รีวิว : ลำโพง JBL – Charge 2

รีวิว : ลำโพง JBL – Charge 2

ลำโพงตัวเล็กเสียงเบสแน่นตึ๊บสำหรับ ลำโพง JBL – Charge 2 มาพร้อมความสามารถในการปล่อยไฟชาร์จให้โทรศัพท์มือถือได้ด้วย

ลำโพง JBL – Charge 2 รูปลักษณ์ภายนอกโดยรวมเป็นทรงกระบอกเหมือนรุ่นแรกมีปรับปรุงให้ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้น โดยบริเวณด้านข้างตัวเครื่องทั้งสองด้านเป็นช่องขับเสียงเบส ด้านบนตัวเครื่องเป็นปุ่มควบคุมการใช้งานไล่จากซ้ายไปขวาได้แก่ปุ่มเปิดปิดเครื่อง, ปุ่มเชื่อมต่อ Bluetooth, ปุ่มปรับระดับเสียง, ปุ่ม Social Mode, และปุ่มกดรับสายวางสายโทรศัพท์ ด้านหลังตัวเครื่องจากรุ่นเดิมที่ช่อง USB จะอยู่ด้านข้างพอเป็นรุ่นใหม่ถูกย้ายไปรวมกันในที่เดียวทั้ง Micro USB สำหรับชาร์จไฟเข้าตัวเครื่อง, ช่องเสียบแบบ 3.5 มม. และช่อง USB สำหรับเสียบชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่น

 

 

 

jbl-charge-2_01

jbl-charge-2_02

jbl-charge-2_03

jbl-charge-2_05

 

น้ำหนักของ JBL – Charge 2 จัดว่าไม่เบาครับเมื่อเทียบว่าผมได้รับตัวนี้มาพร้อมกับ JBL – Clip ที่รีวิวไปก่อนหน้านี้ โดยน้ำหนัก JBL – Charge 2 ประมาณ 500 กรัมยังถือว่าพาไปไหนมาไหนได้แต่ต้องตั้งใจจัดกระเป๋าเผื่อที่กันสักนิด

ด้านการใช้งาน JBL – Charge 2 หลัก ๆ คือเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ซึ่งมีฟีเจอร์เสริมคือ Social Mode ที่ให้เราสามารถเชื่อมต่อ Bluetooth จาก 3 อุปกรณ์เข้ากับ JBL – Charge 2 ในเวลาเดียวกันโดยการใช้ Social Mode อธิบายคร่าว ๆ เช่นเวลาที่เราเล่นเพลงใด ๆ อยู่ก็ตาม เพื่อนที่ร่วมต่อ Bluetooth ผ่าน Social Mode อยู่ถ้าเข้ากดเล่นเพลงในขณะนั้นเสียงเพลงของเราก็จะมาดังที่ลำโพงแทนที่เพลงของเราในทันที ไม่ต้องรอจับคู่อุปกรณ์กับลำโพงเหมือนทั่วไป

สำหรับคุณภาพเสียงต้องบอกว่า JBL – Charge 2 ทำได้กระหึ่มมากในจุดนี้แนวเสียงน่าจะถูกใจวัยรุ่นและผู้ที่ชอบเสียงเบสแน่น ๆ เน้น ๆ เสียงโดยรวมของ JBL – Charge 2 แม้ขนาดเครื่องจะไม่ใหญ่มากแต่ให้เสียงที่ใหญ่พอสมควร เสียงเบสเสียงต่ำมาเน้น ๆ และมาเป็นลูกเสียงในส่วนนี้พุ่งพล่านพอควร ส่วนเสียงกลางเสียงสูงจัดอยู่ในระดับที่ทำได้กลาง ๆ คือใช้ฟังทั่วไปได้แต่ปลายเสียงไม่ได้พลิ้วมากนัก ด้วยความที่เป็นลำโพงตัวเล็กเพราะฉะนั้นสภาพเสียงโดยรวมแม้จะทำได้ดีแค่ไหนก็ตามแต่ก็มีอาการอั้นอยู่บ้างจากมิติเรืองร่างของลำโพงเมื่อเปิดเสียงดังมาก ๆ (ระดับเสียง 80% ขึ้นไป) กับเพลงที่มีจังหวะหนัก ๆ ตัวลำโพงออกอาการพร่าอยู่บ้างเหมือนกัน เท่าที่ได้ลองใช้ฟังเพลงระดับเสียงถ้าเปิดดัง ๆ ก็ไม่น่าจะปรับให้เกิน 70% ซึ่งระดับนี้ก็เพียงพอกับการใช้ฟังในห้องเล็ก ๆ แล้ว

