รีวิว : หูฟัง Parrot – Zik 2.0

รีวิว : หูฟัง Parrot – Zik 2.0

Zik เป็นหนึ่งในหูฟังที่ยอมรับว่า ‘สวย’ รุ่นหนึ่งโดยรุ่นแรกออกมาก็ได้รับคำชมเยอะพอควร พอมาเป็นรุ่นที่สองกับ Parrot – Zik 2.0 คำชมยังล้น แต่เรื่องอื่นดีรึเปล่า เราไปดูพร้อม ๆ กัน

สำหรับ Parrot – Zik 2.0 เป็นหูฟังแบบครอบหัว ขนาดของตัวหูฟังสลิมกว่ารุ่นแรกมากพอควร ซึ่งตัวผมเองเคยเห็นเคยจับรุ่นแรกนิดหน่อยแต่ไม่ได้ลองฟัง แต่ดูจากที่เพื่อนใช้อยู่เทียบกับตัว Zik 2.0 ดูแล้วรุ่นใหม่ดีไฉไลขึ้นในจุดนี้ แต่ภาพรวมเรื่องรูปลักษณ์ยังคงเหมือนเดิม ตัวหูฟังมีให้เลือกหลายสีทั้งดำ, ขาว, เหลืองอ่อน, น้ำตาล, น้ำเงิน และส้มที่เป็นสีที่เราได้รับมา

 

parrot-zik-2-headphones_01

 

รูปลักษณ์ของ Zik 2.0 ไล่กันตั้งแต่วัสดีที่ตัวก้านเป็นโลหะสีเงินแล้วหุ้มด้วยหนังสีต่าง ๆ ตามที่บอกไป บริเวณหูฟังด้านซ้ายจะเป็นฝาที่เปิดมาเจอแบตเตอรี่ก้อนย่อม ๆ อยู่ในนั้น ในจุดนี้สำหรับตัวฝาที่เปิดขึ้นมาได้เป็นฝาแบบแม่เหล็กที่มีจุดยึดอยู่รอบ ๆ นิดหน่อยไม่แน่นหนามากเอาว่าถ้าโดนเขี่ยแรง ๆ ฝามีหลุดได้เหมือนกัน ส่วนบริเวณหูฟังด้านขวา (ที่ไม่มีตัวหนังสือ Parrot) เป็นศูนย์รวมของช่องต่อสายหูฟังเผื่อว่าแบตเตอรี่หมดหรืออุปกรณ์ที่ใช้ร่วมไม่มีการเชื่อมต่อแบบไร้สายและเซนเซอร์การควบคุมหูฟัง โดยในส่วนของเซนเซอร์ควบคุมการใช้งานจะอยู่ที่บนฝาของหูฟังด้านขวา ลากขึ้นลงเป็นการปรับระดับเสียง ลากซ้ายขวาเป็นการเปลี่ยนเพลง แตะตรงการเป็นการหยุดเพลงและเล่นเพลง ในจุดนี้จัดว่าเป็นหูฟังที่ล้ำมากในเรื่องการออกแบบ เพราะไม่ต้องมีปุ่มใด ๆ หรือสัญลักษณ์อะไรมาให้เห็น สิ่งที่เราต้องเรียนรู้คือทำความคุ้นเคยกับจังหวะการลากนิ้วในบริเวณนี้เท่านั้นเอง

 

parrot-zik-2-headphones_03

parrot-zik-2-headphones_04

parrot-zik-2-headphones_05

สำหรับบริเวณหูฟังด้านในบุนวมเหมือนจะหนาแต่ก็ไม่หนามาก ข้อพิเศษเล็กน้อยแถว ๆ นวมหูฟังจะมีเซ็นเซอร์อยู่ด้วยอีกจุดไว้สำหรับจับว่าเราใส่หูฟังอยู่รึเปล่า ประมาณว่าถ้าเราใช้ Zik 2.0 ฟังเพลงอยู่แล้วถอดออกเพลงก็จะหยุดเล่นอัตโนมัติ และเมื่อเราใส่หูฟังกลับมาเพลงก็จะเล่นต่อให้ทันที เวิร์คมากสำหรับฟีเจอร์นี้ เป็นหูฟังยี่ห้อแรกที่ผมเจออะไรแบบนี้ ความกว้างของช่องที่เวลาเราใส่หูฟังเข้าไปถ้าใบหูใหญ่หน่อยจะรู้สึกได้ว่าหูของเราไม่อยู่ในร่องทั้งหมด ส่วนความอึดอัดตอนใส่ใช้งานมีบ้างเนื่องด้วยหูฟังพยายามจะปิดให้มิดชิดที่สุด

parrot-zik-2-headphones_06

 

