รีวิว : Jawbone – UP3

รีวิว : Jawbone – UP3

สำหรับ Activity Tracker แม้หลายคนจะมองว่าโดนกลุ่มนาฬิกา Smartwatch มาแย่งลูกค้าไป แต่จริง ๆ แล้วก็ยังมีกลุ่มที่ไม่ปลื้มนาฬิกาขอแค่ Activity Tracker อย่างเดียวพอแล้ว ตอบโจทย์แล้ว วันนี้เรามาชม Jawbone – UP3 เป็นหนึ่งใน Activity Tracker ที่หลายคนอยากทราบว่ามีอะไรดีบ้าง 

สำหรับ Jawbone – UP3 จริง ๆ แล้วออกมาพร้อมกับ UP4 ซึ่งมีความต่างกันตรงที่ UP4 มี NFC เอาไว้ใช้แตะจ่ายเงินได้ซึ่ง UP3 ไม่มีในจุดนี้ ปัจจุบัน UP4 ขายเฉพาะในอเมริกา ส่วนประเทศอื่นจะเป็น UP3 จุดนี้เผื่อไปเจอข่าวจะได้ไม่งงว่าทำไมในไทยไม่ขาย UP4

รูปร่างหน้าตาของ Jawbone – UP3 เปลี่ยนไปจากรุ่นเดิม UP24 พอควร จากเดิมที่จะเป็นเหมือนกำไลใส่เข้าใส่ออกได้ด้วยการง้างออกมาเล็กน้อยแล้วสวมเข้ากับข้อมือของเรา พอมาเป็น UP3 มาทำเป็นสายรัดเหมือนเราใช้นาฬิกาโดยจะมีตะขอเล็ก ๆ เกี่ยวสายไว้ ส่วนตัวเครื่องจะเดิมที่จะอยู่รอบกำไลเลย มารุ่นนี้ตัวเครื่องหลักจะอยู่แค่ตรงกลางแล้วบริเวณสายมีเซ็นเซอร์อยู่ ด้านหลังของตัวเครื่องจะมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจมาด้วย ก็แน่นอนว่า UP3 วัดการเต้นของหัวใจได้แล้ว บริเวณใกล้ ๆ กันจะเห็นมีจุด ๆ ทองเหลืองซึ่งก็คือหน้าสัมผัสของการชาร์จไฟ อันนี้ก็เปลี่ยนไปจากเดิมที่เวลาชาร์จต้องถอดฝาแล้วเอาแจ็กที่ตัว UP มาเสียบกับที่ชาร์จ มาทำเป็นแบบใหม่ก็เวิร์คดีโดยตอนชาร์จกับที่ชาร์จจะเป็นแบบแม่เหล็ก ถ้าแปะถูกด้านยังไงแม่เหล็กก็ประกบเข้าให้กันในตำแหน่งที่ตรงพอดี สำหรับ UP3 ที่เราได้มาเป็นสีดำ ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีสีอื่นให้เลือกด้วย

 

jawbone-up3_01

jawbone-up3_02

jawbone-up3_03

 

ด้านความสามารถที่เพิ่มขึ้นของ UP3 หลัก ๆ ที่เห็นกันชัดเจนคือเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งสามารถวัดได้ทั้งแบบ Active ในช่วงที่เราใช้ชีวิตกลางวันทำงาน มีกิจกรรมต่าง ๆ และแบบ RHR (Resting Hear Rate) ในช่วงที่เราหลับ โดยตัวเครื่องจะทำการเก็บข้อมูลการเต้นของหัวใจโดยอัตโนมัติ

นอกจากนั้นฟีเจอร์ที่มีมาเพิ่มขึ้นตอนนอนสามารถรับรู้ REM ขณะที่เรานอนหลับได้ด้วย ทำให้รู้ว่าสมองเราตัวเรามีการติดนู้นนี่เพิ่มเติมในขณะนอนหลับด้วยหรือไม่ ถือว่าดีที่ทำให้เราได้รู้สภาพร่างกายของเราตอนนอนได้มากขึ้นด้วย

แล้ว REM คืออะไร ?

