รีวิว : หูฟัง Jabra – Sport Coach

รีวิว : หูฟัง Jabra – Sport Coach

สำหรับ Jabra –  Sport Coach เป็นหูฟังอีกรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับคนชอบออกกำลังกาย โดยในหูฟังรุ่นนี้มี Motion Sensor ไว้ด้วย มาดูกันว่าหูฟังรุ่นนี้ทำอะไรยังไงได้บ้าง

สำหรับหูฟัง Jabra – Sport Coach หน้าตาจะถอดแบบมาจากหูฟัง Jabra – Sport Pluse ที่มีตัววัดการเต้นของหัวใจที่หูฟังซึ่งเราเคยรีวิวไปแล้ว ซึ่งพอมาเป็นรุ่น Jabra – Sport Coach จะทำการตัดเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจออกไปแล้วใส่ Motion Sensor สำหรับจับการเคลื่อนไหวเข้ามาแทน โดยบริเวณหลังหูฟังด้านซ้ายที่เป็นสีเทาอ่อนจะเป็นปุ่มสำหรับกดใช้ร่วมกับในแอป Jabra Sport ด้วย

 

jabra-sport-coach_01

jabra-sport-coach_03

 

ลักษณะของหูฟังเวลาใช้งานจะเป็นแบบคล้องหลังคอ ซึ่งถ้าดูจากในรูปจะเห็นว่าสายไม่ยาวมากอะไร พอดี ๆ ตัวหูฟังเป็นแบบ In-Ears ที่มีจุกยางมาให้ถึง 4 ขนาด ซึ่งตามปกติที่เราเจอกันจะให้ 3 ขนาด L, M และ S แต่ Jabra ให้ขนาด XS มาด้วยเหมาะมากสำหรับสาว ๆ ที่มีช่องหูเล็ก สำหรับ EarWing ที่ไว้เกาะกับด้านใบหูด้านในของเรามีให้เลือก 2 ขนาดคือ L และ M ส่วนไซส์ S เป็นแบบไม่มี EarWing

 

jabra-sport-coach_02

jabra-sport-coach_15

jabra-sport-coach_18

 

บริเวณสายหูฟังมีปุ่มรีโมทและเป็นไมโครโฟนมาให้ด้วย โดยบริเวณปุ่มตรงกลางของรีโมทจะเป็นปุ่มเปิดปิดการใช้งาน ปุ่มเชื่อมต่อ Bluetooth เวลาที่เรากดค้างไว้ และเป็นปุ่มกด Play/Puase และเป็นปุ่มกดรับสาย/วางสายโทรศัพท์ด้วยในปุ่มเดียวกัน โดยการเชือมต่อหูฟังกับโทรศัพท์ใช้ Bluetooth 4.0 ที่มีความสะดวกในการเชื่อมต่อมากกว่าเวอร์ชั่นก่อน ๆ และประหยัดแบตเตอรี่ขณะใช้งานอีกด้วย

การใช้งานผมเร่ิมที่ไฮไลท์สำคัญก่อนก็แล้วกัน โดยหูฟัง Jabra – Sport Coach จะเน้นใช้งานกับคนที่ออกำลังกายในยิมในฟิตเนสรวมคนที่ออกำลังกายอยู่ในบ้าน แนว ๆ ทำ Cross Traning เอง, จัดท่าออกกำลังกายเองตาม YouTube ซึ่งหูฟังตัวนี้เมื่อใช้กับแอป Jabra Sport เราก็เหมือนมีเทรนเนอร์ส่วนตัวมาช่วยเรื่องออกกำลังกาย

jabra-sport-coach_04

 

โดยในแอป Jabra Sport เมื่อเข้ามาแล้ว ถ้าเราเลือกการออกกำลังกายเป็นแบบต่าง ๆ เช่นอยากเบิร์นไขมัน อยากทำครอสเทรนนิ่ง ในแต่ละเซ็ทเมื่อเรากดเข้าไปดูจะพบว่า Jabra เตรียมท่าออกกำลังกายในแต่ปประเภท เช่นถ้าอยากเบิร์นไขมัน (BellyBurn) ก็จะประกอบไปด้วยท่าออกำลังกาย ซิทอัพ 20 ครั้ง, ยืดหลัง 20 ครั้ง, ทำแพลง 20 วินาที, ทำไซด์แพลง 20 วินาที, ซิทอัพ 20 ที และซิทอัพแบบบิดเอวไปด้วย 20 ที ซึ่งในแต่ละช่วงที่เราออกกำลังกายก็จะมีช่วงพักให้ช่วงละ 10 วินาทีด้วย โดยทั้งหมดใช้เวลาเพียง 6 นาทีเท่านั้น (ในความเป็นจริงจะใช้เวลานานกว่านี้ก็ได้ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็ควรเร่งให้ตัวเองทำอยู่ในเวลาที่กำหนด)

 

jabra-sport-coach_05

jabra-sport-coach_06

jabra-sport-coach_07

jabra-sport-coach_08

 

