แอปเปิ้ลเผย Apple Watch เริ่มขายในอเมริกา 24 เม.ย. รุ่นแพงสุดกว่า 550,000 บาท

แอปเปิ้ลเผย Apple Watch เริ่มขายในอเมริกา 24 เม.ย. รุ่นแพงสุดกว่า 550,000 บาท

งานเปิดตัว Apple Watch (ซ้ำอีกครั้ง) เมื่อคืนที่ผ่านมาหลัก ๆ เราได้ทราบแล้วว่าจะวางขาย 24 เม.ย. นี้และราคารุ่นแพงสุดแพงระยับที่ $17,000 หรือกว่า 550,000 บาท

แอปเปิ้ลเริ่มต้นงานนี้ด้วยการปิดหน้าเว็บ Apple Online Store ตั้งแต่ช่วงเย็น ๆ ตามเวลาบ้านเรา ครั้งนี้แปลกไปจากเดิมนิดหน่อยตรงที่มีภาษาต่างประเทศเข้ามาเพิ่มขึ้นหลายภาษารวมถึงภาษาไทยด้วยว่า

“เราจะกลับมาบริการในไม่ช้า”

โปรดเปิดวิดีโอประกอบข้อความเพื่ออรรถรส

…หลังจากเพลงจบลุง Tim Cook ณ แอปเปิ้ลก็โดนเรียกไปปรับทัศนคติ จบงานครับ …อะล้อเล่น~~~

กลับเข้าเรื่องต่อครับ งานเริ่มที่ร้าน Apple Store ในจีนที่แอปเปิ้ลเปิดไป 6 สาขาใหม่ใน 6 อาทิตย์ทำวิดีโอบรรยากาศเปิดตัวสาขามาให้เราได้ดูกันแป๊บ ๆ ก็มาเข้าเรื่อง Apple TV ที่แอปเปิ้ลจับมือกับ HBO เปิดบริการ HBO NOW ไว้ดูหนังและซีรีย์ของ HBO เสียค่าบริการเดือนละ $14.99 ซึ่งดูแล้วบริการนี้คงมีแค่ในอเมริกา และตบท้ายก่อนจาก Apple TV ที่ไม่ได้มีรุ่นใหม่ออกมาด้วยการปรับราคาลงจาก $99 เหลือ $69 ซึ่งในไทยราคาของ Apple TV แรกสุดคือ 3,800 บาทแล้วอยู่ดี ๆ ก็ขึ้นเป็น 4,500 บาทตอนนี้ปรับมาเหลือ 3,300 บาท ถ้าว่ากันตามตรงราคาในไทยควรจะต่ำกว่า 3,000 บาทด้วยซ้ำ ตามที่ประกาศ Apple TV ถึงตอนนี้ขายไปแล้วกว่า 25 ล้านเครื่อง ว่ากันตรง ๆ เราต้องการเครื่องรุ่นใหม่ที่ทำอะไรได้มากขึ้น มากกว่าลดราคาแล้วไม่มีอะไรใหม่เลย เรียกว่าเกมนี้แอปเปิ้ลลาก Apple TV โฉมนี้อยู่นานมากจริง ๆ

apple-tv-new-price-march-2015

 

ถัดมาเข้าเรื่อง iPhone Tim Cook บอกว่า iPhone ออกมา 7 ปีกว่าตอนนีขายไปแล้ว 700 ล้านเครื่องแล้ว ในส่วนของ Apple Pay ไม่ได้บอกตัวเลขที่น่าสนใจอะไรนัก บอกแค่ว่าตอนนี้ Apple Pay รองรับบัตรของหลายธนาคารในอเมริกาแล้ว และร้านค้าที่รับก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังมีตู้กดน้ำอัดลมโค้กที่จะมีตัวอ่าน NFC ซึ่งจะรองรับการจ่ายเงินด้วย Apple Pay ด้วย (ในขณะที่ทั้งโลกกำลังรณรงค์ให้งดน้ำอัดลม แต่แอปเปิ้ลคิดอะไรอยู่)

ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ iPhone ที่น่าสนใจสุดคือ ReasearchKit ที่ไว้ให้นักวิจัยในสาขาต่าง ๆ ใช้งาน โดยสามารถทำการวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างที่สมัครใจใช้แอปเองได้ เท่าที่มีแอปออกมาให้ดาวน์โหลดผมลองแอป MyHeart ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ตัวแอปวิจัยเกี่ยวกับโรคหัวใจ พอเข้าไปก็จะถามถึงว่าเราอยู่ที่ไหน อายุเท่าไหร่ ถ้ากรอกว่าอยู่ในอเมริกาก็จะใช้งานแอปไม่ได้ พอกรอกข้อมูลด้วยการสมมุติว่าอยู่ในอเมริกาก็จะผ่านเข้าไปในแอปเรื่อย ๆ ในแอปจะมีกลุ่มคำถามต่าง ๆ ให้เราที่เป็นกลุ่มคนที่ถูกวิจัยตอบ (เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด) ก็มีจะการส่งคำตอบต่าง ๆ ของเราไปให้ที่ศูนย์วิจัย โดยเราสามารถเลือกได้ว่าข้อมูลของเราจะให้กับสแตนฟอร์ดอย่างเดียว หรือเปิดให้ศูนย์วิจัยอื่นทั่วโลกเข้าดูข้อมูลได้ด้วย

researchkit_01

researchkit_02

 

ในส่วนของ ReasearchKit คนทั่วไปอาจไม่ตื่นเต้น แต่เท่าที่ดูข้อความจากนักพัฒนาซอฟท์แวร์และนักวิจัยความคิดเห็นที่แสดงออกมาเป็นทางบวกถึงบวกมาก (ข้อมูลเพิ่มเติม : apple.com/researchkit)

 

ถัดมาถึงเครื่อง Mac โดยเป็นไปตามที่เก็ง ๆ กันไว้ว่าแอปเปิ้ลจะออกเครื่องรุ่นใหม่หน้าจอ 12” ซึ่งพอเปิดตัวมาจริงไม่ใช่ MacBook Air แต่เป็น MacBook เฉย ๆ ตัวเครื่องมี 3 สีเงิน, ดำ และทอง เฉดสีตาม iPad Air 2 และ iPhone 6

 

new-macbook_01

new-macbook_02

 

ตัวเครื่องบางและเบากว่า MacBook Air รุ่นปัจจุบัน โดย MacBook 12” มีส่วนที่หนาสุดเพียง 1.31 เซนติเมตร และมีน้ำหนักแค่ 920 กรัมเท่านั้น ถือเป็นเครื่อง MacBook รุ่นแรกที่บางได้เท่านี้และเบามากเท่านี้ ส่วนอนาคตของ MacBook Air ยังไม่มีใครทราบว่าจะอยู่หรือรวมร่างกับ MacBook เพราะโดนแย่งต่ำแหน่งไปแล้ว

new-macbook_03

new-macbook_08

ทั้งเครื่องมี Logic Board แค่นี้ ที่เหลือเป็นพื้นที่ใส่แบตเตอรี่

 

ด้านสเป็คของ MacBook 12” หน้าจออัตราส่วน 16:10 คมชัดสุดด้วย Retina Display 2304×1440 พิกเซล ความหนาแน่นหนาจอ 226 พิกเซล/นิ้ว และต่อจอนอกได้ถึงความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล แอปเปิ้ลเลือกใช้ Intel Core M ซึ่งคนที่พอจะทราบอยู่บ้างก็พอนึกออกว่าเป็นตระกูลซีพียูที่สเป็คไม่แรงนักแต่เน้นประหยัดพลังงานมากกว่ามีให้เลือกความเร็ว 1.1 และ 1.2GHz (1.3GHz เป็นออฟชั่นเสียเงินเพิ่มอีกที) ตัวเครื่องให้แรม 8GB เพิ่มกว่านี้ไม่ได้ ส่วน SSD มีให้ 256GB หรือ 512GB

new-macbook_04

 