REM มาจากภาษาอังกฤษคือ Rapid Eye Movement หมายถึง ช่วงการนอนขณะหนึ่งที่มองเรายังมีการคิดการทำงานอยู่ยังไม่พักผ่อน กล้ามเนื้อตายังมีการทำงานทำให้ช่วงขณะนั้นเราอาจจะมีการกรอกตาไปมา ว่ากันว่าความฝันที่เราฝันจะเกิดในช่วงการนอนที่เรามี REM

การนอนแล้วมีช่วงค่า REM มาก ๆ ส่งผลอะไร จากที่อ่านข้อมูลการมี REM มาก ๆ จากที่เกริ่นไปแล้วว่าเหมือนสมองเรายังมีการคิดอยู่ทำให้ร่างการยังไม่ได้พักผ่อนอย่างที่ควร หัวใจอาจจะมีการเต้นเร้วขึ้นมาในจังหวะนั้น ๆ การหายใจอาจจะเป็นได้ว่าเราหายใจแรงหรือไม่สม่ำเสมอในจังหวะนั้น ๆ ซึ่งทั้งหมดอาจจะเกิดตอนที่เราฝันหรือสมองมีการใช้ความคิดในขณะนั้นอยู่ก็เป็นได้

(ควรอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ REM นะครับ การอธิบายในรีวิวเป็นการอธิบายพื้นฐานเท่านั้น)

ถึงตอนนี้สำหรับคนที่พอจะทราบอยู่แล้วว่า Activity Tracker อย่าง Jawbone – UP3 จุดประสงค์ใช้ทำอะไรก็น่าจะพอนึกออก ส่วนคนที่ยังไม่เคยทราบมาก่อนก็ขออธิบายเล็กน้อย โดย Activity Tracker หลัก ๆ จะมาช่วยเรานับก้าวเดินตลอดทั้งวันว่าเราเดินไปกี่ก้าว คิดเป็นระยะทางเฉลี่ยเท่าไหร่ ซึ่งแต่ละคนก็ก็จะมีเป้าหมายไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะอยากตั้งไว้ว่าเดิน 8,000 ก้าวในหนึ่งวัน อีกคนอาจจะบอกว่าขอ 12,000 ก้าวต่อวัน ซึ่งพอเทียบเป็นระยะทางโดยเฉลี่ยแล้วการก้าวเดินประมาณ 10,000 ก้าวจะเท่ากับระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร หลายคนก็เลยอยากรู้ว่าเราเดินกี่ก้าวเพื่อเทียบว่าเราในแต่ละวันเราเดินไปประมาณระยะทางเท่าไหร่แล้วเหมือนกับการออกกำลังกายไปในตัว

jawbone-up3_08

jawbone-up3_06

 

 

นอกจากจากการนับก้าวเดิม อื่น ๆ ที่ Jawbone – UP3 ทำได้ก็คือเวลาออกกำลังกายอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การเดินเหินปกติเราสามารถบันทึกข้อมูลเพื่อให้ Jawbone – UP3 ช่วยแปลงเป็นค่าพลังงานที่เราเผาผลาญไปได้ด้วย เช่นว่าเราวิ่งออกกำลังกาย 30 นาที ซึ่งในขณะวิ่งตัว Jawbone – UP3 ก็จะมีการบันทึกข้อมูลอยู่แล้วว่าช่วงนี้ไม่ใช่กิจกรรมปกติมีการทำอะไรสักอย่างเพียงแต่ตัว Jawbone – UP3 ไม่รู้ว่ากิจกรรมที่เราทำคืออะไร ซึ่งเราก็ต้องมาใส่ข้อมูลเองอีกทีว่าเมื่อกี้เราทำอะไร วิ่งใช่มั้ย วิ่งแบบไหนช้าเร็วแค่ไหน เพื่อให้ตัวเครื่องประมาณค่าออกมาให้ถูกต้องที่สุด ซึ่งขณะที่เราใช้งาน Jawbone – UP3 ก็จะมีการเก็บค่าอัตราการเต้นหัวใจของเราไว้ด้วย จุดนี้สำหรับคนที่อยากรู้ว่าหัวใจเราเต้นเป็นยังไงบ้างในแต่ละวัน ซึ่งไม่ใช่แค่กลางวันแต่กลางคืน Jawbone – UP3 ก็คอยช่วยเก็บบันทึกการเต้นของหัวใจเราเช่นกัน

 

jawbone-up3_10

 