 

 

เรื่องใช้เป็นสปีกเกอร์คุยโทรศัพท์จากที่ลองระยะหวังผลอยู่ในระดับห่างไม่เกิน 30 เซนติเมตร ถ้าเราเดินไปเดินมาในห้องเช่นเพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้วจะใช้คุยไปด้วยขณะที่เราเช็ดตัวใส่เสื้อผ้าไปด้วยก็ต้องพูดดังหน่อยไม่ก็หยิบ JBL – Charge 2 มาวางไว้ใกล้ ๆ ตรงที่เราแต่งตัว

การชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์อื่นของ JBL – Charge 2 แบตเตอรี่ในตัวเองมีอยู่ 6,000 มิลลิแอมป์จากที่ทดสอบชาร์จไฟเข้า iPhone 6 สามารถทำได้ 2 ครั้งเต็ม ๆ (ปล่อยระดับแบตเตอรี่ iPhone 6 เหลือต่ำกว่า 15 เปอร์เซ็นต์) ส่วนถ้าไม่ชาร์จไฟให้อุปกรณ์ใด ๆ เลยตัวเครื่องสามารถใช้ฟังเพลงได้ต่อเนื่องสูงสุด 12 ชั่วโมง และตอนชาร์จไฟเข้าตัว JBL – Charge 2 ผมลองเองก็ตรงกับสเป็คที่บอกว่าใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง

 

jbl-charge-2_08

 

ภาพรวมของ JBL – Charge 2 ประการแรกเรื่องเสียงทำได้ดีขึ้นกว่ารุ่นแรกอีกพอสมควร และยังเป็นลำโพงอเนกประสงค์ที่มีแบตเตอรี่สำหรับชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่นได้ด้วย ถ้าวัตถุประสงค์ของการใช้งานชอบลำโพงเล็กพาไปเที่ยวด้วยบ้าง แบตเตอรี่โทรศัพท์หมดก็ยังหาทางชาร์จได้ยามจำเป็น JBL – Charge 2  ตอบโจทย์ได้ดี ส่วนถ้าต้องการใช้ฟังในห้องจุดนี้แนะนำว่าต้องดูขนาดห้องสักนิดถ้าห้องเล็ก ๆ อย่างห้องนอนทั่วไปไม่เกิน 20 ตร.ม. เสียงของ JBL – Charge 2 เอาอยู่ แต่ถ้าเป็นห้องใหญ่สัก 30 ตร.ม.ขึ้นไปถ้านั่งอยู่ห่างหน่อยเสียงที่เราได้ยินจะไม่พุ่งสักเท่าไหร่ เรื่องนี้ขอให้นึกถึงสภาพแวดล้อมที่เราจะนำไปใช้ด้วย ด้านเสียงของ JBL – Charge 2 อย่างที่บอกไปแล้วข้างต้นคือเสียงมาแนววัยรุ่นเน้นเบส ใครอยากได้เสียงโปร่งอาจต้องหลีกเลี่ยงรุ่นนี้

จุดสังเกต

  • ลำโพงตัวเล็กเสียงใหญ่เบสตึ๊บ
  • เสียงกลางเสียงสูงทำได้กลาง ๆ ไม่พลิ้วเท่าไหร่
  • สามารถใช้ชาร์จไฟให้ iPhone 6 ได้ 2 ครั้ง

ราคา : 5,990 บาท

 

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด

หาซื้อสินค้าได้ที่

 



You May Also Like:

ลำโพง Fender – Monterey และ Newport

Fender ในยุคใหม่นอกจากหูฟังที่ออกมาพักใหญ่ ตอนนี้มีลำโพงไร้สายออกมาด้วยเหมือนกันกับรุ่น Monterey และ Newport  ..

รีวิว : ลำโพง JBL – Pulse 3

ผมให้นิยามว่าเป็นลำโพงที่สนุกมาก เพราะไม่ใช่แค่เสียงแต่ลำโพงที่เราสามารถเลือกแสงที่อยู่บนตัวลำโพงได้ตามใจชอบอีกด้วยกับ JBL - Pulse 3  ..

รีวิว : หูฟัง iFrogz – Impulse Wireless

ได้หูฟัง iFrogz - Impulse Wireless มาลองใช้งานพักใหญ่ พบว่าเป็นหูฟังไร้สายที่ราคาไม่แพงที่ให้เสียงได้โอเคเลยแหละ ..

Share

Tweet

Email