รีวิว : ที่ล็อคประตู Gosh – SmartLock (ใช้แอปบน iPhone/Android เปิดประตู)

รีวิว : ที่ล็อคประตู Gosh – SmartLock (ใช้แอปบน iPhone/Android เปิดประตู)

สำหรับลูกบิดประตูที่ทำงานร่วมกับ iPhone ตอนนี้เริ่มมีเข้ามาจำหน่ายในไทยบ้างแล้วและเราได้รับ Gosh – SmartLock มาทดสอบและใช้งานจริงผลออกมาเป็นอย่างไรติดตามอ่านกันได้เลย

Gosh – SmartLock ที่เรานำมารีวิวคือรุ่นที่ใช้งานร่วมกับประตูห้อง โดยหน้าตาอุปกรณ์ที่มาในกล่องหลัก ๆ จะมีตัวเดทล็อคที่มีแค่รูเสียบกุญแจและมีช่องสำหรับสแกนบาร์โค้ดของโทรศัพท์ และอีกชิ้นส่วนคือลูกบิดด้านในประตูซึ่งส่วนนี้จะใช้แบตเตอรี่ AA จำนวน 4 ก้อนในการเชื่อมต่อสัญณาณไฟฟ้าให้กับตัวเดทล็อคด้านหน้า อุปกรณ์อื่น ๆ ที่มาในกล่องก็จะมีตัวสลักประตูมาให้พร้อม ส่วนกุญแจไขประตูมีมาให้ในกล่อง 3 ดอกด้วยกัน

 

gosh-smartlock-door-lock_01

gosh-smartlock-door-lock_02

gosh-smartlock-door-lock_03

 

การติดตั้ง Gosh – SmartLock เราสามารถรื้อเดทล็อคของเดิมที่มีอยู่แล้วติดตั้ง Gosh – SmartLock ได้เลย แต่ก็ต้องดูด้วยว่าประตูของเรามีการติดตั้งตัวล็อคอื่นอยู่ด้วยหรือไม่ อย่างกรณีของผมเองประตูมีการติดตั้งตัวล็อคที่เป็นมือจับอยู่ด้านบนเดทล็อคทำให้การติดตั้งต้องพลิกแพลงนิดหน่อย โดยตอนติดตั้งช่างต้องตัดปลายกรอบโลหะที่มาในกล่องออกเล็กน้อยเพื่อให้สามารถติดแบบกลับหัวได้จุดนี้ไม่มีปัญหาอะไร จุดที่ต้องทำให้ดีคือตัวเดือนของกุญแจที่เดือยของเดทล็อค Gosh – SmartLock จะทำมายาวกว่าประตูที่ผมใช้อยู่เล็กน้อยก็ต้องตัดออกไปราว ๆ 2-3 เซนติเมตร ขั้นตอนการติดตั้งรวมเวลาโมดิฟายแผ่นโลหะกับเดือยลูกบิดใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง จุดนี้ถ้ามาถึงแล้วติดตั้งได้เลยแบบไม่ต้องโมดิฟายคิดว่าไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็น่าจะติดตั้งเสร็จเรียบร้อย

 

gosh-smartlock-door-lock_04

gosh-smartlock-door-lock_05

 

หน้าตาของ Gosh – SmartLock ตอนติดตั้งเสร็จด้านนอกที่เป็นตัวเดทล็อคก็จะมีดูแปลกไปกว่าเดทล็อคปกติตรงที่มีปุ่มให้กดล็อคต่างหากอยู่บริเวณด้านหน้าด้วยและมีส่วนที่ใช้สแกนบาร์โค้ดอยู่ข้างใต้ ด้านในเมื่อติดตั้งเสร็จก็จะเห็นเป็นกล่องสีทำยาว ๆ จุดนี้ถ้าเป็นคนที่ยังไม่เคยใช้พวกประตูดิจิตอลล็อคมาก่อนก็จะดูไม่คุ้นตาสักเท่าไหร่

 

gosh-smartlock-door-lock_07

gosh-smartlock-door-lock_19

 

ด้วยความที่ระบบของ Gosh – SmartLock ไม่ได้มีการเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth, NFC ใด ๆ ฉะนั้นก็อุ่นใจได้ว่าจะไม่โดนมือดีมาก่อกวนลองของกับประตูของเรา โดยการปลดล็อคจะเป็นการแสกนบาร์โค้ดที่มีการเจนเนอเรทโค้ดขึ้นมาไม่ใช้บาร์โค้ดแบบที่เราเห็นทั่วไปที่สามารถก็อปปี้รูปภาพเพื่อนำไปใช้งานต่อได้ จุดนี้มั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยหายห่วง