จากที่ได้ใช้งานและได้รีวิว Jawbone – UP มาตั้งแต่รุ่นแรกจนมาถึงรุ่นนี้เห็นพัฒนาการมาตลอด ซึ่ง Jawbone – UP3 เหมือนแก้ไขจุดบกพร่องที่แล้ว ๆ มา เช่นการทำเป็นสายรัดแบบนาฬิกาจุดนี้เพราะรุ่นก่อนแบบกำไลจริง ๆ ก็สะดวกกว่าแต่กลายเป็นว่าเจอง้างเยอะ ๆ เจอง้างเล่นก็เลยมีเสียจากเรื่องนี้ ก็เลยมาทำเป็นสายรัดแก้ปัญหาไม่ต้องง้างกำไลแล้ว โดยตัวสายรัดของ Jawbone – UP3 มาแบบเล็ก ๆ ตัวเกี่ยวสายก็ทำมาให้ใส่เข้าถอดออกได้สะดวก ซึ่งความสะดวกตรงนี้จากที่ลองถ้าเป็นการใช้แบบทั่วไป รวมถึงการนำไปใช้ออกกำลังกายไม่มีปัญหาอะไร แต่กรณีที่บังเอิญโดนชนแล้วดันไปโดนตัวเกี่ยวสายน่าจะมีหลุดได้อยู่เหมือนกัน เพราะไม่ได้แน่นหนาขนาดนั้น

สำหรับตัวเครื่องบริเวณตรงกลาง จริง ๆ แล้วจะมีไฟสถานะบอกด้วยว่าเราอยู่ในโหมดแอคทีฟหรือโหมดการหลับ ซึ่งจังหวะที่ผมได้ทดสอบเป็นช่วงที่ได้ใช้ทั้งเฟิร์มแวร์เก่าและเฟิร์มแวร์ใหม่ที่มีความต่างในการใช้งานพอควร โดยเฟิร์มแวร์เก่าเวลาเราจะนอนก็ต้องมาเคาะ ๆ ที่ตัวเครื่องให้ขึ้นรูปพระจันทร์ เวลาตื่นเราก็ต้องมาเคาะ ๆ ให้ขึ้นรูปคนสีส้ม ๆ หรือใช้การกดสั่งงานผ่านแอปบน iPhone และ Android พอมาเป็นเฟิร์มแวร์ใหม่ล่าสุด มันดีขึ้นตรงที่เราไม่ต้องมานั่งกด ๆ เคาะ ๆ ที่ตัวเครื่องแล้ว ทุกอย่างเป็นอัตโนมัติหมด ไม่ว่าจะตอนกลางวันหรือตอนที่เราจะนอนตัวเครื่องจะมีการคำนวณเองว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในโหมดไหน ซึ่งก็เป็นเรื่องสะดวกมากขึ้นในการใช้งาน

พอเป็นเฟิร์มแวร์ล่าสุดก็ได้ลองตามที่บอกไปแล้วว่าทุกอย่างเป็นการบันทึกค่าอัตโนมัติทำให้เราแทบไม่ต้องยุ่งอะไรกับตัว Jawbone – UP3 อีกเลย เท่าที่ลองพบข้อผิดพลาดในการเก็บอยู่บ้าง เช่นว่าถ้าทั้งวันผมไม่ได้ใส่ Jawbone – UP3 เลยแล้วมาใส่หลังอาบน้ำเตรียมจะนอนแล้ว พอตื่นมาแล้วตัว Jawbone – UP3 ควรเก็บข้อมูลการนอนของเรา แต่ดันไม่เก็บ เรื่องนี้นาน ๆ เจอทีไม่ได้เจอบ่อย ประมาณ 20 คืนเจอสัก 1 คืนที่ไม่เก็บข้อมูล ทำให้เราต้องมากรอบข้อมูลเอง ซึ่งในตัว Jawbone – UP3 ก็มีการเก็บข้อมูลไว้อยู่แล้วว่าเมื่อคืนเรานอนเป็นยังไงเพียงแต่ไม่แสดงผลออกมา

ข้อมูลตอนนอนจะแสดงข้อมูลที่ผมว่าดีที่สุดในบรรดา Activity Tracker ด้วยกัน รวมถึง Smartwatch ด้วย โดยข้อมูลที่แสดงผลเกี่ยวกับการนอนของ Jawbone – UP3 ได้แก่

Awake – ช่วงที่เรายังตื่นอยู่ทั้งก่อนนอน, ช่วงที่มีการรู้สึกตัวระหว่างนอน, ช่วงที่เรามีการตื่นเช่นการลุกไปห้องน้ำกลางดึก, และช่วงหลังตื่น