ด้านฟีเจอร์ของ Zik 2.0 การเชื่อมต่อรองรับ Bluetooth และ NFC ความสามารถของหูฟังคือเป็นหูฟังแบบกั้นเสียงรบกวน (Noise Cancelling) จากภายนอก ที่มาพร้อมกับการปรับแต่งเสียงหูฟังผ่านแอป Zik 2.0 โดยตัวแอปจัดว่าเป็นไฮไลท์อีกส่วนของหูฟัง Zik 2.0 เลยก็ว่าได้

การใช้งาน Zik 2.0 จากที่เชื่อมต่อเสร็จเรียบร้อยกับ iPhone 6 ใส่หูฟังปั๊บเงียบกริบทันที อันนี้ไม่แปลกเท่าไหร่ แต่เมื่อเราปรับแต่งรูปแบบการใช้งานต่าง ๆ ผ่านแอปได้ด้วยอันนี้เราจะเห็นความต่างกับหูฟังอื่นทันที (นี่ยังไม่ได้เริ่มฟังเพลงเลยนะ) โดยในแอปเราสามารถตั้งได้ว่าจะให้ระดับการกั้นเสียงเงียบมากน้อยแค่ไหน ตั้งได้ว่าจะให้ซาวน์สเตจแคบหรือกว้างแค่ไหน ตั้งได้ว่าจะให้โทนเสียงที่ออกมาเน้นไปทางไหน และยังสามารถดาวน์โหลดพรีเซ็ทเกี่ยวกับแนวเสียงจากศิลปินที่ Zik เตรียมไว้ให้ได้อีกเพียบ ในจุดนี้ถือว่า Zik 2.0 กินขาดมาก ๆ

parrot-zik-2-headphones_09

 

ใช้ Zik 2.0 ฟังเพลงผมทำการทดสอบ 2 แบบ โดยแบบแรกคือใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ บนแอปเต็มที่พบว่าแอปมีส่วนทำให้หูฟังเก่งขึ้นอีกมากจริง ๆ ส่วนตัวผมชอบปรับระดับความเงียบของหูฟังแบบเงียบกริบและตั้งซาวน์สเตจให้กว้างในระดับกลาง ๆ ส่วนโทนเสียงผมเลือกพรีเซ็ทเป็น Club ที่เสียงจะออกมาแน่น ๆ หน่อย พบว่าหูฟังตอบสนองทุกอย่างได้ดีมาก จุดติงจุดเดียวในเรื่องเสียงของ Zik 2.0 คือเสียงต่ำลงไม่ลึกมาก คือด้วยความที่ราคาชนกับหูฟัง Beats – Studio Wireless อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบกันเล็กน้อยว่า Beats ทำได้โอเคกว่าในจุดนี้ ส่วนเรื่องเสียงกลางเสียงร้องตอบตามตรงว่าขึ้นอยู่กับว่าเราปรับพรีเซ็ทหรือเราตั้งค่าแนวเสียงยังไง ส่วนเสียงสูงเท่าที่ปรับรูปแบบเสียงหลาย ๆ แบบมีจุดร่วมเหมือนกันคือเสียงขึ้นไปได้สูงแต่ไม่ทอดเสียงออกไปไกลนัก แต่โดยรวมถือว่าทำได้ดี

parrot-zik-2-headphones_10

parrot-zik-2-headphones_11

parrot-zik-2-headphones_12

 