โดยระหว่างการออกกำลังกายแล้วใช้หูฟัง Jabra – Sport Coach ไปด้วยตอนที่เรากดเปลี่ยนท่าออกกำลังกายสามารถกดที่ปุ่มหลังหูฟังด้านซ้ายได้ทันที ซึ่งถ้าใช้หูฟังอื่นที่ไม่มีปุ่มนี้เราก็ต้องลุกมาแตะ ๆ ที่หน้าจอ iPhone เอาเอง และในขณะที่เราออกกำลังกายก็จะมีเสียงมาบอกเป็นระยะ ๆ ว่าตอนนี้เราออกำลังการถึงไหนแล้ว แล้วจะได้พักหรือยัง พักแล้วกี่วินาทีแล้วเหลืออีกกี่วินาทีให้เตรียมพร้อมสำหรับท่าออกกำลังกายถัดไป

แจ๋ว….

 

jabra-sport-coach_10

 

 

ซึ่งพอเราออกำลังเสร็จ แค่ไม่กี่นาทีนี่แหละครับ ถ้าเป็นคนที่ไม่คุ้นกับการออกกำลังกายมาก่อนขอบอกว่าเหนื่อยมากพอควร

จากนั้นถ้าเราต้องการเพิ่มท่าออกำลังกายเข้าไปเองด้วย หรือจะเซ็ทอัพเป็นการออกกำลังกายในแบบของเราเองก็สามารถตั้งค่า New Workout ได้จากตัวแอปด้วยก็ได้ จะเอาท่าออกำลังกายไหนมาคอมโบ้กับท่าไหน แต่ละท่าจะทำกี่ครั้ง กี่วินาที แล้วจะพักระหว่างเซ็ทเท่าไหร่ ตั้งค่าได้หมดทุกส่วน ตามรูปที่เห็นด้านล่างผมตั้งชื่อเซ็ทการออกกำลังกายว่า ‘ลดพุง’

 

jabra-sport-coach_09

 

สำหรับ Motion Sensor ที่มีในหูฟังก็จะมีส่วนช่วยให้การออกำลังกายประเภทการวิ่งการเดินตัวแอปจะนับก้าวได้จากหูฟัง โดยไม่ต้องพึ่งพาเซ็นเซอร์จากใน iPhone ในกรณีวิ่งกับเครื่องวิ่งออกกำลังกายในร่ม ทำให้เราสามารถวาง iPhone ไว้แถว ๆ ที่วางขวดน้ำก็ได้ไม่จำเป็นต้องพกอยู่กับตัวตลอดเวลา

 

jabra-sport-coach_11

jabra-sport-coach_12

 

ด้านเสียงของหูฟัง Jabra – Sport Coach ต้องบอกว่า Jabra ทำเสียงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จากจุดที่ Jabra เขาทำอยู่เดิมจะถนัดทำหูฟังบูลทูธสำหรับพูดคุยมากกว่า พอมาเป็นยุคหูฟังที่ใช้้สำหรับฟังเพลงด้วย Jabra ก็ค่อย ๆ ทำออกมาและดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับในช่วง 2 ปีมานี้ผมได้ลองหูฟัง Jabra อยู่เรื่อย ๆ พบว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับ โดยหูฟัง Jabra – Sport Coach ก็เช่นกันเสียงเพลงที่ได้ดูมีมิติไม่แบน ๆ ครับ แม้เสียงเบสจะไม่ได้นุ่มลึกมากนัก แต่ภาพรวมของเสียงที่ได้จาก Jabra – Sport Coach อยู่ในขั้นที่สามารถสู้ได้ในกลุ่มหูฟังออกกำลังกาย

 

jabra-sport-coach_14

 

สำหรับความแน่นหนาในการใช้ Jabra – Sport Coach ตอนออกกำลังกายต้องบอกว่าได้อานิสงค์จากเจ้าฟินของหูฟังที่ทำให้การใส่หูฟังกระชับมาก ๆ จากที่ใช้อยู่เองพาไปวิ่งพาไปออกำลังกายลดพุงไม่มีหลุดครับ ทั้งนี้เราก็ควรเลือกขนาดของจุกยางและฟินให้เหมาะกับหูของเรานะครับ โดยตัวที่ติดมากับหูฟังตอนแกะกล่องจะเป็นไซส์ M ซึ่งหลายคนไม่ได้สนใจในจุดนี้ทำให้ใส่ไม่สบายหูและเสียงของหูฟังที่ได้ก็จะบู้บี้กลายเป็นว่าเสียงหูฟังไม่ได้ไปอีก

การใช้คุยโทรศัพท์ของ Jabra – Sport Coach ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะเวลาใช้เราต้องคล้องสายมาด้านหลังคอแล้วตัวรีโมทและไมโครโฟนมันจะไม่ค่อยอยู่มาทางด้านหน้าใกล้กับปากผมมากนัก ตัวรีโมทถ้าไม่จับเอาไว้จะอยู่แถว ๆ กรามแล้วเยื้องมาด้านหลังนิดหน่อยทำให้ตอนคุยโทรศัพท์ไม่ค่อยมั่นใจมากนัก ส่วนเสียงสนทนาจากที่ทดสอบถ้าอยู่ในสถานที่เงียบหน่อยไม่มีปัญหาใช้ได้ แต่ถ้าอยู่ในที่ ๆ เสียงดังมากหน่อยเท่าที่สอบถามจากเพื่อน ๆ ที่คุยด้วยบอกว่าเสียงรอบข้างกวนพอควรทำให้ได้ยินเสียงเราไม่ชัด