ส่วนที่มีการปรับปรุงที่ตัวผมชอบคือปุ่มคีย์บอร์ดมีการใช้กลไกของแต่ละปุ่มแบบใหม่แอปเปิ้ลเรียกว่า ‘กลไกแบบปีกผีเสื้อ’ ขนาดปุ่มใหญ่ขึ้น 17% และปุ่มมีขนาดเตี้ยกว่าเดิมเรียกว่าถ้าดูจากในรูปและวิดีโอในเว็บแอปเปิ้ลจะเห็นได้ว่าปุ่มเกือบอยู่ระนาบเดียวกับโลหะตัวเครื่อง ถัดมาเป็น Trackpad ที่มีปรับปรุงใหม่ไฉไลกว่าเดิมมาก แอปเปิ้ลมีการเพิ่ม Taptic Engine เข้าไปทำให้ Trackpad รับรู้แรงกดระหว่างที่เราเอานิ้วกดเบากดหนักได้ด้วยแอปเปิ้ลเรียกส่วนนี้ว่า Force Touch ถ้าดูแนวโน้มแล้วเป็นได้สูงมากที่ Taptic Engine จะเข้าไปอยู่ใน iPad และ iPhone รุ่นต่อไป โดยเฉพาะข่าวลือเกี่ยวกับ iPad Pro จอ 12″ ถ้าออกมาจริงก็ควรจะมี Taptic Engine มาด้วยเพื่อทำให้หน้าจอรับรู้แรงกดได้หลายระดับมากขึ้น (แล้วแบบนี้จะมีสไตลัสมาด้วยรึเปล่านะ?)

new-macbook_05

new-macbook_06 new-macbook_07

 

ช่องเชื่อมต่อของ MacBook 12” มีแค่ช่องเดียวคือ USB Type-C (แอปเปิ้ลเรียกว่า USB-C) หัวต่อคล้าย ๆ กับหัว Lightning คือเสียบด้านไหนก็ได้ เพียงแต่ช่อง USB-C แอปเปิ้ลรวมทุกการเชื่อมต่ออื่น ๆ ไว้ในนี้ทั้งใช้ชาร์จไฟ, ใช้กับตัวแปลงเป็นช่อง USB ปกติ, หัวแปลงเป็นช่อง HDMI หรือ VGA ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องเสียงเงินซื้อเพิ่มอีก 700-3,000 บาท เรียกว่าเสียเงินค่าเครื่องแล้วก็อย่าลืมคิดถึงอแดปเตอร์แบบต่าง ๆ ที่เราอาจจะต้องใช้ด้วย

โดยรวมของ MacBook 12” ถ้าแบบสั้น ๆ คือ สวยแต่รูปจูบไม่หอมสักเท่าไหร่ แบบยาว ๆ คือหน้าตาดีสเป็คน้อยไปแถมมีแววต้องเสียเงินเพิ่งอีกด้วย

ราคา MacBook 12” มีดังนี้ (เริ่มขาย 10 เม.ย. ที่อเมริกา ในไทยยังไม่ขึ้นว่าวันไหน)

  • Core M 1.1GHz / Ram 8GB / SSD 256GB ราคา 43,900 บาท
  • Core M 1.2GHz / Ram 8GB / SSD 512GB ราคา 54,900 บาท

จบช่วง MacBook ปรบมือกันเกลียว ไม่รู้ตบมือเพราะดีใจหรือตบมือว่าแอปเปิ้ลเขี้ยวลากดินกันแน่ ขายมันทุกอย่าง

ถัดมาถึงพระเอกของงาน Apple Watch ที่เคยเปิดตัวไปแล้วเมื่อ 6 เดือนก่อน มาครั้งนี้บนเวทีก็ทวนข้อมูลเดิมน้ำไปเกือบทั้งหมดมีข้อมูลใหม่ที่เราได้ทราบกันแล้วคือวันวางจำหน่ายและราคาเครื่อง