การเซ็ทอัพเพื่อให้เราสามารถใช้ iPhone และ Android เสมือนเป็นกุญแจเข้าห้องก็ไม่ยุ่งยากอะไร ในกล่องสีดำจะมีปุ่มให้เราตั้งค่าเริ่มต้นก็จัดแจงดาวน์โหลดแอปมาติดตั้งใน iPhone ในเรียบร้อยจากนั้นในขั้นตอนการติดตั้งจะมีการถามด้วยว่าจะให้เราแบ็คอัพของ Master Key เก็บไว้ในอีเมลหรือไม่ จุดนี้เผื่อฉุกเฉินเราก็ยังมีกุญแจดิจิตอลเปิดเข้าห้องได้ พอเซ็ทอัพทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็สามารถใช้งานได้แล้ว โดยรวมสำหรับเรื่องตั้งค่าไม่วุ่นวายอะไรค่อนข้างง่ายเสียด้วยซ้ำ

ในการใช้งานจริงผมใช้ Gosh – SmartLock มาร่วมเดือนไม่ใช่การเขียนแบบที่ไปใช้ตัวอย่างประตูจากแท่นเดโมตามหน้าร้านแล้วมาเขียนรีวิว แต่เป็นการเขียนจากที่ได้ใช้งานจริงทุกวัน โดยการใช้งานถ้าขั้นตอนปกติของประตูทั่วไปคือเวลาออกจากห้องเราก็จะต้องไขกุญแจแล้วก็ค่อยเดินไป พอมาเป็น Gosh – SmartLock ออกจากห้อง ปิดประตู กดปุ่มล็อคที่ประตู เสร็จเรียบร้อยอันนี้สบายจริง ส่วนตอนเปิดประตูขั้นตอนคือหยิบโทรศัพท์, เปิดแอป Gosh – SmartLock เปิดไปที่บาร์โค้ดแล้วเอามาวางใต้ประตูเพื่อปลดล็อคประตู จุดนี้ก็จะคล้าย ๆ กับการหยิบกุญแจ

 

gosh-smartlock-door-lock_10

gosh-smartlock-door-lock_11

gosh-smartlock-door-lock_08

 

เท่าที่ได้ใช้งานพบว่าสะดวกดี แต่ในความสะดวกก็อาจทำให้เราเผลอและลืมหยิบโทรศัพท์ติดตัวออกมาด้วยเหมือนกัน (คือดอกกุญแจวางไว้แทบไม่ได้หยิบไปแล้ว) เพราะกรณีอยู่คอนโดมิเนียนแล้วเราเดินออกมาทิ้งขยะ บางทีเราก็ไม่ได้ต้องการล็อคห้องเพราะเดินไปกลับแค่ 1 นาทีก็อยากเดินตัวปลิวออกมา ซึ่งถ้าเราเผลอไปกดล็อคโดยที่เราไม่ได้หยิบทั้งกุญแจหรือโทรศัพท์ออกมาด้วยอันนี้เข้าข่ายซวยเข้าห้องไมไ่ด้ จุดนี้ต้องระวังให้ดีครับ

ทางแก้ถ้าเกิดว่าเราลืมกุญแจด้วย ลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องด้วยทำยังไงดี จุดนี้ก็พอมีทางอยู่ครับ หาโทรศัพท์เครื่องอื่นจากเพื่อนในคอนโดมิเนียมเดียวกัน หรือจากเพื่อนที่รู้จักแล้วส่งอีเมลแบ็คอัพ Master Key ไปให้แล้วก็จัดการดาวน์โหลดแอป Gosh – SmartLock มาติดตั้งดาวนโหลดไฟล์จากอีเมลมาติดตั้งในแอป เท่านี้เราก็เข้าห้องได้แล้ว แต่ถ้าเกิดกรณีแย่ที่สุดก็คงหนีไม่พ้นต้องตามช่างกุญแจมาไขประตูเข้าห้องให้เรา พอใช้งานจากโทรศัพท์เครื่องอื่นเสร็จเรียบร้อยก็อย่าลืมลบข้อมูลกุญแจของเราออกด้วย