 

jabra-sport-coach_17

 

ด้านแบตเตอรี่ของ Jabra – Sport Coach ตามสเป็คใช้งานได้ 4 ชั่วโมงครึ่งต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง เพียงพอสำหรับการใช้ออกำลังกายในร่ม แต่อาจจะไม่พอสำหรับการใช้ร่วมในกรณีวิ่งระยะมาราธอนสำหรับหลาย ๆ คน ส่วนการใช้งานในชีวิตประจำวันตัวผมเองใช้ราว ๆ 3-4 วันถึงจะชาร์จแบตเตอรี่สักครั้ง อาศัยดดูระดับแบตเตอรี่ของหูฟังจาก Notification Center ของ iOS 9 (ซึ่งอยู่กับหูฟังแต่ละรุ่นว่ารองรับจุดนี้หรือไม่) โดยช่องเสียบชาร์จแบบ Micro USB จะซ่อนอยู่บริเวณขอบหูฟังด้านขวานะครับจุดนี้เผื่อใครซื้อมาใช้งานแล้วหาไม่เจอเลยต้องบอกเล่ากันไว้สักนิด

 

jabra-sport-coach_13

jabra-sport-coach_16

 

โดยรวมจากที่ได้ใช้งาน Jabra – Sport Coach ดีตรงที่อำนวยความสะดวกตอนออกกำลังกาย ซึ่งถ้าใช้หูฟังอื่นร่วมกับแอป Jabra Sport ก็ใช้ได้แต่ก็จะไม่สะดวกเท่า สำหรับ Motion Sensor ดีสำหรับคนที่วิ่งออกกำลังกายในร่มบนเครื่องวิ่งมากกว่าคนที่วิ่งออกกำลังกายกลางแจ้ง ซึ่งจุดนี้ Jabra – Sport Coach เหมือนจะเน้นมาที่กลุ่มออกกำลังกายในร่มมากกว่ากลุ่มออกกำลังกายกลางแจ้ง ด้านเสียงที่ได้จากหูฟังจัดอยู่ในระดับที่ดีใช้ได้ แต่เหมือนหูฟังแนวนี้จะไม่ได้เน้นเสียงเบสหนักมากหน่วงมากเท่าไหร่ ถ้าใครอยากได้เสียงต่ำแบบแน่น ๆ เน้นๆ ไม่น่าจะถูกใจหูฟังอันนี้ ส่วนเรื่องใช้คุยโทรศัพท์ต้องระวังเล็กน้อยถ้าอยู่ในสถานที่อึกทึกเพราะเหมือนว่าไมโครโฟนจะดูดเสียงรอบข้างพอควร นอกนั้น Jabra – Sport Coach ตอบสนองสำหรับคนชอบออกกำลังกายได้ดีทีเดียว

จุดสังเกต

  • ใช้งานร่วมกับแอป Jabra Sport ได้สะดวกมากขึ้น
  • เหมาะกับคนที่ออกำล้งกายในร่มมากกว่ากลางแจ้ง
  • มี Motion Sensor สำหรับจับความเคลื่อนไหว

 

ราคา : 5,690 บาท

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ : บริษัท อาร์ทีบีเทคโนโลยี จำกัด

 

หาซื้อสินค้าได้ที่

  • iStudio
  • .Life
  • JayMart
  • PowerBuy
  • PowerMall
  • TG fone

 

 

 



You May Also Like:

รีวิว : หูฟัง JBL – T110 / T210 / T290

เป็นหูฟังใช้งานร่วมกับโทรศัพท์มือถือที่ราคาเริ่มต้นถูกที่สุดในนามของแบรนด์ JBL ก็ว่าได้กับหูฟัง JBL - T Series ที่ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 500 บาท แต่คุ้มค่าเกินราคา ..

รีวิว : ลำโพง RIZZ – Summer BeatOut

สำหรับ RIZZ - Summer BeatOut เป็นลำโพงราคาไม่ถึง 500 บาทที่ทำได้ทั้งการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth หรือจะเสียบ Micro SD Card เข้าไป หรือจะเสียบ ThumbDrive เข้าไปเพื่อฟังเพลงได้เหมือนกัน ครบขนาดนี้ลองมาดูกันว่า ลำโพง RIZZ - Summer BeatOut เป็นยังไงกันบ้าง ..

รีวิว : หูฟัง Jabra – Elite Sport

ในไทยวางขายปุ๊บหมดเกลี้ยงปั๊บสำหรับหูฟัง Jabra - Elite Sport จัดเป็นหูฟังที่มีคนรอชมรอซื้อมากรุ่นหนึ่ง เราได้รับมารีวิวลองมาดูกันว่าหูฟังรุ่นนี้เป็นยังไงกันบ้าง ..

Share

Tweet

Email