ทำความรู้จัก Apple Music ก่อนได้ใช้จริง

ทำความรู้จัก Apple Music ก่อนได้ใช้จริง

วันที่ 30 มิ.ย. ที่จะถึงนี้แอปเปิ้ลจะเปิดให้เราได้ใช้บริการ Apple Music กันแล้ว เรามาทำความรู้จัก Apple Music ก่อนที่จะได้เริ่มใช้กันดีกว่า

Apple Music คืออะไร 

Apple Music (apple.com/th/music) เป็นบริการเช่าฟังเพลงแบบเสียค่าบริการรายเดือนของแอปเปิ้ล เราสามารถกดฟังเพลงไหนก็ได้เกือบทั้ง iTunes Store การฟังเพลงสามารถฟังได้ทั้งแบบสตรีมมิ่งและแบบดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในเครื่อง ถ้ายังจ่ายเงินค่าบริการายเดือนก็ยังสามารถกดฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งและฟังเพลงที่เราดาวน์โหลดมาได้เรื่อย ๆ ถ้าหยุดจ่ายเงินเราก็จะเข้าไปฟังเพลงใน Apple Music ไม่ได้รวมถึงเพลงที่ดาวน์โหลดมาแล้วก็ไม่สามารถฟังได้เช่นกัน

 

apple-music-web-june-2015_01

 

 

นอกจากบริการเลือกฟังเพลงได้ตามใจชอบแอปเปิ้ลยังมีส่วนของวิทยุที่เป็นหนึ่งในบริการ Apple Music รวมอยู่ด้วย โดยแอปเปิ้ลทำสถานีวิทยุแบบสตรีมมิ่งชื่อ Beats 1 ปัจจุบันมีการตั้งสถานีอยู่ที่ นิวยอร์ค, ลอสแองเจลีส และลอนดอน สถานี Beats 1 จะออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง มีดีเจสับเปลี่ยนมาจัดรายการให้เราฟัง การจัดรายการในปัจจุบันเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว

 

apple-music_03

 

 

ค่าบริการ Apple Music เดือนละเท่าไหร่

ตามที่แอปเปิ้ลประกาศค่าบริการ Apple Music เดือนละ $9.99 สำหรับการใช้บริการแบบคนเดียว ในบางประเทศเช่น อินเดียและรัสเซียอาจมีค่าบริการที่ถูกกว่านี้ (เดือนละ $2-3)

นอกจากการใช้งานแบบเดี่ยวแล้วยังมีการใช้งานแบบกลุ่มเดือนละ $14.99 เป็นการใช้ร่วมกันแบบ Family Sharing ได้จำนวนสูงสุด 6 คน เมื่อคิดแล้วจะมีราคาถูกมากตกคนละ $2.50

Family Sharing หรือชื่อภาษาไทยว่า การแชร์กันในครอบครัว คือบริการที่แอปเปิ้ลเปิดขึ้นมาเพื่อให้คนในครอบครัว แม้จะใช้แอคเคาท์ Apple ID ต่างกันก็สามารถใช้บัตรเครดิตใบเดียวกันได้เพื่อชำระค่าบริการต่าง ๆ ทั้ง iTunes Store และ Apple Store รองรับการใช้ร่วมกันสูงสุด 6 คน

ตัวอย่างของ Family Sharing เช่น พ่อแม่ลูก 4 คน สมัยก่อนเวลาลูกจะซื้อแอปใน App Store พ่อหรือแม่ก็อาจจะต้องใส่ข้อมูลบัตรเครดิตของตัวเองให้กับแอคเคาท์ของลูกเพื่อกดซื้อแอป แต่ Family Sharing ทำให้ตั้งค่าให้คนในครอบครัวพ่อแม่ลูก 4 คนที่ใช้แอคเคาท์ Apple ID ต่างกันสามารถใช้บัตรเครดิตร่วมกันได้ โดยมีการตั้งค่าว่าให้สิทธิใครเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับบัตรเครดิต และใครเป็นผู้ปกครองได้บ้าง ซึ่งถ้าเป็นลูกหลานที่มาใช้ Family Sharing เราสามารถตั้งค่าให้ทุกครั้งที่เด็กกดซื้อแอปต้องมีการขออนุญาตการซื้อมาที่ผู้ปกครองก่อน โดยเมื่อเด็กกดซื้อแอปจะมีข้อความมาถึงผู้ปกครองว่าจะอนุญาตให้ซื้อแอปดังกล่าวหรือไม่

 

ไม่ได้เป็นพ่อแม่ลูกกัน แต่เป็นเพื่อนกัน จะใช้บริการ Family Sharing ได้หรือไม่ ?