การใช้งานทั่วไปจากที่ได้ใช้งานไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งก็คงมีคนสงสัยอยู่บ้างว่าแล้วประตูล็อคที่ใช้กับแอปบนโทรศัพท์จะต่างอะไรกับดิจิตอลล็อคที่ใช้เป็นการกดรหัสเข้าห้อง จุดต่างของการใช้แอปก็จะมีเรื่องที่เราสามารถส่งกุญแจห้องให้ญาติ พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน เข้ามาให้ห้องเราแบบจำกัดเวลาได้ ต่างกับการกดรหัสที่เป็นเหมือนกันบอก MasterKey ถ้าบอกไปแล้วเราไม่สบายใจก็ต้องมาตั้งรหัสกันใหม่ ซึ่งการส่งกุญแจแบบจำกัดเวลาถือเป็นข้อดีของ Gosh – SmartLock

 

gosh-smartlock-door-lock_14

gosh-smartlock-door-lock_15

gosh-smartlock-door-lock_16

 

โดยการส่งกุญแจแบบจำกัดเวลา เราเข้าไปตั้งค่าได้ว่า Guest Key อันนี้จะให้ใช้งานกับประตูของเราได้วันไหนถึงวันไหน เวลากี่โมงถึงกี่โมง จากนั้นเราก็จัดการส่งเป็นอีเมลไปให้คนที่ต้องการให้เข้าห้องเราในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นอันจบ เพราะหลังจากช่วงเวลาที่เราตั้งค่า Guest Key ที่เราส่งไปก็จะไม่สามารถใช้งานได้ปลอดภัยหายห่วง โดย Guest Key สามารถส่งได้เรื่อย ๆ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ขอแค่ว่าตรง วัน/เดือน/ปี เราก็ควรดูให้รอบคอบสักนิดไม่ใช่ไปเผลอตั้งค่า Guest Key ให้หมดอายุปี 2020 อันนี้ก็เวอร์ไป แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง ๆ ในกรณีนี้เราก็จำเป็นต้องตั้งค่า Master Key ใหม่ตั้งแต่ต้นก็จะทำให้ Guest Key ก่อนหน้านี้ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว

ด้านความปลอดภัยของการใช้งาน

ด้วยความที่เป็นระบบสแกนบาร์โค้ดแถม Guest Key ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าวันและเวลาอีกด้วย เราก็เลยจัดการลองดูว่าถ้าเราย้อนเวลาในเครื่องให้ไปช่วงเวลาก่อนหน้าที่ Guest Key จะหมดอายุ ทั้งเลื่อนเฉพาะเวลา และเลื่อนวันให้ย้อนกลับมาก่อนหน้า 1 วันจะยังใช้ Guest Key ได้อยู่หรือไม่ ผลลัพธ์จากที่เราทดสอบคือไม่สามารถหลอกwได้ ตัว Guest Key ที่หมดอายุไปแล้วแม้จะย้อนเวลาหรือย้อนวันก็ไม่สามารถใช้งานได้

 

gosh-smartlock-door-lock_17

 

ทั้งนี้มีจุดสังเกตเล็อน้อยเกี่ยวกับ Guest Key ที่เราได้เจอคือสมมุติว่าตั้งค่าให้ Guest Key หมดเวลาวันนี้เวลา 14.00 น. ซึ่งพอถึงเวลา 14.03 น. ตัว Guest Key ในโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวก็ยังสามารถใช้งานเปิดประตูได้ เท่าที่สังเกตจะมีช่วงหน่วงอยู่ราว ๆ 10 นาที ซึ่งพอถึงเวลา 14.11 น. ตัว Guest Key ก็จะไม่สามารถใช้งานได้แล้ว จุดนี้บอกกันไว้เป็นข้อสังเกต ซึ่งเวลาที่เผื่อไว้ให้ 10 นาทีก็อาจจะเผื่อไว้กรณีเพื่อนหรือญาติเราที่เข้าห้องของเรามาลืมของในช่วงเวลาคาบลูกคาบดอกที่ Guest Key จะหมดเวลา ถ้าลืมของหรือมีเหตุต้องกลับเข้าห้องอีกรอบในช่วง 10 นาทีดังกล่าวก็ถือว่าช่วยได้อยู่เหมือนกัน

