ลองใช้ Google Photos

ลองใช้ Google Photos

บริการใหม่ล่าสุดจากกูเกิ้ล ‘Google Photos’ สำหรับเก็บรูปภาพแบบไม่จำกัดจำนวนภาพ ลองมาดูกันว่า Google Photos ทำอะไรได้บ้างและดีกว่าหรือแย่กว่า Flickr และ Amazon Cloud Photos ยังไงบ้าง

สำหรับบริการเก็บรูปจำนวนเยอะมาก ๆ เราเคยเขียนถึง 3 บริการไปแล้วได้แก่ iCloud, Flickr และ Amazon Cloud Photos ซึ่งทั้ง 3 ก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ในบทความที่แล้วสุดท้ายผมชอบ Amazon Cloud Photos เพราะเก็บรูป RAW File ได้แบบไม่จำกัดเสียเงินค่าบริการปีละ $12 และชอบ Flickr ที่ให้พื้นที่เก็บรูปฟรีพื้นที่ 1 TB แต่เก็บรูป RAW File ไม่ได้

ตอนนี้นอกจาก 3 บริการข้างต้นตอนนี้มีน้องใหม่มาแรงและน่าจะถูกใจใครหลายคนออกมาแล้วคือ Google Photos ที่ให้เก็บรูปแบบไม่จำกัดพื้นที่ (Unlimited) ทั้งรูปและวิดีโอออกมาให้ใช้งานกันแล้ว

 

google-photos_01

 

เงื่อนไขของพื้นที่ใช้งานไม่จำกัดที่ Google บอกไว้มีเงื่อนไขเล็กน้อยคือรูปภาพทุกรูปต้องเป็นขนาดไม่เกิน 16 ล้านพิกเซล ถ้ารูปไหนความละเอียดเกินกว่านี้จะโดนลดลงมาเหลือแค่ 16 ล้านพิกเซล ส่วนวิดีโอความละเอียดสูงสุดคือ Full HD หรือ 1080p ให้เก็บได้ไม่จำกัดเช่นกัน การเก็บรูปแบบไม่จำกัดจะเก็บไฟล์ jpg, png ได้ แต่ไม่สามารถอัพโหลด RAW File เก็บได้ แต่ถ้าอยากเก็บรูป Original File ก็สามารถทำได้แต่เราจะไม่ได้พื้นที่แบบไม่จำกัด พื้นที่การเก็บ RAW File จะคิดจาก Google Drive ที่เรามีอยู่ และถ้าอยากได้พื้นที่เพิ่มก็ต้องเสียเงินเพิ่มนั้นเอง

google-photos_02

google-photos_03

google-photos_04

google-photos_05

 

16 ล้านพิกเซลถือว่าเพียงพอกับรูปภาพทั่วไป ไม่น่ามีประเด็นอะไรนักสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป แม้รูปภาพต้นฉบับจะความละเอียด 20 ล้านพิกเซล 24 ล้านพิกเซลจะถูกย่อมาเหลือ 16 ล้านพิกเซล แต่กูเกิ้ลบอกว่าไว้รูปที่ถูกย่อลงมาจะยังมีคุณภาพสูง (High Quality) จุดนี้สำหรับผู้ใช้งานทั่วอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรมาก จุดนี้ Google Photos จะต่างกับบริการรายอื่นอย่าง iCloud, Flickr และ Amazon Cloud Photos ที่ไม่ย่อไฟล์แต่อย่างใด ต้องเลือกว่าเราพอใจกับสิ่งที่กูเกิ้ลให้หรือไม่

บริการเก็บรูปของกูเกิ้ลในอดีตคือ Picasa ต่อมากูเกิ้ลทำ Google+ ก็เอาส่วนของรูปภาพมาผนวกเข้าไปใน Google+ ด้วย และตอนนี้แยกส่วน Photos ออกมาจาก Google+ มาเป็น Google Photos ในปัจจุบัน ซึ่งถ้าใครใช้บริการเก็บรูปตั้งแต่สม้ย Picasa รูปตั้งแต่อดีตของเราก็จะมาอยู่ใน Google Photos โดยอัตโนมัติ และถ้ามีไฟล์วิดีโออยู่ใน Google Drive วิดีโอก็จะปรากฏอยู่ใน Google Photos ด้วยเช่นกัน เรื่องนี้พอเปิดเข้าไปใช้งาน Google Photos ครั้งแรกอาจจะงง ๆ หน่อย แต่สักพักก็จะเข้าใจได้เองว่าไฟล์ต่าง ๆ มาจากไหน ถ้าไม่ต้องการให้รูปและวิดีโอจาก Google Drive เข้ามาปนในนี้เราสามารถเลือกปิดได้ตามต้องการ