 

family_sharing

 

เป็นเพื่อนกันก็สามารถเปิดใช้ Family Sharing ได้ แต่ทุกคนต้องตกลงกันให้ดีว่าจะใช้บัตรเครดิตของใครมีสิทธิในการซื้อของต่าง ๆ ใน iTunes Store และ App Store เพราะการที่เรากดซื้อเพลง, ภาพนยนตร์, แอปแต่ละครั้งเงินจะตัดบัตรเครดิตของเพื่อนเรา โดย แอป, เพลง, ภาพยนตร์ ที่ใครคนใดคนหนึ่งกดซื้อก็จะไปอยุ่ในทุก ๆ เครื่องที่ใช้ Family Sharing ด้วย จุดนี้ในความเป็นเพื่อนกันไม่สะดวกอย่างมาก เพราะกลายเป็นว่าถ้าเราอยากซื้ออะไรก็ตามก็ต้องไปตามจ่ายเงินสดให้เพื่อนเราที่เป็นเจ้าของบัตรเครดิตอีกที

 

อยากแชร์แค่ส่วน Apple Music ใน Family Sharing เพื่อลดค่าบริการได้หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ ถ้าเปิดใช้ Family Sharing หมายถึงว่าต้องจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตเดียวกันทั้งหมด ไม่สามารถแยกส่วนได้ว่าส่วนนี้ใช้บัตรตัวเองจ่ายหรือใช้บัตรใน Family Sharing จ่าย

 

 

ไม่อยากเสียเงินสามารถฟังอะไรใน Apple Music ได้บ้าง

 

apple-music_05

 

กรณีไม่อยากเสียเงินใช้ Apple Music เต็มรูปแบบ แต่อยากใช้แบบฟรีก็มีให้บริการเช่นกัน โดยถ้าเราไม่เสียเงินค่าบริการเดือนละ $9.99 แล้วล็อคอินด้วย Apple ID จะสามารถใช้บริการฟังพลงจากสถานีวิทยุ Beats 1 ได้, ใช้ส่วนของการติดตามศิลปินได้ นอกนั้นถ้าอยากใช้บริการจำเป็นต้องเสียเงินค่าบริการ (ตามตารางข้างต้น)

 

 

แล้วใน Apple Music มีกี่เพลงให้เลือกฟัง กดฟังได้ทั้งหมดจาก iTunes Store หรือไม่

ปัจจุบัน iTunes Store มีเพลงที่ขายทั้งหมดอยู่ราว ๆ 40-45 ล้านเพลง แต่จากข้อมูลที่มีออกมา Apple Music จะไม่สามารถฟังได้ทุกเพลงที่มีขายใน iTunes Store โดย Apple Music จะสามารถกดฟังเพลงได้ราว ๆ 30-35 ล้านเพลง โดยเพลงของศิลปินที่ไม่มีใน Apple Music ตามข้อมูลที่มีออกมาแล้วคือ The Beatles ส่วนศิลปินคนอื่นก็ต้องไปกันวันเปิดบริการอีกที

 

itunes-store-15-june-2015_01

 

ข้อมูลที่ยังไม่ทราบจนกว่าจะเปิดบริการคือแอปเปิ้ลล็อคโซนด้วยหรือไม่ เช่นถ้าเราสมัครใช้บริการ Apple Music ผ่าน iTunes Store ของไทยก็อาจจะฟังเพลงเท่าที่มีอยู่ใน iTunes Store (TH) ของไทยเท่านั้น ถ้าเป็นกรณีนี้เพลงที่ให้ฟังใน Apple Music ของผู้ใช้งานในไทยก็จะไม่เท่ากับผู้ใช้งานในอเมริกาหรือญี่ปุ่น เป็นต้น เรื่องนี้ต้องรอจนกว่าจะเปิดบริการ Apple Music วันที่ 30 มิ.ย. กันอีกทีว่าเป็นอย่างไร

 

คุณภาพเพลงของ Apple Music เป็นอย่างไร

คุณภาพเพลงของ Apple Music มีบิทเรตที่ 256 kbps เท่า ๆ กับเพลงที่ขายใน iTunes Store

 

ฟังบนอุปกรณ์อะไรได้บ้าง

Apple Music สามารถใช้ฟังได้ทั้งบน

  • iPhone, iPad และ iPod touch ที่ใช้ iOS 8.4 ขึ้นไป
  • เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง Mac และ Windows ที่ใช้ iTunes เวอร์ชั่นล่าสุด
  • Apple Watch สามารถใช้ฟังแบบออฟไลน์ โดยการซิงค์เพลงจากอุปกรณ์ iOS ขึ้นมาที่นาฬิกาก่อน
  • Apple TV ต้องรอแอปเปิ้ลอัพเดทระบบช่วงปลายปีถึงจะสามารถใช้ฟังเพลงจาก Apple Music ได้
  • Android แอปเปิ้ลบอกว่าจะออกแอป Apple Music for Android ช่วงปลายปี

 

แล้ว iTunes Match กับ Apple Music ต่างกันอย่างไร ?

iTunes Match คือ บริการฝากเพลงที่เรามีทั้งหมดไว้ใน Cloud ของแอปเปิ้ล ทุกเพลงของเราที่อัพโหลดขึ้นไปจะถูกแปลงเป้นไฟล์ aac บิตเรท 256 kbps อยากฟังเมื่อไหร่จากเครื่องไหนก็สามารถดาวน์โหลดเพลงของเรากลับมาฟังได้ ค่าบริการปีละ $24.99 (ข้อมูลเพิ่มเติม : ทำความรู้จัก iTunes Match)

