[Hands-On] Gosh – Smart Lock ที่ล็อคประตูบ้านใช้ iPhone แทนกุญแจ

[Hands-On] Gosh – Smart Lock ที่ล็อคประตูบ้านใช้ iPhone แทนกุญแจ

หลายคนอาจจะเคยเห็นตามเว็บต่างประเทศมาบ้างแล้วกับที่ล็อคประตูแล้วใช้ iPhone เป็นเสมือนกุญแจช่วยไขประตูเข้าบ้าน ตอนนี้มีเข้ามาในไทยแล้วกับ Gosh – Smart Lock 

สำหรับ Gosh – Smart Lock จากที่ผมสอบถามคือไปโชว์ใน CES 2015 มาแล้ว และเพิ่งผลิตและวางจำหน่ายในสิงคโปร์ไปสด ๆ ร้อน ๆ และมาเปิดตัวในไทยเป็นครั้งแรกในงาน สถาปนิก’58 โดยในบูธมี Gosh – Smart Lock มาหลายรุ่นเหมือนกัน แต่รุ่นที่เป็นไฮไลท์และพร้อมขายเร็ว ๆ นี้มีด้วยกัน 2 รุ่นได้แก่รุ่นสำหรับใช้กับประตูบ้าน และอีกรุ่นเป็นตัวล็อคลิ้นชัก

 

gosh-smart-lock_03

gosh-smart-lock_05

 

สำหรับ Gosh – Smart Lock หลักการทำงานจะต่างไปจากยี่ห้ออื่น ตรงที่ยี่ห้ออื่นจะใช้การส่งสัญญาณแบบไร้สายหลัก ๆ ในตอนนี้คือผ่าน Bluetooth ซึ่งทาง Gosh มองว่ามีความเสี่ยงที่จะโดนแฮกได้ง่ายเลยคิดใหม่ทำใหม่ว่าไม่ต้องไร้สาย โดยอาศัยการทำงานเป็นการสแกนบาร์โค้ดแบบ One Time Barcode ซึ่งตัวแอปจะขึ้นแถบโค้ดมาเป็นสีขาวดำสลับ ๆ กัน ตอนนำมาใช้ร่วมกับประตูหรือลิ้นชักก็ต้องนำหน้าจอที่มีแถบโค้ดขึ้นมาไปวางในตำแหน่งอ่านโค้ดก็จะเป็นการปลดล็อคประตูหรือลิ้นชักแล้ว

 

 

ส่วนเวลาเราเข้าห้องมาแล้วก็บิดล็อคประตูเองอีกทีด้วยมือ ตัว Gosh – Smart Lock ไม่ได้เป็นระบบล็อคอัตโนมัติ เรื่องล็อคอัตโนมัติหรืออัตโนมือก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ซึ่งตัวผมคิดจากการใช้งานที่ผมเป็นอยู่ผมชอบแบบที่เราล็อคด้วยมือมากกว่า เพราะปัจจุบันบางทีเดินออกไปทิ้งขยะปิดประตูไว้เฉย ๆ ไม่ได้ล็อคไม่ได้เอากุญแจออกมาด้วย ไม่ได้พก iPhone ไว้ในกระเป๋า เดินตัวปลิวออกมาทิ้งขยะ 2 นาทีเดินกลับเข้าห้อง ซึ่งถ้ามีระบบล็อคอัตโนมัติทำให้ผมต้องพกโทรศัพท์ติดตัวออกมาด้วยทุกครั้ง แต่ถ้าเป็นแบบ Gosh – Smart Lock ที่ยังมีปุ่มให้เราต้องกดเพื่อล็อคประตูเอง จุดนี้อยู่ที่ว่าเราชอบแบบไหน

จากที่ได้ลองใช้งานตัวล็อคประตูบ้าน Gosh – Smart Lock ขั้นตอนการเปิดประตูเข้าบ้านจะเป็น

  • หยิบโทรศัพท์
  • เปิดแอป Gosh – Smart Lock (มีทั้งบน iOS และ Android)
  • แตะไปที่ชื่อประตู
  • ยื่น iPhone ไปที่บริเวณอ่านโค้ด แตะปุ่มปลดล็อค
  • เสร็จเรียบร้อย เข้าบ้านเข้าห้องได้แล้ว

 

gosh-smart-lock_01

gosh-smart-lock_02

บริเวณตัวอ่านโค้ดที่ประตูและลิ้นชักผมก้มไปดูจะเป็นจุด ๆ 4-5 จุดสำหรับอ่านค่าบนหน้าจอโทรศัพท์ ความไวในการอ่านบาร์โค้ดเท่าที่ลองอยู่หลายครั้งถือว่าทำได้รวดเร็วดี