การทดสอบอีกแบบคือผมปิดฟีเจอร์การปรับแต่งเสียงออกทั้งหมด เหลือแค่ส่วน Noise Cancelling ที่ตั้งให้อยู่ในระดับกลางเพื่อดูเนื้อเสียงแท้ ๆ แบบไม่แต่งเพิ่มของ Zik 2.0 เทียบกับหูฟังรุ่นอื่นในระดับราคาพอ ๆ กัน พบว่า Zik 2.0 เป็นหูฟังที่ไม่เก่งอะไรนัก เสียงที่ออกมาดูเปลี่ยนไปมากจากข้างต้น เสียงโดยรวมเวลาไปปรับแต่งอะไรเลยจะอยู่กลาง ๆ ไปหมด ไม่มีว่าอันไหนเด่นกว่าอันไหน ซึ่งจุดนี้ก็ถึงบางอ้อว่า Zik 2.0 เกิดมาเพื่อใช้งานคู่กับแอปจริง ๆ ขาดอันใดอันหนึ่งไปไม่ได้

สำหรับการควบคุมต่าง ๆ บนหูฟังที่ฝาด้านนอกตัวเซนเซอร์ค่อนข้างไว้พอควร จุดนี้เราต้องหาจังหวะการลากการแตะเองอีกทีว่าเราต้องลากหรือแตะประมาณไหน โดยรวมในส่วนของการควบคุมผมปลื้มเพราะสะดวกนี้ไม่ต้องกดตรงเป๊ะหรือต้องหาปุ่มจำปุ่มว่าปุ่มไหนคืออะไร เท่าที่ใช้ก็มีพลาดบ้างเช่นลากนิ้วไปด้านหน้าเพื่อจะเปลี่ยนเป็นเพลงต่อไปกลายเป็นปรับระดับเสียงขึ้นไปอีก สงสัยตอนลากนิ้ว ๆ ผมคงเฉียงขึ้นหรืออย่างไรไม่ทราบได้ ส่วนที่ผมชอบที่สุดในส่วนที่เกี่ยวกับเซนเซอร์อย่างที่เกริ่นไปแล้วข้างต้นเกี่ยวกับเซนเซอร์บริเวณนวมหูฟังที่ถอดหูฟังแล้วเพลงหยุดเล่นอัตโนมัติใส่กลับเข้าไปเพลงเล่นเองทันที ถือว่ามีประโยชน์มากจริง ๆ

 

parrot-zik-2-headphones_14

 

ความสบายในการสวมใส่ Zik 2.0 จัดว่าไม่สบายเท่าไหร่เพราะตัวหูฟังค่อนข้างกระชับมากเพราะต้องเน้นช่วยปิดเสียงรอบข้างด้วยทำให้ใส่ฟังเพลงนาน ๆ มีอึดอัดบ้างเหมือนกัน ถ้าเป็นคนที่เหงื่อออกง่ายรับรองว่ามีแฉะหูแน่ ๆ

การใช้คุยโทรศัพท์อันนี้ก็มีจุดเด่นให้พูดถึงต่างจากหูฟังอื่น ๆ คือ Zik 2.0 เป็นหูฟังที่รองรับการคุยโทรศัพท์ HD Voice (ภาษาแอปเปิ้ลเรียก Wideband Audio) ซึ่งโทรศัพท์และเครือข่ายต้องรองรับการใช้ในจุดนี้ด้วย ปัจจุบันในไทยเครือข่ายมือถือที่รองรับได้แก่ AIS และ dtac แต่จะต้องเป็นการโทรในเครือข่ายกันเองและโทรศัพท์ของเราและคู่สนทนาต้องรองรับฟีเจอร์ HD Voice นี้ด้วยจึงจะเห็นว่าเสียงที่เราได้ยินตอนคุยโทรศัพท์ชัดเป๊ะมากขึ้นแบบรู้สึกได้ ซึ่งหูฟัง Zik 2.0 รองรับฟีเจอร์นี้ด้วยไม่ใช่เหมือน ๆ กับทั่วไป จากที่ลองพบว่าเสียง HD Voice เวลาอยู่ในหูฟังที่รองรับเสียงที่เราว่าชัดเป๊ะเว่อแล้วใน iPhone (รองรับมาตั้งแต่ iPhone 5) พอมาอยู่ในหูฟังที่เป็นแบบครอบหูด้วยเสียงมันชัดขึ้นไปอีกระดับ จุดนี้ถือว่าทำได้ดีมากจริง ๆ แต่ก็อย่างที่บอกคือโทรศัพท์ทั้งสองฝ่ายต้องรองรับ และเครือข่ายก็ต้องรองรับ และปัจจุบันยังต้องเป็นการโทรในเครือข่ายเดียวกันถึงจะได้เสียง HD Voice ซึ่งในความเป็นจริงถ้าไม่ตั้งใจทดสอบกลายเป็นว่าผมโทรหาเพื่อนข้ามค่ายซะส่วนใหญ่ก็เลยไม่ได้ประโยชน์มากนัก