REM – อธิบายกันไปแล้วว่าเป็นการเก็บข้อมูลว่าสมองเรายังมีการคิดอยู่ในช่วงจังหวะไหนบ้าง ซึ่งช่วงที่มี REM อาจจะเป็นช่วงที่เราฝันอยู่ก็เป็นได้ บ้างก็ว่าจริง ๆ แล้วมนุษย์ฝันกันทุกวัน เพียงแต่จำไม่ค่อยได้ว่าเราฝันอะไรกัน

Light Sleep – หมายถึงการนอนหลับที่อยู่ในโซนหลับไม่ดี ร่างการอ่อนล้า พักผ่อนไม่เพียงพอ ถ้ากราฟการนอนมีอยู่ในช่วงนี้มาก จัดว่าการนอนหลับไม่ค่อยดีเท่าไหร่

Deep Sleep – หมายถึงการนอนหลับที่นิ่งสนิท  ถ้าการนอนอยู่ในโซนนี้หมายถึงว่าร่างกายจะได้พักผ่อนจริง ๆ การทำงานต่าง ๆ ในร่างกายมีจังหวะที่ช้าลง เช่น ความดันเลือดลดลง อุณหภูมิร่างกายลดลง การเต้นของหัวใจช้าลง และในการหลับลึกจะเป็นช่วงที่โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาด้วย ในวัยเด็กโกรทฮอร์โมนช่วยเรื่องเจริญเติบโต วัยผู้ใหญ่โกรทฮอร์โมนมีส่วนช่วยซ่อมแซมร่างกายที่ถูกใช้งานมาตลอดทั้งวัน

RHR – อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักผ่อน เราจะเห็นกราฟครับว่าตั้งแต่เริ่มนอน ขณะนอน ช่วงที่หลับตื้น หลับลึก หัวใจเราเต้นกี่ครั้งต่อนาทีในแต่ละช่วงการหลับ

 

jawbone-up3_11

 

จากกราฟเกี่ยวกับนอนของ Jawbone – UP3 ผมพบว่าตัวผมมีการนอนที่ย่ำแย่มากครับ นอนดึก ตื่นเร็ว แทบไม่มีวันไหนที่นอนได้ถึง 7 ชั่วโมง โซนการนอนอยู่ใน Light Sleep เป็นส่วนใหญ่ แทบไม่มี Deep Sleep เลย รู้แบบนี้แล้วก็ควรจะปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตตัวเองได้แล้ว

 

มี Apple Watch อยู่แล้วแบบนี้ก็ใส่นอนวัดได้เหมือนกันรึเปล่า ?

จากที่ลองเพราะตัวผมเองก็มี Apple Watch และสงสัยเช่นกันว่า Apple Watch จะสามารถวัดเรื่องการนอนได้ดีเหมือน Jawbone – UP3 หรือไม่เพราะ Apple Watch ก็มีทั้งเซ็นเซอร์วัดการเต้นหัวใจ, เซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว มันน่าจะทำได้เหมือนกันนะ

อย่างแรกเลยตอนที่ทดสอบใส่ Apple Watch แขนซ้ายส่วน Jawbone – UP3 แขนขวา คือหนักมือซ้ายก่อนจะหลับอยู่เหมือนกัน ซึ่งแอปที่ใช้ทดสอบบน Applw Watch คือ Sleep++ ที่มีแอปมาอยู่ใน Applw Watch ด้วยตอนจะนอนก็กดให้แอปจับการนอนทำงาน พอตื่นมาก็กดหยุด ซึ่งผลที่ได้จะมาเป็นแค่ช่วงเวลาที่เราเริ่มจับเวลานอน ในกราฟไม่ได้บอกชัดเจนแต่เป็นแถบสีฟ้าอ่อนกับน้ำเงินมาให้ ไม่มีคำอธิบายชัดเจนว่าแต่ละสีหมายถึงอะไร ซึ่งจุดนี้จะต่างกับกราฟของ Jawbone – UP3 ที่มีให้ดูละเอียดกว่า

jawbone-up3_12

ข้อมูลการนอนจากแอป Sleep++ บน Apple Watch

 

จากที่ลองใช้ทั้ง Apple Watch ใส่ตอนนอนมันก็ไม่เหมาะจริง ๆ แปลก ๆ ที่ข้อมือไปบ้าง ซึ่งถ้าจะใช้ Apple Watch มาตรวจวัดเรื่องการนอนแนะนำว่าให้ใช้แอปบน iPhone ไปเลยดีกว่าไม่หนักข้อมือด้วย