Apple Music คือ บริการเช่าฟังเพลงที่มีอยู่ใน iTunes Store ของแอปเปิ้ลแบบรายเดือน ไม่เกี่ยวกับเพลงที่เรามีอยู่ใน iTunes Match ค่าบริการเช่าฟังเพลง Apple Music เดือนละ $9.99

วัตถุประสงค์การใช้งานของทั้งคู่ต่างกัน บริการหนึ่งคือการเก็บเพลงของเราไว้บน Cloud เพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่ใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์ อีกบริการเป็นการจ่ายเงินเพื่อฟังเพลงใด ๆ ก็ได้ที่เราอยากฟัง ไม่เฉพาะแค่เพลงที่เรามี

 

 

ผู้ใช้งาน iTunes Match ต้องเสียเงินเพิ่มเติมหรือไม่

 

itunes-match_04

 

สำหรับผู้ใช้บริการ iTunes Match ของแอปเปิ้ลที่เสียเงินค่าบริการปีละ $24.99 อยู่แล้ว ถ้าต้องการใช้บริการ Apple Music ต้องเสียเงินค่าบริการเพิ่มเติมต่างหากเดือนละ $9.99 ด้วย

 

 

ควรระวังอะไรบ้างในการใช้ Apple Music

ข้อควรระวังในการใช้ Apple Music เท่าที่มองภาพรวมจะเป็นเรื่องของดาต้าอินเตอร์เน็ตผ่าน 3G/4G ที่จะหมดเร็วมากขึ้น เพราะถ้าอยู่ในสถานที่ ๆ ไม่มี Wi-Fi ให้ใช้งานแล้วเรากดฟังเพลงหรือดาวน์โหลดเพลงผ่าน 3G/4G ของค่ายมือถือบ่อย ๆ รับรองได้ว่าดาต้าในแพ็กเกจหมดเร็วแน่นอน เพราะเพลงในรูปแบบที่แอปเปิ้ลใช้คือ AAC 256 kbps 1 เพลงความยาว 3-4 นาทีจะมีขนาดราว ๆ 7-10 MB หมายความว่าถ้าคุณชอบเพลงสักหนึ่งอัลบั้มที่มี 10 เพลงก็จะใช้ดาต้าในการดาวน์โหลดไปราว ๆ 70-100MB

ถ้าแพ็กเกจดาต้า 3G/4G ที่ใช้อยู่เดือนละ 3GB (~3000MB) ถ้าเราสตรีมเพลงฟังหรือดาวน์โหลดเพลงสัก 5 อัลบั้ม ดาต้าเราหายไปแล้ว 350-500MB ยังไม่นับรวมว่าถ้าเราเปิดฟังเพลงจากสถานีวิทยุ Beats 1 ตอนอยู่นอกบ้านที่เรายังไม่ทราบว่าแอปเปิ้ลสตรีมด้วยบิตเรทเท่าไหร่

ในจุดนี้ขอให้ระวังกันด้วย ถ้าปกติเราใช้งานดาต้าของแพ็กเกจค่ายมือถือก็แทบก็เกินโควต้าในแพ็กเกจแล้ว ถ้าใช้ Apple Music ร่วมด้วย อาจจะต้องดูแพ็กเกจดาต้าที่มากขึ้นไปอีก หรือไม่อย่างนั้นต้องบริหารจัดการดาวน์โหลดเพลงที่อยากฟังตอนที่มี Wi-Fi แทนเพื่อไม่ให้เปลืองดาต้าของ 3G/4G



You May Also Like:

เพลง อ้าว ของอะตอมและอัลบั้ม 80 Kisses เป็นเพลงและอัลบั้มยอดเยี่ยมปี 2016 ของ Apple Music ในไทย

แอปเปิ้ลได้ประกาศ Best of 2016 ของแต่ละบริการทั้งแอพ, เพลง, หนัง โดยในส่วนของ Apple Music ในไทยเพลงอ้าว ของอะตอม และอัลบั้ม  80 Kisses ของวง Polycat ได้รับเลือกให้เป็นเพลงและอัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 2016 ของ Apple Music ในไทย ..

Apple Music มีผู้ใช้งานแบบจ่ายเงิน 20 ล้านสมาชิกแล้ว

Apple Music กำลังไล่หลัง Spotify มาแบบห่าง ๆ โดยตอนนี้ Apple Music มียอดสมาชิกแบบเสียเงินรายเดือนแล้ว 20 ล้านสมาชิกตามหลัง Spotify ที่มีสมาชิกแบบเสียเงินราว 40 ล้านสมาชิก ..

แอปเปิ้ลออกแพ็กเกจ Apple Music สำหรับนักเรียน/นักศึกษา ราคาเดือนละ 69 บาท

จากราคาปกติของ Apple Music ที่ปรับมาเป็นราคาไทยก็ว่าราคาไม่สูงแล้ว เจอแอปเปิ้ลออกราคาค่าใช้บริการ Apple Music สำหรับนักเรียน/นักศึกษาเข้าไปราคาถูกมาก ๆ เพียงเดือนละ 69 บาทเท่านั้น ..

Share

Tweet

Email