ความสะดวกสบายของ Google Photos เทียบกับของฟรีด้วยกันอย่าง Flickr ของกูเกิ้ลได้เปรียบตรงที่มีแอปสำหรับ iOS และ Android ให้ดาวโหลดจาก App Store ในไทย ต่างกับของ Flickr ที่ไม่มีแอปให้ดาวน์โหลดจาก App Store ในไทย

ในแง่การใช้งานบนโทรศัพท์มือถือจะเหมือน ๆ กันทุกบริการคือมีคำสั่งให้อัพโหลดทุกรูปในเครื่องของเราขึ้นเก็บไว้ใน Cloud ที่เราเลือกใช้งาน การอัพโหลดรูปและวิดีโอจาก iOS จะมีจุดที่เหมือนกันทุกแอปคือเราต้องเปิดหน้าจอแอปนั้นทิ้งไว้ตลอดห้ามปิดห้ามออกจากแอปเพื่อให้รูปถูกอัพโหลดขึ้นไปได้ตลอดเวลา

จากที่ได้ใช้งาน Google Photos จากเครื่อง Mac และบน iPhone 6 ชอบตรงที่เราใช้งาน Google อยู่แล้วทำให้ทุกคนที่มี Gmail ก็จะล็อคอินเข้าใช้บริการ Google Photos ได้ทันที หน้าตาการใช้งานจากแอป Google Photos ทำออกมาดูสะอาดตาดี เปิดเข้าไปถ้ารูปไหนที่ยังไม่ถูกซิงค์เก็บใน Cloud ก็จะมีสัญลักษณ์ลูกศรหมุน ๆ อยู่ที่รูปให้เห็น ส่วนรูปไหนถูกซิงค์เก็บใน Cloud แล้วจะไม่มีสัญลักษณ์ดังกล่าว

บนเครื่องคอมพิวเตอร์มีเครื่องมือช่วยอัพโหลดไฟล์ที่กูเกิ้ลเตรียมมาให้ ซึ่งเราจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ เข้าหน้าเว็บแล้วอัพโหลดเองทีละรูป สิบรูป ร้อยรูป ก็ได้

 

google-photos_06

google-photos_07

 

ทุกรูปที่อยู่ใน Google Photos เบื้องต้นจะมีเราที่เห็นเจ้าของเห็นคนเดียว และถ้าอยากให้คนอื่นเห็นรูปหรือทั้งอัลบั้มเราจะต้องแชร์ลิงค์ให้เพื่อนเข้าไปดูเอง โดยการแชร์รูปภาพสามารถเลือกรูปไหนก็ได้ พอแชร์ให้เพื่อนดูเสร็จเรียบร้อยเราสามารถลบลิงค์ดังกล่าวออกไปได้ตามที่เราต้องการ จุดนี้ Google Photos วิธีการต่าง ๆ จะเหมือนกับ Amazon Cloud Photos ที่เน้นเก็บรูปมากกว่าโชว์รูป ซึ่ง Google Photos จะไม่มีความเป็นสังคมคนถ่ายรูปเหมือน Flickr

google-photos_08

 

ความละเอียดของรูปถ้าเกิน 16 ล้านพิกเซลเมื่อถูกอัพโหลดเข้า Google Photos จะถูกย่อขนาดไฟล์ลงเยอะมากพอสมควร รูปภาพจากกล้องความละเอียด 24 ล้านพิกเซลขนาดไฟล์ 6.8 MB พออัพโหลดไปอยู่ใน Google Photos ความละเอียดไฟล์เหลือ 16 ล้านพิกเซลและขนาดไฟล์เหลือ 862 KB เท่านั้น หรือไฟล์เล็กลง 87 เปอร์เซ็นต์ ส่วนรูปที่ถ่ายด้วย iPhone 6 ถ้าความละเอียดจะไม่เกิน 16 ล้านพิกเซล แต่ตัว Google Photos ก็ยังมีการบีบอัดไฟล์อยู่เช่นเดิม โดยภาพต้นฉบับที่ถ่ายด้วย iPhone 6 มีขนาดไฟล์ 2.5 MB พอเข้าไปอยู่ใน Google Photos ความละเอียดคงเดิมที่ 8 ล้านพิกเซลแต่ขนาดไฟล์ลดเหลือ 1.5 MB หรือขนาดไฟล์ลดไป 40 เปอร์เซ็นต์ ผมทดสอบอัพโหลด RAW File ของกล้องแคนอนนามสกุล CR2 ไม่สามารถอัพโหลดขึ้นไปได้ถ้าเรายังตั้งค่าให้เก็บรูปแบบไม่จำกัดพื้นที่ ถ้าอยากอัพโหลด RAW File ต้องเปลี่ยนให้จัดเก็บรูปแบบ Original ในส่วนของ Settings เสียก่อน

 

