iPad mini 3 มาใช้ Wi-Fi ที่รองรับ 802.11ac ยังคงใช้ชิปตัวเดียวกับ iPad mini 2 คือรองรับ Wi-Fi 802.11n เท่านั้น จุดนี้เชื่อว่าหลาย ๆ คนไม่แคร์สักเท่าไหร่ เพราะมี Wi-Fi ที่รองรับการรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นไปก็เท่านั้น เพราะไม่เกี่ยวกับความเร็วอินเตอร์เน็ต

ด้านความจุของ iPad Air 2 และ iPad mini 3 แอปเปิ้ลเดินตามรอย iPhone 6 ด้วยการตัดรุ่นความจุ 32GB ออกเหลือความจุ 16, 64 และ 128 เท่านั้น ทำให้คนที่จะซื้อเครื่องก็จะคิดว่าไหน ๆ จะซื้อใช้งานก็คงต้องซื้อรุ่นความจุ 64GB ไปเลยดีกว่าคุ้มกว่า ซึ่งแอปเปิ้ลก็วางหมากเรื่องนี้ไว้แล้วบีบให้คนไปซื้อความจุ 64GB เพราะรุ่น 16GB ในปัจจุบันเรียกว่าแทบไม่พอใช้งานแล้ว

ราคาของ iPad Air 2 และ iPad mini 3 ตอนนี้ยังไม่มีราคาไทยออกมา แต่ถ้าดูจากราคาในอเมริกาก็เท่า ๆ กับของเดิม ทำให้พอจะเดาทางได้ว่าในไทยก็ควรจะราคาเดิมด้วย

สรุปของ iPad Air 2 และ iPad mini 3 แอปเปิ้ลทำให้สเป็คเครื่องต่างกัน ไม่เหมือนปีที่แล้วที่ทั้ง iPad Air และ iPad mini 2 สเป็คเท่ากันต่างกันแค่ที่ขนาดหน้าจอ มาปีนี้สเป็คต่างกันมากพอสมควร ยังไม่นับเรื่องแรมของ iPad Air 2 ที่เรายังไม่ทราบว่าจะมีมา 2GB จริงหรือไม่ ทำให้ความน่าสนใจของ iPad mini 3 ดูจืด ๆ ไปหน่อยเพราะสเป็คเกือบทั้งหมดไม่ได้ปรับเลย คือถ้าถอดที่สแกนลายนิ้วมือออกก็กลายเป็น iPad mini 2 ไปเลยนั้นเอง

iPad mini 3 ไม่ควรจะเรียกเป็นรุ่นที่ 3 สำหรับผมมันคือ iPad mini 2.5 เสียมากกว่าเพราะไม่ได้ปรับอะไรเลยในแง่ของฮาร์ดแวร์ ส่วน iPad Air 2 จากที่เห็นตัวเครื่องที่บางลงได้อีก เบาได้อีกนิด แต่สเป็คแรงขึ้น กล้องดีขึ้นดูเป็น iPad ที่น่าใช้งานไม่น้อย

ข้อมูลเพิ่มเติม :



You May Also Like:

แอปเปิ้ลปรับราคา iPad ทุกรุ่นลงเล็กน้อย

การปรับราคาครั้งนี้ส่งผลกับ iPad แทบทุกรุ่นโดยเฉพาะ iPad Pro ที่มีการปรับราคาลงมาทำให้ความน่าสนใจในการเลือกซื้อมีเพิ่มขึ้น ..

รีวิว : iPad Pro 9.7 นิ้ว

ผ่านมาราว 6 เดือนหลังจากที่แอปเปิ้ลออก iPad Pro 12.9 นิ้วที่ขนาดไม่ธรรมดาสำหรับแท็บเล็ต วันนี้แอปเปิ้ลออก iPad Pro หน้าจอขนาด 9.7 นิ้วมาแล้ว ติดตามกันได้ว่ามีอะไรต่างกันบ้างระหว่างพี่ใหญ่กับน้องเล็ก ..

ซองและเคสสำหรับ iPad mini จาก incase

ได้รับซองและเคสสำหรับ iPad mini จาก incase มา 3 แบบ หลัก ๆ ไว้สำหรับใช้ร่วมกับ iPad mini 2 และ 3 มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้างติดตามกันได้ ..

Share

Tweet

Email