วันวางจำหน่าย Apple Watch จะเริ่มให้กดสั่งจองในวันที่ 10 เม.ย. และขายจริงวันที่ 24 เม.ย.

apple-watch_01

 

สำหรับราคา Apple Watch แปรผันตามขนาดตัวเรือน / ชนิดสาย / วัสดุตัวเรือน โดยทั้งหมดมีรุ่นย่อยให้เลือกมากถึง 38 รุ่นด้วยกัน

 

apple-watch_02

 

  • รุ่น Sport มี 10 รุ่นย่อย (ตัวเรือนอลูมิเนียม หน้าจอกระจก Ino-X)
  • รุ่น Watch มี 20 รุ่นย่อย (ตัวเรือนสแตนเลสสตีล หน้าจอคริสตัลแซฟไฟร์แข็งพิเศษ)
  • รุ่น Watch Editon มี 8 รุ่นย่อย (ตัวเรือนทอง 18K หน้าจอคริสตัลแซฟไฟร์แข็งพิเศษ)

โดยในส่วนของขนาดตัวเรือนมี 2 ขนาดด้วยกันคือ 38 และ 42 มม.

  • ตัวเรือนรุ่น Sport และ Watch มีสีเงินและดำ
  • ตัวรุ่น Watch Editon มีสีทองแบบ Yellow และ Rose Gold

ราคา Apple Watch ต้องบอกว่าเป็นแก็ตเจ็ตที่แพงมากเกือบที่สุดเท่าที่ผมรู้จัก โดยที่แพงมากสุดคือโทรศัพท์ Vertu ที่ราคาไปแตะหลักล้านบาท โดย Apple Watch แบ่งช่วงราคาดังนี้

 

รุ่น Sport ราคา $349 และ $399 หรือประมาณ 11,350 บาท และ 13,000 บาท โดยราคาแปรผันตามขนาดตัวเรือนว่าเลือกรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ รุ่นนี้สายนาฬิกาจะเป็นยางทั้งหมด

apple-watch_04

 

รุ่น Watch ราคา $549 – $1099 หรือประมาณ 17900 – 35,700 บาท ขึ้นอยูกับขนาตัวเรือนและชนิดของสายนาฬิกา โดยรุ่นที่แตะ $900 ขึ้นไปจะเป็นรุ่นที่สายนาฬิกาเป็นเหล็กหรือไม่ก็สายที่ทำจากสแตนเลส

apple-watch_05

 

รุ่น Watch Edition ราคา $10,000 –  $17,000 หรือประมาณ 325,000 – 552,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดตัวเรือนและชนิดสายที่มีให้เลือกแค่สายยางหรือสายหนังแท้ โดยตัวหมุดโลหะของสายทั้ง 2 แบบก็จะเป็นสีเดียวกับตัวเรือนด้วย

apple-watch_03

*ราคาข้างไม่รวมภาษีในแต่ละรัฐ

USD 1 = 32.5 บาท

 

ส่วนใครอยากคิดราคาคร่าว ๆ ว่าจะสักเท่าไหร่ ให้ลองนำราคาที่เราเห็นในอเมริกามาคูณเป็นเงินไทยก่อน แล้วบวกภาษีนำเข้านาฬิกา 5% แล้วค่อยบวกภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปเป็นลำดับสุดท้ายอีก 7% ก็น่าจะออกมาเป็นราคาจำหน่ายในไทยแบบคร่าว ๆ แต่ทั้งนี้เราไม่ทราบว่าราคาจริงแอปเปิ้ลจะใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่เท่าไหร่ ตามด้านล่างคือใช้อัตราแลกเปลี่ยนปกติ $1 = 32.5 บาท

ตัวอย่าง

$349 x 32.5 = 11342.5 + 5% = 11,909 + 7% ก็จะเท่ากับราคาไทยแบบคร่าวๆ 12,743 บาท

$17,000 x 32.5 = 552,500 + 5%  = 580,125 + 7% ก็จะเท่ากับราคาไทยแบบคร่าวๆ 620,733 บาท