 

gosh-smart-lock_08

gosh-smart-lock_04

ถามว่าสะดวกดีหรือไม่ก็สะดวกดีครับ แต่ยังไม่คุ้นเท่าไหร่ ยังงง ๆ กับจังหวะที่เราต้องหยิบต้องแตะอะไรกับ iPhone ซึ่งถ้าได้ใช้งานนาน ๆ ก็น่าจะชินมากกว่านี้ ข้อดีของการใช้แอปที่มีทั้ง iOS และ Android คือเราสามารถส่งรหัสเข้าบ้านให้เพื่อนเราได้ด้วย โดยเราสามารถตั้งค่าสำหรับ Guest Key ได้ว่ากุญแจที่เรากำลังจะส่งไปให้เพื่อนจะให้ใช้งานได้ตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน เวลากี่โมงถึงกี่โมง การส่ง Guest Key ก็จะเป็นการส่งไฟล์ผ่านอีเมล ซึ่งปลายทางต้องมีแอป Gosh – Smart Lock อยู่ในเครืองด้วย ถ้าไม่มีก็ดาวน์โหลดจากลิงค์ที่อยู่ในอีเมลเลยก็ได้ สำหรับคนในบ้านเดียวกันเราใช้ส่งเป็น BackUp Key สำหรับใช้งานถาวรจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ไม่จำกัดจำนวน

ส่วนกรณีแย่สุดคือกุญแจก็หายโทรศัพท์ก็หายด้วย จะเข้าบ้านเข้าห้องได้ยังไง ในจุดนี้เราควรทำ BackUp Key อยู่ในอีเมลของตัวเองตั้งแต่ต้นแล้วก็เก็บไว้ให้ดี กรณีสุดวิสัยจริง ๆ จะเป็นกรณีที่เราต้องยืมโทรศัพท์คนอื่นมาลงแอปแล้วเข้าอีเมลตัวเราเองเพื่อใช้ BackUp Key ปลดล็อคประตู

ส่วนรุ่นที่ล้ำขึ้นไปอีกระดับจะเป็นรุ่นที่สามารถใช้แอปบนโทรศัพท์ปลดล็อคได้และสามารถกดรหัสแบบตัวเลขก็ได้ และมีระบบล็อคอัตโนมัติหลังจากปิดประตูไปราว ๆ 3 วินาที รุ่นนี้ทาง Gosh วางตำแหน่งสินค้าว่าเหมาะสำหรับสำนักงานห้างร้านต่าง ๆ มากกว่าที่จะใช้กับประตูบ้าน ระบบการทำงานเหมือนกับรุ่นประตูบ้านและเพิ่มการกดรหัสแบบตัวเลขเข้ามาให้เป็นทางเลือกอีกทาง

gosh-smart-lock_09

 

กำหนดการวางจำหน่าย Gosh – Smart Lock ทั้งสำหรับประตูบ้านและที่ล็อคลิ้นชักอยู่ที่เดือน พ.ค. ด้านราคาจำหน่ายคร่าว ๆ สำหรับที่ล็อคประตูอยู่ที่ 5,000-6,000 บาท ส่วนที่ล็อคลิ้นชักอยู่ที่ 2,000 – 3,000 บาท ส่วนรุ่นอื่น ๆ ยังไม่มีกำหนดเข้ามาจำหน่ายในไทย

ถ้าเราได้มารีวิวจะนำมาใช้ดูกันเต็มรูปแบบอีกครั้งว่าดีไม่ดียังไงบ้าง โปรดอดใจรอ

 

 

 



You May Also Like:

ปีหน้า iPhone อาจมีกล้องหลังแบบ 3 เลนส์

มีข่าวลือกันแบบข้ามปีมากันตั้งแต่ตอนนี้เลยทีเดียว เมื่อเว็บในไต้หวันลงข่าวว่าไม่แน่ปีหน้าแอปเปิ้ลอาจจะออก iPhone ที่มีกล้องหลังแบบ 3 เลนส์ด้วยก็ได้ ..

ในอนาคต iPhone อาจมีความให้สั่งงานด้วยท่าทางแบบไม่ต้องโดนตัวเครื่อง

เป็นข้อมูลที่น่าสนใจทีเดียวเมื่อทาง Bloomberg ได้ออกมาให้ข้อมูลว่าแอปเปิ้ลกำลังทดสอบ iPhone ที่เราสามารถทำมือเป็นท่าทางต่าง ๆ ในอากาศแล้วสั่งงานตัวเครื่องได้ คาดว่าจะออกมาให้เห็นภายใน 3 ปี ..

แอปเปิ้ลออกมายอมรับแอบลดประสิทธิภาพการทำงาน iPhone เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมถึงจุดหนึ่ง

สัปดาห์ก่อนมีข้อมูลยืนยันได้ว่า iPhone ที่แบตเตอรี่เริ่มเสื่อมจะมีผลคะแนนเมื่อวัดด้วยแอพต่าง ๆ ออกมาไม่เท่ากับเครื่องอื่นที่แบตเตอรี่ยังดีอยู่ ซึ่งก็มีการตรวจสอบกันว่าข้อมูลนี้เป็นจริง และสุดท้ายแอปเปิ้ลออกมายอมรับว่ามีการทำจริงเพื่อไม่ให้เครื่องดับขณะใช้งานกรณีที่แบตเตอรี่เสื่อมถึงจุดหนึ่ง ..

Share

Tweet

Email