สำหรับแบตเตอรี่ของ Jawbone – UP3 บนแอปจะมีสถานะบอกไว้ว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้อีกกี่วัน โดยระยะเวลาสูงสุงตามที่แอปบอกไว้คือ 7 วันแล้วก็ค่อยนำไปชาร์จใหม่ เท่าที่ใช้งานจริง ๆ ประมาณ 5 วันผมชาร์จแบตเตอรี่ครั้งหนึ่ง เคยมีบ้างที่ลองปล่อยลากยาวเกิน 7 วันไปนู้น 8-9 วันก็สามารถอยู่ได้แบบว่าแบตจะหมดเต็มที แต่ต้องเป็น 8-9 วันที่มีการใช้งานน้อยมาก ๆ ซึ่งหมายถึงว่าเราแทบไม่ได้ใส่เลย ส่วนตอนชาร์จแบตเตอรี่ด้วยความที่เป็นตัวหัวชาร์จกับด้านหลังเครื่องจะเป็นแม่เหล็กดูดเข้าหากัน ซึ่งดี แต่ต้องดูสักนิดว่าเวลาแปะเข้าหากันแล้วขั่วทั้งสองตรงกันพอดีหรือไม่ ซึ่งสังเกตจากที่มีไฟสถานะขึ้นมา 3 สีบนตัวเครื่องเลย ถ้าไม่มีขึ้นมาก็ขยับ ๆ ให้ตรงกันก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวจะชาร์จไฟไม่เข้า

 

jawbone-up3_13

jawbone-up3_14

 

โดยรวมสำหรับ Jawbone – UP3 สิ่งที่ทำได้เป็นพื้นฐานอยู่แล้วคือเรื่องการตรวจวัดการเดิน การออกกำลังกายของเรา สิ่งที่ Jawbone ยังไม่ทำให้ UP สักทีคือเรื่องการนับก้าวเวลาขึ้นลงบันไดที่ Jawbone ยังไม่มีเซ็นเซอร์ตัวนี้ใส่เข้ามา ส่วนเรื่องการตรวจสอบการนอนข้อมูลที่ Jawbone – UP3 ตรวจสอบได้ดีมากจริง ซึ่งพอทำได้ละเอียด ๆ เราก็จะได้รู้เกี่ยวกับร่างกายตัวเองมากขึ้นตามไปด้วยว่าเป็นอย่างไร

จุดสังเกต

  • แบตเตอรี่อยู่ได้นาน 7 วัน
  • มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • การตรวจสอบการนอนทำได้ดีมาก
  • มีการวัด REM ตอนนอน

ราคา : 7,990 บาท

 

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบ : W Gadget Co.,Ltd.

LOGO_Wgadget-01

 

หาซื้อสินค้าได้ที่ :

  • iStudio by Copperwired
  • iStudio by SPVi
  • iStudio by Com7
  • .Life
  • PowerBuy
  • Jaymart
  • B2S
  • IT city
  • AIS Shop
  • True Shop
  • Gizman
  • Health Choice
  • kingpoweronline.com/th/jawbone

 

 

 



kangg

You May Also Like:

รีวิว : Jawbone – UP move

Activity Tracker น้องเล็กของยี่ห้อ Jawbone จากที่ทุกรุ่นก่อนหน้าทำเป็นกำไลใส่ข้อข้อมือ มาเป็นรุ่นนี้ทำเป็นเหรียญได้ทั้งเหน็บกระเป๋าและใส่ข้อมือแถมเป็นนาฬิกาได้ด้วยกับ Jawbone - UP move ..

รีวิว : Jawbone – UP24

สำหรับ Jawbone - UP ชื่อนี้หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว ซึ่งเราก็เคยรีวิวไปแล้วเช่นกัน ครั้งนี้ Jawbone ปรับปรุงและออก activity tracker รุ่นใหม่ในนาม UP24 ..

ซีอีโอ Nike พูดถึงความสัมพันธ์กับ Apple

จากสัปดาห์ก่อนที่มีข่าวออกมาว่า Nike จะเลิกทำ Nike+ Fuelband แถมมีการปลดพนักงานออกหลายสิบคนนั้น ทางซีอีโอ Nike ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางบริษัทและความร่วมมือระหว่าง Nike และ Apple  ..

Share

Tweet

Email