ส่วนถ้าอยากซื้อสายเพิ่มเติมเองมีดังนี้

 

apple-watch_06

 

สายยาง ราคา $49 หรือประมาณ 1,600 บาท มีให้เลือก 5 สี 6 เฉด โดยสีดำมี 2 รุ่นต่างกันตรงหมุดมีสีดำและสีเงิน

สายหนังแบบตีนตะขาบ ราคา $149 หรือประมาณ 4,850 บาท มีให้เลือก 4 สี ในส่วนของหนังผลิตมือจากเมือง Arzignano ในอิตาลี

สายหนังแบบทั่วไป ราคา $149 หรือประมาณ 4,850 บาท มีสีดำสีเดียว ตัวตะขอและหัวสำหรับกลัดเป็นเงินเงา

สายสแตนเลสแบบห่วงคล้องข้อมือ ราคา $149 หรือประมาณ 4,850 บาท แรงบันดาลใจของสายมาจากเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ในศตวรรษที่ 19

สายหนังที่ตัวล็อกสายสีเงินแบบพับเก็บ ราคา $249 หรือประมาณ 8,100 บาท มีให้เลือก 4 สี ด้านในสายใช้เส้นใย Vectran แบบเดียวกับที่ NASA ใช้กับแอร์แบคของยาน Mars Rover ที่ลงจอดดาวอังคาร

สายสแตนเลสสีเงินตัวล็อกแบบพับเก็บ ราคา $449 หรือประมาณ 14,600 บาท  ผลิตจากวัสดุสแตนเลส 316L ชนิดเดียวกับตัวเรือนสแตนเลส หนึ่งสายใช้เวลา 9 ชั่วโมงกว่าที่เครื่องจักรจะตัดแต่งสายออกมาได้ แล้วก็เอามาขัดเงาด้วยมือคนอีกที ตัวสายมีความพิเศษในการตัดข้อออกโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ

จากข้างต้นจะเห็นว่าสายนาฬิกาที่ขายแยกไม่มีของรุ่นเรือนทองเลย เป็นได้ว่าใครซื้อเรือนทองแอปเปิ้ลควรต้องบริการเป็นพิเศษ ซึ่งถ้าวัสดุพวกหมุดต่าง ๆ ของสายนาฬิกาเรืองทองทำด้วยทอง 18K เหมือนตัวเรือนราคาก็คงแพงกว่าปกติอีก 3-4 เท่าก็เป็นได้

แบตเตอรี่ของ Apple Watch บนเวทีบอกว่าใช้งานได้ทั้งวัน ซึ่งในเว็บแอปเปิ้ลมีขยายความไว้ว่า

  • ตลอดวันสูงสุด 18 ชั่วโมง
  • ถ้าใช้คุยโทรศัพท์ต่อเนื่องได้สูงสุด 3 ชั่วโมง
  • ถ้าใช้เปิดเพลงฟังต่อเนื่องได้สูงสุด 6 ชั่วโมงครึ่ง
  • ถ้าใช้ออกำลังกายต่อเนื่องได้สูงสุด 7 ชั่วโมง
  • ใช้ตอนที่ทดสอบนาฬิกาทำได้สูงสุด 48 ชั่วโมง
  • อยู่ในโหมดประหยัดพลังงานใช้ได้นานสุด 72 ชั่วโมง

ส่วนการชาร์จให้เต็ม 100% ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

apple-watch_07

 

ด้านท้ายแอปเปิ้ลมีหมายเหตุเพิ่มเติมว่าระยะเวลาตามข้างต้นทดสอบกับเรือนขนาด 38 มม. ถ้าเป็นเรือน 42 มม. จะใช้งานได้นานกว่า แต่ไม่ได้บอกว่านานกว่ากี่เปอร์เซ็นต์

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องแบตเตอรี่ : apple.com/th/watch/battery.html