แบตเตอรี่ของหูฟัง Zik 2.0 จากที่ลองถือว่าใช้งานได้หลายวันอยู่เหมือนกันในกรณีฟังเรื่อย ๆ ผมชาร์จแบตเตอรี่ไว้แล้วก็พกไปนอกบ้านบ้างในช่วงระยะเวลา 5 วันเน้นใช้ฟังเพลงระหว่างเดินและโหนรถไฟฟ้า พอกลับบ้านก็ใช้ฟังนิดหน่อยพบว่า 5 วันหวังผลได้ว่าแบตเตอรี่ยังไม่หมด สำหรับกรณีที่แบตเตอรี่หมดแล้วจำเป็นต้องใช้สายหูฟัง จะทำให้ไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์ล้ำ ๆ ได้ และเสียงที่ได้ก็เหมือนกับว่าเราถอดทุกฟีเจอร์ออกไป เหมือนว่าการใช้สายหูฟังเป็นการใช้แก้ขัดเป็นครั้งคราวไปเสียมากกว่าที่จะใช้เป็นหลัก

ข้อควรระวังตอนใช้ Zik 2.0 คือระวังเรื่องปรับตั้งค่าความเงียบถ้าออกไปเดินเหินก็อย่าตั้งค่าให้เงียบกริบเพราะเราจะไม่ได้ยินเสียงภายนอกเลยจริง ๆ เดี๋ยวจะเกิดอันตรายกับตัวเราได้

 

parrot-zik-2-headphones_13

 

Parrot – Zik 2.0 จัดเป็นหูฟังที่ผมลองเสร็จแล้วหาจุดเด่นทางใดทางหนึ่งไม่เจอ เพราะความเด่นของหูฟังเราสามารถปรับค่าได้ว่าจะให้เด่นด้านไหนจากแอปเลยรู้สึกว่าเป็นหูฟังที่รับได้ทุกแนว ซึ่งถ้าขาดแอปเพื่อปรับแต่งหูฟังไปก็ต้องยอมรับว่าเสียงของ Zik 2.0 ไม่เลิศอะไรนัก แต่พอมีแอปมาช่วยทำให้รีดเสียงในแต่ละส่วนออกมาได้ตามที่เราต้องการถือว่าเป็นหูฟังที่ทำได้ดีจริง ๆ

จุดสังเกต

  • ดีไซน์สวย
  • เป็นหูฟังที่มีลูกเล่นเยอะมาก
  • ปรับตั้งค่าแนวเสียงได้หลากหลายตามต้องการ
  • เสียงเบสลงไม่ลึกมากนัก

ราคา : 14,990 บาท

 

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : KOAN CO.,Ltd. (02-665-7311-4)

 

หาซื้อสินค้าได้ที่

  • iStudio by Copperwired
  • .Life

 



You May Also Like:

รีวิว : ลำโพง Harman Kardon – Onyx Studio 4

ได้รับลำโพง Harman Kardon - Onyx Studio 4 มาใช้งานพักใหญ่ นำมาบอกเล่ากันเกี่ยวกับลำโพงตัวนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง  ..

ลำโพง Fender – Monterey และ Newport

Fender ในยุคใหม่นอกจากหูฟังที่ออกมาพักใหญ่ ตอนนี้มีลำโพงไร้สายออกมาด้วยเหมือนกันกับรุ่น Monterey และ Newport  ..

รีวิว : ลำโพง JBL – Pulse 3

ผมให้นิยามว่าเป็นลำโพงที่สนุกมาก เพราะไม่ใช่แค่เสียงแต่ลำโพงที่เราสามารถเลือกแสงที่อยู่บนตัวลำโพงได้ตามใจชอบอีกด้วยกับ JBL - Pulse 3  ..

Share

Tweet

Email