 

google-photos_11

google-photos_10

 

ลูกเล่นอื่น ๆ ที่ Google Photos มีให้ถือว่าทำได้แจ๋วดี มีการทำอนิเมชั่นรูปภาพในทริปเดียวกันให้ด้วย ถือเป็นจุดเด่นที่บริการอื่นอย่าง Flickr และ Amazon Cloud Photos ไม่มี

ข้อควรระวังของการใช้ Google Photos มีอย่างเดียวคือระวังอย่าให้ใครมารู้ user และ password ของเรา เพราะยิ่งเราใช้บริการของกูเกิ้ลเยอะเท่าไหร่ การที่โดนแฮคจะเท่ากับทั้งชีวิตเราหายไปทั้งหมดไม่ว่าจะอีเมล, ไฟล์ที่เก็บไว้, และล่าสุดรูปภาพกับวิดีโอ เรื่องนี้ต้องระวังให้ดี ทางที่ดีผมว่าเปิดใช้พาสเวิร์ดแบบ 2 ชั้นจะเป็นการดีที่สุด

หลีกหนีไม่พ้นสำหรับบริการเก็บรูปไว้บน Cloud จะบริการไหนแบบไหนเหลือเลยว่าเราชอบแบบไหน ถึงวันนี้เราอาจจะไม่ได้ต้องการฮาร์ดดิกส์เก็บไว้ที่บ้านแล้ว แต่เราต้องการอินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วในการอัพโหลดเร็ว ๆ เพื่อที่จะได้โอนไฟล์โอนรูปเก็บไว้ใน Cloud ที่เราใช้บริการ หนีไม่พ้นช้าหรือเร็วเชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องเดินมาทางนี้อยู่ดี

น่าจะพอเห็นภาพกันแล้วนะครับสำหรับ Google Photos ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ใครชอบ Google Photos , Flickr หรือ Amazon Cloud Photos ก็เลือกใช้บริการตามสะดวก หรือจะใช้งานทุกบริการก็ได้ไม่ว่ากัน จุดต่างมีบอกไปแล้วว่าหลัก ๆ กูเกิ้ลไม่ได้เก็บเป็น Original File ให้ถ้าเลือกใช้พื้นที่แบบไม่จำกัด ไม่เหมือนกับ Flickr และ Amazon Cloud Photos ต้องชั่งใจว่าเรารับได้หรือไม่ ถ้ารับได้ก็เลือกใช้ Google Photos ถ้าอยากเก็บไฟล์จริง ๆ ก็หันไปหา Flickr (เฉพาะ jpg) หรือ Amazon Cloud Photos ตามแต่สะดวก

ข้อมูลเพิ่มเติม : photos.google.com

ดาวน์โหลดแอป : Google Photos for iOS

อ่านเพิ่มเติม :

เปรียบเทียบ iCloud Photos vs. Flickr vs. Amazon Cloud Photos สำหรับเก็บรูปภาพไว้ตลอดกาล

 



You May Also Like:

เปรียบเทียบ iCloud Photos vs. Flickr vs. Amazon Cloud Photos สำหรับเก็บรูปภาพไว้ตลอดกาล

ยุคที่โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเก็บไว้ได้นับพันนับหมื่นรูป ปัญหาใหญ่คือในโทรศัพท์เก็บรูปไม่พอจะหาที่เก็บที่ไหนดี จะเก็บในฮาร์ดดิกส์ก็กลัววันนึงอยู่ดี ๆ ฮาร์ดดิกส์จะลาโลก หรือจะเก็บไว้บน Cloud จะเก็บไว้ที่ไหนดีเลือกไม่ถูก ครั้งนี้เราขอมาเปรียบเทียบ 3 บริการเก็บรูปบน Cloud ที่น่าสนใจมาให้ดูกันว่ายี่ห้อไหนเป็นยังไงกันบ้าง ..

แอป Flickr 3.0 ปรับปรุงดีไซน์ ทำฟีเจอร์คล้าย Instagram (ยังไม่มีให้โหลดในไทย)

แอป Flickr อัพเดทล่าสุดเวอร์ชั่น 3.0 ปรับปรุงรูปดีไซน์ไปในทางเดียวกับตัวเว็บที่ปรับไปก่อนหน้า เวอร์ชั่นนี้เห็นแล้วทำให้นึกถึง Instagram ไม่มากไม่น้อย ..

คาด…จะมีการรวม Flickr และ Vimeo ไว้ใน iOS 7

จากก่อนหน้านี้ที่แอปเปิ้ลมีการรวม twitter และ facebook ในระดับ iOS ล่าสุดมีแววว่าแอปเปิ้ลจะจับ Flickr และ Vimeo ให้มารวมอยู่ใน iOS 7 ด้วย ..

Share

Tweet

Email