ส่วนเรื่องกันน้ำบนเวทีไม่ได้เอ่ยถึงเลย แต่ในเว็บแอปเปิ้ลระบุว่าตัวเรือนกันน้ำระดับ IPX7 กันน้ำระดับทั่วไป เช่นว่าถ้าทำเครื่องหล่นไปในน้ำตื้น ๆ สัก 1 เมตรไม่เกิน 20 หรือ 30 นาทีเครื่องก็ยังสามารถกลับมาใช้งานได้ปกติ  ในระดับทั่วไปอย่างเช่น ตอนล้างมือ ล้างจาน โดนฝนเล็กน้อย โดนน้ำสาดนิดหน่อย ส่วนใส่ตอนอาบน้ำ ว่ายน้ำ คงไม่สามารถทำได้ รวมถึงใส่ไปเล่นน้ำสงกรานต์ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง

 

apple-watch_08

 

โดยสรุปสำหรับงานเมื่อคืน คือได้เห็นนวัตกรรมการผลิต MacBook 12” ว่าไปถึงสุดขอบได้อีกระดับวิธีคิดต่าง ๆ ละเอียดและใช้ทุกตารางเซนติเมตรของเครื่องให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ส่วนนาฬิกาอยากรู้ว่าแอปเปิ้ลประเมินว่าจะมีคนซื้อเรือนทองสักกี่เรือนเพราะราคาประมาณนี้สามารถซื้อ Rolex รุ่นดี ๆ และยี่ห้ออื่น ๆ ในระดับเดียวกันได้สบาย ๆ แถมนาฬิกาพวกนี้นานวันไปราคาไม่ตกเสียด้วย ไม่เหมือนกับนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ที่นานวันไปแบตเตอรี่ก็ต้องมีเสื่อมสภาพด้วย เก็บไว้นานราคาก็ยิ่งตก รวม ๆ แล้วบนเวทีในส่วนของนาฬิกาไม่มีอะไรแปลกใหม่ ผิดหวังกับแบตเตอรี่เช่นเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เรื่องกันน้ำก็ผิดหวังนิดหน่อย ส่วนราคาผิดหวังมากหน่อยเพราะรุ่นที่เล็งไว้แพงมากพอสมควร #กระเป๋าตังค์แบนมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม :

MacBook : apple.com/th/macbook

Apple Watch : apple.com/th/watch และ store.apple.com/us/watch



You May Also Like:

แอปเปิ้ลออกสายนาฬิกาไนล่อนสีรุ้ง Pride Edition มาขาย และสาย Nike Sport Band สีใหม่เริ่มมีขายใน apple.com/th แล้ว

ถ้าใครยังจำกันได้ปีที่แล้วที่ Tim Cook ไปร่วมเดินในงาน LGBT Pride Parade และทำสายนาฬิกาไนล่อนสีรุ้งออกมาเป็นที่ระลึก ตอนนี้สายนาฬิกาดังกล่าวแอปเปิ้ลนำมาจำหน่ายแล้ว พร้อมกันนี้สายนาฬิกา Nike Sport Band ก็เริ่มจำหน่ายในเว็บ apple.com/th ด้วยเช่นกัน ..

Nike เตรียมออกสายนาฬิกา Apple Watch สีใหม่ให้เข้ากับสีรองเท้า Nike Air VaporMax Flyknit

Nike เตรียมออกสายนาฬิกา Apple Watch ให้เข้ากับสีรองเท้า Nike Air VaporMax Flyknit โดยสายนาฬิกาสีใหม่นี้จะเริ่มวางจำหน่ายช่วงต้นเดือน มิ.ย. ..

Tim Cook เป็นผู้ร่วมทดสอบอุปกรณ์วัดระดับน้ำตาลในเลือดที่ใช้คู่กับ Apple Watch เองด้วย

จากที่เคยมีข่าวว่าแอปเปิ้ลกำลังวิจัยเซนเซอร์วัดระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในตอนนี้ ทาง Tim Cook ได้ออกมาบอกเองเลยว่าตัวเขาเป็นผู้ที่ร่วมทดสอบอุปกรณ์ดังกล่าวด้วยเหมือนกัน ..

Share

Tweet

Email