สำหรับแบตเตอรี่ AA จำนวน 4 ก้อนที่ใช้ร่วมกับประตู Gosh – SmartLock แนะนำให้ใช้งานรุ่นดี ๆ ไปเลย สเป็คที่ Gosh บอกไว้อายุแบตเตอรี่จะอยู่ได้ราว ๆ 12 เดือนถึงจะเปลี่ยนสักครั้ง โดยเราสามารถสังเกตได้ว่าแบตเตอรี่หมดอายุหรือยังจากไฟกระพริบที่ปุ่มกดล็อคด้านหน้าประตูที่ปกติจะกระพริบเป็นสีเขียว ถ้าเกิดมีกระพริบสลับสีแดงขึ้นมาด้วยเป็นสัญญาณบอกได้ว่าถึงเวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้ว

 

แล้วแบบนี้ยังต้องพกกุญแจจริง ๆ อยู่ด้วยหรือไม่ ?

เท่าที่ใช้ Gosh – SmartLock ผมยังพกกุญแจ เพราะผมก็ไม่รู้ว่าถ้าเกิดซวย iPhone หล่นหายแล้วดันโทรตามเพื่อนมาช่วยไม่ได้ ผมจะเข้าห้องยังไงก็เลยคิดว่าการพกกุญแจไปด้วยดีที่สุด แต่การพกก็คือพกจริง ๆ ไม่ได้หยิบใช้เลยเพราะใช้ iPhone มาเป็นกุญแจแทนไปแล้ว มีบ้างที่บางวันก็ไม่ได้หยิบดอกกุญแจจริงติดตัวออกมาด้วยเหมือนกัน ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร

 

แล้วใช้งานบน iPad ได้ด้วยรึเปล่า ?

กรณีของ iPad คือแอปลงได้ปกติ แต่ตอนสแกนใต้ฐานตัวล็อคไม่สามารถทำได้เพราะด้วยความที่หน้าจอใหญ่ไม่สามารถทำให้หน้าจอส่วนที่เป็นบาร์โค้ดเข้าไปอยู่แถว ๆ ที่สแกนใต้ตัวล็อคได้ เลยทำให้ไม่สามารถใช้ปลดล็อคประตูได้

 

gosh-smartlock-door-lock_18

 

ส่วนโทรศัพท์ผมลองกับ iPhone 6, iPhone 6 Plus ใช้งานได้ไม่มีปัญหา ส่วน Android ได้ทดสอบกับ Xperia Z2 ก็สามารถสอดเครื่องเพื่อสแกนได้ไม่มีปัญหา ติดแค่ว่าถ้าเครื่องไหนที่ตั้งค่าแสงหน้าจอแบบมืดมาก ๆ ประเภทประหยัดสุด ๆ ก็ต้องปรับแสงหน้าจอให้สว่างขึ้นมามากหน่อยเพื่อที่ว่าตอนสแกนจะได้ไม่มีปัญหาสแกนซ้ำหลายรอบ

Gosh – SmartLock เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของอุปกรณ์ภายในบ้านที่ใช้งานร่วมกับ iPhone โดยรวมแฮปปี้ดีที่ได้ใช้งาน ไม่จุกจิกอะไร หลัก ๆ แค่อย่าลืมหยิบโทรศัพท์เครื่องที่เราใช้ติดตัวออกมาด้วยก็พอ

จุดสังเกต

  • เป็น SmartLock ที่ไม่มีการเชื่อมต่อไร้สาย
  • สามารถตั้งค่าให้คนอื่นใช้งานได้แบบจำกัดช่วงเวลา โดยกุญแจที่ส่งไปจะหมดอายุไปเอง
  • ใช้งานได้ทั้งบน iPhone และ Android

 

ราคา : 4,950 บาท

สอบถามข้อมูลและซื้อสินค้าได้ที่ generation-s.co.th , facebook.com/MultigadgetStore

 

 



kangg

You May Also Like:

[Hands-On] Gosh – Smart Lock ที่ล็อคประตูบ้านใช้ iPhone แทนกุญแจ

หลายคนอาจจะเคยเห็นตามเว็บต่างประเทศมาบ้างแล้วกับที่ล็อคประตูแล้วใช้ iPhone เป็นเสมือนกุญแจช่วยไขประตูเข้าบ้าน ตอนนี้มีเข้ามาในไทยแล้วกับ Gosh - Smart Lock  ..

Share

Tweet

Email